Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-12-03 18:26:03

แสงแดดยามเช้าในวันต่อมาสาดกระทบหลังคาสังกะสีของตลาดจนเกิดเสียงดังแกร๊ง เบา ๆ ลมเช้าอ่อน ๆ พัดกลิ่นผักสด ผักชี ต้นหอม และกลิ่นข้าวต้มจากร้านข้าง ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก

เช้านี้ทุกอย่างดูเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกในตลาดกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

“เมื่อวานมันใช่นายทุนคนในข่าวไหมวะ ฉันเห็นหน้าในจอทุกวัน!”

“เออสิ คนแบบนั้นจะมาในที่แบบนี้ได้ไงวะ แล้วเขาจะมาพัฒนาตลาดเราให้ใหม่ขึ้นจริง ๆ เหรอ?”

“นั่นนะสิ ฉันเห็นเขายืนอยู่หน้าแผงผักยายสมพรด้วยนะ คะน้านี่เถียงกับเขาไม่กลัวอะไรเลย”

เสียงซุบซิบเบา ๆ ดังเป็นระลอกจากหลังแผงผักและร้านข้าง ๆ แม่ค้าบางคนหัวเราะกลบความกังวล แต่แววตาแต่ละคู่ยังคงวูบไหวด้วยความกลัวและไม่มั่นใจในวันข้างหน้า

คะน้านั่งหลังตรงอยู่หลังแผงผักเหมือนทุกวัน มือเธอแยกถุง ตัดผัก ติดป้ายราคาเหมือนเคย แต่ทุกการขยับกลับมีแรงกดดันบางอย่างทาบลงมา ความทรงจำจากเมื่อวาน

เงาของตึกสูง รถหรู เสียงทุ้มเรียบนิ่งของหลงเฟย ยังไม่เลือนหายไปจากหัวเลยแม้แต่นิดเดียว

“คะน้า เมื่อคืนได้นอนบ้างหรือเปล่า” แม่ค้าร้านข้าวแกงเดินเข้ามาทัก มือยังถือทัพพีไว้แน่น

“นอนจ้ะป้า แต่ฝันเห็นหน้าไอ้คนเมื่อวานมาสั่งรื้อที่ตลาดทั้งคืนเลย” คะน้าเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบาง ๆ

“เอาน่า เซ็น ๆ ไปเถอะเขาจะได้มาพัฒนาตลาดเรา” แม่ค้าร้านข้าวแกงทำหน้าบึ้งแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเป็นกังวลแฝงอยู่

“คะน้าเอ็งอย่าลืมนะ คนแบบนั้นไม่ใช่แค่คนรวยเฉย ๆ มันคือคนที่ขยับปากทีเดียว ชีวิตเราเปลี่ยนหมดเลย พวกป้ารอเงินชดเชยก้อนที่สองอยู่”

“เหมือนขายที่ดินทำมาหากินตัวเองชัด ๆ”

“ก็เขาจะมาพัฒนาตลาดให้มันใหม่ขึ้น ดีขึ้น เอ็งก็เซ็น ๆ ไป หาที่ไหนไม่ได้แล้วนะ เงินก้อนก็ได้มาตั้งหลักใหม่ ตลาดก็ใหม่ขึ้น”

“ไม่รู้แหละ ฉันจะสู้ ฉันว่าไม่มีใครเอาเงินก้อนมาทิ้งฟรี ๆ แบบนี้หรอก”

“สู้กับอะไรคะน้า เอ็งก็แค่เซ็น พูดยากพูดเย็นจริง ๆ” แม่ค้าร้านข้าวแกงถอนหายใจยาว มองไปทางปลายตลาดที่เมื่อวานยังเป็นจุดที่หลงเฟยยืนอยู่

“เอ็งไม่ยอมเซ็น เอ็งรู้ไหมว่าเอ็งจะทำให้พวกป้าเดือดร้อน เงินก้อนก็จะล่าช้าออกไปอีก แกไม่นึกถึงปากท้องพวกป้าหรือไงของก็ใช่ว่าจะขายดี”

คำพูดนั้นเหมือนถูกน็อตตอกลงกลางอกคะน้า เธอเม้มปากแน่นแต่ไม่ตอบอะไร

“คนรวยที่ไหนจะเอาเงินมาทิ้งให้มันสูญเปล่า โดยที่ไม่ได้ผลประโยชน์” คะน้าคิดในใจคนเดียวไม่ได้เอ่ยออกไป

ด้านยายสมพรที่นั่งแยกผักอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคนั้นของแม่ค้าร้านข้าวแกง ดวงตาของยายอ่อนโยนแต่แฝงความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน ยายสมพรรู้ดีว่าหลานสาวคนนี้ใจดื้อแค่ไหน หากบอกว่าจะสู้ คะน้าก็สู้ไม่ถอยแน่และมันทั้งน่าภูมิใจและน่ากลัวไปพร้อมกัน

“ยาย พอขายของวันนี้เสร็จ บ่าย ๆ หนูจะไปเจอเขา” คะน้าพูดขึ้นมาเสียงนิ่ง

“ไปเจอเขา?”

“อืม ตามเอกสารเมื่อวานนั่นแหละ” เธอเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนอย่างใจเย็น

“คะน้า” ยายสมพรเรียกชื่อหลานเสียงสั่น ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนอยากห้ามแต่ไม่รู้จะพูดอะไร

“เอาน่ายาย ถ้าพวกป้า ๆ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดคิดว่ามันคือโอกาส หนูนี่แหละจะหาความจริงว่ามันคือหลุมพรางหรือเปล่า มีที่ไหนละยาย จะเอาเงินมาทิ้งฟรี ๆ ของฟรีไม่มีในโลกหรอกนะ”

เสียงในใจของคะน้าดังชัดเจนขึ้น เธอกำซองเอกสารสีน้ำตาลในกระเป๋ากางเกงแน่น นี่ไม่ใช่การตัดสินใจธรรมดา แต่มันคือก้าวแรกที่เธอกำลังจะเดินเข้าสู่เกมของมังกร

เสียงรถจักรยานพ่วงดังเอี๊ยดขณะคะน้าเลี้ยวออกจากตลาดในช่วงบ่ายแก่ ๆ แสงแดดสาดกระทบตึกสูงไกลลิบ ทำให้เงาเรียวยาวของเธอทอดไปตามพื้นถนนที่ปูด้วยคอนกรีตซีด ๆ ต่างจากถนนดินในตลาดที่คุ้นเคย

หัวใจเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะรู้ว่าก้าวนี้จะเปลี่ยนทุกอย่าง

‘คนรวยที่ไหนจะเอาเงินมาทิ้งให้มันสูญเปล่า โดยที่ไม่ได้ผลประโยชน์’

คำพูดที่เธอพูดออกไปเมื่อเช้าดังก้องในหัวอีกครั้ง คะน้าสูดลมหายใจเข้าลึก มือกำซองเอกสารสีน้ำตาลในกระเป๋ากางเกงแน่นขึ้น เธอรู้ดีว่าคนที่รออยู่ปลายทางไม่ใช่คนธรรมดา

@ ล็อบบี้สำนักงานรองบริษัทหลงเฟยกรุ๊ป

ประตูกระจกใสของตึกสำนักงานเปิดออกพร้อมกับลมแอร์เย็นเฉียบกระแทกหน้า กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยมาพร้อมบรรยากาศเงียบกริบของโลกอีกใบ

โลกที่ไม่เหมาะกับคนใส่ผ้ากันเปื้อนและรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ …

คะน้าเดินก้าวเข้าไปช้า ๆ พนักงานต้อนรับในชุดสูทเรียบเป๊ะปรายตาลงมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วยความเงียบ แต่ความเงียบและสายตาเหล่านั้นเหมือนเข็มนับร้อยเล่มที่จิ้มลงกลางอกเธออย่างบอกไม่ถูก

“มาหาใครคะ” น้ำเสียงหนักงานหญิงเอ่ยสุภาพแต่เย็น

“คุณหลงเฟย ฉันมาเจอคุณหลงเฟยค่ะ” คะน้าตอบสั้น ๆ ขณะในดวงตาไม่สั่นแม้แต่นิด พนักงานชะงักไปชั่ววินาที ก่อนกดโทรศัพท์เบา ๆ พูดอะไรบางอย่างกับอีกฝั่งแล้วจึงเงยหน้าขึ้น

“เชิญขึ้นไปที่ชั้น 35 คุณหลงเฟยรออยู่แล้วค่ะ”

“หึ! รออยู่แล้วงั้นเหรอ…ก็แปลว่าเขารู้ว่าฉันจะมา” คะน้าหัวเราะในใจนิด ๆ จากนั้นคนตัวบางก็เดินตามพนักงานชุดสุทเรียบเป๊ะไปยันลิฟต์หรู

“เชิญค่ะ”

ภายในลิฟต์มีเพียงเธอคนเดียว เสียงเครื่องยนต์ดังเบา ๆ ขณะตัวตึกพาเธอลอยสูงขึ้นทีละชั้น ตัวเลขไฟสีแดงบนหน้าจอเปลี่ยนไปทีละตัว 14…18…22…30…35 นี่ไม่ใช่แค่ตึกแต่มันคือกรงเล็กของหลงเฟย

ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมเสียงติ๊งเบา ๆ ห้องโถงด้านหน้าปูพรมสีเข้ม โต๊ะประชุมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง เบนสายตาไปที่ปลายโต๊ะ ชายร่างสูงในสูทสีดำเรียบยืนหันหลังมองวิวเมืองจากกระจกบานสูง

แสงแดดยามบ่ายทอดลงบนเรือนผมสีดำแซมเทาที่ถูกรวบเรียบ ดวงตาคมเรียบเย็นของหลงเฟยสะท้อนแสงเหมือนกระจกน้ำแข็งเมื่อเขาหันกลับมา

“ไม่คิดว่าเธอจะกล้ามาจริง ๆ” น้ำเสียงเรียบเย็นไม่มีแววแปลกใจ

คะน้าไม่ได้ตอบ เธอเดินเข้าไปข้างใน ก้าวเท้าเสียงชัดบนพื้นพรมอย่างตั้งใจ เธอรู้ดีว่าเขามองทุกก้าวของเธอและเธอก็จะไม่ยอมทำให้ตัวเองดูเล็กลง

“คุณเรียกฉันมาไม่ใช่เหรอ ในเอกสารนั่น” เธอพูดช้า ๆ

“ฉันไม่ได้เรียก” ริมฝีปากหนาสวยได้รูปยกยิ้มบาง ๆ มุมปาก

“ฉันแค่รู้ว่าเธอจะมาเองแค่เอกสารแผ่นเดียวที่ส่งไป”

สิ้นคำพูดเยิ้ยหยันของหลงเฟยคะน้ากำมือแน่นแต่สีหน้าไม่เปลี่ยน

หลงเฟยเดินมาหยุดตรงหน้าคะน้า ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป ดวงตาคมกริบจ้องลงมาเหมือนคนประเมินราคา

“คนทั้งตลาด…กำลังรอเธอแค่คนเดียว” น้ำเสียงเขาเรียบแต่แฝงแรงกดดันบางอย่างไว้ทุกถ้อยคำ

คะน้าเชิดหน้าขึ้น ดวงตากลมใสสู้กลับ

“แต่ฉันไม่ได้อยู่ในฝั่งพวกเขา” เธอตอบเสียงเรียบ ไม่มีสั่น ไม่มีลังเล

ด้านหลงเฟยเมื่อได้ยินคะน้าพูดเช่นนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงถึงความขบขัน แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ รู้ว่ามีไพ่เหนือกว่า

“แต่ยายของเธอ…” เสียงของเขาช้าลงอย่างจงใจ ก่อนขยับปลายนิ้วแตะกระดุมแขนเสื้อช้า ๆ ก่อนพูดต่อ

“รับเงินก้อนแรกจากบริษัทไปแล้ว”

“ว่าไงนะ?”

คะน้าชะงักเหมือนพื้นใต้เท้าลื่นวาบไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาใสแข็งขึ้นเหมือนผลึกน้ำแข็ง

“ยายของเธอ…รับเงินก้อนแรกจากของฉันบริษัทไปแล้ว”

“ถ้าจริง…คุณก็เอาหลักฐานมา”

หลงเฟยแทบไม่ต้องออกแรง เขาเอี้ยวตัวไปหยิบแฟ้มสีเข้มจากปลายโต๊ะ เลื่อนเข้ามาตรงหน้าคะน้าอย่างใจเย็น แผ่นกระดาษเรียงเป็นระเบียบสำเนาหนังสือรับเงิน

ลายเซ็นชื่อ สมพร…พร้อมตราประทับบริษัทชัดเจน และท้ายแฟ้มมีกำหนดการดำเนินการปิดไว้ด้วยกระดาษคั่นสีแดง

คะน้ากวาดตาไปทีละบรรทัด ลมหายใจสั้นลงเล็กน้อย แต่ปลายนิ้วยังนิ่ง เธอหยุดอยู่ที่หัวข้อขั้นตอนถัดไป สามคำภาษาอังกฤษที่เธออ่านเข้าใจ Pending signature

“ทำไมต้องรอลายเซ็นฉันด้วย ในเมื่อคุณบอกว่าถือสิทธิ์แทบทุกอย่าง” คะน้ายกสายตาขึ้น

“เพราะกระบวนการมันต้องครบ…จบด้วยลายเซ็นบางลายเซ็น” มุมปากของหลงเฟยยกขึ้นน้อยจนแทบมองไม่เห็น เขาไม่เอ่ยชื่อ ใส่เพียงความนิ่งที่ชวนให้คนตรงหน้าคิดต่อเอาเอง

“…”

ความเงียบแทรกอยู่ระหว่างทั้งสองพักหนึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ กับแสงเช้าที่หกทาบพื้นพรมเข้ม

“ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจา ไม่ใช่มายอมเซ็นเอกสาร”คะน้าปิดแฟ้มอย่างระวัง

“เธอไม่มีอะไรจะวางบนโต๊ะนอกจากเวลา ซึ่งฉันก็มีมากกว่าเธอ”

“ถ้างั้นฉันจะเอาอย่างอื่นมาวาง” คะน้าตอบทันควัน

“ความจริงทั้งหมดของโครงการนี้คุณกล้าพอจะเปิดให้ฉันดูไหม แปลน โครงสร้าง ผลกระทบกับชุมชน ข้อตกลงกับผู้โอนขาย การชดเชยจริง ไม่ใช่แค่แผ่นโฆษณา”

หลงเฟยมองคะน้าเหมือนกำลังดูหมากตัวหนึ่งที่เดินเข้าหาเขาโดยไม่กลัว

“เพื่ออะไร ทำไมฉันต้องมานั่งอธิบายซ้ำ”

“เพื่อที่ฉันจะตัดสินใจบนข้อมูลจริงและเพื่อบอกคนในตลาดด้วย” คะน้าพูดเน้นช้า ๆ

“ถ้าเป็นแค่แผนสวย ๆ บนกระดาษแต่จะทิ้งคนทั้งตลาด ฉันจะไม่เซ็นอะไรทั้งนั้น”

แววตาหลงเฟยนิ่งก่อนจะก้มลงแตะปากกาโลหะบนโต๊ะ เล่นด้วยปลายนิ้วคล้ายกำลังคิดคำนวณ

“แล้วทำไมฉันต้องมาอธิบายอะไรกับเธอให้เสียเวลา เธอคิดว่าเสียงของเธอจะทำให้ฉันเปลี่ยนแบบแพลนได้งั้นเหรอ?”

“ฉันคิดว่าเสียงของฉันอาจทำให้กำหนดการของคุณช้าลง” คะน้าตอบตรง ๆ

“สื่อ ชุมชน ทนายอาสา ฉันอาจไม่มีเงิน แต่ฉันมีเวลาพอจะวิ่งหาเขา บอกความจริงฉันมา” ประกายบางอย่างวาบในดวงตาหลงเฟยไม่ใช่โกรธ แต่เป็นความสนใจแบบนักล่าที่เจอเหยื่อไม่ยอมวิ่งหนี

“เธอเลือกแล้วว่าไม่ยอมสินะ”

“ใช่ฉันเลือกแล้วว่าไม่ยอม” สิ้นเสียงคะน้า หลงเฟยจึงวางปากกา จัดแฟ้มให้ตรง

“ดี งั้นฉันก็จะไม่เสียเวลาเช่นกัน…ฉันจะให้ทางเธอหนึ่งเส้น”

คะน้าไม่กะพริบตา รอฟัง

“ฉันจะจัดเอกสารที่เธออยากเห็นให้สรุปโครงการ สัญญาชดเชย ระเบียบการจัดสรรพื้นที่ใหม่ รายชื่อผู้มีสิทธิตามกฎหมายทั้งหมด” หลงเฟยเงียบและเว้นจังหวะเล็กน้อย

“แลกกับเงื่อนไขง่าย ๆ สองข้อ”

คะน้าขยับคางน้อย ๆ เป็นสัญญาณให้พูดต่อ

“ข้อหนึ่งภายในเก้าสิบวัน ถ้าเธอหาวิธีนำ เงินก้อนแรกจำนวน 400,000 คืนบริษัทได้ ฉันจะยกเลิกโครงการโดยที่ไม่เรียกเงินกับทุกคนในตลาดสักแดงเดียว”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 159

    หลงเฟยอยู่ในสูทสากลสีดำทรงเฉียบปักลายมังกรทองบาง ๆ ที่ปกเสื้อ ประสานความเป็นจีนกับความเป็นสากลได้อย่างพอดีที่สุด ทันทีที่หลงเฟยเห็นคะน้าเขาหยุดหายใจอีกครั้งในวันเดียว “สวยกว่าพิธีเช้าอีก” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ “ก็คุณเลือกชุดให้นี่คะ” คะน้ายิ้ม งานเริ่มด้วยพิธีเปิดตัวบ่าวสาว เดินเข้าสู่เวทีท่ามกลางแ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 158

    รุ่งเช้าในวันแต่งงานของตระกูลหลง ท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้สีฟ้าอ่อนแบบหายาก แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนบางในคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศในบ้านไม่ใช่ความเร่งรีบ แต่เป็นความสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวกับลิลลี่ที่ทีมงานกำลังจัดอยู่ทุกมุม ห้องแต่งตัวชั้นบนถูกเปิดไฟนุ่ม ๆ ช่างแต่งหน้าช่างผมยืนเรียงกันอย่

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 157

    “เดี๋ยวคุณจินก็บินมาแล้ว” “เอาล่ะ เรามาดูชุดเจ้าสาวต่อดีกว่า” หลงเฟยพูดขึ้น พลางเลือกรูปชุดจากโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า kanaa bridal ไว้ “แล้วคุณอยากให้ฉันใส่แบบไหนคะ?” “ที่เธอชอบที่สุด” หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจจริง “แต่คุณก็ต้องชอบด้วยค่ะ” “คะน้าไม่ว่าชุดไหน เธอก็สวย” เขาส่ายหัวเบา

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 156

    หลังจากสรุปจำนวนแขกและรูปแบบงานได้อย่างสงบที่สุดในรอบเช้าปั่นป่วน ช่วงบ่ายของวันนั้นบรรยากาศในบ้านหลังโต ตระกูลหลงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง ราวกับจากสนามรบกลายเป็นสตูดิโอวางแผนความฝันของคู่รัก… บ่ายวันเดียวกัน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คะน้านั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเถียง แต่เพื่อไล่ดู

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 155

    “คะน้า…” “คะ?” “ฉันตั้งใจรักเธอมากนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู ทำให้หัวใจคะน้าสั่นอย่างที่คำหวานเกินไปไม่เคยทำได้ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอยิ้ม หลงเฟยกอดแน่นขึ้นนิด เหมือนยืนยันคำพูดโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก วันนี้ไม่มีเสียงถกเถียงเรื่องงานแต่งอีกแล้ว จะมีแค่เสียงหัวใจของสองคน ที่กำลังก้าวจากสู้กันเ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 154

    เสียงของคะน้าดังสะเทือนไปทั้งโถงบ้าน แต่แทนที่หลงเฟยจะเถียงกลับ เขากลับยกมือยอมแพ้ทั้งสองข้างอย่างสงบ เหมือนผู้ชายที่รู้ว่าถ้ายังไปต่อ จะไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น… “ล้อเล่น” หลงเฟยพูดเสียงเบานุ่มจนคะน้าขมวดคิ้ว “ฉันจะไม่บังคับเรื่องจำนวนแขกแล้วให้เราค่อย ๆ คุยกันใหม่ดีกว่า” คะน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยิ้

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 153

    ห้าเดือนผ่านไปหลังจากคะน้าตอบตกลงแต่งงานกับหลงเฟยบนยอดหอไข่มุกแบบโรแมนติกปนความพังกลางทางเพราะน้องชายฝาแฝดมาขัดจังหวะและชีวิตหลังขอแต่งงานก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมันเริ่มด้วยกลีบมีดโกนต่างหาก เพราะทั้งคู่ความคิดต่างกัน! เช้าวันถัดมา ณ. บ้านหลังโตตระกูลหลงกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ คะน้านั่งจิบชาหอม ๆ เปิ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 152

    สองปีผ่านไปไวเกินกว่าที่ใครในชีวิตของหลงเฟยจะคาดคิด เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จากตลาดเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนมองเขาด้วยดวงตามุ่งมั่นเพียงเพื่อรักษาที่ดินของยาย วันนี้กลายเป็นผู้หญิงที่เขาเลือกให้ยืนเคียงข้างในทุกการตัดสินใจของชีวิต คะน้าโตขึ้น ในแบบที่ไม่ใช่ใครปั้นแต่เป็นแบบที่เธอเลือกเองทุกอย่าง หลงเฟย

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 151

    บ้านพักริมทะเลหลังใหม่ของหลงเฟยไม่เหมือนคฤหาสน์ ไม่เหมือนเพนต์เฮาส์และไม่เหมือนสถานที่ใดที่เขาเคยมีมาก่อน มันเหมือนบ้านจริง ๆ แบบที่เขาไม่เคยคิดจะมีจนกระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต เสียงคลื่นกลายเป็นเสียงพื้นหลังประจำวันของคะน้า บ้านหลังนี้ที่หลงเฟยเตรียมไว้ให้ไม่ใช่เพียงที่อยู่ให

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 150

    “คุณคะน้าเมื่อคืนหลับสบายไหมคะ” คุณจินยิ้มละมุนอย่างจริงใจ “เอ่อ ส…สบายค่ะ” คะน้าหน้าแดงก่ำทันที หลงเฟยที่เดินตามหลังมาแตะมือบนหลังเธอเบา ๆ เหมือนจะบอกว่าไม่ต้องอาย แต่ความจริงเขาแอบยิ้มมุมปากด้วยความพอใจสุด ๆ “วันนี้ต้องใช้พลังงานเยอะนะคะ จะได้เก็บของย้ายไปบ้านใหม่กัน” คุณจินตักข้าวต้มให้ทั้งคู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status