เกิดใหม่เป็นชายาเสด็จอา

เกิดใหม่เป็นชายาเสด็จอา

โดย:  พัดใบเล็กอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
30บท
9views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

[นางเอกกับพระเอกเก่าต่างย้อนอดีต+พระรองได้ขึ้นเป็นพระเอก+แต่งก่อนรักทีหลัง+ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน+พระเอกเก่าสำนึกผิดจนวอดวาย] เสิ่นเย่า เป็นบุตรสาวกำพร้าจากจวนแม่ทัพ จักรพรรดิทรงสงสาร จึงมีพระประสงค์จะพระราชทานสมรสให้แก่นาง ในชาติที่แล้ว เสิ่นเย่าได้แต่งงานกับเซี่ยจิ่งชูผู้เป็นองค์รัชทายาท นางทนทุกข์ทรมานและถูกดูหมิ่นเหยียดหยามในตำหนักบูรพา แต่นางกลับได้ยินเซี่ยจิ่งชูพูดอย่างเย็นชาว่า "บังอาจแต่งเข้าบ้านข้า นี่เป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับแล้ว" เสิ่นเย่ารู้สึกหมดอาลัยตายอยาก จึงขอหย่าร้าง ในคืนก่อนออกจากวัง เสิ่นเย่าย้อนเวลากลับมาเมื่ออายุสิบเจ็ดปี จักรพรรดิทรงประทับอยู่เบื้องบน ตรัสถามด้วยรอยยิ้มว่า "เจ้าชอบผู้ใด บอกเรามาเถิด" เสิ่นเย่าก้มลงกราบ "หม่อมฉันชอบองค์ชายจิ้งมานานแล้วเพคะ" องค์ชายจิ้งหรือ เซี่ยเยวียน เป็นบุรุษรูปงามหาผู้ใดเปรียบมิได้ มีความสามารถโดดเด่น ทว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการทำศึกจนหมดสติ หลับไม่ได้สติ หมอหลวงกล่าวว่า คาดว่าชาตินี้คงเป็นเช่นนี้ไปตลอด ทุกคนกล่าวว่าเสิ่นเย่าทำเรื่องโง่เขลา แต่ในชาติที่แล้ว เมื่อนางถูกรังแก มีเพียงเซี่ยเยวียนเท่านั้นที่เคยยื่นมือเข้าช่วยนาง - เซี่ยจิ่งชูค่อย ๆ ฟื้นคืนความทรงจำจากชาติที่แล้ว เขาบุกเข้าไปในจวนองค์ชายจิ้งอย่างบ้าคลั่ง หวังจะพาเสิ่นเย่ากลับไป แต่เขากลับเห็นเพียงม่านผ้าที่ทิ้งตัวลงมา ร่างเล็ก ๆ นอนหลับอย่างเป็นสุขอยู่บนเตียง อาเก้าที่เขายำเกรงมาตั้งแต่เด็ก นั่งอยู่ขอบเตียง มองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม "หากเจ้ากล้าส่งเสียงรบกวนการนอนของอาสะใภ้ของเจ้า ก็อย่าหวังว่าจะได้เป็นองค์รัชทายาทอีก"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

潮崎市、センター病院。

「子宮外妊娠です。卵管破裂は命にかかわります!こんな大手術なのに、どうして一人で来たんですか?旦那さんは?早く呼んでサインをもらってください!」

朝霧静奈(あさぎりしずな)は、腹部を引き裂かれるような激痛に耐えながら、電話をかけた。

呼び出し音は長く続いた。

受話器の向こうから、冷たい声が聞こえる。

「用件は?」

「彰人、今、忙しい?お腹がすごく痛くて、少しだけ……」

「無理だ」

彼女が言い終わる前に、不機嫌な声が冷たく言葉を遮った。

「腹が痛いなら医者に行け。こっちは忙しい」

「彰人さん、誰から?」

電話の向こうから、甘い女の声が聞こえる。

「どうでもいい相手だ」

彼の声が、急に優しくなった。

「どれがいい?好きな方を言え。競り落としてプレゼントしてやる」

耳元で、ツーツーという無機質な音が鳴り響く。

静奈の心は、まるでナイフでじわじわと切り刻まれるようだった。

彼女の顔色が真っ白になり、呼吸が浅くなっているのに気づき、医師が叫んだ。

「急げ!すぐに手術室を押さえろ!患者の手術を始める!」

静奈が次に目を覚ましたのは、病室のベッドの上だった。

「目が覚めましたか?昨日は本当に危険な状態だったんですよ。処置が早かったから助かったものの、もう少し遅かったら危なかったんですから!」

若い看護師が、点滴をしながら愚痴をこぼした。

「それにしても、あなたの旦那さん、ひどいじゃないですか!こんなに大きな手術をしたのに、一度も顔を見せないなんて!本当に無責任ですよ!

はい、これ、介護士センターの番号です。必要なら、介護士を呼んでくださいね」

「ありがとうございます」

静奈は看護師から名刺を受け取った。

携帯を取り出し、介護士センターに電話をかけようとした、その時。

突然、ニュース速報がポップアップで表示された。

【潮崎市一の富豪、長谷川グループ社長・長谷川彰人氏、二十八億円のマダム・デュヴィエのダイヤモンドネックレスを落札!恋人の笑顔のため、衝撃のプレゼントか!】

目に突き刺さるような見出しに、静奈の瞳孔が大きく開いた。

写真に写っているこの上なく端正な顔立ちは、まさしく自分の夫、長谷川彰人(はせがわあきと)だった。

だが、自分は彼にとって決して公開できない妻。

結婚して四年。

彼はいつも、氷のように冷たく無慈悲だった。

てっきり、それが彼の持って生まれた性格なのだとそう思っていた。

彼の心を動かすため、自分は従順で物分かりの良い「長谷川夫人」を必死に演じてきた。

しかし今、彼が堂々と他の女性を腕に抱き、世間に愛情を見せつけている姿を見て、ようやく悟った。

彼は本当に少しも自分を愛してなどいなかったのだ。

胸が締め付けられるように痛む。

静奈の目には、みるみるうちに涙が滲んだ。

もう、諦めなければ。

四年も続いたこの茶番を、終わらせる時が来たのだ。

静奈は予定より二日早く、退院手続きを済ませた。

医師は心配そうな顔で言った。

「体はまだかなり衰弱していますよ。もう少し入院していた方が……」

「家の用事がありまして」

「しばらくは絶対に安静にしてください。激しい運動は禁止、それから性行為は絶対に駄目ですよ。一週間後にまた検査に来てください」

「ええ、わかりました。ありがとうございます、先生」

静奈は汐見台という住宅街にある一軒家の邸宅に戻った。

家政婦の田所敦子(たどころ あつこ)は、あからさまに不機嫌な顔で彼女を責め立てた。

「若奥様、近頃はますます目に余りますね!何日も家を空けるなんて!若様がお知りになったら、お怒りになりますよ!」

敦子は長谷川家の家政婦という立場だが、その振る舞いは姑同然だった。

彼女は彰人のめのとであり、自分は特別な存在だと自負している。

彰人から寵愛を受けていない静奈のことなど、鼻から見下していた。

静奈は分かっていた。

敦子が自分に対してこのような態度を取るのは、彰人の指示ではないにしても、彼の黙認があるからだ。

でなければ、これほどまで傲慢になれるはずがない。

これまでは、彰人に気に入られようと、静奈は彼の周りの人間すべてに媚びへつらってきた。

敦子にいじめられ、見下されても、いつも腹の底に怒りを押し殺してきた。

しかし、もう我慢する必要はない。

静奈は敦子の頬を思い切り平手で打った。

その声は侮蔑に満ちていた。

「出過ぎた真似を!ただの雇われの分際で、誰に向かってそんな口を利いている!」

「なっ!」

敦子は顔を覆い、愕然とした表情で目を見開いた。まさか静奈が手を出すとは思ってもみなかったのだろう。

「私を叩いた……」

「叩かれて当然よ!何?まさか、やり返すつもり?」

静奈の冷え切った一言が、敦子を凍り付かせた。

いくら若様に疎まれていようと、彼女は長谷川家の大奥様が直々に選んだ人なのだ。

敦子は、込み上げる怒りを無理やり飲み込むしかなかった。

静奈は背を向け、二階へと上がっていく。

背後から、敦子の小声での悪態が聞こえてきた。

「顔が綺麗なだけで、何の役にも立たないくせに。どうせ若様からは見向きもされないんだわ。この家の若奥様の席なんて、すぐに他の人のものになるんだから!」

棘のある言葉が、ナイフのように静奈の胸に突き刺さる。

彼女は深呼吸をした。

もう、どうでもいい。

今日を限り、彰人に関するすべては、もうどうでもよくなるのだ。

自室に戻った静奈は、私物をすべてスーツケースに詰めた。

彼女の物は驚くほど少なく、スーツケース一つで十分だった。

スーツケースを持ち上げた瞬間、傷口が引きつれた。

腹部に激しい痛みが走り、冷や汗が雨のように流れ落ちる。

静奈は痛み止めを数錠飲んで、ようやく少し落ち着いた。

薬が効いてきたのか、彼女はベッドに横たわると、いつの間にか眠りに落ちていた。

深夜。

部屋に、大きな人影が入ってきた。

バスルームからシャワーの音が聞こえ、二十分ほどして、彰人が腰にバスタオルを巻いた姿で出てきた。

彼は彫刻のように整った顔立ちで、広い肩幅に引き締まった腰、そして力強く割れた腹筋のが男性的魅力を放っていた。

水滴が筋肉を伝い、緩く巻かれたタオルの内側へと消えていく。

彼は何も言わなかった。

まるで月に一回の事務的なことをこなすかのように、静奈のネグリジェの裾をめくり上げた。

眠っていた静奈は、痛みに体を震わせた。

「痛い……」

彼女は無意識に彼を押しのけた。

「やめて」

「拒むふりか?静奈、それが新しい手口か?」

低く、嘲るような声が頭上から降ってきた。

彰人は彼女から離れるどころか、報復するように続けた。

「月に一度の夫婦の営みは、お前がおばあさんに頼み込んで実現したことだろう?今更やめたいと?」

傷口が引き裂かれるような痛みに、静奈の目から涙がこぼれ落ちた。

彰人が自分を憎んでいることは分かっている。

数年前。

彰人の祖母である大奥様が、二人の結婚を強引に進めた。

結婚後、彰人が彼女に冷淡な態度を取り続けるのを見かねた大奥様が、月に一度は夫婦として同衾するよう、彼に命じたのだ。

その度に、彼はまるで道具でも扱うかのように、彼女で欲望を処理するだけだった。

四年間にも及ぶ結婚生活を思い返し、静奈の胸は痛みに満たされた。

細心の注意を払い、自分を殺して尽くしてきたというのに、彼の心からの愛情はひとかけらも手に入らなかった。

それならば、これ以上執着する必要がどこにあるだろう?

「彰人、離婚よ……」

静奈が言い終わる前に、けたたましく携帯の着信音が鳴り響いた。

彰人は、夜中に電話がかかってくることを非常に嫌う。

しかし、その電話には驚くほど優しく応じた。

「どうした?」

「彰人さん、一人だと怖いの。会いに来てくれない?」

受話器から、甘えたような女の声が聞こえる。

「わかった」

彼は一瞬のためらいもなく承諾した。

その声には、静奈が一度も聞いたことのない優しさが滲んでいた。

「すぐに行くから、二十分だけ待ってて」

電話が切れる。

彰人は、ためらうことなく彼女の上から体をどけた。

そして、一度も振り返ることなく部屋を出て行った。

数分後、階下から車が走り去る音が聞こえた。

涙が枕を濡らす。

静奈は、白くなった指でシーツを固く握りしめた。

愛すると、愛さないとでは、これほどまでに違うのだ。

翌朝。

静奈は離婚協議書をテーブルの上に残し、スーツケースを引いて家を出た。

その瞬間、腹部に骨の髄まで染み込むような痛みが走り、体の下から暖かい何かが流れ出る感覚があった。

太ももを伝って、足元へと落ちていく。

ふと下を見る。

そこには、衝撃的なほどの血だまりが広がっていた。
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
30
บทที่ 1
"เจ้าชอบผู้ใด บอกเรามาได้เลย"น้ำเสียงของฮ่องเต้เปี่ยมด้วยความสง่างามและแฝงความเมตตา กล่าวออกมาอย่างเชื่องช้าแต่นุ่มนวลเสิ่นเย่ารู้สึกสับสนมึนงง นี่... นางเกิดใหม่แล้วหรือ?ไม่นานนางก็ตระหนักได้ว่า ตนเองได้ย้อนกลับมาในวัยสิบเจ็ดปีวันนี้เป็นงานเลี้ยงภายในวัง ฮ่องเต้เชิญเสิ่นเย่าเข้ามา เพื่อจะพระราชทานสมรสให้แก่เสิ่นเย่าเป็นการส่วนพระองค์เสิ่นเย่าอ้าปาก ความรู้สึกมากมายพลันถาโถมเข้าใส่จนจุกอก ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว"เจ้าไม่ต้องตื่นเต้นไปหรอก"เมื่อเห็นนางไม่พูด ฮ่องเต้ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอีก "ตระกูลเสิ่นรับใช้แผ่นดินมาหลายชั่วอายุคน ทั้งบิดา พี่ชาย และอาของเจ้า ล้วนสละชีวิตเพื่อราชวงศ์เซิ่ง บัดนี้ ตระกูลเสิ่นเหลือเพียงเจ้าผู้เป็นลูกสาวอยู่คนเดียว เรื่องการแต่งงานของเจ้า เราจะตัดสินใจให้เอง ไม่ว่าเจ้าปรารถนาจะแต่งกับผู้ใด เราจะอนุญาตให้ทั้งหมด"แม้จะผ่านชีวิตมาสองชาติภพ เมื่อนึกถึงจวนแม่ทัพ เสิ่นเย่าก็ยังคงเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสราชวงศ์ต้าเซิ่งก่อตั้งมาไม่ถึงหนึ่งศตวรรษ รากฐานยังไม่มั่นคง ต้องเผชิญทั้งภัยภายในและภายนอกเมื่อปีที่แล้ว กองทัพม้าเหล็กจากทิศเหนือรุกล้ำชายแดน ตระก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ภายในท้องพระโรง เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที"องค์ชายจิ้ง?""นางต้องการแต่งงานกับองค์ชายจิ้งจริง ๆ หรือนี่...""แต่งกับองค์รัชทายาทดีกว่าตั้งเยอะ ทำไมนางถึงเลือกองค์ชายจิ้งกันนะ?""นางไม่รู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายจิ้ง?"เสิ่นเย่าได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น ฮ่องเต้ก็ทรงปรานีและตักเตือนนาง "เกรงว่าจะเป็นการทำลายอนาคตของเจ้า เราจะเลือกคู่ครองที่เหมาะสมจากเชื้อพระวงศ์คนอื่นให้เจ้าจะดีกว่า"แต่เสิ่นเย่ายืนกรานหนักแน่น "หม่อมฉันซาบซึ้งในความเมตตาของฝ่าบาท แต่หม่อมฉันได้ตั้งปณิธานต่อหน้าพระพุทธรูปแล้วว่า ชาตินี้จะต้องเป็นองค์ชายจิ้งเท่านั้น ขอฝ่าบาทได้โปรดอนุญาตด้วยเพคะ"นางโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังตึงองค์ชายจิ้ง เซี่ยเยวียน เป็นน้องชายร่วมมารดาของฮ่องเต้ เป็นบุตรชายลำดับที่เก้าในหมู่เชื้อพระวงศ์ในยามที่ฮ่องเต้ยังเป็นเพียงองค์ชาย และต้องต่อสู้กับพี่น้องเพื่อแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาท เซี่ยเยวียนยืนหยัดเคียงข้างฮ่องเต้มาโดยตลอด ช่วยเหลือพระองค์หลายครั้งในสถานการณ์คับขัน และช่วยผลักดันให้พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์ได้สำเร็จ ภายหลังเขายังนำทัพปราบปรามความวุ่นวาย ขยายอาณาเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
เสิ่นเย่าชะงักเล็กน้อยด้วยความงุนงง "พระรัชทายาทหมายถึงอะไรเพคะ?""ในเมื่อเจ้าบอกว่าจะแต่งงานกับอาเก้าแล้ว เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมาพันพัวกับข้าอีก" เซี่ยจิ่งชูกล่าว "การที่เจ้ามาวอแวไม่เลิกแบบนี้ มีแต่จะทำให้ข้ารู้สึกขยะแขยง"เสิ่นเย่าตะลึงอีกครั้ง และตระหนักได้ว่าเซี่ยจิ่งชูเข้าใจผิดไปไกลแล้วในชาติที่แล้วก็มีสถานการณ์เช่นนี้หลายครั้ง เสิ่นเย่ารู้ว่าจำเป็นต้องอธิบาย แต่นางมักจะกังวลว่าตัวเองจะอธิบายได้ไม่ดี กลัวว่าเซี่ยจิ่งชูจะยิ่งเกลียดชังนาง นางจึงไม่กล้าพูดออกไปแต่ตอนนี้ นางไม่ได้รักเซี่ยจิ่งชูแล้ว ไม่ว่าเขาจะมองนางอย่างไร มันสำคัญด้วยหรือ?ดังนั้น นางจึงเม้มปากแล้วตอบว่า "พระรัชทายาท หม่อมฉันไม่ได้มีความตั้งใจจะพันพัวกับพระองค์เลย ในงานเลี้ยงในวังวันนั้น หม่อมฉันได้กราบทูลฮ่องเต้ไปอย่างชัดเจนแล้วว่า หม่อมฉันไม่มีความรักใคร่ต่อพระองค์แม้แต่น้อยเพคะ"เซี่ยจิ่งชูเลิกคิ้ว "เช่นนั้นหรือ? วันนี้เจ้าคงหลงทาง จึงมาถึงที่นี่ และบังเอิญมาเจอข้าใช่หรือไม่?""พระรัชทายาท วันนี้ฮองเฮาทรงมีพระบัญชาให้หม่อมฉันเข้าวังเพคะ หากพระองค์ไม่เชื่อหม่อมฉัน ก็ควรเชื่อเซี่ยงหมัวมัวที่อยู่ข้าง ๆ บ้
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
เซี่ยจิ่งชูขมวดคิ้วอย่างรวดเร็วอาเก้าไม่สามารถมารับเจ้าสาวเองได้ เรื่องแบบนี้ย่อมต้องรบกวนผู้อื่นหากเป็นเสิ่นเย่า นางคงอยากให้เซี่ยจิ่งชูไปทำหน้าที่นี้เล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนาง มีหรือที่เขาจะไม่รู้?ปากก็พูดว่าชื่นชมอาเก้า อยากแต่งงานกับอาเก้าอย่างหมดใจ แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงวิธีที่นางใช้ดึงดูดความสนใจจากเขาเท่านั้นการที่เซี่ยฉางโย่วเข้าวังวันนี้ คงเป็นเพราะกลัวว่าเขาจะไม่ยอม จึงมาเป็นคนกลางเกลี้ยกล่อมในวัยเด็ก เซี่ยฉางโย่วชอบเสิ่นเย่ามาก เพราะเขาชอบกินขนมที่นางทำแต่เซี่ยจิ่งชูไม่มีทางยอมไปรับเจ้าสาวที่จวนแม่ทัพเป็นอันขาดนางกำนัลนำน้ำชาเข้ามา เซี่ยฉางโย่วรับถ้วยมา เป่าเบา ๆ แล้วจิบไปอึกหนึ่งเมื่อเห็นเขาไม่ยอมพูดออกมา เซี่ยจิ่งชูจึงขมวดคิ้วและพูดออกไปก่อน "เรื่องรับเจ้าสาวนี้ ให้หาใครในหมู่เชื้อพระวงศ์ไปทำก็ได้ ข้าไม่มีเวลา และไม่สนใจด้วย"เซี่ยฉางโย่วชะงักเล็กน้อย เงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย "แต่ว่า..."เซี่ยจิ่งชูเหลือบมองเขา "อะไร?"เซี่ยฉางโย่วกลืนน้ำชาลงไป แล้วเกาหัว แล้วกล่าวอย่างระมัดระวังว่า "เดิมทีฮองเฮาทรงเห็นว่า ท่านพี่ยังไม่ได้แต่งงาน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
โต๊ะเครื่องแป้งถูกจัดวางอยู่ในห้องถัดไป เห็นได้ชัดว่าเป็นของใหม่ ทำจากไม้จันทน์หอมฝีมือประณีต มีความมันเงาดูหรูหราด้านบนมีกระจกดอกพุดตานที่ใสสะอาด และกล่องเครื่องสำอางแกะสลักลวดลายวางอยู่"องค์ชายไม่สามารถมาเห็นองค์หญิงในชุดเจ้าสาววันนี้ได้ น่าเสียดายยิ่งนักเพคะ"ชิงเชวี่ย สาวใช้คนสนิทของเสิ่นเย่าพูดขึ้นเบา ๆ ขณะช่วยนางหวีผมเสิ่นเย่ายิ้มอย่างแผ่วเบา "ไม่มีอะไรน่าเสียดายหรอก ในโลกนี้มีสาวงามมากมาย สาวงามก็เหมือนเมฆไหลผ่าน ข้าไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้นหรอก"นางอายุสิบเจ็ดปี ส่วนเซี่ยเยวียนแก่กว่านางถึงสิบปีในช่วงเวลาสิบปีที่เพิ่มมานั้น เซี่ยเยวียนคงได้พบสาวงามมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเย้ายวนหรือน่ารัก ใบหน้าของเสิ่นเย่าคงจะธรรมดามากสำหรับเขายิ่งไปกว่านั้น แม้จะมีสาวงามรายล้อม เซี่ยเยวียนก็ไม่ยอมแต่งงานมานานหลายปีมีข่าวลือว่าเขามีคนที่รักอยู่แล้วเสิ่นเย่าจินตนาการไม่ออกเลยว่า หญิงสาวที่สามารถทำให้องค์ชายจิ้งผู้สูงศักดิ์รักได้ถึงเพียงนี้ จะต้องงดงามน่าทึ่งเพียงใด?หลังจากล้างหน้าและแต่งตัว เสิ่นเย่าเปลี่ยนเป็นชุดนอนสีขาวนวลชิวซานได้นำหมอนและผ้าห่มผ้าไหมใหม่เอี่ยมมาปูไว้ข้างกายเซี่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
ชิงเชวี่ยขมวดคิ้ว กล่าวแทนเสิ่นเย่าอย่างไม่พอใจ "พระชายาเพิ่งจะตื่น จะรีบร้อนเร่งไปถึงเพียงนี้ได้อย่างไรเพคะ?"หมัวมัวแค่นเสียง "ใช่แล้ว พระชายาทรงเป็นธิดาจากจวนแม่ทัพ มีฐานะสูงส่ง แถมฮ่องเต้ยังพระราชทานสมรสให้ ก็ไม่น่าแปลกใจ ที่จะไม่เห็นน้าสะใภ้โจวผู้เป็นแม่ม่ายอยู่ในสายตา"ชิงเชวี่ยตกตะลึง เบิกตากว้าง "ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าหมายความเช่นนั้น?""คุณหนูแม้แต่ความหมายที่ตัวเองพูดก็ยังอธิบายไม่ได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดจะดีกว่า!"หมัวมัวใช้คำพูดไม่กี่คำ ก็ทำให้ชิงเชวี่ยปิดปากสนิทได้อย่างรวดเร็ว แล้วหันไปทางเสิ่นเย่า "พระชายาว่าอย่างไรเพคะ?"การส่งหมัวมัวที่ฝีปากกล้าเช่นนี้มา น้าสะใภ้โจวคงตั้งใจ จะให้บทเรียนแก่เสิ่นเย่าตั้งแต่เช้าวันแรกของการแต่งงานเมื่อเผชิญกับการจ้องมองที่เฉียบคมของหมัวมัว เสิ่นเย่าเพียงยิ้มเล็กน้อย "ก็สมควรที่จะต้องไปถวายน้าสะใภ้โจว"น้ำเสียงของนางอ่อนโยนและสงบ แต่คำว่าถวายกลับฟังดูบาดหูหมัวมัวหลุบตาลง "พระชายาเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ถวาย เป็นเพียงการไปพบเท่านั้นเพคะ"แต่เสิ่นเย่ากลับไม่ได้ยินประโยคนั้น "แม่ทัพเซวียสละชีพเพื่อช่วยเหลือองค์ชาย ภรรยาม่ายของเขาย่อมสมควรได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
เพียงคำว่า "เสด็จอาสะใภ้เล็ก" ก็ทำให้เซี่ยจิ่งชูขมวดคิ้วทันที"ที่พูดว่าดีใจ" เสิ่นเย่ากล่าวต่อ "เป็นเพราะงานแต่งงานครั้งนี้ข้าเป็นคนขอมาเอง เมื่อได้สมปรารถนา ย่อมต้องเบิกบานใจเป็นธรรมดา พระรัชทายาททรงตรัสถามทำไมหรือเพคะ?"เซี่ยจิ่งชูโกรธจนกระแอมไอออกมาอย่างรุนแรงเสิ่นเย่าไม่ได้รู้สึกสงสาร แต่นางรีบถอยหลังไปเกือบครึ่งก้าว เว้นระยะห่างที่ไม่ทำให้นางถูกกระทบ แล้วกล่าวอย่างเย็นชา "พระรัชทายาททรงประชวร ควรกลับไปกินยาและพักผ่อนมาก ๆ เถิดเพคะ หม่อมฉันจะไปถวายพระพรฮ่องเต้และฮองเฮาก่อน"ไม่รอให้เซี่ยจิ่งชูพูดอะไร นางก็พาทั้งชิงเชวี่ยและยินจูจากไปเสิ่นเย่าอยู่ที่ตำหนักฮองเฮา เมื่อฮ่องเต้เสด็จกลับจากราชสำนัก พอเห็นนางก็ทรงมีความสุขมากเป็นพิเศษเดิมทีวันนี้ ขุนนางในราชสำนักต่างพากันสรรเสริญฮ่องเต้เรื่องการอภิเษกสมรสครั้งนี้ปกติแล้วขุนนางฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ของต้าเซิ่งไม่ค่อยลงรอยกัน ทะเลาะกันเล็กน้อยสามวันครั้งนึง ทะเลาะกันใหญ่ห้าวันครั้งนึง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีความเห็นเป็นเอกฉันท์ด้วยเหตุนี้ ฮ่องเต้จึงปรีดาเป็นอย่างยิ่งฮองเฮาถือโอกาสนี้เชิญเสิ่นเย่าให้อยู่ร่วมทานอาหารกลางวัน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
พระชายาไม่ได้รังเกียจ แต่... ต้องการป้อนยาองค์ชายด้วยตนเอง?เสิ่นเย่ายื่นมือไปหาเขา สีหน้าจริงจังและแน่วแน่ "เจ้าลุกขึ้น ส่งชามยามาให้ข้า"ชิวซานลุกขึ้น ยืนมองเสิ่นเย่าที่นั่งอยู่ข้างเตียง "พระชายาพ่ะย่ะค่ะ พวกข้าน้อยจะขอถอยออกไปทันที"เสิ่นเย่ากลับสงสัย "ทำไมต้องถอยออกไป?"ชิวซานตอบอย่างจริงจัง "พระชายาจะป้อนยาองค์ชายไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ หากพวกข้าน้อยอยู่ด้วย เกรงว่าพระชายาจะกระดากใจ และมันก็ไม่ถูกธรรมเนียมด้วยพ่ะย่ะค่ะ"เสิ่นเย่ายิ่งสงสัยหนักขึ้น "การป้อนยาอย่างเปิดเผย มีอะไรที่คนอื่นจะดูไม่ได้?"ชิวซานเกาหัวด้วยความอับอาย "ก็เดี๋ยวพระชายาต้องป้อนยาให้องค์ชายด้วยปากมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?"เสิ่นเย่าชะงัก ป้อนยาด้วยปาก?นางต้องอมน้ำยาไว้ แล้วประชิดริมฝีปากกับเซี่ยเยวียน แล้วค่อย ๆ ถ่ายทอดน้ำยาอุ่น ๆ ให้เขาหรือ?ภาพนั้นทำเอาหัวใจเสิ่นเย่าเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าว นางถามกลับ "ใครบอกเจ้าว่าคนหมดสติจะต้องป้อนยาด้วยปากต่อปาก?"ชิวซานตอบตามตรง "ในหนังสือนิทาน เขาเขียนไว้แบบนั้นพ่ะย่ะค่ะ"เสิ่นเย่า: ...เสิ่นเย่า: "เจ้าก็รู้ว่านั่นคือหนังสือนิทานนี่!"ชิวซานยืนอยู่ข้างเตียง ดวงตากลมโตกะ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
เสิ่นเย่าตกใจ นิ้วสั่นเล็กน้อย ช้อนพลันเอียง ทำให้น้ำยาสีน้ำตาลหกเลอะมุมปากของเซี่ยเยวียนสองสามหยดนางรีบล้วงผ้าเช็ดหน้าจากแขนเสื้อออกมาเช็ดอย่างรวดเร็ว ในความเร่งรีบ นิ้วมือของนางก็สัมผัสโดนแก้มของเซี่ยเยวียนขนตาของเซี่ยเยวียนสั่นไหวเล็กน้อยอย่างไรก็ตาม เสิ่นเย่าหันไปมองชิวซาน จึงไม่ได้สังเกตเห็นนางตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง จ้องมองชิวซานเขาเกาคาง พึมพำว่า "การเปลี่ยนเสื้อผ้าและเช็ดตัว ย่อมต้องมีการพลิกตัวองค์ชาย พระชายาทรงเป็นสตรี กำลังวังชาไม่พอที่จะเคลื่อนย้ายองค์ชายได้ เรื่องเหล่านี้ให้พวกข้าน้อยจัดการเถิดพ่ะย่ะค่ะ"เสิ่นเย่าถอนหายใจโล่งอกนางสงบสติอารมณ์ วางผ้าเช็ดหน้าในมือลง "จริงสิ ในเรือนนี้ นอกจากเจ้ากับยินจูแล้ว คนอื่น ๆ ข้ายังจำหน้าไม่ได้หมดเลย เรียกพวกเขามาให้ข้าดูหน่อยเถิด"ชิวซานตอบรับทันที"แต่พระชายา มีเรื่องหนึ่งที่ท่านต้องทราบพ่ะย่ะค่ะ""เรื่องอะไร?"ชิวซานกล่าว "จวนองค์ชายแบ่งออกเป็นสองฝ่ายพ่ะย่ะค่ะ คือ เรือนนี้กับเรือนภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการจัดคน หรือค่าใช้จ่าย ก็แยกกันหมดพ่ะย่ะค่ะ"เสิ่นเย่าชะงักเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจกับเรื่องนี้ "ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
แต่คนกลุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่กลางแดด ก็ร้อนจนเหงื่อซึมที่หน้าผากแล้วเมื่อได้ยินว่ามีน้ำซุปถั่วเขียว แถมยังเป็นแบบแช่น้ำแข็ง ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายเสิ่นเย่ากล่าวต่อ "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะมีน้ำซุปถั่วเขียวคนละหนึ่งชามในช่วงบ่าย จนกว่าจะหมดฤดูร้อน หากไม่พอ ก็สามารถไปเติมได้ หากต้องการอย่างอื่น ก็บอกชิงเชวี่ยได้เลย ข้าจะพิจารณาจัดเตรียมให้ตามความเหมาะสม"ทุกคนรีบขอบคุณทันทีเสิ่นเย่าคิดในใจ นี่แหละคือสิ่งที่พี่สะใภ้เคยพูดถึง "การให้คุณและโทษควบคู่กันไป" ใช่ไหม?ให้พวกเขาตากแดดเล็กน้อย แต่ก็มอบน้ำซุปถั่วเขียวให้ดับร้อนพวกเขาจะเกรงกลัวในอำนาจของพระชายา และจดจำความเมตตาของนางด้วยเช่นนี้ การทำสิ่งต่าง ๆ ในอนาคตก็จะง่ายขึ้นมากหลังจากทำความรู้จักกับทุกคนในเรือนแล้ว เสิ่นเย่าก็ไปดูบัญชีต่อตามที่ชิวซานบอก เขาไม่เข้าใจเรื่องนี้เลย บัญชีจึงยุ่งเหยิงไปหมด ลายมือเขียนพู่กันก็ราวกับไก่เขี่ยเสิ่นเย่าดูด้วยความอดทน จนแทบไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผ่านล่วงเลยไป"พระชายา ถึงเวลาพักผ่อนแล้วนะเพคะ หากดูต่อไป ดวงตาของท่านจะต้องเสียเป็นแน่"จนกระทั่งชิงเชวี่ยเข้ามาจากด้านนอกเสิ่นเย่ายั
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status