로그인“จริงสิยัยวี่ วันนี้วันเกิดพ่อเรา เราสองคนมาจัดงานวันเกิดเซอร์ไพรส์ให้พ่อดีกว่า”
ฟ้ารุ้งเอ่ยชวน ขณะที่กำลังขับรถไปมหาวิทยาลัย โทรศัพท์ของเธอเพิ่งได้คืนจากเพื่อนรัก หญิงสาวเปิดเครื่องทันที เธอเข้าโปรแกรมไลน์เพื่อเช็คข้อความก่อนอย่างอื่น เพราะกริชดนัยกับเธอมักจะติดต่อกันทางนี้
ไม่มีข้อความใดๆ จากเขา
คริมามีสีหน้าสลดลงเล็กน้อย เธอจะหวังอะไร? หวังให้เขาหวง ห่วงเธอ เธอก็คงหวังเก้อนั่นแหละ เขาบอกเองว่าจะใช้เธอแค่บนเตียง ห้าปีก็หยุด...เขาช่างเลือดเย็นเหลือเกิน
“อืม...”
“ที่อืมนี่ ตกลงใช่ปะ เราหมายถึงจัดงานวันเกิดให้พ่อ ก็หมายถึงว่าวี่จะต้องค้างอีกคืนนะเย็นนี้ไปค้างที่บ้านเรา”
“ก็ตกลงไง”
“แล้วอีตาอากริชอะไรนั่นจะไม่โวยวี่ใช่ปะ”
“ไม่โวยหรอก”
คริมาว่า แล้วหัวเราะเบาๆ
“เขาไม่ได้สนใจอะไรเรามากอย่างที่ฟ้าคิดหรอกจ้ะ วันนี้ฟ้าก็ขอให้อีกทีก็แล้วกันว่าเราจะค้างกับฟ้าอีกวัน”
“ได้เลย เดี๋ยวจัดการให้ เอาโทรศัพท์มา”
ฟ้ารุ้งยิ้มจนตาหยี เธอทำได้แค่นี้แหละ ในการช่วยเพื่อน คือดึงเพื่อนให้ออกห่างจากกริชดนัยบ้าง อะไรบ้าง เผลอๆ เธอจะหาสามีใหม่ให้กับเพื่อนของเธอเสียเลย
คิดแล้วก็ตาเป็นประกายเลยล่ะ...
แผนนี้น่าจะใช้การได้ดีแหะ รักครั้งแรก สามีคนแรกแล้วยังไง? แหม...คนเรามีชีวิตเกิดมาทั้งที อะไรไม่ดีจะจมปลักทำไมกัน
คริมายื่นโทรศัพท์ให้เพื่อน เธอจะให้ฟ้ารุ้งจัดการให้เหมือนเมื่อวาน เธอไม่อยากคุยกับเขา...กลัวว่าเสียงของเขาจะทำให้เธอน้อยใจที่เขาไม่สนใจ และปล่อยโฮออกมาให้อายเพื่อน
“วี่...”
เสียงของปลายสายเอ่ยได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่ฟ้ารุ้งจะรีบกรอกเสียงลงไปรัวๆ เร็วๆ ตามแบบของเธอ พรสวรรค์ของฟ้ารุ้งเลยล่ะ ไอ้เรื่องพูดเร็วและตัดบทไวนี่
“สวัสดีค่ะ คุณอาปกครองของวีวี่ วันนี้ฟ้าขอให้วี่นอนกับฟ้าอีกคืนนะคะ อ้อ...อาจจะต่อวันหยุดด้วยน่ะค่ะ เราจะจัดปาร์ตี้ให้กับคุณพ่อ ขอบคุณมากๆ นะคะ”
“ดะ เดี๋ยว”
ทันแค่นั้น ฟ้ารุ้งก็เล่นมุกเดิม คือกดปิดเครื่องเสีย คริมาเห็นอาการของเพื่อน ก็อดนึกขำไม่ได้ ตอนนี้ทางปลายสาย จะรู้สึกอย่างไรนะ ก็เธอไม่กลับบ้านอีกแล้ว...
คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรแบบเดิมนั่นแหละ
คริมายักไหล่กับความคิดนี้...แล้วก็ฟังฟ้ารุ้งที่มีแผนจะเซอร์ไพรส์บิดาสำหรับเย็นวันนี้ ซึ่งมีเธอที่พร้อมจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปด้วยกัน
.....................................................................................................................................................................
“ยัยเด็กบ้า!”
กริชดนัยถึงกับหัวเสียเมื่อทางนั้นปิดเครื่อง เมื่อคืนนี้เขาก็นอนแทบไม่หลับเพราะไม่ได้กอดหล่อนเหมือนทุกคืน
คริมา...
เธอกำลังมีอิทธิพลกับเขามากไปทุกวันแล้วยัยตัวร้าย
เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด หน้าของเขาบึ้งตึงเมื่อเดินกระแทกเท้าลงมาชั้นล่าง วันนี้เขาสาย เขามางีบเอาก็เกือบสว่าง ขอบตาของเขาเป็นวงคล้ำ เมื่อป้านาเห็นหน้าของเจ้านายหนุ่มก็กะพริบตาปริบๆ เพราะแกกำลังจะเก็บสำรับที่ตั้งบนโต๊ะ เนื่องจากเลยเวลามากแล้ว
“เอ่อ...เดี๋ยวป้าเอากับข้าวไปอุ่นให้นะคะคุณกริช รอสักครู่นะคะ”
“ผมไม่กินครับวันนี้ ป้าเก็บไปได้เลย วี่โทรมาสั่งอะไรป้านาหรือเปล่าครับ”
“ไม่ได้โทรมานะคะ...”
คำตอบนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งขุ่น เธอละเลยหน้าที่ตั้งแต่บนเตียง จนมาถึงหน้าที่จัดการเตรียมอาหารให้เขา
พานโมโหน้อง เมื่อลองโทรอีกหนไม่ติด กริชดนัยก็โทรศัพท์บอกเลขาว่าเขาไม่ไปทำงานวันนี้ มีอะไรด่วนก็ส่งไลน์เข้ามาได้เลย
เขาตรงไปที่ลานจอดรถ หยิบกุญแจรถยนต์มาคันหนึ่ง พวงที่เตร่อยู่แถวนั้นรีบเดินเข้ามาหาเขาทันที
“จะไปไหนครับคุณกริช จะขับรถเองหรือครับ”
“มหาวิทยาลัยของวี่วี่ อยู่แถวไหนครับลุงพวง”
คำถามย้อนกลับทำให้พวงสงสัย แต่ก็ตอบไปตามตรง
“อยู่แถวย่านสยามครับ คุณกริช”
เขาพึมพำขอบคุณ พวงอาสาจะขับรถให้ แต่เขาสั่นหน้าไม่พูดอะไรก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยตนเอง
พวงมองอาการของนายอย่างฉงนใจ
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







