로그인วันนี้เป็นวันแรกที่เขามาทำงานโดยไม่มีคริมา...
หล่อนเปิดเทอมแล้ว ฉะนั้นเขาจึงต้องทำงานแบบมีเลขาคนอื่นมาแทนที่ ซึ่งพอทำงานกับรัชนีแล้ว กริชดนัยก็พบว่า คริมานั้นทำงานได้ดีพอๆ กับเลขาที่มีประสบการณ์บางอย่างทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ทั้งที่อายุยังน้อย และเพิ่งมาทำงานช่วยงานพี่ชายเขาได้ไม่ถึงปี
เขาแอบหลอกถามเรื่องของคริมา กับรัชนีซึ่งเป็นเลขาของพี่ชายผู้ที่ฝึกงานให้กับคริมาด้วยตนเอง ทางนั้นดูจะปลื้มเจ้าหล่อนมาก เพราะเอ่ยชมไม่หยุดปาก เรียกได้ว่ามีแต่เรื่องชื่นชมล้วนๆ เธอถูกย้ายกลับมาให้ทำงานเลขาของกริชดนัยอีกหน หลังจากที่ย้ายไปทำแผนกอื่นก่อนชั่วคราว
“เห็นว่าคุณกริชให้น้องวี่ มาทำงานเต็มตัวแล้วหรือคะ?”
รัชนีถามอย่างสงสัย เพราะเธอรู้ว่าคริมากำลังเรียนอยู่ แถมด้วยสาขาที่ลงเรียนก็คนล่ะทางกับงานเลขาอีกด้วย
“ครับ ก็อยากให้คนกันเองมาช่วยงาน วี่เองก็ไม่ได้ปฏิเสธ” เขาว่า
“น้องยังเรียนอยู่ไม่ใช่หรือคะ”
รัชนียังคงตั้งคำถาม กริชดนัยนิ่งไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยตอบเสียงนุ่ม
“วี่เสนอตัวจะช่วยงานเองน่ะครับ ผมคิดว่าก็ดี”
“อ้อ...ค่ะ”
เจ้านายใหม่พูดแบบนั้น เธอก็ไม่อยากจะสอบถามอะไรต่อ กับกานต์เอกเธอรู้ใจเขา แต่กับกริชดนัยต้องเรียนรู้อีกมาก เธอไม่อยากทำอะไรให้ขัดใจเพราะเกรงว่าดีไม่ดี เธอจะพานซวยเอา ยิ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายบริษัทแบบนี้ด้วย
กริชดนัยบอกว่าพักนี้เธอจะต้องทำงานเหมือนเดิมกับเขา เขาให้คริมาไปดำเนินการเรื่องดร็อปเรียนอยู่ ถ้าได้เรื่องเมื่อไหร่ เขาจะมาแบ่งงานให้เธออีกหน
“พักนี้ก็หนักหน่อยนะครับ”
เขาเอ่ยเสียงนุ่มแล้วยิ้มให้กับรัชนี ที่ตะลึงกับรอยยิ้มนั่นไปเล็กน้อย น้องชายของกานต์เอกมีเสน่ห์มากจริงๆ เล่นเอาเธอถึงกับสะเทิ้นเลยล่ะ
“ไม่หนักหรอกค่ะ ชินแล้ว...แต่ถ้ามีน้องวี่มาช่วยก็จะดีมากๆ เลยค่ะ”
กริชดนัยยิ้มตอบคำเย้านั่น และลังเลว่าจะแชทหาคริมาดีไหม ถ้าเกิดว่าเขาทักไปเธอจะหาว่าเขาสนใจเธอเกินไปหรือเปล่า...เธอก็แค่ผู้หญิงบนเตียงที่เขาใช้ชำระแค้น และแน่นอนว่าเขาไม่ควรจะใส่ใจ ควรจะกดเธอไว้แค่นั้น
คิดแล้วก็ถอนใจน้อยๆ นึกพาลเธออีกด้วย ว่าวันนี้หายไปทั้งวันไม่ทักเขาเลยสักนิด เขาให้รถที่บ้านไปส่งไปรับเธอ เดี๋ยวตอนเย็นเถอะ...เขาจะจับฟัดให้หายโกรธแล้วก็จะสั่งบอกให้เธอรายงานเขาด้วย ว่ากำลังทำอะไร ยังไงบ้างไม่ใช่หนีไปเลยแบบนี้
.............................................................................................................................................................
เย็นวันนั้นคนที่ตั้งใจจะเจอกับคริมารอเขาอยู่พร้อมกับอาหารอร่อยๆ เตรียมพร้อมสำหรับตน ก็ต้องหัวเสียเมื่อนายพวงบอกว่าคุณวี่ขึ้นรถไปกับเพื่อนสนิท ทางนั้นจะมาส่งเอง ก็ยิ่งทำให้กริชดนัยหน้าง้ำ เดินปึงๆ ขึ้นไปยังห้องนอน เขาไม่ฟังด้วยซ้ำว่าป้านา บอกว่าเย็นนี้มีอะไรรับประทาน เพราะคุณวี่กลับค่ำ และสั่งบอกให้ทำอาหารไว้รอเขาแล้ว
เข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านไปเรื่อยๆ
ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า
กริชดนัยตอนนี้จากหงุดหงิดก็กลายเป็นโมโห
เขามองโทรศัพท์ แล้วทำท่าจะกดหาเธอ แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ โยนมันไปอีกทางหนึ่งแล้วล้มตัวลงนอนแผ่กับเตียง
เขาจะลงโทษเธอแน่นอนล่ะ ยัยตัวร้ายที่กลับบ้านผิดเวลา!
แต่เขาจะไม่ยอมเสียฟอร์มโทรถามทักหาเธอเด็ดขาด เดี๋ยวคริมาจะคิดว่าตัวเองสำคัญสำหรับเขา
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง





![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

