Masuk
ณ บ้านเจ้าสัวภาณุ
ขวัญพิชชา หรือ พิชา ลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภานุวัฒน์ วัย 15 ปี และด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียว เธอจึงถูกตามใจ และประคบประหงมเป็นอย่างดีมาโดยตลอดตั้งแต่เด็กๆ
เธอเป็นลูกสาวคนเดียว ที่พ่อทั้งรักทั้งหลง และก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่พ่อยอม ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรหรืออยากให้ทำอะไร
และด้วยความที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กๆ เธอจึงกลายเป็นผู้หญิงที่แรงๆ ร้ายๆ ไม่ยอมคน พูดอะไรตรงไปตรงมา ชอบก็คือชอบไม่ชอบก็คือไม่ชอบ มันอาจจะดูเหมือนคนปากร้าย แต่นี่เป็นนิสัยของเธอจริงๆ
.
.
"ฮึกฮือ..."
"???" เสียงร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นดังมากจากห้องนอนของผู้เป็นแม่ มันทำให้เธอหยุดชะงัก และต้องเอียงหูเพื่อฟัง
"นี่คุณจะร้องไห้ไปเพื่ออะไร มันก็แค่เรื่องแค่นี้เอง"
"เรื่องแค่นี้งั้นเหรอ พูดมาได้ยังไงว่าเรื่องแค่นี้!"
"ก็แล้วมันเป็นเรื่องใหญ่อะไรตรงไหน ผมก็ยังให้คุณเป็นใหญ่เสมอนี่ไง คุณคือที่หนึ่ง!"
"นี่คุณยังไม่รู้อีกเหรอ ฉันไม่ได้อยากเป็นที่หนึ่ง หรือเป็นที่เท่าไหร่ แต่ฉันอยากเป็นคนเดียว เข้าใจหรือเปล่า ว่าเป็นแค่คนเดียว!"
"เรื่องแบบนั้นมันก็ต้องมีบ้างแหละน่า คุณก็รู้ว่าผมทำงานอะไร ผู้หญิงพวกนั้นผมก็แค่เล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไรกับใคร"
"ฮึกฮือ..."
มันเป็นเสียงของพ่อและแม่ที่กำลังทะเลาะกันใหญ่โต แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไร ทำไมพ่อกับแม่ถึงทะเลาะกัน วันนี้เธอบอกกับพ่อแม่ว่ามีงานที่จะต้องไปทำที่บ้านเพื่อน แต่แผนการมันเปลี่ยนกระทันหัน เธอเลยกลับมาที่บ้านของตัวเอง โดยที่ไม่ได้บอกใครก่อน และก็ได้มาได้ยินเสียงทะเลาะดังอ้าวอยู่ตอนนี้
"เลิกร้องไห้สักที คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบน้ำตา!" นิสัยของเธอคือเหมือนกับพ่อ ตรงที่ไม่ชอบความอ่อนแอ และเกลียดมันเข้าไส้ที่สุด
"ฮึก! คุณก็ลองมาเป็นฉันดูสิ ลองมายืนอยู่จุดที่ฉันยืนอยู่ ลองฉันไปมีคนอื่นบ้าง ลองฉันไปมีเมียน้อยผัวน้อยดูบ้าง คุณจะได้รู้สึกเหมือนกับที่ฉันเป็นอยู่!"
"อย่ามายอกย้อนผมนะ ทุกวันนี้ผมทำงานก็เพื่อคุณ เพื่อลูกทั้งนั้น ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงจะยอมให้กันบ้างไม่ได้!?"
"ฮึกฮือ..."
เท่าที่ยืนฟังหยุดพักใหญ่ๆ เธอก็พอจะเดาออกแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น พ่อของเธอคงจะไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยสินะ แล้วแม่ของเธอก็คงจับได้ ก็เลยมาทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้
พิชาเดินไปหลบตรงมุมเพราะได้ยินเสียงเดินมาเปิดประตู จนกระทั่งพ่อของเธอเดินออกมาและออกไป เธอถึงเข้าไปในห้องนอน และก็ได้เห็นผู้เป็นแม่กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่
"พิชา.."
"....." เธอเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ เรียบนิ่ง สีหน้าที่ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกอะไร
"ฮ่ะ...ไม่มีอะไรหรอกลูก แม่แค่.."
"ไม่ต้องมาโกหกพิหรอกค่ะคุณแม่ พีได้ยินหมดแล้ว"
"......"
"คุณแม่จะร้องไห้ทำไมคะ?"
"แม่แค่เสียใจน่ะลูก แม่อึดอัด แม่ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของเรา"
"คุณแม่ร้องไห้แบบนี้คุณพ่อไม่มีวันกลับมาหรอกค่ะ อ่อนแอแบบนี้ คุณพ่อมีแต่จะไปหาเศษหาเลยข้างนอก"
"ละ แล้วพิจะให้แม่ทำยังไง แม่ไม่รู้ต้องทำตัวยังไงจริงๆ ที่ผ่านมาแม่ทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งหน้าที่ภรรยาที่ดี หน้าที่แม่ที่ดี"
"....."
"ไม่มีใครอยากเป็นที่หนึ่ง ไม่มีใครอยากเป็นเมียหลวงหรอก มีแต่คนอยากเป็นเมียคนเดียวทั้งนั้นแหละ"
"พิหมายถึง ทำไมต้องอ่อนแอด้วยล่ะคะ ในเมื่อเราก็ทวงสิทธิ์ของเราได้ พิไม่ชอบให้แม่อ่อนแอ ไม่ชอบให้แม่ร้องไห้แบบนี้เลย มันทำให้พิรู้สึกเหมือนเราแพ้ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มแข่งเลย"
"ก็ในเมื่อพ่อเขาไม่ยอม พิจะให้แม่ทำยังไง ที่พ่อพูดก็ถูก พ่อเขาเป็นหัวหน้าครอบครัว มีหน้าที่ดูแลแม่ดูแลเรา ดูแลครอบครัวของเรา"
"สรุปแล้วคุณแม่ก็จะเป็นเมียหลวงที่อ่อนแอ เอาแต่ร้องไห้เวลาคุณพ่อไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แค่นี้เหรอคะ?"
"แม่ไม่มีทางเลือก แม่อยากให้เรา..ยังอยู่เป็นครอบครัวเหมือนเดิม"
"......"
"แล้วนี่ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ ตอนแรกโทรบอกแม่ว่าจะไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน"
"พอดีมีการเปลี่ยนแผนนิดหน่อยน่ะค่ะ เพื่อนมาไม่ครบ ก็เลยนัดกันจะไปทำพรุ่งนี้แทน พิก็เลยกลับบ้าน แล้วก็ได้มาเจอแจ๊คพอต"
"แม่ขอโทษนะลูก แม่ขอโทษ.."
"เลิกโทษตัวเองได้แล้วค่ะ แล้วก็เลิกร้องไห้ด้วย พิไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้ ไม่อยากเลย"
"จ้ะ แม่จะพยายาม"
.
.
ชีวิตหลังจากนั้นเธอก็ยังต้องเจอเรื่องแบบนี้อยู่ตลอด ต้องคอยเห็นแม่ที่เอาแต่ร้องไห้ แต่ไม่ยอมเข้มแข็งหรือจัดการอะไรกับเรื่องนี้บ้างเลย ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ แต่เธอแค่เกลียดความอ่อนแอ เกลียดน้ำตา เกลียดคนที่เอาแต่ร้องไห้ และโทษตัวเองทำเหมือนกับว่าตัวเองแพ้ไปแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย
"พิลูก...นะ นี่มันเรื่องอะไรกัน"
"พิจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศค่ะ"
"อะไรนะ ทะ ทำไมแม่ไม่รู้เรื่องนี้เลยล่ะ"
"ขอโทษนะคะ พิยื่นเรื่องนี้ไปได้สักพักแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าทางมหาวิทยาลัยจะตอบกลับเร็วขนาดนี้"
"แล้วหนูจะไปอยู่ยังไงลูก มันห่างไกลพ่อแม่มากเลยนะ"
"พิไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นค่ะ"
"พิ..."
"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะคุณแม่ สบายใจได้"
"......"
"หวังว่าหลังจากที่พิกลับมาจากต่างประเทศแล้ว คุณแม่จะเข้มแข็งขึ้นนะคะ พิไม่อยากเห็นแม่อ่อนแอ"
"แม่..."
"ไปกับพิสิคะ พิจะทำให้เห็นเอง ว่าคุณแม่ต้องเข้มแข็งยังไง"
หลังจากนั้นเธอก็พาแม่ของเธอไปที่บริษัทของพ่อ พอเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ ก็ได้เห็นภาพที่มันไม่ควรเห็นพอดี
"พิ! คุณหญิง!"
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคุณพ่อจะกินเด็กในบริษัทด้วย" พูดแล้วก็เดินไปจิกหัวผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง
"โอ๊ย!"
"พิลูก..ใจเย็นๆ ก่อนนะ แม่รู้ว่าโกรธ แต่ความรุนแรงมันไม่ใช่ทางออก"
" ผู้หญิงบางคน รู้ทั้งรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ก็ยังจะถ่างขาเข้าหา คนแบบนี้มันน่าโดนไม่ใช่น้อยๆ เลยล่ะค่ะ"
"โอ๊ย! ฉันเจ็บนะคะ ปล่อยฉันเถอะค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ทำตามคำสั่งของท่านเจ้าสัว"
"หึ! คิดว่าคนอย่างฉัน หัวอ่อนขนาดนั้นเลยหรือไง เห็นฉันเป็นเด็กเหรอ?"
"พิชา..." เสียงของคนเป็นพ่อปรามขึ้น "พอได้แล้วลูก"
เธอไม่ได้หยุด เพราะยิ่งเห็นคนเป็นพ่อห้ามแบบนี้แล้ว มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าพ่อกำลังพยายามปกป้องผู้หญิงคนนี้อยู่
"คุณพ่อฟังไว้ให้ดีเลยนะคะ ถ้าคุณพ่อยังมีผู้หญิงแบบนี้ไปเรื่อยๆ และเมื่อไหร่ที่พิไปเห็นกับตาตัวเอง ไม่ว่าจะที่ไหน พิจะทำแบบนี้ และจะไม่สนด้วยว่ามันเป็นลูกเต้าเหล่าใคร คุณพ่อทำให้พิต้องร้ายเองนะคะ"
พูดจบเธอก็ผลักผู้หญิงคนนั้นอย่างแรง จนหัวของเธอนั้นไปกระแทกกับ ขอบเสาที่อยู่ตรงประตู ทำให้หัวแตกและมีเลือดไหลออกมาเยอะมาก แต่เธอไม่ได้สน และก็ไม่ได้สงสารอะไร กลับกันเธอรู้สึกสะใจมากซะอีก
"ทำเกินไปแล้วนะพิชา"
"พิทำได้มากกว่านี้อีกค่ะคุณพ่อ แต่คำว่าบิดามันยังค้ำคออยู่ต่างหาก พิถึงทำไม่ได้"
"พิชา!"
"พิลูก..."
"กลับกันค่ะคุณแม่"
เช้าวันต่อมาของอีกวัน"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน""ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ""อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?""ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ""ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ""ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด""เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?""......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป..ผ่านไปสักพัก~"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม""ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย""อย่ามายอกย้อนผมนะ!""เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย""...
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อย่าเดินหนีพ่อแบบนี้นะ ลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!""เกิดอะไรขึ้นคะ คุณภาณุ พิชา" ผู้เป็นแม่เดินออกมาดู เพราะได้ยินเสียงดังอ้าวของผู้เป็นสามี"คุณดูลูกสาวของคุณสิ ทำนิสัยแย่มากเลยนะ" กำลังตำหนิลูกสาว ที่บอกว่ารักนักรักหนา ต่อหน้าภรรยา"เกิดอะไรขึ้นลูก?""ไม่น่ามาถามพินะคะว่าเกิดอะไรขึ้น ถามคุณพ่อเองจะดีกว่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาโทษคนอื่นหน่อยเลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากความมักมากของตัวเองนั่นแหละ!""พิชา!!""อย่าพูดแบบนั้นสิลูก เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ บอกมาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะอยู่แต่บ้านจึงไม่ได้รับรู้เรื่องโลกภายนอกอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าสามีและลูกสาวไปเจออะไรมาบ้าง"วันนี้คุณพ่อทำผิดสัญญาค่ะ สัญญาที่บอกว่า จะไม่พาผู้หญิงคนไหนมาในพื้นที่ของเรา""คุณภาณุ...""เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่สิ่งที่ลูกสา
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินกลับออกมาแล้ว"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ท่านเจ้าสัวมีแขกอยู่ ผมก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน""???" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่งงอยู่ คุณพ่อเนี่ยนะมีแขกเวลานี้ ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้ใครจะมาหา"เอ่อคุณพิชาครับ เมื่อกี้ท่านเจ้าสัวฝากมาบอกว่า ให้คุณพิชาไปเอาเอกสารอีกบริษัทนึงครับ แล้วก็ให้ผมเป็นคนขับรถไปให้""ฉันเนี่ยนะ ต้องไปเอาเอกสาร?"ที่ถามเพราะปกติถ้ามีเอกสารจะต้องส่ง พนักงานที่บริษัทนั้นจะเป็นฝ่ายเอาเอกสารมาส่งเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนของบริษัทนี้ไปเอา โดยเฉพาะฉัน ที่มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรตรงนี้เลย"ครับ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ตอนนี้ท่านก็ติดธุระคุยกับแขกอยู่ครับ เลยไม่สามารถไปเอาได้""......" ฉันพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะออกไปพร้อมกับคุณหิรัญลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"ขึ้นรถสิครับ""รอ
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ""ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้""ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก""......" เธอเงียบใส่เขา"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?""อังกฤษค่ะ""เก่งมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""เอ่อ...""อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น""ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ""นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน""ครับ"..ไม่นานนักอาหารที่
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามแต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกันฟึ่บ~แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร"เสร็จแล้วเหรอคะ?""เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม""ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย""แต่ว่ามันก็...""ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ""เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้""เชิญค่ะ"ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู
บริษัทภานุวัฒน์จำกัด หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายออกไปได้ฉันก็ใช้ชีวิตตามปกติ เรื่องผู้หญิงของคุณพ่อไม่มีมาให้กวนใจอีกเลย คงเพราะฉันมาอยู่ใกล้ขึ้นล่ะมั้งเลยไม่กล้า เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงได้ระเบิดลงจนใครๆ ก็ขวัญเสียกันแน่ๆก๊อกๆๆ ~"ขวัญพิชชา พ่อขอเข้าไปได้หรือเปล่า?""เข้ามาได้ค่ะ"คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน และก็พาใครก็ไม่รู้มาด้วย เขาเป็นผู้ชายยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย แถมหน้าตาดีด้วย"มีอะไรหรือเปล่าคะ?""พ่อพาคนมาแนะนำให้รู้จักน่ะ คนนี้ชื่อคุณกฤษฎิ์หิรัญ หรือว่าคุณหิรัญ เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทของเราด้วยน่ะ""อ๋อ สวัสดีค่ะ""ครับ""นี่ลูกสาวของผมเองนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันบ่อยๆ""ค่ะ"ฉันตอบโดยที่ตัวเองยังก้มหน้าทำงานอยู่ ก็ดูไร้มารยาทแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักกับใคร ตั้งแต่มาที่นี่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง นอกซะจากไม่มาวุ่นวายกับฉันก่อน เหมือนกับสามคนนั้นที่โดนไล่ออกไป"พิชา..""คะ?""เงยหน้าคุยกันก่อนสิลูก""คุณพ่อจะให้พิ คุยอะไรกับเขาล่ะคะ?""เอิ่บ...""ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะค่ะ""







