Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-03 04:02:50

ช่วงสายของวัน แสงแดดยามสายสาดลงกระทบหลังคาสังกะสีของตลาดจนร้อนผ่าว เสียงแม่ค้ารอบ ๆ เริ่มกลับมาคึกคักแบบฝืน ๆ หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้า แต่บรรยากาศในตลาดก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

“เมื่อเช้านายทุนใหญ่ที่จะสั่งรื้อตลาด…เสียเวลานั่งรถหรูมาลงพื้นที่เองจริง ๆ เหรอ?”

“เออนะสิ ฉันเห็นแต่ในข่าว ไม่คิดว่าจะมาเหยียบที่นี่จริง ๆ”

“เฮ้อ ฉันว่านะรอบนี้ตลาดเราคงไม่รอดแล้วล่ะ ฉันยังไม่รู้เลยว่าฉันตัดสินใจถูกไหมที่เซ็นขายที่ดิน”

เสียงซุบซิบของแม่ค้าดังกระซิบทั่วตลาด คะน้านั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ มือเธอยังคงกำชายผ้ากันเปื้อนแน่นเหมือนตอนเช้า ภาพรถหรู คำพูดและสายตาเย็นเฉียบของหลงเฟยยังติดอยู่ในหัวเธอไม่จาง

“ลงพื้นที่เองเหรอ”

“คะน้า…” เสียงยายสมพรเรียกเบา ๆ พลางยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลเก่า ๆ มาให้

“มีคนเอามาส่งเมื่อกี้… บอกว่าของบริษัทอะไรสักอย่าง” ยายสมพรแกล้งถามคะน้าทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคือเอกสารจากที่ไหน แต่ไม่ใช่แกล้งถามเพราะไม่รู้ความจริงหรอก แต่เพราะกลัวและรู้สึกผิดกับหลานสาวเท่านั้น

ด้านคะน้าเองเมื่อได้ยินยายสมพรพูดเช่นนั้นจึงยื่นมือเรียวบางไปรับเอกสารมา แล้วเปิดออกอย่างระมัดระวัง เอกสารขาวสะอาดกลิ่นกระดาษใหม่ชัดเจน โลโก้บริษัทใหญ่ด้านบนทำให้คะน้าขมวดคิ้วเรียงสวยเข้าหากันทันที

“หนังสือเชิญเข้าร่วมเจรจาซื้อขายพื้นที่ตลาดเก่า”

“ข่าวลือนี่คือเรื่องจริงใช่ไหมยาย?”

“…” ด้านยายสมพรเองก็พลางมองหลานสาวคนเดียวของเขาที่กำลังอ่านเอกสารด้วยสายตากังวลโดยไม่เอ่ยตอบอะไร จากนั้น…

“พวกคนรวยนี่…เล่นเร็วเหมือนกันนะ” คะน้าพึมพำกับตัวเอง

“คะน้าอย่าเข้าไปยุ่งกับคนแบบนั้นเลยคะน้าถือว่ายายขอนะ ยายไม่อยากให้ไปถึงสำนักงานเขา”

“แต่ถ้าหนูไม่ไปเจรจา เขาก็จะรื้อที่นี่ไม่ใช่เหรอยาย” คะน้าเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมใสสะท้อนแสงแดด

“ยายก็รู้ว่าหนูไม่ใช่คนยอมอะไรง่าย ๆ”

“แต่คนพวกนั้น ไม่เหมือนคนที่คะน้าเคยเจอนะ พวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา” น้ำเสียงของยายสมพรสั่นสะท้านจนทำให้คะน้าที่นั่งฟังใจสั่นหวิว

“…” คะน้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพับเอกสารอย่างตั้งใจแล้วสอดใส่กระเป๋ากางเกงด้านใน

“ยิ่งไม่ใช่คนธรรมดา หนูก็ยิ่งอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรกับเราถ้าเราไม่ยอม จะจับเราต้มแกงเหมือนหมูเหมือนหมางี้เหรอ?” คะน้าพูดพลางลุกขึ้นยืน ท่ามกลางเสียงรอบข้างที่เริ่มจางลง ความรู้สึกในใจของคะน้าเธอรู้ดีว่า การเดินเข้าไปนั่นอาจไม่ต่างจากเดินเข้ากรงมังกร แต่ถ้าไม่เดิน…เธอก็จะไม่มีวันได้สู้เลยแม้แต่นิดเดียว

“คะน้า” เสียงแม่ค้าขายข้าวแกงดังมาจากข้างหลัง คะน้าหันไปตามเสียงเรียกนั้น หญิงวัยกลางคนที่เธอเรียกป้าเหมือนคนในครอบครัว ยืนเท้าเอวมองตรงมาใบหน้าเต็มไปด้วยความอึดอัด

“เอ็งรู้เรื่องหมดแล้วใช่ไหม ? ป้ารู้ว่าเอ็งเก่ง ดื้อไม่ยอมใคร… แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องเอ็งรู้ไหม” น้ำเสียงของแม่ค้าร้านข้าวแกงลดต่ำลง แต่ความาดหวังกลับชัด

“พวกป้าทั้งตลาดรอเงินชดเชยอยู่ จะได้ไปตั้งหลักใหม่ อีกอย่างเขาก็จะมาพัฒนาที่ทำมาหากินเราให้ดูทันสมัยขึ้น”

คะน้านิ่งไปกับคำพูดของป้าร้านขายข้าวแกงขณะในหัวก็พลางคิดอะไรบางอย่าง

“ที่พากันกลัวหัวหดคือกลัวไม่ได้เงินชดเชยสินะ” คะน้าคิดในใจ

“ป้าเงินไม่กี่บาทมันสำคัญกว่าที่ทำมาหากินของเราในระยะยาวเหรอ” คะน้าเอ่ยถามเสียงเรียบ ขณะดวงตากลมๆ คู่สวย ก็พลางมองแม่ค้าร้านข้าวแกงที่ยืนเท้าเอวอยู่ตรงหน้า อีกด้านเมื่อได้ยินคำถามของคะน้าก็เม้มปากแน่นก่อนตอบ

“ก็เพราะมันไม่มีทางอื่นแล้วไงลูก ใครจะไปสู้กับนายทุนแบบนั้นได้… มันเหลือแค่เอ็งคนเดียวนี้แหละ”

“ใช่มันเหลือแค่ฉัน” คะน้าพึมพำเบา ๆ แล้วเสียงคนอื่น ๆ ก็แทรกเข้ามา

“จะดื้อทำไมก็ไม่รู้ เซ็นไปก็จบแล้ว”

“จะให้พวกเรารอเงินก้อนอีกนานเท่าไหร่”

“ศึกที่ไม่มีทางชนะ ยังไม่พวกรากหญ้าแบบเราก็ไม่ชนะพวกนายทุน”

“ที่ก็ไม่ใช่ที่ของเอ็งคนเดียวสักหน่อย”

คำพูดเหล่านั้นไหลมาเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากคลื่นที่ถาโถมใส่คนคนเดียวไม่หยุด ไม่ใช่เพราะพวกเขาเกลียด แต่เพราะพวกเขากลัว คะน้าเงยหน้าขึ้นมองฟ้า เม้มปากแน่น เธอรู้ดีว่าตอนนี้ทั้งตลาดกำลังถ่วงน้ำหนักชีวิตไว้ที่ปลายปากกาของเธอ

“คะน้ากลับบ้านเถอะลูก” เสียงของยายสมพรเรียกจากท้ายแผงผักสดเบา ๆ คะน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันไปตามเสียงของยายสมพร หัวใจของคะน้าเหมือนถูกดึงออกเป็นสองทาง ฝั่งหนึ่งคือคนตลาดที่อยากเธอยอม ส่วนอีกฝั่งคือยายที่กำลังยืนแววตาขุ่นมัวปนความกลัวราวกับกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ข้างใน

และตรงกลางคือเธอ…

คนที่เหลือเพียง ‘ลายเซ็น’ เดียวที่สามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตทุกคน

“เหนื่อยไหมยาย” คะน้าหันไปถามพร้อมเอื้อมมือไปจับเข็นตะกร้าผักแทน ยายสมพรเมื่อได้ยินคะน้าเอ่ยถามก็ฉายรอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าแม้ข้างในยังไม่คลายความอึดอัดจากเหตุการณ์เมื่อครู่

“ไม่เหนื่อยหรอกลูก” เสียงของยายสมพรพูดเบากว่าทุกครั้ง..ก่อนที่จะมีเสียงไอเบา ๆ แทรกเข้ามา

“ยายช่วงนี้ยายไอบ่อยนะ” คะน้าหยุดชะงักดวงตากลมจ้องไปยังคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ที่เธอรักมากที่สุด

“อากาศมันเย็นตอนเช้า ยายแก่แล้วไอนิดหน่อย ไม่เป็นไรหรอก” ยายสมพรฝืนยิ้มแห้ง ๆ เหมือนทุกครั้ง พูดเหมือนเรื่องเจ็บป่วยเป็นเรื่องเล็ก แต่เสียงไอเมื่อครู่ยังคงสะกิดใจคะน้าไม่หาย

“ยายพูดแบบนี้ทุกที…” คะน้าพึมพำเบา ๆ กัดริมฝีปากแน่น ก่อนรับเข็นของแทนยายทั้งหมด

“อย่าฝืนเลยนะยาย ถ้ายังไอแบบนี้ หนูจะพาไปหาหมอจริง ๆ ด้วย”

น้ำเสียงดื้อ ๆ ที่แฝงความเป็นห่วง ทำให้ยายหัวเราะกลั้วเบา ๆ

“จ้า ๆ ยายรู้แล้ว แม่คะน้าคนดื้อ”

“ยายต่างหากที่ดื้อ” คะน้าเถียงกลับเบา ๆ

สายลมพัดผ่าน เสียงใบไม้แห้งไหวกรอบแกรบ ข้างทางมีเสียงนกร้องสั้น ๆ พอดีกับจังหวะที่ยายไอเบา ๆ อีกครั้ง ทำให้หัวใจของคะน้าบีบรัดเล็กน้อย

เธอเหลือบมองไปยังเงาตึกสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก แสงแดดยามสายสะท้อนเงาตึกสูงยาวทอดทับเงาร่างเล็ก ๆ ของเธอกับยายไว้ตรงกลาง

ตึกของนายทุนที่เพิ่งประกาศจะรื้อตลาด…

ดวงตากลมใสของคะน้าแข็งขึ้นเล็กน้อย ความมุ่งมั่นที่ซัดเข้ามาทันที

“ยาย..คอยดูนะหนูจะสู้ ที่ของเราต้องไม่ถูกรื้อ”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 159

    หลงเฟยอยู่ในสูทสากลสีดำทรงเฉียบปักลายมังกรทองบาง ๆ ที่ปกเสื้อ ประสานความเป็นจีนกับความเป็นสากลได้อย่างพอดีที่สุด ทันทีที่หลงเฟยเห็นคะน้าเขาหยุดหายใจอีกครั้งในวันเดียว “สวยกว่าพิธีเช้าอีก” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ “ก็คุณเลือกชุดให้นี่คะ” คะน้ายิ้ม งานเริ่มด้วยพิธีเปิดตัวบ่าวสาว เดินเข้าสู่เวทีท่ามกลางแ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 158

    รุ่งเช้าในวันแต่งงานของตระกูลหลง ท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้สีฟ้าอ่อนแบบหายาก แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนบางในคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศในบ้านไม่ใช่ความเร่งรีบ แต่เป็นความสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวกับลิลลี่ที่ทีมงานกำลังจัดอยู่ทุกมุม ห้องแต่งตัวชั้นบนถูกเปิดไฟนุ่ม ๆ ช่างแต่งหน้าช่างผมยืนเรียงกันอย่

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 157

    “เดี๋ยวคุณจินก็บินมาแล้ว” “เอาล่ะ เรามาดูชุดเจ้าสาวต่อดีกว่า” หลงเฟยพูดขึ้น พลางเลือกรูปชุดจากโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า kanaa bridal ไว้ “แล้วคุณอยากให้ฉันใส่แบบไหนคะ?” “ที่เธอชอบที่สุด” หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจจริง “แต่คุณก็ต้องชอบด้วยค่ะ” “คะน้าไม่ว่าชุดไหน เธอก็สวย” เขาส่ายหัวเบา

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 156

    หลังจากสรุปจำนวนแขกและรูปแบบงานได้อย่างสงบที่สุดในรอบเช้าปั่นป่วน ช่วงบ่ายของวันนั้นบรรยากาศในบ้านหลังโต ตระกูลหลงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง ราวกับจากสนามรบกลายเป็นสตูดิโอวางแผนความฝันของคู่รัก… บ่ายวันเดียวกัน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คะน้านั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเถียง แต่เพื่อไล่ดู

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 155

    “คะน้า…” “คะ?” “ฉันตั้งใจรักเธอมากนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู ทำให้หัวใจคะน้าสั่นอย่างที่คำหวานเกินไปไม่เคยทำได้ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอยิ้ม หลงเฟยกอดแน่นขึ้นนิด เหมือนยืนยันคำพูดโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก วันนี้ไม่มีเสียงถกเถียงเรื่องงานแต่งอีกแล้ว จะมีแค่เสียงหัวใจของสองคน ที่กำลังก้าวจากสู้กันเ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 154

    เสียงของคะน้าดังสะเทือนไปทั้งโถงบ้าน แต่แทนที่หลงเฟยจะเถียงกลับ เขากลับยกมือยอมแพ้ทั้งสองข้างอย่างสงบ เหมือนผู้ชายที่รู้ว่าถ้ายังไปต่อ จะไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น… “ล้อเล่น” หลงเฟยพูดเสียงเบานุ่มจนคะน้าขมวดคิ้ว “ฉันจะไม่บังคับเรื่องจำนวนแขกแล้วให้เราค่อย ๆ คุยกันใหม่ดีกว่า” คะน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยิ้

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 149

    ห้องนอนสีดำด้านของหลงเฟยยังคงอบอวลไปด้วยไออุ่นจากช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านไป คะน้านอนหายใจแผ่วบนผ้าปูเตียงเนื้อนุ่ม แขนเรียวกอดผ้าห่มไว้แน่นเล็กน้อยเพราะหัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ แสงไฟแบบไลท์สลัว ๆ เผยให้เห็นเงาร่างกำยำของหลงเฟยที่เอนตัวพิงหัวเตียง เขามองคะน้าด้วยสายตาที่อ่อนลงจนน่าตกใจ เหมือนเขาเพิ่งเร

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 148

    หลงเฟยไม่รอช้า เขาเริ่มใช้นิ้วใหญ่เขี่ยกลีบกุหลาบสีสวยนั้นไปมาจนน้ำใส ๆ ไหลแฉะออกมาจนเขารู้สึกได้ และไม่นานลิ้นหนาที่กำลังขบเม้นเล่นเม็ดไตก็ชะงักหยุดก่อนจะไล่จูบนาบลงกลางร่องอกของคะน้า เขาไล่จูบลงช้า ๆ ช้า ๆ ไล่ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงหน้าท้องเล็ก ๆ ขาวนวลเนียนของคะน้า หลงเฟยเลื่อนใบหน้าอันหล่อเหลาต

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 146

    หลังจากตกลงเรื่องบ้านริมทะเลกันเรียบร้อย หลงเฟยก็ไม่เร่ง ไม่ผลัก ไม่บังคับ เขาแค่พาคะน้ากลับขึ้นรถอย่างเงียบ ๆ ราวกับกลัวว่าถ้าใช้เสียงดังเกินไป เด็กผู้หญิงตรงหน้าจะเปลี่ยนใจ รถคันดำแล่นกลับเข้ากรุงเทพในยามค่ำแบบนุ่มนวลผิดธรรมชาติสำหรับคนที่ขับรถอย่างมังกรมาตลอดชีวิต คะน้านั่งมองทะเลจากกระจกหลังจน

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 145

    คะน้าหันมองทะเลที่เริ่มปรากฏตรงปลายสายตา หัวใจเธอเต้นแรงแบบไม่ทันตั้งตัว มันเป็นที่แบบเดียวกับที่ยายสมพรอยากมาที่สุดที่เธอเคยบอก “หลงเฟย… ที่นี่มัน” “บ้านพักริมทะเล” เขาตอบแทนด้วยน้ำเสียงเหมือนรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร “ฉันจำได้…เธอเคยบอกว่ายายและเธออยากมามาก” คะน้าชะงัก หัวใจบีบแน่นจนแทบพูดไม่ออกเข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status