Masukสองปีต่อมา
ขวัญพิชชาเรียนจบแล้วตอนนี้เธอก็กลับมาที่บ้านถาวรและได้เข้าทำงานที่บริษัทของผู้เป็นพ่อ เพราะเธอคือผู้ถือหุ้นของบริษัทด้วยเช่นกัน แต่เพราะไม่ได้มานานหลายปีใครต่อใครจึงจำเธอไม่ได้ บวกกับพนักงานบริษัทก็เข้าออกกันหลายสิบคนต่อปี ก็เลยไม่มีใครรู้จักกับเธอ
เข้ามาวันแรกก็โดนคนมองแบบแปลกๆ เธอเองก็พยายามที่จะไม่สนใจอะไร เพราะคนพวกนี้มันก็ทำได้แค่มองเท่านั้นแหละ
"นี่เธอเป็นเด็กใหม่ใช่ไหม ชื่ออะไร?"
"ทำไมต้องบอก"
"ที่นี่เขาอยู่กันแบบระบบพี่น้อง ใครมาก่อนก็ได้เป็นพี่ ใครมาทีหลังก็ได้เป็นน้อง และรุ่นน้องก็ต้องเคารพรุ่นพี่"
"......" เธอแสยะยิ้มหัวเราะอย่างแผ่วเบา ไม่ได้กลัวเลยสักนิดกลับกันนึกสมเพชเสียมากกว่า ทำไมต้องเคารพอะไรกันขนาดนั้นด้วย ในเมื่อมาทำงานต่างคนก็ต่างทำงานอยู่ดี ทำอย่างกับว่าเคารพรุ่นพี่แล้วจะทำให้หน้าที่การงานมันดีขึ้นอย่างนั้นแหละ มันก็แค่พวกคำพูดหลอกเด็กที่เอาไว้พูดเพื่อยกตัวเองให้ดูเหนือกว่า
"ที่พูดเนี่ยได้ยินไหม เอาบัตรประจำตัวพนักงานมาดูซิ!"
"ไม่มี"
"เอ๊ะ! นี่อย่ามากวนได้ป่ะ ไม่ใช่เพื่อนเล่นนะ ทำงานที่นี่มันก็ต้องมีบัตรพนักงานอยู่แล้ว อย่ามาตอแหล เอามาให้ดูเดี๋ยวนี้!"
"ป้า! บอกว่าไม่มีก็คือไม่มี ป้าจะรั้นเอาอะไรเนี่ย ไม่มีก็คือไม่มีดิ"
"คิดจะแข็งข้อกับพวกฉันเหรอ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าจะแข็งข้อน่ะอยู่ที่นี่ยาก"
"......" ขวัญพิชชากอดอกพร้อมกับเอนหลังพิงกับพนักพิงของเก้าอี้ มองดูคนตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "พิศมัย อรทัย บงกช"
อ่านชื่อของคนสามคนที่เข้ามาทำตัวกร่างใส่เธอ
"ชื่อนี้กันใช่ไหม"
"???" ทั้งสามคนทำหน้างงไปตามๆ กัน
"อืม...จะได้จัดการถูก ไม่รู้ว่าพ่อของฉันเลี้ยงพนักงานกร่างๆ แบบนี้ไว้ได้ยังไง เสียสุขภาพจิตพนักงานคนอื่นๆ หมด!"
"พูดอะไรน่ะ"
"อยากรู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นใคร ที่ฉันไม่มีบัตรพนักงานน่ะ เพราะฉันไม่ใช่พนักงาน แต่ฉันเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทนี้ และฉันก็เป็นลูกสาวคนเดียวของประธานบริษัทนี้ ขวัญพิชชา!"
"!!!"
ทุกคนรู้จักชื่อนี้เพราะชื่อนั้นติดอยู่บนบอร์ดของผู้ที่ถือหุ้นของบริษัทนี้ แต่ไม่มีรูปของเธอ จึงไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร
"อะ เอ่อคือ..."
"ทำไมล่ะ ถึงกับพูดกันไม่ออกเลยเหรอ อย่าไปกลัวสิ กร่างใส่ฉันอีก ขอโทษนะฉันไปเรียนอยู่ต่างประเทศตั้งนาน ฉันไม่เข้าใจระบบการทำงานของที่นี่สักเท่าไหร่ และฉันก็ไม่รู้ว่าต้องเคารพใคร"
เธอมองทั้งสามคนตั้งแต่หัวจรดเท้า และอ่านป้ายประจำตัวของพนักงานก็เห็นว่าเป็นเพียงพนักงานในแผนกเท่านั้น ไม่ใช่หัวหน้าแผนก หรือผู้จัดการ หรืออะไรที่มันมากกว่านั้น
"พวกเธอเป็นใครเป็นแค่พนักงานไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันต้องเคารพแล้วทำไมคนอื่นๆ ต้องเคารพ เป็นแม่พวกเขาเหรอ?"
"!!!"
คำพูดของเธอนั้นตรงไปตรงมาคมกริบชนิดที่เอาซะสามคนนั้นถึงกับยืนเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียว และคำพูดของเธอนั้นก็แทนใจพนักงานทุกคนที่โดนทำตัวกร่างใส่ไปหมดแล้วเช่นกัน
"หรือว่ามีใครในนี้ เป็นเมียน้อยพ่อของฉัน ก็เลยกล้าที่จะทำตัวกร่างใส่คนอื่น เพียงเพราะมีสิทธิ์ตรงนี้ หืม??"
"อะ เอ่อคือ..."
"บอกฉันมา ฉันจะได้จัดการทีเดียว ไม่ชอบอะไรที่มันครึ่งๆ กลางๆ จัดการไม่หมด"
"อรทัยค่ะ ฉันเคยเห็นอรทัยขึ้นรถไปกับท่านประธาน!"
"อีบงกช!"
"ใช่ค่ะ ฉันเป็นพยาน ฉันเองก็เห็นด้วย"
"โอ้ว! เริ่ดมาก Beyond expectations ชอบอะไรแบบนี้จัง กลัวความผิดกันจนต้องขายเพื่อนแล้วเหรอ แต่ก็ดี เพราะฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปสืบหาเอง"
"......"
"ครั้งก่อนฉันจับได้ว่าพ่อของฉันแอบกินเด็กในบริษัทตัวเอง ฉันก็จัดการมันจนไม่มีหน้ากลับมาทำงานอีกเลย คนเรานี่ก็แปลกนะ รู้ว่าเขามีครอบครัวแล้วแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังจะเสนอตัวเข้ามา มันอดอยากถึงขั้นต้องกินของคนอื่นแล้วเหรอ หรือเพราะเงิน เห็นพ่อของฉันรวยสินะ ถึงยอมเป็นเมียน้อยโดยไม่สนว่าตัวเองจะอยู่ในสถานะไหน ภูมิใจไหม หืม?"
"......" เงียบ! ยืนเงียบกันหมดเลย ให้มันได้อย่างนี้สิ!
คงต้องรู้อยู่แล้วล่ะว่าพ่อของฉันแต่งงานมีครอบครัวแล้ว คนที่มาทำงานบริษัทจะต้องรู้ทุกคน นอกซะจากว่าจะทำเป็นปิดหูปิดตา ไม่รู้เรื่องอะไรแค่นั้นแหละ
"ภายในบ่ายวันนี้ ฉันให้เวลาพวกเธอเก็บข้าวของออกไปจากบริษัท และอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นฉันไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นแน่!"
"เป็นแค่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์อะไร คนที่สามารถไล่พวกเราออกได้ก็คือประธานบริษัทคนเดียวเท่านั้น" ผู้หญิงที่ชื่ออรทัยพูดขึ้นมา
"รู้ไหมว่าที่ฉันไล่พวกเธอออกไม่ใช่ว่าเธอเป็นเมียน้อย เพราะเรื่องนั้นน่ะฉันไม่ทำอะไรหรอกฉันเข้าใจพวกสัตว์เซลล์เดียว แต่ที่ฉันไล่พวกเธอออก เป็นเพราะนิสัยกร่างๆ ของพวกเธอต่างหาก ทีนี้เข้าใจแล้วหรือยัง?"
ทั้งสามคนมองหน้ากันเมื่อฉันพูดออกมาอย่างนั้น การที่พ่อฉันไปมีเมียน้อยมีผู้หญิงคนอื่น มันเป็นเรื่องที่ดูปกติไปแล้วสำหรับฉัน ถึงการมาเจอแบบนี้มันจะเป็นเรื่องน่าตกใจก็เถอะ
ฉันไม่ได้สนใจหรอก ว่าใครจะเป็นเมียน้อยพ่อของฉันบ้าง ฉันไม่ได้อยากยุ่งด้วยขนาดนั้นแล้ว ตราบใดที่ผู้หญิงพวกนั้นไม่มายุ่งกับฉันหรือแม่
"จะให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพ่อของฉันก็ได้นะ แต่ฉันก็ไม่รับปาก ว่าทุกอย่างมันจะจบลงแค่นี้ ฉันไม่ใช่คนใจดี ไม่ใช่คนใจเย็น ที่จะรอหรือให้อภัยใครง่ายๆ"
"เออ! ออกก็ได้วะ ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก ไอ้บริษัทเฮงซวยนี่น่ะ!"
สามคนนั้นเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป ท่าทางดูไม่พอใจเอามากๆ ส่วนฉันก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแรงๆ มาทำงานวันแรกก็เจอดีซะแล้ว
นี่ถือว่าเป็นการรับน้องเหรอ? แปลกดีนะ ต่างประเทศไม่เห็นมีอะไรแบบนี้เลย
"คุณพิชา.."
"พอๆ หยุด Stop ฉันไม่อยากฟัง ไม่อยากอะไรทั้งนั้น อย่าเพิ่งมากวนใจตอนนี้"
"ขอบคุณมากๆ นะคะ คุณพิชา สุดยอดไปเลยค่ะ"
"ไม่ต้องชมฉันหรอก ฉันไม่ใช่คนใจดี พวกเธอเองก็กลับไปทำงานได้แล้ว ฉันไม่ชอบพวกยืนจับกลุ่มแล้วสอด..เรื่องชาวบ้าน"
"ค่ะๆๆๆ"
เช้าวันต่อมาของอีกวัน"ลูกล่ะ ทำไมไม่ลงมากินข้าวสักที จะได้ออกไปทำงานกัน""ไปดื่มตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับค่ะ""อะไรนะ! แล้วนี่โทรตามแล้วหรือยัง?""ไม่ได้โทรค่ะ แต่ลูกบอกเอาไว้แล้ว ถ้าเมาไม่มากก็กลับได้ แต่ถ้าเมามากก็จะเปิดโรงแรมนอนใกล้ๆ""ให้ตายสิ ทำตัวเหลวไหลจริงๆ""ลูกเครียดเลยออกไปดื่ม เหลวไหลตรงไหนคะ ที่ผ่านมาลูกก็ทำงานให้คุณมาโดยตลอด""เหลวไหลตรงที่เป็นผู้หญิงแล้วออกไปดื่มคนเดียวนี่แหละ ถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง?""......" คุณหญิงไม่ได้ตอบกลับอะไรสามี เพราะเธอเบื่อที่จะต้องพูดหรือตอบคำถามอะไรกับคนที่อคติแบบนี้ ตอนนี้ขวัญพิชชาไม่ใช่เด็กเหมือนแต่ก่อนแล้ว เธอบรรลุนิติภาวะ และเธอก็เก่งมากพอที่จะสามารถเอาตัวรอดได้ก็แค่เชื่อมั่นในตัวลูก ปล่อยลูกให้ได้ออกไปปลดปล่อยบ้างมันจะเป็นอะไรไป..ผ่านไปสักพัก~"นี่คุณหญิงคอยดูลูกด้วยนะ ถ้าพิชากลับมาแล้ว โทรบอกผมด้วย หรือถ้ายังไม่กลับมายังไง ก็ต้องโทรบอกผม""ห่วงด้วยเหรอคะ ปกติฉันไม่เห็นคุณจะสนใจอะไรแบบนี้เลย""อย่ามายอกย้อนผมนะ!""เหอะ! เดี๋ยวนี้คนในครอบครัว ทำอะไรก็ผิดไปหมดเลยสินะ ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว อยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย""...
บ้านเจ้าสัวภานุวัฒน์"หยุดเดี๋ยวนี้นะพิชา หยุดและคุยกับพ่อเดี๋ยวนี้ อย่าเดินหนีพ่อ!""......" ขณะที่กำลังเดินกลับเข้ามาในบ้าน เธอก็ถูกผู้เป็นพ่อนั้นเรียกเสียงดังยกใหญ่ตั้งแต่หน้าบ้านมาแล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดเลย จนกระทั่งกำลังจะก้าวขึ้นบันได น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของคนเป็นพ่อทำให้เธอต้องหยุดชะงัก"อย่าเดินหนีพ่อแบบนี้นะ ลงมาคุยกันเดี๋ยวนี้!""เกิดอะไรขึ้นคะ คุณภาณุ พิชา" ผู้เป็นแม่เดินออกมาดู เพราะได้ยินเสียงดังอ้าวของผู้เป็นสามี"คุณดูลูกสาวของคุณสิ ทำนิสัยแย่มากเลยนะ" กำลังตำหนิลูกสาว ที่บอกว่ารักนักรักหนา ต่อหน้าภรรยา"เกิดอะไรขึ้นลูก?""ไม่น่ามาถามพินะคะว่าเกิดอะไรขึ้น ถามคุณพ่อเองจะดีกว่าว่าทำอะไรไว้ อย่ามาโทษคนอื่นหน่อยเลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็มาจากความมักมากของตัวเองนั่นแหละ!""พิชา!!""อย่าพูดแบบนั้นสิลูก เอาล่ะ ใครสักคนก็ได้ บอกมาทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น?" เพราะอยู่แต่บ้านจึงไม่ได้รับรู้เรื่องโลกภายนอกอะไรเลย ไม่รู้เลยว่าสามีและลูกสาวไปเจออะไรมาบ้าง"วันนี้คุณพ่อทำผิดสัญญาค่ะ สัญญาที่บอกว่า จะไม่พาผู้หญิงคนไหนมาในพื้นที่ของเรา""คุณภาณุ...""เรื่องนั้นผมอธิบายได้ แต่สิ่งที่ลูกสา
ช่วงบ่ายหลังจากนั่งพักอยู่ที่คาเฟ่ร้านกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนก็กลับขึ้นมาทำงานของตัวเองกันต่อ ฉันเห็นรถของคุณพ่อจอดอยู่ที่เดิม แปลว่าคุณพ่อไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกสินะ"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" ฉันถามคุณหิรัญ เพราะก่อนหน้านั้นเขาบอกว่าเขาจะไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน แต่ผ่านไปไม่ถึงนาทีเขาก็เดินกลับออกมาแล้ว"ไม่มีอะไรหรอกครับ แต่ท่านเจ้าสัวมีแขกอยู่ ผมก็เลยไม่อยากเข้าไปรบกวน""???" ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่งงอยู่ คุณพ่อเนี่ยนะมีแขกเวลานี้ ไม่เห็นบอกเลยว่าวันนี้ใครจะมาหา"เอ่อคุณพิชาครับ เมื่อกี้ท่านเจ้าสัวฝากมาบอกว่า ให้คุณพิชาไปเอาเอกสารอีกบริษัทนึงครับ แล้วก็ให้ผมเป็นคนขับรถไปให้""ฉันเนี่ยนะ ต้องไปเอาเอกสาร?"ที่ถามเพราะปกติถ้ามีเอกสารจะต้องส่ง พนักงานที่บริษัทนั้นจะเป็นฝ่ายเอาเอกสารมาส่งเอง ไม่จำเป็นต้องให้คนของบริษัทนี้ไปเอา โดยเฉพาะฉัน ที่มันไม่ได้มีหน้าที่อะไรตรงนี้เลย"ครับ เห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญ ตอนนี้ท่านก็ติดธุระคุยกับแขกอยู่ครับ เลยไม่สามารถไปเอาได้""......" ฉันพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะออกไปพร้อมกับคุณหิรัญลงไปที่ด้านล่างด้วยกัน แต่ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้"ขึ้นรถสิครับ""รอ
ร้านอาหารLL "สั่งได้เลยนะครับ""คุณกินเหมือนกับฉันหรือคะ ถึงได้ให้ฉันสั่ง?""อ่า...ก็คิดว่าน่าจะกินด้วยกันได้ อีกอย่างอาหารร้านนี้อร่อยทุกเมนูครับ ผมรับประกันได้เลย""......" เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็หยิบเมนูอาหารมาเปิดดู สั่งอาหารกับพนักงานไปอยู่ 3-4 อย่าง ในเมื่อเขาการันตีว่าอร่อยขนาดนี้ เธอก็ไม่ได้เลือกของที่ตัวเองชอบกินมาทั้งหมดหรอก"บอกตามตรงนะครับ ผมเพิ่งรู้ว่าคุณพิชา เป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวภาณุ""ไปอยู่ไหนมาคะถึงไม่รู้""ผมรู้ว่าเจ้าสัวท่านมีลูกสาว แต่ผมไม่เคยเห็นหน้าคุณพิชชามาก่อนก็เลยไม่รู้ ถ้าเจอกันข้างนอกก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะพามาแนะนำ ผมก็คงไม่รู้จัก""......" เธอเงียบใส่เขา"เห็นว่าคุณพิชาไปเรียนต่างประเทศมา ไปเรียนอยู่ที่ไหนเหรอครับ?""อังกฤษค่ะ""เก่งมากเลยนะครับ""ขอบคุณค่ะ""เอ่อ...""อยากรู้อะไรอยากถามอะไรก็ถามมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวฉันคิดมากหรอก ฉันไม่ใช่คนคิดมากอะไรขนาดนั้น""ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากชวนคุย กลัวว่าบรรยากาศมันจะเสีย แต่ผมก็ดันเป็นคนชวนคุยไม่เก่งซะด้วยสิ""นั่งเงียบๆ ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ ฉันเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน""ครับ"..ไม่นานนักอาหารที่
เวลาต่อมา ณ. บริษัทภานุวัฒน์จำกัด ในขณะที่ใครต่อใครนั้นไม่สามารถรับมือกับความเนี๊ยบในการทำงานของขวัญพิชชาได้ แต่ทว่าเขาคนนี้กลับรับมือเธอได้อย่างน่าประหลาด เธอเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่หักไม่งอไม่อ่อนข้อให้ใครทั้งนั้น กับเรื่องการทำงานทุกอย่างต้องเรียบร้อย เธอจะไม่ปล่อยผ่านแม้มันจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามแต่ทว่าด้วยความตรงไปตรงมาของเธอก็กลับทำให้ใครหลายคนไม่พอใจเช่นกันฟึ่บ~แผ่นเอกสารถูกวางลงตรงหน้าของหญิงสาวขณะที่เธอนั้นกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ เธอชำเลืองตาขึ้นมองเห็นแค่หัวข้อของแผ่นกระดาษก็พอจะเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร"เสร็จแล้วเหรอคะ?""เปล่า ผมแค่ไปแก้เล็กๆ น้อยๆ มาให้น่ะ แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วใช่ไหม""ที่ฉันบอกว่าให้ไปแก้มา คือแก้ทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุด ฉันไม่ชอบการขีดฆ่าแล้วเอาปากกาเขียนทับ มันดูไม่เรียบร้อย""แต่ว่ามันก็...""ทำงานนะคะ ไม่ใช่เล่นขายของ นี่มันบริษัทใหญ่ ตัวเลขผิดพลาดแค่จุดเดียว เสียหายได้หลายล้านเลยนะคะ""เอิ่บ...โอเคครับ เดี๋ยวผมจะไปแก้ทั้งหมดมาให้""เชิญค่ะ"ใครที่บอกว่าเธอเลือกปฏิบัติสั่งงานหนักๆเฉพาะพนักงานในบริษัท ไม่เป็นความจริงเลย แม้กระทั่งหิรัญผู
บริษัทภานุวัฒน์จำกัด หลังจากจัดการเรื่องวุ่นวายออกไปได้ฉันก็ใช้ชีวิตตามปกติ เรื่องผู้หญิงของคุณพ่อไม่มีมาให้กวนใจอีกเลย คงเพราะฉันมาอยู่ใกล้ขึ้นล่ะมั้งเลยไม่กล้า เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงได้ระเบิดลงจนใครๆ ก็ขวัญเสียกันแน่ๆก๊อกๆๆ ~"ขวัญพิชชา พ่อขอเข้าไปได้หรือเปล่า?""เข้ามาได้ค่ะ"คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องทำงานของฉัน และก็พาใครก็ไม่รู้มาด้วย เขาเป็นผู้ชายยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย แถมหน้าตาดีด้วย"มีอะไรหรือเปล่าคะ?""พ่อพาคนมาแนะนำให้รู้จักน่ะ คนนี้ชื่อคุณกฤษฎิ์หิรัญ หรือว่าคุณหิรัญ เขามีหุ้นอยู่ในบริษัทของเราด้วยน่ะ""อ๋อ สวัสดีค่ะ""ครับ""นี่ลูกสาวของผมเองนะครับ ทำความรู้จักกันไว้ เพราะยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้เจอกันบ่อยๆ""ค่ะ"ฉันตอบโดยที่ตัวเองยังก้มหน้าทำงานอยู่ ก็ดูไร้มารยาทแหละ แต่ฉันไม่ได้อยากทำความรู้จักกับใคร ตั้งแต่มาที่นี่ฉันก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นยังไง นอกซะจากไม่มาวุ่นวายกับฉันก่อน เหมือนกับสามคนนั้นที่โดนไล่ออกไป"พิชา..""คะ?""เงยหน้าคุยกันก่อนสิลูก""คุณพ่อจะให้พิ คุยอะไรกับเขาล่ะคะ?""เอิ่บ...""ก็ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกัน ก็แยกย้ายกันไปทำงานเถอะค่ะ""







