LOGINตอนที่ 3 หยิบยื่นโอกาส
สาวน้อยผู้มีอุดมการณ์แน่วแน่ ไม่เคยย่อท้อต่อทุกบททดสอบที่เข้ามาในชีวิต เกรทวริน นั่งรอการสัมภาษณ์งานอยู่หน้าห้องอย่างโดดเดี่ยวดูเหมือนจะไม่มีคู่แข่งเลย หรือไม่ คนอื่นคงถูกสัมภาษณ์ไปแล้วก่อนหน้า
หญิงสาวถือเอกสารในมือแน่นมันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอรู้สึกประหม่า ความจริงเวลาสัมภาษณ์คือ 13.00 น. แต่เธอมาก่อนเวลานัดหมายเกือบครึ่งชั่วโมง
แม้สภาพร่างกายวันนี้จะไม่พร้อมแต่ใจพร้อมมาก เหตุเกิดจากเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย อาการแฮงค์ยิงยาวมาจนถึงบ่ายโมง พร่างพราวเพื่อนสนิทเตือนแล้วไม่ฟัง
ใครจะไปคิดว่าบริษัทในฝัน สมาร์ทโฮม ไฮเอ็น จำกัดจะโทรมาแต่เช้าเรียกให้ไปสัมภาษณ์งานตอนบ่ายซึ่งโอกาสดีๆ แบบนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้
“คุณคะ คุณคะ เมื่อไหร่จะเรียกฉันเข้าไปสัมภาษณ์ คือ นี่มันจะบ่ายสามแล้วนะคะ เลทมาตั้งสองชั่วโมงมีอะไรผิดพลาดรึป่าวคะ”
หญิงสาวแต่งตัวคล้ายเลขาเดินถือแฟ้มออกมาจากห้องทำงาน เกรทนั่งรออยู่นานลุกพรวดพราดเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง เธอยอมรับว่าโกรธมากบริษัทใหญ่โตปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง
“คุณผู้หญิงติดประชุม หมายถึงคนที่จะสัมภาษณ์คุณวันนี้ รอได้ไหมคะ ถ้ารอไม่ได้ก็กลับไปค่ะ”
คนรอนานได้ยินคำตอบถึงกับหัวเสียชักสีหน้าไม่พอใจทันทีความโกรธปะทุในใจแทบคลั่ง สรุปคือพวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอเลย ปล่อยให้รอตั้งนาน
คำขอโทษสักคำยังไม่มี แถมยังพูดจาสุนัขไม่รับประทานอีกนี่หรอ บริษัทที่เธอใฝ่ฝันอยากเข้าทำงาน คงจะจริงอย่างที่พร่างพราวเคยพูดไว้ นอกจากเงินดี สวัสดิการดีแล้ว ก็ไม่มีอะไรดีอีกเลย
“ถ้าอย่างนั้น ฝากบอกคุณผู้หญิงของคุณด้วยนะคะ ถ้าไม่พร้อม ทีหน้าทีหลังอย่านัดใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก มันเสียเวลาชีวิตคนอื่น เห็นความหวัง ความตั้งใจของคนอื่นเป็นเรื่องสนุกนักหรอคุณผู้หญิงของคุณคงไม่เคยเรียนเรื่องมารยาทมาสินะคะ อ้อ คุณเองก็ด้วย”
เกรทต่อว่าทั้งคนสัมภาษณ์ทั้งเลขาที่ไม่มีมารยาทพอกัน
“ขอโทษนะคะ ที่ให้รอนาน”
ระหว่างนั้นเสียงปริศนาจากด้านหลังดังเข้ามาขัดจังหวะ เกรทและเลขาคนนั้นหันควักไปมองพร้อมกัน วินาทีนั้นเอง หัวใจคนรอตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
หญิงปริศนาคาดว่าน่าจะเป็นคนสัมภาษณ์เธอ ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง เธออยู่ในชุดสูททางการสีดำ กระดุมสองเม็ด เสื้อตัวในสีขาวตัดกันอย่างลงตัว รองเท้าส้นเข็มย่างก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความมั่นใจ
“คุณคีนรดา”
เลขาปากเสียงร้องอุทาน ก่อนจะรีบก้มหน้าวางมือประสานกันด้วยความเคารพ เกรทเดินถอยหลังไปสองก้าวเมื่อถูกประชิดตัว
“นี่มันอะไร”
สาวน้อยเอ่ยปากถามคิ้วบางขมวด คีน ยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปส่งซิกบอกเลขาให้ออกไปก่อน เลขารู้หน้าที่รีบเดินออกไปโดยเร็วตอนนี้เหลืองเพียงสองคนยืนประจันหน้ากัน เกรทจ้องตาแฟนเก่าไม่กระพริบยอมรับว่าตกใจจนทำตัวไม่ถูก
“บอกแล้วไง เราต้องได้เจอกันอีก”
“มะ หมายความว่าบริษัทนี้เป็นของคุณหรอ ทะ ทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”
น้ำเสียตะกุกตะกัก ท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเกรททำให้คนฟังหลุดขำในลำคอ ความไร้เดียงสาของเธอกลายเป็นสิ่งน่ารักน่าทะนุถนอมไปเสียแล้ว กลิ่นอายความหลังหวนกลับมาอีกครั้ง
“แล้วอยากรู้จักฉันมากกว่านี้ไหมล่ะ”
คีนโน้มใบหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากกระซิบแผ่วเบาแนบชิดใบหู คนถูกกระทำตกใจรีบผงะตัวออก
“นัดฉันมาทำไม ปล่อยให้รอตั้งสองชั่วโมง จงใจแกล้งกันใช่ไหม”
เกรทพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย สถานการณ์เมื่อกี้ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะ
“แค่อยากทดสอบความอดทนของเธอ สรุปว่าผ่าน.. ถึงจะโวยวายไม่พอใจบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ เป็นเพราะเลขาฉันพูดจาไม่ดีก่อน เอาเป็นว่าฉันรับเธอเข้าทำงานนะ พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลย”
ความจริงคีนยืนดูเหตุการณ์อยู่สักพักแล้ว แน่นอนว่าเธอรู้ดีใครผิดใครถูก
“โทษนะ ฉันไม่ทำงานที่นี่”
การปฏิเสธโอกาสสำคัญครั้งนี้ เกรทคิดมาอย่างดีเธอไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้อีก
“ทำไม หรือว่า...กลัว” คีนยิ้มเจ้าเล่ห์
“ทำไมต้องกลัว”
“นั่นสิ ทำไมต้องกลัว ดูเหมือนคำพูดกับการกระทำของเธอจะสวนทางกันนะ เราเคยเป็นแฟนกัน เลิกกันไปนานแล้ว แค่กลับมาร่วมงานกันในฐานะที่ฉันเป็นเจ้านาย ส่วนเธอเป็นลูกน้อง ไม่มีเหตุผลที่เธอต้องปฏิเสธ แล้วจะให้ฉันคิดยังไง ยอมรับมาตรงๆ เถอะว่าเธอกลัว...กลัวหวั่นไหวให้ฉันใช่ไหม”
คนถูกกล่าวหาเบิกตากว้าง กัดริมฝีปากตัวเองจนได้กลิ่นคาวเลือดอ่อน มือสั่นควบคุมไม่ได้จนต้องกำหมัดแน่นข่มความรู้สึกเขาเดาใจเธอออกราวกับว่ามานั่งอยู่ข้างใน
“ก็ได้ ฉันจะทำงานที่นี่ บอกให้นะ ฉันไม่เคยกลัว แล้วก็ไม่มีทางหวั่นไหวกับคนอย่างคุณด้วย” เกรทกัดฟันพูดตอบรับโอกาสที่ไม่อยากได้แต่เพราะกลัวเสียหน้า
“ดี งั้นพรุ่งนี้เจอกัน”
คีนยักคิ้วกวนประสาทเผยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์อีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานตัวเองอย่างชิวๆ ส่วนคนที่หนักใจคือเกรท เธอไม่รู้เลยว่าอนาคตต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร
…
“ห๊า!!”
ทั้งคู่นั่งโต๊ะร้านอาหารริมทางระหว่างรอเมนู พร่างพราวได้ยินทุกอย่างที่เพื่อนสาวเล่าถึงกับอ้าปากค้าง เธอทำงานที่มานานยังไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกสาวท่านประธานบริษัทเลยสักครั้ง เกรทวริน มาสัมภาษณ์งานวันแรกได้เห็นหน้าคร่าตาเสียแล้ว
“โอ้ยย แล้วฉันจะทำยังไงดี ฉันไม่อยากทำงานที่นี่เลย ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก ทุกครั้งที่มองหน้าเขามันเหมือนย้อนเวลากลับไป ทุกเหตุการณ์ ทุกความทรงจำมันชัดเจนมากขึ้น”
พร่างพราว รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับลูกสาวท่านประธานจบลงไม่สวยนักพอได้ยินได้ฟังอะไรแบบนี้ อดห่วงเพื่อนไม่ได้
“จะว่าไป ทำไมพี่คีนต้องปกปิดด้วยว่าตัวเองเป็นใคร สมัยเรียนเขาลือกันให้แซ่ดว่าบ้านรวย แต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้”
เกรทคิดไม่ต่างไปจากเพื่อน พี่คีนคงไม่อยากให้ใครรู้เพราะกลัวจะใช้ชีวิตลำบาก เขาเลือกปิดบังทุกคน รวมถึงแฟนเก่าอย่างเธอ
สองสาวนั่งกินข้าวด้วยกันจนอิ่ม และได้พูดคุยกันไปต่างๆ นานาตามประสานเพื่อน พร่างพราวมองดูเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว จึงสะกิดบอกเพื่อนให้เตรียมตัวกลับ
“แกกลับก่อนเลยนะ”
เกรทหันไปบอกเพื่อนที่จ่ายค่าอาหารเสร็จแล้วเตรียมลุกขึ้นจากเก้าอี้ ด้วยความที่เพื่อนสาวตกงานวันนี้เธอจึงอาสาเป็นเจ้าภาพเอง
“ทำไมละ”
เกรทไม่มีรถยนต์เป็นของตัวเองและวันนี้ต้องติดรถเพื่อนกลับบ้าน แต่จู่ๆ มาบอกให้เพื่อนกลับก่อน
“เดี๋ยวฉันนั่งรถเมล์กลับเอง คือต้องแวะร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยด้วยอ่ะ ว่าจะซื้อของเข้าบ้านสักหน่อย กลัวแกรอนานแค่เลี้ยงข้าวฉันมื้อนี้ ก็เกรงใจมากๆ แล้ว”
เกรทแค่ไม่อยากให้เพื่อนต้องมารออีก พร่างพราวคือเพื่อแท้ มิตรภาพดีๆ ที่หาได้ยาก ดังนั้น คนดีแบบนี้ยิ่งต้องเกรงใจให้มากๆ รักษาเขาไว้ให้นานๆ
“ไม่เป็นไรเลยอย่าคิดมาก เราเพื่อนกันนะ” พร่างพราวเอามือตบไหล่เพื่อนเบาๆ เพื่อบอกเป็นนัยว่าไม่ให้คิดมาก
“ขอบใจนะพราว แต่แกกลับบ้านเถอะ เหนื่อยจากทำงานมาทั้งวันแล้ว อีกอย่างฉันนั่งรถไม่ถึง 15 นาทีก็ถึงบ้านแล้ว เดินทางปลอดภัยนะ ขอบใจมากสำหรับวันนี้”
เกรทรวบรัดตัดความจนพร่างพราวต้องจำยอมแต่โดยดี ทั้งคู่แยกทางกันที่ร้านอาหารริมทาง โชคดีที่ป้ายรถเมล์อยู่ไม่ไกลมาก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง เกรทไปยืนรอรถเมล์เฉกเช่นหลายครั้งที่ผ่านมา
“พึ่งพับ! พึ่งพับ! พึ่งพับ!”
“อร๊ายยยย....!!!”
ในระหว่างที่เธอกำลังยืนรอรถเมล์อยู่คนเดียวนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ชายชุดดำสองคนขับมอเตอร์ไซค์มาจอดตรงหน้า
พวกมันใส่หมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า คนซ้อนท้ายเดินกรูลงมามันจู่โจมเข้าหาเธออย่างรวดเร็ว โดย ไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะกระชากเอากระเป๋าสะพายข้างของเธอ
เกรทตกใจทำอะไรไม่ถูกด้วยสัญชาตญาณเธอไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ในนั้นไม่มีเงินทองของมีค่าแต่มีเอกสารสำคัญมากมายรวมถึงโทรศัพท์มือถือด้วย
“กูบอกให้ปล่อย ไม่งั้นมึงตาย!!”
เกรทหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังถูกมีดจี้เอวด้วยความกลัวตายเธอจึงปล่อยแต่โดยดี
“แง๊นนนน.....”
โจรชั่วได้กระเป๋าไปเรียบร้อย มันวิ่งไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดรออยู่ วินาทีนั้นคนโดนจี้ชิงทรัพย์ทำอะไรไม่ถูกหันไปมองซ้ายขวาปรากฏว่าไม่มีใครเลยสักคน มีเพียงรถวิ่งสัญจรไปมาบนท้องถนน ในยามค่ำคืนแบบนี้ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย
“ช่วยด้วย ขโมย มันหนีไปแล้ววว!!!”
เกรทแหกปากร้องตะโกนสุดเสียงหวังว่าจะมีคนได้ยิน และแล้วเหมือนเสียงร้องของเธอจะได้ผล รถสปอร์ตหรูคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วไล่ตามรถมอเตอร์ไซค์ของคนร้ายไป โชคดีที่พวกมันยังไปไหนไม่ได้ไกล
สถานการณ์ตอนนี้เกรททำได้เพียงหรี่ตามองด้วยความทุรนทุราย พวกนั้นไปไกลจนสุดสายตา ในใจลุ้นระทึกตลอดเวลาได้แต่เอาใจช่วยพลเมืองดีขอให้ตามล่าโจรชั่วพวกนั้นได้ ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
รถสปอร์ตหรูขับตีคู่ประชิดรถมอเตอร์ไซค์คนร้ายดูท่าว่าพวกมันจะไม่ยอมจอดง่ายๆ คนในรถตัดสินใจหักพวงมาลัยเบียดโดยไม่สนว่ารถราคาแพงจะเป็นรอยขีดข่วน
“โคร้มมม!!!”
รถมอเตอร์ของคนร้ายเสียหลักลงข้างทาง ทั้งคนขับและคนซ้อนลงไปนอนกองอยู่ในป่าคนในรถสปอร์ตหรูเปิดประตูเดินลงมาอย่างใจเย็น
“โอ้ยยยย”
เสียงครวญครางเบาๆ บ่งบอกถึงความเจ็บปวด หญิงสาวพลเมืองดีเดินมาหยุดมองดูด้วยความสมเพชเวททนา เธอไม่สนใจเลยว่าพวกมันจะเป็นหรือตาย สิ่งเดียวที่สนใจคือกระเป๋าสะพายข้างใบนั้น เธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาจากพื้น ก่อนขับรถหรูจากไปอย่างไร้เยื่อใยแต่ไม่ลืมโทรแจ้งตำรวจให้มาเก็บซาก
“เอี๊ยกก...”
รถสปอร์ตหรูจอดตรงหน้าหญิงสาวผู้โชคร้าย เกรทยืนรออย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกับลมหายใจหอบเหนื่อย ทันใดนั้นพลเมืองดีเปิดประตูรถก้าวลงมา เกรทมองตามตาไม่กะพริบ
“พี่คีน!!!!!!!!”
เสียงอุทานร้องตกใจ ภาพที่เห็นคือแฟนเก่า ไม่สิ ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของเธอกำลังเดินเข้ามาหา ในมือมีกระเป๋าสะพายข้าง สาวน้อยไม่ได้ดีใจเลยที่ได้ของคืนแต่กลับตกใจช็อกมากกว่าที่รู้ว่าใครเป็นพลเมืองดี
ตอนที่ 5 บอบบางยิ่งกว่าสิ่งใด“เข้างานสาย 15 นาที เริ่มงานวันที่สองก็ออกลายเลยหรอ”“เข้ามาทำอะไรในห้องทำงานของฉัน”“ที่นี่ บริษัทฉัน ลืมไปแล้วหรอ ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร”ทันทีที่เกรทเปิดประตูเข้าห้องทำงานตัวเองต้องประหลาดใจ คีนรดา นั่งบนเก้าอี้ทำงานของเธอในท่ากอดอก แถมยังมองเธอด้วยสายตาจับผิด ใช่ เช้านี้เธอยอมรับว่าเข้างานสายไป 15 นาที เนื่องจากฝนตกหนักทำให้การจราจรติดขัด“รบกวน ขอเก้าอี้ทำงานฉันคืนด้วยค่ะ”“ไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆ ฉัน”“ห๊ะ!”ถึงในใจจะคัดค้านไม่อยากทำตามคำสั่งแต่ด้วยความที่ คีน มีศักดิ์เป็นเจ้านายและเป็นถึงเจ้าของบริษัท ทำให้เกรทไม่อาจต่อต้านเธอยอมทำตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี“วันนี้ฉันจะเทรนงานให้เธอเอง”“ทำไมต้องเป็นคุณ คนเทรนงานมีตั้งเยอะแยะ”“แล้วทำไมจะเป็นฉัน ไม่ได้ เธอไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ให้ทำอะไรก็ต้องทำ”“ค่ะ”คีนรดาดูเหมือนคนสะใจที่ได้อยู่เหนือเกรทวรินทุกด้าน ราวกับว่าเธอรอโอกาสนี้มานาน ในขณะที่คนอยู่ใต้บังคับบัญชาได้แต่ยอมก้มหน้ารับกรรมในระหว่างที่คีนรดากำลังสอนงานให้เด็กใหม่ ซึ่งคนเรียนรู้งานไม่พร้อมเปิดรับอะไรทั้งสิ
ตอนที่ 4 เริ่มงานวันแรก“เป็นผู้หญิง ทำไมกลับบ้านมืดค่ำคนเดียว มันอันตรายมากนะ เรื่องแค่นี้น่าจะคิดเองได้ทำไมต้องให้บอก” คีนดุ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ยอมรับว่าเป็นห่วงมากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก“ก็กลับแบบนี้เป็นประจำ อีกอย่างวันนี้ฉันซวยมาทั้งวันแล้ว จะซวยอีกนิดคงไม่ตายหรอก” คนหวังดีได้ยินแบบนั้น แสดงสีหน้าผิดหวังทันที“โชคดีแค่ไหนแล้วที่มันเอาไปแค่กระเป๋า ถ้ามันลากเธอไปข่มขืนหรือทำร้ายร่างกาย เธอคงไม่ได้มายืนลอยหน้าลอยตาพูดจาประชดประชันใส่ฉันแบบนี้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” เกรทไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด“ไม่ได้ขอร้องให้ช่วยหนิ เอากระเป๋าฉันคืนมา” มือเล็กเอื้อมไปคว้ากระเป๋าตัวเองแต่คนโตกว่ากลับไม่ยอมให้ง่ายๆ“จะอยากได้คืนไปทำไม กระเป๋าเน่าๆ เงินสักบาทก็ไม่มี” พอได้ยินแบบนั้น เจ้าของกระเป๋าถึงกับอารมณ์เสีย นั่นหมายความว่าคนไร้มารยาทได้เปิดดูมันเรียบร้อยแล้ว“ใครอนุญาตให้เปิดดูของส่วนตัวของคนอื่น เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ”เกรทเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ถูกปัดมือออก และคีนได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด“พลึบ พลึบ พลึบบบบ”กระเป๋าสะพายข้างถูกเปิดออกก่อนจะคว่ำลง มือเขย่าแรงๆ เพียงส
ตอนที่ 3 หยิบยื่นโอกาสสาวน้อยผู้มีอุดมการณ์แน่วแน่ ไม่เคยย่อท้อต่อทุกบททดสอบที่เข้ามาในชีวิต เกรทวริน นั่งรอการสัมภาษณ์งานอยู่หน้าห้องอย่างโดดเดี่ยวดูเหมือนจะไม่มีคู่แข่งเลย หรือไม่ คนอื่นคงถูกสัมภาษณ์ไปแล้วก่อนหน้าหญิงสาวถือเอกสารในมือแน่นมันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอรู้สึกประหม่า ความจริงเวลาสัมภาษณ์คือ 13.00 น. แต่เธอมาก่อนเวลานัดหมายเกือบครึ่งชั่วโมงแม้สภาพร่างกายวันนี้จะไม่พร้อมแต่ใจพร้อมมาก เหตุเกิดจากเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย อาการแฮงค์ยิงยาวมาจนถึงบ่ายโมง พร่างพราวเพื่อนสนิทเตือนแล้วไม่ฟังใครจะไปคิดว่าบริษัทในฝัน สมาร์ทโฮม ไฮเอ็น จำกัดจะโทรมาแต่เช้าเรียกให้ไปสัมภาษณ์งานตอนบ่ายซึ่งโอกาสดีๆ แบบนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้“คุณคะ คุณคะ เมื่อไหร่จะเรียกฉันเข้าไปสัมภาษณ์ คือ นี่มันจะบ่ายสามแล้วนะคะ เลทมาตั้งสองชั่วโมงมีอะไรผิดพลาดรึป่าวคะ” หญิงสาวแต่งตัวคล้ายเลขาเดินถือแฟ้มออกมาจากห้องทำงาน เกรทนั่งรออยู่นานลุกพรวดพราดเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง เธอยอมรับว่าโกรธมากบริษัทใหญ่โตปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง“คุณผู้หญิงติดประชุม หมายถึงคนที่จะสัมภาษณ์คุณวันนี้ รอได้ไหมคะ ถ้า
ตอนที่ 2 ถูกเหยียดหยาม“วันนี้ไม่ไปสมัครงานหรอลูก”เกรทสะดุ้งเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถามในขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ บนโต๊ะกินข้าว“ส่งเมลสมัครไปหลายที่เลยค่ะ รอบริษัทติดต่อกลับอย่างเดียว ตอนนี้เงียบมากๆ เลยค่ะแม่” เธอรอคอยด้วยความหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังมากกว่าไม่ใช่การได้งานใหม่ แต่คือสายเรียกเข้าจากร้านนาฬิกาหรู เกรทไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้โดยเฉพาะแม่ เพราะกลัวแม่เข้าใจผิด ขืนเล่าให้ฟังว่าแฟนเก่าให้ก็คงไม่เชื่อ ของแพงขนาดนี้ใครจะกล้าให้กันง่ายๆ“แม่ทำของโปรดที่ลูกชอบกินเยอะๆ นะลูก”“ขอบคุณนะคะ”แม่วางกับข้าวไว้บนโต๊ะเป็นไข่เจียวปูที่เธอชอบมาก เกรทหยิบช้อนขึ้นมาหวังจะกินให้หมด เมื่อวานเธอคิดเยอะไปหน่อยเรื่องนาฬิกานั่นจนลืมกินข้าวเย็น ไม่แปลกที่จะหิวมาก“อ้อ พรุ่งนี้ลูกต้องทำกับข้าวกินเองแล้วนะ” กินเข้าไปได้สองสามคำเธอต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดแปลกๆ ของแม่ เกรทเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย“ทำไมคะ”“แม่ไปสมัครรับจ้างเย็บผ้าที่ร้านเช่าตัดชุดแต่งหน้าหน้าหมู่บ้านไว้ เจ้าของเขาใจดีมากๆ รับแม่เข้าทำงาน บอกพรุ่งนี้ให้ไปเริ่มงานได้เลย ได้ค่าจ้างไม่เยอะหรอก แต่แม่อยากช่วยแบ่งเบา
ตอนที่ 1 เธอคือใคร“พี่คีน เราเลิกกันเถอะ! เกรทไม่อยากให้ทุกอย่างมันแย่ไปกว่านี้” คีรดาปล่อยน้ำตาไหลริน เธอไม่คิดว่าความรักระหว่างเธอกับสาวรุ่นน้อง เกรทวริน จะเดินทางมาถึงจุดจบเร็วเพียงนี้ อนาคตที่เคยวาดฝันไว้ด้วยกันมันพังทลายไม่เหลือชิ้นดี“พี่ผิดอะไร” คีน คว้ามือของอีกฝั่งมากุมไว้แน่น ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้จะคบหาดูใจกันได้แค่ปีกว่าๆ แต่ยอมรับว่ามีความสุขมาก อีกอย่าง เกรทไม่สนเรื่องฐานะเงินทอง ไม่ได้มองแค่เปลือกนอกเหมือนที่คนอื่นๆ มอง อันที่จริงเกรทไม่เคยรู้เลยว่า คีนรดาคือใคร? เธอไม่ยอมปริปากบอกเรื่องฐานะทางบ้านให้ใครรู้โดยเฉพาะคนรัก ซึ่งเกรทวรินเองก็ไม่มีเคยละลาบละล้วง นั่นยิ่งทำให้คีนรักสาวรุ่นน้องคนนี้มากขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างมันมาจากความจริงใจ ไม่ใช่เพราะ ‘เงิน’“พี่ไม่ผิดเลย เกรทต่างหากที่ผิด รู้ทั้งรู้ว่าพี่ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ แต่ยังไม่ยอมถอย เกรทเชื่อมาตลอดว่าสักวันพี่จะลืมเขาได้ สุดท้ายก็คิดผิด ถ้าพร่างพราวไม่ส่งรูปนั่นให้ดู คงโง่ไปอีกนาน!” ภาพบาดตาบาดใจนั่นมันฝังในหัว คนถูกหักหลังเจ็บปวดเจียนตาย ไฟในใจเธอกำลังร้อนระอุ เกรทสะบัดมือนุ่มออกอย่างไร้เยื่อใย“ถ้า







