เข้าสู่ระบบตอนที่ 2 ถูกเหยียดหยาม
“วันนี้ไม่ไปสมัครงานหรอลูก”
เกรทสะดุ้งเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถามในขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ บนโต๊ะกินข้าว
“ส่งเมลสมัครไปหลายที่เลยค่ะ รอบริษัทติดต่อกลับอย่างเดียว ตอนนี้เงียบมากๆ เลยค่ะแม่”
เธอรอคอยด้วยความหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังมากกว่าไม่ใช่การได้งานใหม่ แต่คือสายเรียกเข้าจากร้านนาฬิกาหรู เกรทไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้โดยเฉพาะแม่ เพราะกลัวแม่เข้าใจผิด ขืนเล่าให้ฟังว่าแฟนเก่าให้ก็คงไม่เชื่อ ของแพงขนาดนี้ใครจะกล้าให้กันง่ายๆ
“แม่ทำของโปรดที่ลูกชอบกินเยอะๆ นะลูก”
“ขอบคุณนะคะ”
แม่วางกับข้าวไว้บนโต๊ะเป็นไข่เจียวปูที่เธอชอบมาก เกรทหยิบช้อนขึ้นมาหวังจะกินให้หมด เมื่อวานเธอคิดเยอะไปหน่อยเรื่องนาฬิกานั่นจนลืมกินข้าวเย็น ไม่แปลกที่จะหิวมาก
“อ้อ พรุ่งนี้ลูกต้องทำกับข้าวกินเองแล้วนะ”
กินเข้าไปได้สองสามคำเธอต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดแปลกๆ ของแม่ เกรทเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย
“ทำไมคะ”
“แม่ไปสมัครรับจ้างเย็บผ้าที่ร้านเช่าตัดชุดแต่งหน้าหน้าหมู่บ้านไว้ เจ้าของเขาใจดีมากๆ รับแม่เข้าทำงาน บอกพรุ่งนี้ให้ไปเริ่มงานได้เลย ได้ค่าจ้างไม่เยอะหรอก แต่แม่อยากช่วยแบ่งเบาภาระลูกบ้าง”
เกรทกลืนข้าวลงคอด้วยความยากลำบาก ความจริงไม่อยากให้แม่ทำงานหนัก ยิ่งป่วยเป็นโรคหัวใจกลับอาจมีผลข้างเคียงได้
“แม่คะ เกรทไม่ให้ทำ อีกไม่กี่เดือน แม่จะเข้าผ่าตัดใหญ่แล้วนะคะ คุณหมอสั่งห้ามใช้แรงมาก ห้ามเครียดมันมีผลต่อการรักษานะคะ”
แม่ดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมาก่อนจะนั่งลงมองหน้าลูกด้วยสายตาอ้อนวอน
“ให้แม่ไปเถอะนะ งานไม่หนักเลย แม่ไม่ได้ไปแบกหามซะหน่อย อีกอย่างการที่อยู่บ้านเฉยๆ แม่เครียดกว่าการออกไปทำงานสะอีก”
เกรทถอนหายใจเฮือกใหญ่จริงอย่างที่แม่พูดทุกอย่างแต่ถึงยังไงเธอก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี
“ก็ได้ค่ะ”
ในที่สุดเธอต้องจำยอม บางทีเธอก็เข้าใจแล้วว่าตัวเองดื้อรั้นเหมือนใคร
“ตู้ดดด ตู้ดดด ตู้ดดดด....”
มีสายเรียกเข้า เกรทรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและแล้วก็เป็นสายที่เธอตั้งหน้าตั้งตารอคอย เธอรีบกดรับทันทีโดยไม่ปล่อยให้คนปลายสายรอนาน
@ร้านนาฬิกาหรู ณ ห้างสรรพสินค้า
“เชิญทางนี้ค่ะคุณผู้หญิง”
ทันทีที่เธอมาถึง พนักงานรีบเดินเข้ามาหา เกรทเดินตามเข้าไปด้านในสุดของร้าน ดูเหมือนเป็นโซน VIP น่าจะเอาไว้รับรองแขกชั้นสูง เรื่องของเรื่อง พนักงานโทรมาแจ้งว่านาฬิกาของเธอขายได้แล้ว มีคนสนใจซื้อแต่คนซื้ออยากพูดคุยกับเจ้าของคนเก่า อ้างว่าต้องการต่อรองราคา
“แอดดด...”
ประตูห้อง VIP ถูกเปิดออก พนักงานผายมือให้เธอเดินเข้าไป เกรทก้าวเข้าไปในห้องที่เย็นยะเยือก ซึ่งข้างในมีใครบางคนรออยู่ ทันทีที่เธอก้าวเข้ามาถึงโซนด้านใน ก็ต้องหยุดชะงัก
กลางห้องห้องมีโซฟาชุดรับแขกสุดหรูตั้งตระหง่าน ถัดไปด้านหลังปรากฏร่างหญิงสาวหุ่นเพรียวกำลังยืนหันหลัง แค่มองดูจากด้านหลังก็รู้ว่ารูปร่างหน้าตาดี แถมยังดูสุขภาพดีเหมือนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ผู้ใหญ่คนนั้นใส่สูทสีฟ้าเทาสไตล์แบบทางการ จับคู่กับกางเกงขายาวโทนเดียวกันดูทะมัดทะแมง แมทช์กับรองเท้าส้นเข็มดูมั่นใจและมีความเป็นผู้นำสูง เธอปล่อยผมตรงสีดำยาวถึงกลางแผ่นหลังดูสละสลวยเกรทหรี่ตามองคนตรงหน้าที่กำลังยืนกอดอกในท่าหันหลังอย่างครุ่นคิด
สาวน้อยหยุดมองดูอย่างประณีตตั้งแต่หัวจรดเท้า ในหัวของเธอไม่ได้อคติแต่แอบสัมผัสได้ถึงความเนี๊ยบ ความเป๊ะทุกกะเบียดนิ้ว ต่างจากเธอที่แต่งตัวชิวๆ
เสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาวแมทช์กับกางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบธรรมดา ผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนตามธรรมชาติ ความต่างที่ไม่มีวันบรรจบ และสิ่งนั้นทำให้เธอเกร็งไม่น้อยเพราะไม่รู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับใคร
“พึ่บ พึ่บ”
สาวผู้ต้อยต่ำตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้อีกนิด เสียงรองเท้าผ้าใบเก่าๆ ดังกระทบพื้น เธอจงใจเดินแรงเพราะต้องการบอกคนรอให้รู้ว่าแขกมาถึงแล้ว มันได้ผล เสียงนั้นเรียกสติคนที่กำลังยืนเหม่อลอยชมวิวด้านล่างผ่านกระจกใสให้หันกลับมา
หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเชื่องช้า จังหวะเดียวกันนั้นคนเดินเข้าไปใกล้ต้องหยุดชะงักอีกรอบ เกรทรู้สึกคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้อย่างบอกไม่ถูก
ทันทีที่เธอคนนั้นหมุนกลับมาเต็มตัว เผยให้เห็นใบหน้าขาวผ่องอย่างชัดเจน เธอสวยสะกดสายตา มีความหล่อคมเข้มในคราวเดียวกัน ภาพที่เห็นทำให้หัวใจสาวน้อยหยุดเต้นไปชั่วขณะ
ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับภาพสโลว์ ผู้หญิงคนนั้นฉีกยิ้มอ่อน แววตาเป็นประกาย ราวกับว่ารอคอยที่จะได้พบหน้ากันอีกครั้ง ต่างจากอีกฝ่าย เกรทยืนแน่นิ่งเหมือนคนเห็นผี เธอแทบช็อกกับสิ่งที่เจอ น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า ในท้องปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อบินวนนับล้านตัว
“พี่คีน!” เสียงเรียกอุทานตกใจอย่างคนไร้สติ
“สวัสดี ดีใจที่ได้เจอกันอีกนะ เกรท” การขานรับที่เย็นยะเยือกจนคนฟังขนลุกไปทั้งตัว
เหตุการณ์ต่อจากนั้นมันอึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง การนั่นจ้องมองกันไปมาของทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างเกร็งไม่มีใครกล้าพูดขึ้นก่อน เกรทยอมรับว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เรียกว่าจิตหลุดไปแล้วก็ได้
ส่วนอีกฝั่งคาดเดาความรู้สึกไม่ได้เลย สีหน้าเรียบเฉย ท่าทีสุขุม มีเพียงแววตาที่พอเดาได้ว่ากำลังโหยหาสิ่งนี้มานานแสนนาน
“เป็นไงบ้าง สบายดีไหม”
ในที่สุดคีนเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนเพื่อทำลายความเงียบ เกรทยอมรับว่าที่ผ่านมาสบายดีมาก จนกระทั่งตอนนี้
“สะ สบายดีค่ะ”
“โกหก”
เกรทตอบไปแบบส่งๆ ใช่เธอกำลังโกหกแต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้
“ถ้ารู้คำตอบอยู่แล้วจะถามทำไมคะ”
“หรือไม่จริง ถ้าสบายดีคงไม่เดือดร้อนเรื่องเงินจนเอานาฬิกานี่มาขายหรอก จริงไหม”
เกรทมองดูนาฬิกาที่วางบนโต๊ะสลับกับมองหน้าคู่สนทนาที่เป็นแฟนเก่าอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“จะขายจริงๆ หรอ” คีน ยิงคำถามใส่พร้อมรอฟังคำตอบ
“พนักงานบอกว่าคุณต้องการต่อรองราคาหนิ จะต่อรองเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันมีเวลาไม่มาก”
คนพูด ยอมรับว่ารู้สึกละอายแก่ใจ นาฬิกาของเขาเองแท้ๆ กลับต้องมาขายคืนให้เจ้าของแต่จะให้ทำยังไงทุกอย่างมันบีบให้เธอต้องทำ
“ไม่อายบ้างหรอ ถามจริง เธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่ฉันรู้จัก เห็นแก่เงิน”
คนโดนกล่าวหากำหมัดแน่น ถ้าไม่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับเธอ คงไม่เข้าใจว่าเงินมันสำคัญกับชีวิตมากแค่ไหน
“จะคิดอย่างนั้น ก็เชิญ”
จากแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาเปลี่ยนเป็นแววตาดูถูกเหยียดหยาม คีนแสยะยิ้มก่อนจะหยิบเช็คขึ้นมาเขียน เสร็จแล้ววางมันไว้ต่อหน้าคู่สนทนา
“พอไหมคะ”
เกรทมองเช็คนั่นด้วยสายตาว่างเปล่า จำนวนที่เธอได้รับมันมากกว่าราคาของนาฬิกานั่นสองเท่า แต่เธอกลับไม่ดีใจเลยสักนิด การที่เขาทำแบบนี้ไม่ต่างจากการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ
“ถ้าไม่พอ...”
คีนเอามือเท้าคางเชิดหน้ามองต่ำเล็กน้อย เขามองดูผู้หญิงต้อยต่ำตรงหน้าด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“คงต้องนอนด้วยกันสักคืน สนใจไหม”
เกรทได้ยินคำนี้หลุดจากปากเขา ทนไม่ได้อีกต่อไปเหมือนฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดสะบั้น เช็คที่วางบนโต๊ะถูกหยิบขึ้นมาสองมือบรรจงฉีกกระดาษนั่นออกต่อหน้าเขาอย่างไม่คิดเสียดาย
“รู้ไว้นะคะ เศษเงินของคุณมันไม่มีค่าสำหรับฉันเลย ส่วนนาฬิกานี่มันไม่ควรเป็นของฉันตั้งแต่แรก เพราะงั้น ฝากเอาไปทิ้งด้วยนะคะ”
เกรทลุกขึ้นยืนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ระเบิดและรู้ตัวดีว่าไม่ควรอยู่ที่นี่ ขณะเดียวกันนั้น คีนมองคนรักเก่าด้วยความวิตกกังวลหัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม เธอเองรู้แก่ใจว่าไม่ควรพูดจาแบบนั้นออกไป
“ดีใจนะ ที่ได้เจอเธออีกโตเร็วกว่าที่คิดด้วย สวยขึ้นตั้งเยอะ ขนาดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ยังทำให้หัวใจฉันเต้นแรงขนาดนี้” คนกำลังเดินหันหลังออกไปต้องหยุดชะงักให้กับคำพูดแทะโลมของคนเจ้าชู้
“ค่ะ แต่เราอย่ามาเจอกันอีกเลย แค่นี้ก็ซวยจะแย่แล้ว”
เธอพูดขึ้นโดยไม่หันหลังกลับไปมองคู่สนทนา คีนยิ้มมุมปาก เอียงศีรษะมองคนที่กำลังเดินหนีปัญหา
“เราได้เจอกันอีกแน่”
การสนทนาในครั้งนี้ คีนทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคชวนขนลุก คนพูดอาจไม่ได้คิดอะไรแต่คนฟังหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
พร่างพราวเพ่งมองเพื่อนสาวด้วยสายตาเป็นกังวล ปกติไม่เคยเห็นคนอย่างเกรทออกมาเที่ยวกลางคืน นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองในชีวิตของเธอที่ออกมาดื่มข้างนอก
ผับชื่อดังใจกลางเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ท่ามกลางบรรยากาศมืดสลัว เสียงเพลงดังคลอๆ ทั้งสองเลือกนั่งดื่มโต๊ะริมสุด ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก
“เอาๆๆ ใจเย็นๆ สิ แกไปเก็บกดมาจากไหน มีอะไรไม่สบายใจรึป่าว เล่าให้ฉันฟังได้นะ”
แก้วเหล้าผสมโซดาถูกยกขึ้นดื่ม เกรทกระดกเข้าปากเพียงครั้งเดียวแทบไม่เหลือน้ำสักหยด
“นี่! บอกให้ใจเย็นๆ แกไม่เคยฟังที่ฉันพูดเลย อย่ามาคอพับตรงนี้นะ ฉันแบกไม่ไหวนะเว้ย ไอ้เกรท! วางแก้วลงเดี๋ยวนี้!”
แก้วเหล้าที่กำลังจะถูกยกขึ้นดื่มอีก ถูกคว้าห้ามปราม เกรทมองค้อนให้เพื่อนอย่างไม่สบอารมณ์ ในที่สุดก็ยอมวางแก้วในมือลงแต่โดยดี
“มีอะไร ไหนเล่ามา”
พร่างพราวเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง คนโดนถามหน้าแดงก่ำ มือเรียวเช็ดเหล้าที่มุมปาก
“ไม่มีอะไร แค่เครียดเรื่องตกงาน”
เกรทโกหก สิ่งที่ทุกข์ในใจตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียวคือ เงิน เธอชวดเงินหลักล้านไปอย่างน่าเสียดาย แต่จะให้ทำไงศักดิ์ศรีต้องมาก่อนเสมอ
“แล้วแกทิ้งใบสมัครที่บริษัทฉันรึยัง”
“สมัครไปแล้ว ไม่เห็นมีใครโทรเรียกเลย”
“เฮ้อ อาจต้องรอหน่อย ได้ข่าวแว่วๆ ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายขายและการตลาด เหมือนท่านประธานจะให้ลูกสาวคนโปรดมาบริหารจัดการเอง”
การสาธยายของพร่างพราวไม่ได้เข้าหัวเกรทเลย เธอไม่ได้ตั้งใจฟังด้วยซ้ำ เพราะในหัวคิดอยู่แค่เรื่องเดียว
“ฉันเองก็ไม่เคยเห็นหน้าลูกสาวท่านประธานหรอก แต่แอบรู้มาว่าโหดเอาเรื่องเป็นคนที่เป๊ะทุกกะเบียดนิ้ว”
“พราว”
“ว่าไง”
“ขอยืมเงินหน่อยได้ไหม”
“ได้ จะเอาเท่าไหร่”
“3 ล้าน”
“ห๊ะ! จะบ้าหรอ!! ไตสองข้างฉันรวมกันยังไม่ถึง 3 ล้านเลย”
คนฟังได้ยินแบบนั้น ถึงกับฟุบตัวลงไปบนโต๊ะด้วยความสิ้นหวัง เธอหมดหนทาง เพราะไม่รู้จะไปหาเงินจากที่ไหนมารักษาแม่
ตอนที่ 5 บอบบางยิ่งกว่าสิ่งใด“เข้างานสาย 15 นาที เริ่มงานวันที่สองก็ออกลายเลยหรอ”“เข้ามาทำอะไรในห้องทำงานของฉัน”“ที่นี่ บริษัทฉัน ลืมไปแล้วหรอ ฉันจะไปที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใคร”ทันทีที่เกรทเปิดประตูเข้าห้องทำงานตัวเองต้องประหลาดใจ คีนรดา นั่งบนเก้าอี้ทำงานของเธอในท่ากอดอก แถมยังมองเธอด้วยสายตาจับผิด ใช่ เช้านี้เธอยอมรับว่าเข้างานสายไป 15 นาที เนื่องจากฝนตกหนักทำให้การจราจรติดขัด“รบกวน ขอเก้าอี้ทำงานฉันคืนด้วยค่ะ”“ไปลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆ ฉัน”“ห๊ะ!”ถึงในใจจะคัดค้านไม่อยากทำตามคำสั่งแต่ด้วยความที่ คีน มีศักดิ์เป็นเจ้านายและเป็นถึงเจ้าของบริษัท ทำให้เกรทไม่อาจต่อต้านเธอยอมทำตามคำสั่งนั้นแต่โดยดี“วันนี้ฉันจะเทรนงานให้เธอเอง”“ทำไมต้องเป็นคุณ คนเทรนงานมีตั้งเยอะแยะ”“แล้วทำไมจะเป็นฉัน ไม่ได้ เธอไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ให้ทำอะไรก็ต้องทำ”“ค่ะ”คีนรดาดูเหมือนคนสะใจที่ได้อยู่เหนือเกรทวรินทุกด้าน ราวกับว่าเธอรอโอกาสนี้มานาน ในขณะที่คนอยู่ใต้บังคับบัญชาได้แต่ยอมก้มหน้ารับกรรมในระหว่างที่คีนรดากำลังสอนงานให้เด็กใหม่ ซึ่งคนเรียนรู้งานไม่พร้อมเปิดรับอะไรทั้งสิ
ตอนที่ 4 เริ่มงานวันแรก“เป็นผู้หญิง ทำไมกลับบ้านมืดค่ำคนเดียว มันอันตรายมากนะ เรื่องแค่นี้น่าจะคิดเองได้ทำไมต้องให้บอก” คีนดุ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ยอมรับว่าเป็นห่วงมากไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก“ก็กลับแบบนี้เป็นประจำ อีกอย่างวันนี้ฉันซวยมาทั้งวันแล้ว จะซวยอีกนิดคงไม่ตายหรอก” คนหวังดีได้ยินแบบนั้น แสดงสีหน้าผิดหวังทันที“โชคดีแค่ไหนแล้วที่มันเอาไปแค่กระเป๋า ถ้ามันลากเธอไปข่มขืนหรือทำร้ายร่างกาย เธอคงไม่ได้มายืนลอยหน้าลอยตาพูดจาประชดประชันใส่ฉันแบบนี้ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” เกรทไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด“ไม่ได้ขอร้องให้ช่วยหนิ เอากระเป๋าฉันคืนมา” มือเล็กเอื้อมไปคว้ากระเป๋าตัวเองแต่คนโตกว่ากลับไม่ยอมให้ง่ายๆ“จะอยากได้คืนไปทำไม กระเป๋าเน่าๆ เงินสักบาทก็ไม่มี” พอได้ยินแบบนั้น เจ้าของกระเป๋าถึงกับอารมณ์เสีย นั่นหมายความว่าคนไร้มารยาทได้เปิดดูมันเรียบร้อยแล้ว“ใครอนุญาตให้เปิดดูของส่วนตัวของคนอื่น เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ”เกรทเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าตัวเองอีกครั้ง คราวนี้ถูกปัดมือออก และคีนได้ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิด“พลึบ พลึบ พลึบบบบ”กระเป๋าสะพายข้างถูกเปิดออกก่อนจะคว่ำลง มือเขย่าแรงๆ เพียงส
ตอนที่ 3 หยิบยื่นโอกาสสาวน้อยผู้มีอุดมการณ์แน่วแน่ ไม่เคยย่อท้อต่อทุกบททดสอบที่เข้ามาในชีวิต เกรทวริน นั่งรอการสัมภาษณ์งานอยู่หน้าห้องอย่างโดดเดี่ยวดูเหมือนจะไม่มีคู่แข่งเลย หรือไม่ คนอื่นคงถูกสัมภาษณ์ไปแล้วก่อนหน้าหญิงสาวถือเอกสารในมือแน่นมันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอรู้สึกประหม่า ความจริงเวลาสัมภาษณ์คือ 13.00 น. แต่เธอมาก่อนเวลานัดหมายเกือบครึ่งชั่วโมงแม้สภาพร่างกายวันนี้จะไม่พร้อมแต่ใจพร้อมมาก เหตุเกิดจากเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย อาการแฮงค์ยิงยาวมาจนถึงบ่ายโมง พร่างพราวเพื่อนสนิทเตือนแล้วไม่ฟังใครจะไปคิดว่าบริษัทในฝัน สมาร์ทโฮม ไฮเอ็น จำกัดจะโทรมาแต่เช้าเรียกให้ไปสัมภาษณ์งานตอนบ่ายซึ่งโอกาสดีๆ แบบนี้เธอจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้“คุณคะ คุณคะ เมื่อไหร่จะเรียกฉันเข้าไปสัมภาษณ์ คือ นี่มันจะบ่ายสามแล้วนะคะ เลทมาตั้งสองชั่วโมงมีอะไรผิดพลาดรึป่าวคะ” หญิงสาวแต่งตัวคล้ายเลขาเดินถือแฟ้มออกมาจากห้องทำงาน เกรทนั่งรออยู่นานลุกพรวดพราดเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริง เธอยอมรับว่าโกรธมากบริษัทใหญ่โตปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง“คุณผู้หญิงติดประชุม หมายถึงคนที่จะสัมภาษณ์คุณวันนี้ รอได้ไหมคะ ถ้า
ตอนที่ 2 ถูกเหยียดหยาม“วันนี้ไม่ไปสมัครงานหรอลูก”เกรทสะดุ้งเมื่อผู้เป็นแม่เอ่ยถามในขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ บนโต๊ะกินข้าว“ส่งเมลสมัครไปหลายที่เลยค่ะ รอบริษัทติดต่อกลับอย่างเดียว ตอนนี้เงียบมากๆ เลยค่ะแม่” เธอรอคอยด้วยความหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังมากกว่าไม่ใช่การได้งานใหม่ แต่คือสายเรียกเข้าจากร้านนาฬิกาหรู เกรทไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้โดยเฉพาะแม่ เพราะกลัวแม่เข้าใจผิด ขืนเล่าให้ฟังว่าแฟนเก่าให้ก็คงไม่เชื่อ ของแพงขนาดนี้ใครจะกล้าให้กันง่ายๆ“แม่ทำของโปรดที่ลูกชอบกินเยอะๆ นะลูก”“ขอบคุณนะคะ”แม่วางกับข้าวไว้บนโต๊ะเป็นไข่เจียวปูที่เธอชอบมาก เกรทหยิบช้อนขึ้นมาหวังจะกินให้หมด เมื่อวานเธอคิดเยอะไปหน่อยเรื่องนาฬิกานั่นจนลืมกินข้าวเย็น ไม่แปลกที่จะหิวมาก“อ้อ พรุ่งนี้ลูกต้องทำกับข้าวกินเองแล้วนะ” กินเข้าไปได้สองสามคำเธอต้องหยุดชะงักเพราะคำพูดแปลกๆ ของแม่ เกรทเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความสงสัย“ทำไมคะ”“แม่ไปสมัครรับจ้างเย็บผ้าที่ร้านเช่าตัดชุดแต่งหน้าหน้าหมู่บ้านไว้ เจ้าของเขาใจดีมากๆ รับแม่เข้าทำงาน บอกพรุ่งนี้ให้ไปเริ่มงานได้เลย ได้ค่าจ้างไม่เยอะหรอก แต่แม่อยากช่วยแบ่งเบา
ตอนที่ 1 เธอคือใคร“พี่คีน เราเลิกกันเถอะ! เกรทไม่อยากให้ทุกอย่างมันแย่ไปกว่านี้” คีรดาปล่อยน้ำตาไหลริน เธอไม่คิดว่าความรักระหว่างเธอกับสาวรุ่นน้อง เกรทวริน จะเดินทางมาถึงจุดจบเร็วเพียงนี้ อนาคตที่เคยวาดฝันไว้ด้วยกันมันพังทลายไม่เหลือชิ้นดี“พี่ผิดอะไร” คีน คว้ามือของอีกฝั่งมากุมไว้แน่น ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้จะคบหาดูใจกันได้แค่ปีกว่าๆ แต่ยอมรับว่ามีความสุขมาก อีกอย่าง เกรทไม่สนเรื่องฐานะเงินทอง ไม่ได้มองแค่เปลือกนอกเหมือนที่คนอื่นๆ มอง อันที่จริงเกรทไม่เคยรู้เลยว่า คีนรดาคือใคร? เธอไม่ยอมปริปากบอกเรื่องฐานะทางบ้านให้ใครรู้โดยเฉพาะคนรัก ซึ่งเกรทวรินเองก็ไม่มีเคยละลาบละล้วง นั่นยิ่งทำให้คีนรักสาวรุ่นน้องคนนี้มากขึ้นทุกสิ่งทุกอย่างมันมาจากความจริงใจ ไม่ใช่เพราะ ‘เงิน’“พี่ไม่ผิดเลย เกรทต่างหากที่ผิด รู้ทั้งรู้ว่าพี่ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ แต่ยังไม่ยอมถอย เกรทเชื่อมาตลอดว่าสักวันพี่จะลืมเขาได้ สุดท้ายก็คิดผิด ถ้าพร่างพราวไม่ส่งรูปนั่นให้ดู คงโง่ไปอีกนาน!” ภาพบาดตาบาดใจนั่นมันฝังในหัว คนถูกหักหลังเจ็บปวดเจียนตาย ไฟในใจเธอกำลังร้อนระอุ เกรทสะบัดมือนุ่มออกอย่างไร้เยื่อใย“ถ้า







