เข้าสู่ระบบ๖
ฟูจวินไม่ได้รักพวกนางคนที่ฟูจวินรักคือ…
ชิงป๋ายทู่อารมณ์ดีเพราะได้ทานอาหารที่ตนอยากทาน นางจิ้มน้ำจิ้มซื่อชวนเล็กน้อยเพราะทานเผ็ดมากไม่ได้ ฟูจวินของนางไม่ได้บริการเฉพาะแกะกุ้งให้เท่านั้น แต่ยังช่วยเลาะก้างปลาให้โดยที่เนื้อไม่เหลือก้างปลาติดมาเลยแม้แต่น้อย
ทักษะอันยอดเยี่ยมทั้งสองเพิ่มความน่าชื่นชมในสายตาชิงป๋ายทู่ในเวลาที่มองเขามากขึ้นกึ่งหนึ่ง ซึ่งนี่ก็ทำให้คนตัวโตหัวใจชุ่มฉ่ำ ต่อให้ไม่ค่อยได้ทานแต่ก็ยังอิ่มใจ
“อิ่มหรือไม่”
อูต้าฉงเอ่ยถามในยามที่เห็นนางวางตะเกียบลงแล้ว คำถามนี้ต่อให้นางไม่ตอบ อูต้าฉงก็ทราบความในใจ เพราะนอกจากนางจะทานกุ้งและปลาที่เขาปอกเปลือกเลาะเนื้อให้จนหมดแล้ว ข้าวต้มผักก็ยังหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่น้ำ
“อิ่มเจ้าค่ะ ฟูจวินไม่หิวตอนเที่ยงหรือเจ้าคะ หรือเป็นเพราะว่าทานตอนเช้ามากแล้ว”
อูต้าฉงไม่ตอบแต่มองไปที่เปลือกกุ้ง ชิงป๋ายทู่เห็นเช่นนั้นก็ส่งยิ้มแห้งให้เขาในทันที
“ที่แท้ก็มัวแต่แกะกุ้งให้ข้าอยู่นั่นเอง ขอบคุณเจ้าค่ะ เช่นนั้น ข้าตักเคาหยกให้ฟูจวินแล้วกัน”
ว่าแล้วนางก็ยื่นมือไปหยิบตะเกียบของเขาแล้วคีบเนื้อหมูสามชั้นให้ทั้งแผ่น นางไม่ชอบทานสามชั้นแต่ชอบทานผักที่ต้มลงไปด้วยกับเนื้อหมูจึงคีบทานเฉพาะผักเท่านั้น
“ทานเลยเจ้าค่ะ”
ชิงป๋ายทู่นึกสนุกเมื่อตนเป็นฝ่ายเปลี่ยนสถานะเป็นคนที่บังคับเขาทานบ้าง ชายหนุ่มเห็นรอยยิ้มของนางก็เดาได้แล้วว่าตนกำลังถูกเอาคืน
“เสี่ยวทู่ทู่เอาคืนฟูจวินหรือ”
นางทำหน้าซื่อตาใส โบกมือพัลวัน อูต้าฉงแม้จะรู้ว่านางโกหก แต่ก็ทานอาหารที่นางคีบให้จนหมดชิ้น
ตลอดเวลาที่ทานอาหาร ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวจับจ้องมาที่ตนตลอดก็เริ่มเกร็ง ยิ่งตอนที่ช้อนตาขึ้นมองแล้ว
เห็นนางยังคงจับจ้องมาที่ตน เขาจึงปรับท่าทางการกินให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น
ทว่าต่อให้ระวังเพียงใดก็ยังมีน้ำต้มจากหมูกระเด็นติดมุมปาก เขายื่นมือจะไปหยิบผ้าเช็ดมือมาซับ แต่ก็ไม่ทันมือบางที่เอื้อมมาเช็ดมุมปากให้
การกระทำนี้นอกจากจะทำให้อูต้าฉงนิ่งอึ้งไปแล้ว เก่ออินที่มองปฏิกิริยาของทั้งสองอยู่ถึงกับดวงตาเบิกกว้างไม่ต้องพูดถึงเสี่ยวเซฺว่ที่เม้มปากกำมือแน่น
“มุมปากเลอะเจ้าค่ะ ข้าเช็ดให้”
ชิงป๋ายทู่ส่งยิ้มให้เขาน้อย ๆ ดวงตายังคงจ้องชายหนุ่มอยู่ คราวนี้เป็นเขาแล้วที่ทานต่อไม่ลง มีดวงตาคู่โตจ้องตนในระหว่างที่ทานอยู่เช่นนี้ เขาจะทานต่อไปได้อย่างไร
“ฟูจวินอิ่มแล้ว เราไปเดินย่อยอาหารกันดีหรือไม่”
ชิงป๋ายทู่แสดงสีหน้าไม่เข้าใจเพราะเห็นถ้วยข้าวเขาพร่องลงนิดเดียวเท่านั้น
“ฟูจวินเพิ่งทานไปเองเจ้าค่ะ ทานต่ออีกหน่อยนะเจ้าคะ เดี๋ยวข้าให้เสี่ยวเซฺว่เลาะก้างปลาออกให้”
ว่าแล้วนางก็ยกจานปลานึ่งซีอิ๊วให้สาวใช้จัดการ ได้รับท่าทางแสดงถึงความใส่ใจกันเช่นนี้เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธให้นางต้องเสียน้ำใจ
“ฮูหยินมีน้ำใจแล้ว”
สุดท้ายเขาก็ถูกนางอ้อนกึ่งบังคับให้ทานข้าวจนหมดถ้วย อูไน่และอูตูที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์นี้พอดีเผลอส่งสายตาให้กันแล้วคิดในใจว่า…
นี่ยังใช่แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรของพวกเขาอยู่หรือไม่ เหตุใดชนะคนเรือนแสนแต่แพ้ให้สตรีตัวเล็ก ๆ คนเดียว
พ่ายพ่ายในชุดปรับแต่งเน้นส่วนเอวและอกเดินนวยนาดออกจากเรือนตนมาที่เรือนใหญ่ เมื่อครู่นางเห็นเสี่ยวหลินร้องไห้มาแล้ว พอหลอกถามมาได้ก็ทราบว่าท่านแม่ทัพ
อูเตรียมยื่นการตัดขาดกับเสี่ยวหลินหากนางยังไม่รู้สถานะของตัวเอง
พ่ายพ่ายจึงเปลี่ยนแผนไปให้อยู่ในสายตา ไม่ชวนสนทนาแต่ให้ร่างกายหวนรำลึก
นางไม่เชื่อว่าหากอูต้าฉงเห็นนางอยู่ในชุดงดงามเน้นทรวดทรงเช่นนี้แล้วจะไม่หวนคิดถึงเรือนร่างของนางอีก
“...ฟูจวินโดนเจ้าเอาคืนแล้วใช่หรือไม่”
แล้วคนที่นางดักรออยู่ก็เดินออกมาจากเรือนใหญ่ นางถอยห่างออกไปจากบริเวณนี้แสร้งทำเป็นชื่นชมสวนดอกไม้ เมื่อหางตาเห็นสองร่างเดินเข้ามาใกล้ นางก็หมุนตัวไปทางทั้งสองแสร้งทำเป็นว่าบังเอิญเจอกัน
“คารวะท่านแม่ทัพ คารวะฮูหยิน”
ร่างงามเย้ายวนย่อกายลงต่ำเอ่ยทำความเคารพอย่างนอบน้อม ตัวนางย่อกายต่ำลงแต่ไม่ได้ก้มศีรษะลงด้วยทำให้จังหวะตอนที่ย่อลงมานั้นเห็นหน้าอกหน้าใจเต็มตา
ชิงป๋ายทู่เห็นเช่นนั้นดวงตาพลันเบิกกว้าง จับจ้องเพียงเนินอกที่ล้นขึ้นมาเหนือเสื้อเกาะอกตัวในสุด
“ถึงว่าฟูจวินชอบทรงนี้”
ชิงป๋ายทู่ยกมือทาบอกตัวเอง เมื่อพบว่ายังราบเรียบเช่นเดิมก็ส่ายหน้าให้ตัวเองอย่างเหลือใจ
“ไม่อาจเอามาเทียบจริง ๆ”
อูต้าฉงหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเผลอคิดเรื่องนั้น
แต่เขาโมโหพ่ายพ่ายเพราะรู้จุดประสงค์ของนาง
ไม่พอการปรากฏตัวของนางยังทำให้กระต่ายน้อยของเขาน้อยเนื้อต่ำใจในความมีน้อยของตน
“พ่ายพ่าย!”
เจ้าของนามกระหยิ่มใจรีบเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม จนกระทั่งเห็นแววตาของเขานางถึงรู้ว่าตนกำลังตกที่นั่งลำบาก
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อย…”
“เจ้าเห็นจวนแม่ทัพเป็นหอคณิกาหรือ คิดจะแต่งตัวอย่างไรกับที่นี่ก็ได้ใช่หรือไม่!”
พ่ายพ่ายรีบคุกเข่าลงพื้น คราวนี้ยิ่งเห็นหน้าอกหน้าใจของนางมากขึ้น
ชิงป๋ายทู่เริ่มไม่อยากมองแล้วจึงได้ยกมือปิดหางตาของตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผลอชำเลืองไปมองทางด้านนั้นอีก
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะไม่แต่งกายเช่นนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ”
“หากยังอยากเสวยสุขอยู่ที่นี่ต่อไปก็ให้ลืมกำพืดของตัวเองเสีย อนุภรรยาไม่มีสิทธิ์มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวเรือนหน้า นี่คือข้อตกลงที่เราเคยทำไว้ร่วมกันแล้ว หากเจ้าคิดว่าตนกระทำตามข้อตกลงไม่ได้ ข้าพร้อมให้คนไปส่งเจ้ากลับหอฟางเซียง”
พ่ายพ่ายรีบส่ายหน้าในทันที นางคุกเข่ากล่าวว่าตนผิดไปแล้วอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งอูต้าฉงจูงมือชิงป๋ายทู่พานางกลับเรือนของตนเอง
ระหว่างทางทั้งสองไร้บทสนทนา อูต้าฉงยังคงโกรธจนหน้าแดง ต่างจากชิงป๋ายทู่ที่ยังอยู่ในอารมณ์เดิม
นางเหลือบตามองคนที่กุมมือนางอยู่ คิดอยากสะบัดมือเขาออกแล้วบอกว่านางเดินเองได้ แต่ยังแพ้เสียงในหัวถึงได้ยังปล่อยให้เขากุมมือจนกระทั่งมาถึงเรือนผิงอัน
“ขอบคุณฟูจวินที่มาส่งข้าเจ้าค่ะ ได้เวลานอนตอนบ่ายของข้าแล้ว ขอตัวนะเจ้าคะ”
ชิงป๋ายทู่พยักหน้าชวนเสี่ยวเซฺว่ แต่เสี่ยวเซฺว่ไม่กล้าเดินตามนายสาวเข้าไปเพราะได้รับสายตาเตือนจากแม่ทัพหนุ่มจึงรั้งรออยู่ด้านนอก
ส่วนชิงป๋ายทู่ที่เดินเข้ามาด้านใน หันไปมองอีกทีแล้วเห็นร่างสูงของฟูจวินไร้เงาเสี่ยวเซฺว่ตามมาก็ชะเง้อคอมอง
“ไม่ต้องหาหรอก ฟูจวินให้นางรออยู่ด้านนอก ฟูจวินมีเรื่องต้องสนทนากับเจ้าให้รู้เรื่อง”
ฝืนตาสนทนาให้จบ ๆ เสียชิงป๋ายทู่ เจ้าจะได้นอนหลับกลางวันแล้ว
“ฟูจวินมีเรื่องใดอยากสนทนากับข้าหรือเจ้าคะ”
ท่าทางที่ไร้ความหึงหวงของนางทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหลากหลาย จากที่กังวลว่านางจะโกรธเขาเรื่องอนุกลับน้อยใจที่นางไม่ได้ให้ความสนใจในตัวเขาเลย
ขนาดกำลังถูกสตรีอื่นวางแผนดึงความสนใจของเขาไปจากนาง นอกจากนางจะไม่หึงหวงแล้วยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ฟูจวินคำนี้มีไว้ให้เจ้าเรียกเท่านั้น ฟูจวินพาพวกนางกลับมาด้วยก็จริง แต่ฟูจวินไม่ได้รักพวกนาง”
ถ้าพวกนางมาได้ยินคงเสียใจแย่ ดีที่เขาพูดกับเจ้า
“ชู่! เบา ๆ เจ้าค่ะเดี๋ยวใครก็เอาความนี้ไปบอกพวกนางเข้า พวกนางจะเสียใจนะเจ้าคะ”
อูต้าฉงหน้าสั่น ตอนแรกโกรธพ่ายพ่ายที่คิดจะทวงความโปรดปราน แต่ยามนี้เริ่มโกรธนางที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้ว หากนางแกล้งทำก็ดี แต่หากนางแสดงออกอย่างที่รู้สึกจริง ๆ เขาได้โมโหจนกระอักเลือดแน่
“ทู่ทู่ เจ้าไม่กลัวฟูจวินโมโหเจ้าจนกลับไปหาพวกนางเพื่อประชดประชันเจ้าหรือ”
“ฟูจวินจะประชดประชันข้าทำไมเจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำอันใดผิดเสียหน่อย”
ชิงป๋ายทู่ตีหน้าซื่อ การกระทำนี้ทำให้มือหนายื่นมาดึงตัวนางเข้าประชิดตัว มือบางรีบปิดปากตัวเองเอาไว้ทันที
“ในตำรามีให้เห็นเยอะ ฟูจวินจะหาที่ระบายด้วยการกัดปากข้าไม่ได้นะเจ้าคะ”
ความใสซื่อหายไปเหลือเพียงความพยศ
อย่าได้ดูถูกกระต่ายเลี้ยงเช่นนาง!
“ทู่ทู่ ฟูจวินเป็นแค่บุรุษคนหนึ่งที่ยังมีความต้องการเรื่องนั้น ฟูจวินผิดเองที่ไม่ยับยั้งชั่งใจไม่พอยังพาพวกนางกลับมาที่นี่ด้วย อย่าได้โกรธกันจนทำเป็นไม่รู้สึกอันใดเช่นนี้ได้หรือไม่ ฟูจวินขอร้อง”
ชิงป๋ายทู่เปิดริมฝีปากออกเมื่อเขาไม่ได้มีท่าทางจะจุมพิตนางอย่างในตำราที่นางเคยอ่าน ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วดันกายเขาออก
“ฟูจวิน ข้าเข้าใจเรื่องบุรุษมีสามภรรยาสี่อนุเจ้าค่ะ ไม่ใช่ว่าฟูจวินไม่ยับยั้งชั่งใจ ฟูจวินแค่ไม่คิดว่าสิ่งที่ตนทำเป็นเรื่องผิดและการพาพวกนางกลับมาก็เป็นเรื่องของความรับผิดชอบ ทุกอย่างมีผลของการกระทำเจ้าค่ะ ต่อไปก่อนจะทำอะไรให้คิดด้วยว่าตนจะมีวันนี้หรือไม่”
อูต้าฉงเริ่มยิ้มออก
“เจ้าให้อภัยฟูจวินแล้วใช่หรือไม่”
พอเห็นนางส่ายหน้ารอยยิ้มเมื่อครู่ถึงหายไป
“ข้าบอกแล้วว่าไม่ได้โกรธฟูจวิน แต่เรื่องที่ฟูจวินจะให้ข้าทำหน้าที่แทนเจี่ยเจียทั้งสองนั้น เกรงว่าร่างกายของข้าจะทนรับสัมผัสร่วมแบบนั้นไม่ได้ คืนนี้กลับไปนอนที่เรือนใหญ่เถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่ชอบให้ใครมาแย่งพื้นที่ส่วนตัว”
๑๘ในคืนที่เหน็บหนาวเตาเผาอันนี้อุ่นที่สุด“คุณหนู เก่ออินบอกว่ากองทัพของท่านแม่ทัพมาถึงหน้าเมืองแล้วเจ้าค่ะ ครั้งนี้ไม่มีรถม้าอนุมาด้วย เรารีบไปต้อนรับท่านแม่ทัพกันเจ้าค่ะ”ครั้งนี้ชิงป๋ายทู่ไม่ได้ออกไปต้อนรับสามีโดยให้เหตุผลว่ากลัวเห็นรถม้าบรรทุกคนงามกลับมาด้วย“ช่างเถิด อย่างไรก็ไปไม่ทันแล้ว รอฟูจวินกลับมาที่จวนเลยก็แล้วกัน”ชิงป๋ายทู่ในชุดที่พร้อมออกไปข้างนอกกลับมานอนรออยู่บนเตียงเช่นเดิม นางหลับตาลงสงบใจตัวเองไม่ให้เต้นรัวกับการกลับมาของเขา สงบใจไปสงบใจมาก็ผล็อยหลับไปไม่รู้ตัวเลยว่าในขณะที่ตนกำลังเข้าสู่ห้วงนิทรานั้นกำลังมีผู้บุกรุก!อูต้าฉงที่ยังอยู่ในเสื้อเกราะเพราะหวังจะให้ฮูหยินได้เห็นความองอาจของตนเต็ม ๆ เป็นต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหลับไป“ท่านแม่ทัพ ให้บ่าวปลุกฮูหยินหรือไม่เจ้าคะ”อูต้าฉงยกนิ้วชี้อังริมฝีปากเอาไว้ สัญลักษณ์ให้นางเงียบเสียง เสี่ยวเซฺว่ยกนิ้วชี้อังริมฝีปากตามเขา พยักหน้ารับเบา ๆ แล้วเดินออกไปจากห้องนอนชายหนุ่มคิดจะนั่งลงบนเตียงนางไม่ดีกว่า สกปรกแต่เมื่อคิดได้ว่าตนไม่สะอาดพอก็ทำเพียงยืนข้างเตียง มองใบหน้าน่ารักที่กำลังหลับตาพริ้มด้วยสายตาคิดถึง โหยหา
๑๗สองปีเทียบไม่ได้เลยกับสองเดือนนี้“เปิ่นหวางมีธุระต้องออกไปทำนอกเมือง กล้าขวางเปิ่นหวางเช่นนั้นหรือ”ยามนี้รถม้าองค์ชายห้าถูกขวางเอาไว้โดยทหารรักษาเมือง เขากะเอาไว้แล้วว่าต้องโดนขวางทางจึงได้ให้ชิงป๋ายทู่ซ่อนกายในรถม้า มีองค์ชายห้ายื่นหน้าออกหน้าต่างรถม้าเพียงคนเดียวยามนี้ชิงป๋ายทู่เหงื่อแตกเต็มใบหน้าแล้ว!“ขอประทานอภัยองค์ชายห้า มีรับสั่งจากเบื้องบนให้ค้นรถม้าทุกคันที่ออกจากเมือง แน่นอนว่ารถม้าคันนี้ก็ไม่ได้รับการยกเว้น”องค์ชายห้ากัดฟัน แกล้งทำเสียงเข้มข่มขู่นายกอง“ทหารชั้นผู้น้อยอย่างพวกเจ้าไม่เห็นเปิ่นหวางอยู่ในสายตาเลยสินะ เปิ่นหวางสั่งลงโทษเจ้าฐานหมิ่นเบื้องสูงได้ เจ้าทราบหรือไม่”นายกองส่งยิ้มบางให้องค์ชายห้าพร้อมโค้งตัวลงคารวะ องค์ชายห้าเห็นเช่นนั้นก็หลุดยิ้ม แต่แล้วรอยยิ้มก็หายไปเมื่อนายกองออกคำสั่งให้คนบังคับรถม้าเบี่ยงไปจอดข้างประตูเพื่อไม่ให้การจราจรติดขัดในเมื่อไม่ให้ค้นก็ทำได้แต่ประวิงเวลาไปก่อน ไท่จื่อเสด็จมาเมื่อไรย่อมมีวิธีจัดการอนุชา!“นี่! ข้าคือองค์ชายห้า กล้าออกคำสั่งเช่นนี้กับข้าหรือ…อาเฟิงบังคับรถม้าไปที่เดิม เปิ่นหวางยังไม่ได้สั่งเจ้ากล้าขัดคำสั่งเปิ่นหว
๑๖จะเป็นนางเอกเรื่องจอมใจท่านแม่ทัพเช้าวันต่อมาชิงป๋ายทู่ยังคงนอนบนเตียง เพราะกลับสู่สถานการณ์เช่นเมื่อก่อน เสี่ยวเซฺว่จึงไม่ได้ปลุกนายสาว ปล่อยให้นางได้นอนอย่างเต็มที่ ชดเชยเมื่อคืนนี้ที่กว่าจะเข้านอนก็เข้าสู่เที่ยงคืนของวันใหม่แล้วทว่า…แม้เสี่ยวเซฺว่ไม่ปลุกนาง ความคุ้นชินบางอย่างก็ทำให้ชิงป๋ายทู่ได้ยินเสียงคุ้นหูคล้ายดังอยู่ด้านนอกเรือนนอนของนาง เสียงที่มาปลุกนางตลอดเกือบหนึ่งเดือนมานี้‘ฮูหยิน เช้าแล้วตื่นมาทานข้าวเช้าด้วยกันเร็ว’“อื้อ~ขออีกหนึ่งก้านธูปเจ้าค่ะฟูจวิน”ชิงป๋ายทู่บิดขี้เกียจ พูดเสียงอ้อแอ้ในลำคอ จังหวะนั้นเสี่ยวเซฺว่ถือถังน้ำอุ่นเข้ามาในห้องพอดี นางวางถังน้ำอุ่นเอาไว้แล้วยื่นหน้าไปใกล้ ๆ นายสาวฟังว่านางพูดอะไร“...ขอนอนอีกนิดเจ้าค่ะฟูจวิน”เสี่ยวเซฺว่ได้ยินชิงป๋ายทู่ละเมอถึงสามีก็เบะปาก น้ำตาคลอเพราะสงสารคุณหนูที่ต้องห่างจากสามีอีกแล้ว“โธ่~คุณหนูของข้า ทั้งเมืองหลวงนี้จะมีใครน่าสงสารเท่าคุณหนูของข้าอีกหรือไม่”เสี่ยวเซฺว่ขึ้นเตียงเจ้านายแล้วกอดนางเอาไว้ ชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกหายใจไม่ออก ชั่วขณะนั้นนางเปลี่ยนเป็นฝันเรื่องอื่น ฝันว่าตนถูกงูรัดพอนางดิ้น เสี่ยวเซฺว่ถึ
๑๕สถานการณ์พิเศษเข้าแทรกซ้อนเพราะมีประสบการณ์จากงานเลี้ยงในวังหลวงคืนวันนั้นแล้ว อูต้าฉงไม่แตะสุราเลยแม้แต่น้อย พลาดครั้งแรกถูกเล่าลือไปทั้งแวดวงขุนนาง หากเขาพลาดครั้งนี้ไม่แคล้วโดนอูลาลาล้อไปยังลูกเข้าพิธีสวมกวานงานเลี้ยงวันเกิดในคืนนี้เชิญเฉพาะญาติสนิทเท่านั้น เมื่อตู้หลางเห็นว่าแขกที่เชิญมาทุกคนอยู่ด้านในจวนหมดแล้วก็สั่งให้บ่าวปิดจวน เริ่มทยอยยกอาหารขึ้นโต๊ะแล้วเริ่มการแสดงงิ้วคณะดังได้ชิงป๋ายทู่ทานอาหารก่อนใครเริ่มอิ่มแล้ว ตอนนี้นางกำลังดื่มสุราโดยมีขนมแกล้มนางเพียงคนเดียวดื่มไปหมดขวดแล้ว ทว่าท่าทางยังคงปรกติ ไม่มีท่าทีเมามาย เรียกสายตาอึ้งทึ่งจากบุรุษที่นั่งอยู่ข้างกายนางยิ่งแล้ว“ฮูหยินดื่มเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรหรือ”“ข้าดื่มทุกวันเจ้าค่ะ ต้าเกอ ถานเกอกลัวข้าถูกมอมสุราเลยฝึกให้ข้าดื่มเข้าไว้จะได้ไม่เสียทีใคร ฟูจวินเสียอีก ดื่มสามจอกก็เมาแล้ว”“วิชายุทธ์ที่ฟูจวินฝึกอยู่ต่อต้านสุรา หากดื่มเกินสามจอก หน้าผีก็เห็นเป็นหน้าคนได้”อูต้าฉงนึกถึงเหตุการณ์คืนที่ตนเมาสุราแล้วเผลอมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยกับเสี่ยวหลินชิงป๋ายทู่เห็นชายหนุ่มเงียบไปก็ยื่นหน้าไปมองเขา โบกมือเบา ๆ ตรงหน้า
๑๔สายตาฟูจวินมองหาเจ้ามานานแล้วชิงป๋ายทู่พลันรู้สึกว่าตั้งแต่กลับมาจากการขี่ม้าวันนั้นนางมองสามีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แม้จะยังไม่ให้เขาเข้ามานอนในเรือนของนางในตอนกลางคืนแต่ช่วงกลางวันก็ยังยอมให้เขามาดึงตัวไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมด้านนอกบ้าง ไม่ก็สหายของเขาที่เป็นแม่ทัพบ้าง เป็นการเปิดตัวฮูหยินของตนอย่างเป็นทางการวันนี้สามีของอูลาลาคหบดีที่รวยติดอันดับในเมืองหลวงจัดงานวันเกิดที่จวน สองสามีภรรยาย่อมได้รับเทียบเชิญให้ไปร่วมงานด้วยชิงป๋ายทู่ที่นับว่าสนิทกับจวนคหบดีตู้พอสมควรเป็นฝ่ายเตรียมของขวัญไปมอบให้แทนสามี ในขณะที่กำลังนั่งรถม้าไปด้วยกันนั้น อูต้าฉงก็เอื้อมมือมาจับกล่องที่ชิงป๋ายทู่กอดเอาไว้ไม่ปล่อย“ในนี้มีอะไรหรือ เหตุใดไม่วางเลย”ของขวัญชิ้นนี้ไม่ใช่ความลับอยู่แล้ว นางเปิดกล่องให้สามีดูก็เห็นว่าในนี้เป็นขวดที่ใส่น้ำอบ กลิ่นพิเศษที่โชยออกมาแตะจมูกเขาทำให้สีหน้าเขาผ่อนคลายมากขึ้น เริ่มอยากรู้จักของขวัญชิ้นนี้อย่างละเอียดแล้ว“หอมนัก ฮูหยินทำน้ำอบเองหรือ”ชิงป๋ายทู่ไม่กล้ารับความดีความชอบ“ท่านแม่ทำเจ้าค่ะ หลางเกอชอบกลิ่นนี้มาก แต่ท่านแม่ไม่ขายสูตรให้เขา หลางเกอร่ำรวยไม่มีสิ่งใดที
๑๓ชิงป๋ายทู่ผู้ที่ไม่พยายามอะไรเลยก็สำเร็จจ๋อม!ไม้ไผ่แทงตัวปลาครั้งที่สิบห้า ทว่าเมื่อดึงไม้แทงแหลมขึ้นมาจากน้ำยังคงไร้ตัวปลาเช่นเดิมอูต้าฉงปาดเหงื่อ เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองโดยฮูหยินน้อย ไม่อยากหันไปมองนางเพราะกลัวจะเห็นสีหน้าผิดหวัง เมื่อแทงลงครั้งที่สิบหก ยกไม้ขึ้นมาอีกครั้งแล้วเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า เขาก็ต้องหันหน้ามาส่งยิ้มจืดเจื่อนให้นางจนได้“ปลาที่นี่รู้งานนัก แต่ฮูหยินไม่ต้องกังวล เราจะได้ทานปลากันอย่างแน่นอน”ชิงป๋ายทู่ที่ทำสีหน้าลุ้นระทึกยกมือกุมกันไว้พยักหน้ารับเบา ๆ จนเขาแทงปลาครั้งที่ สิบเจ็ด สิบแปด สิบเก้า ยี่สิบแล้วยังคงไร้ปลาเหมือนเดิมนางถึงได้ยื่นมือไปขอไม้แทงกับอูไน่!“รองแม่ทัพอูส่งไม้มาให้ข้า”อยู่ค่ายมีฐานะเป็นรองแม่ทัพ อยู่จวนมีฐานะเป็นองครักษ์ แต่ชิงป๋ายทู่เลือกเรียกเขาในตำแหน่งทางทหารแทน อูไน่ได้ยินเช่นนั้นย่อมรู้สึกถึงการให้เกียรติกัน“ฮูหยินเรียกอูไน่เท่านั้นก็ได้ขอรับ”“อูตูเท่านั้นก็ได้เช่นกันขอรับ”ชิงป๋ายทู่ไม่ติดที่จะสนิทกับทั้งสอง เรียกชื่อพวกเขาให้พวกเขาดีใจก่อนที่จะหมุนตัวไปทางลำธารสังเกตท่าทางแทงปลาของสามี“ฮูหยินน้อยเรียกชื่อข้าแล้ว







