Share

บทที่ 7: กรงขัง

last update publish date: 2026-06-03 15:46:54

บทที่ 7: กรงขัง

ปัง!

บานประตูไม้แกะสลักถูกกระแทกปิดลงอย่างแรงจากฝีมือของบุรุษผู้บ้าอำนาจ ทิ้งให้เสิ่นลั่วอวี้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในห้องนอนที่กว้างขวาง

เสียงฝีเท้าขององครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่ด้านนอก บ่งบอกชัดเจนว่าสถานที่แห่งนี้ได้แปรสภาพจากเรือนพักส่วนตัวของชินอ๋อง กลายเป็น กรงขัง อย่างสมบูรณ์แบบ

เสิ่นลั่วอวี้ค่อยๆ ปล่อยมือที่กำผ้าห่มแน่นจนข้อขาว ร่างกายที่สั่นเทาเมื่อครู่หยุดนิ่งลง นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แกนกลางลำตัว แล้วฝืนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกขึ้นจากเตียง

หากเป็นสตรีในยุคโบราณทั่วไป เมื่อสูญเสียความบริสุทธิ์ให้แก่บุรุษที่ไม่ได้รักตน ซ้ำยังถูกกักขังลดขั้นเป็นเพียงนางบำเรอ คงไม่แคล้วต้องเอาแต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายจนตรอมใจ หรือไม่ก็ผูกคอตายเพื่อหนีความอัปยศ

แต่นางไม่ใช่!

เสิ่นลั่วอวี้คือวิญญาณหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมามากมาย... ทะลุมิติมาทั้งที จะให้มานั่งบีบน้ำตาตรอมใจตายเพราะถูกผู้ชายเฮงซวยรังแกงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!

“เซียวจินเยว่... ในเมื่อท่านชอบใช้กำลังและอำนาจข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่านัก ข้าก็จะให้ท่านได้เห็น ว่าการทรมานที่แท้จริง... มันเป็นอย่างไร”

นัยน์ตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและเด็ดขาด นางเดินไปหยุดอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ มองสำรวจร่องรอยสีแดงช้ำที่แต่งแต้มอยู่ตามลำคอและลาดไหล่... หลักฐานชั้นดีถึงความป่าเถื่อนของบุรุษผู้นั้น

แอ๊ด...

บานประตูเปิดออกเบาๆ สาวใช้สองคนก้มหน้าเดินถืออ่างน้ำอุ่นและเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามา หนึ่งในนั้นคือ ‘ชุ่ยเอ๋อร์’ บ่าวรับใช้หน้าตาท่าทางซื่อสัตย์ ทว่าแท้จริงแล้วนางคือสายสืบที่รับเงินจาก ‘เสิ่นชิงหว่าน’ เพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวในจวนอ๋อง

“พระ... พระชายา บ่าวเตรียมน้ำอุ่นมาให้ล้างตัวเจ้าค่ะ” ชุ่ยเอ๋อร์เอ่ยตะกุกตะกัก เผลอเรียกสรรพนามเดิมอย่างลืมตัว

เสิ่นลั่วอวี้ไม่ได้แก้คำเรียกขานนั้น นางเพียงพยักหน้าช้าๆ แล้วปลดเสื้อคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายออก

ทันทีที่ผ้าไหมหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น ชุ่ยเอ๋อร์และสาวใช้อีกคนก็ถึงกับเบิกตากว้างและรีบก้มหน้าลงแทบไม่ทัน ร่องรอยการร่วมรักที่ดุดันและเอาแต่ใจ ปรากฏเด่นชัดอยู่บนผิวขาวเนียนละเอียดของอดีตพระชายา... เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ชินอ๋องผู้สูงศักดิ์ได้ระบายความปรารถนาใส่สตรีตรงหน้าอย่างหนักหน่วงเพียงใด!

ชุ่ยเอ๋อร์ลอบกลืนน้ำลาย นางพยายามเก็บซ่อนความตื่นตระหนกไว้ในใจ แล้วรีบปรนนิบัติเสิ่นลั่วอวี้เช็ดตัวและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่อย่างระมัดระวัง

ตลอดการปรนนิบัติ ทุกการขยับตัวย่อมสร้างความเจ็บปวดร้าวระบมให้แก่สตรีที่เพิ่งผ่านเรื่องอย่างว่ามาเป็นครั้งแรก ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับไม่เปล่งเสียงร้องหรือแสดงความอ่อนแอออกมาให้บ่าวรับใช้เห็นแม้แต่ครึ่งคำ เมื่อแต่งตัวเสร็จ นางเพียงหยิบชาดสีสดขึ้นมาแต่งแต้มริมฝีปาก ซ่อนความซีดเซียวและบอบช้ำทั้งหมดไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง... ใบหน้าที่ราวกับสวมหน้ากากของตุ๊กตาไร้ความรู้สึก

เมื่อเสร็จสิ้นหน้าที่ ชุ่ยเอ๋อร์และสาวใช้ก็รีบขอตัวถอยออกไป

ทันทีที่พ้นจากเรือนอิงซาน ชุ่ยเอ๋อร์ก็รีบปลีกตัวไปที่มุมอับของเรือนซักล้าง นางหยิบกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาเขียนข้อความอย่างเร่งรีบ ก่อนจะยัดใส่มือคนงานขนฟืนที่กำลังจะออกไปนอกจวน

‘ต้องรีบส่งข่าวไปบอกคุณหนูรอง... ท่านอ๋องลักพาตัวอดีตพระชายากลับมา ซ้ำยังร่วมหอลงโรงกันแล้ว หากปล่อยไว้เช่นนี้ ตำแหน่งพระชายาที่คุณหนูรองหมายปองต้องหลุดลอยไปแน่!’

ภายนอกเรือนอิงซาน

เซียวจินเยว่ยืนตากลมหนาวอยู่ใต้ต้นเหมยหน้าเรือน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดุดัน บัดนี้กลับฉายแววสับสนและว้าวุ่นใจอย่างปิดไม่มิด

เขาชกหมัดเข้ากับลำต้นไม้ซ้ำๆ จนเปลือกไม้หักทิ่มแทงหลังมือ เลือดสีสดซึมออกมา แต่มันกลับเทียบไม่ได้กับความอึดอัดที่จุกแน่นอยู่ในอก

‘หม่อมฉันจะอยู่ที่นี่ เป็นนางบำเรอให้พระองค์... จนกว่าพระองค์จะพอใจ’

น้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ชีวิตชีวาของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัว แววตาที่มองเขาราวกับมองเศษธุลีไร้ค่า ทำให้อำนาจบารมีที่เขามีดูไร้ความหมายไปในพริบตา

“ท่านอ๋อง...”

ม่ออวิ๋น องครักษ์คนสนิทก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหลัง “พระหัตถ์ของพระองค์บาดเจ็บ ให้ข้าน้อยตามหมอหลวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ต้อง” ชินอ๋องตวาดเสียงกร้าว เขาชักมือกลับแล้วไพล่หลัง ซ่อนความสั่นเทาเอาไว้ “สั่งคนไปจัดเตรียมเสื้อผ้าแพรพรรณ เครื่องประดับล้ำค่า และอาหารบำรุงที่ดีที่สุดในจวน นำเข้าไปให้ลั่วอวี้ที่เรือนอิงซาน... อ้อ แล้วไปเบิก ‘ยาสมานแผลจินฉวง’ จากคลังสมบัติมาด้วย ให้นางกำนัลที่ไว้ใจได้เข้าไปทายาให้นาง”

“พ่ะย่ะค่ะ” ม่ออวิ๋นรับคำ ทว่าในใจกลับลอบถอนหายใจ

เมื่อคืนใช้กำลังข่มเหงจนอีกฝ่ายบอบช้ำ พอรุ่งเช้ากลับสั่งประเคนของมีค่าไปง้อราวกับเป็นสตรีคนโปรด... ท่านอ๋องหนอท่านอ๋อง ทรงตบหัวแล้วลูบหลังเช่นนี้ มีสตรีใดบ้างจะยอมรับได้โดยง่าย

“อีกเรื่องหนึ่ง” เซียวจินเยว่หันกลับมา นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันเอาเรื่อง “สั่งกำชับบ่าวไพร่ทุกคน ห้ามผู้ใดแพร่งพรายเรื่องของลั่วอวี้ออกไปนอกจวนเด็ดขาด! หากผู้ใดปากโป้ง เอาเรื่องที่ข้าพานางกลับมาไปพูดข้างนอก จนเกิดข่าวลือเสื่อมเสียถึงตัวนาง... ข้าจะตัดลิ้นมันทิ้ง!”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อม่ออวิ๋นถอยออกไป เซียวจินเยว่ก็หันกลับไปมองบานประตูที่ปิดสนิทของเรือนอิงซานอีกครั้ง

เขาเชื่อมั่นในอำนาจของตนเอง เชื่อว่าสตรีตัวเล็กๆ ที่ไร้ที่พึ่งพิงเยี่ยงนาง ต่อให้จะโกรธเกลียดเขาเพียงใด แต่หากเขาปรนเปรอนางด้วยของล้ำค่า ให้เกียรตินาง (ในแบบของเขา) และใช้เวลาอยู่กับนางให้มากพอ ไม่ช้านานความพยศของนางก็ต้องลดทอนลง และนางจะกลับมาเป็น ‘ภรรยา’ ที่แสนดีของเขาเหมือนสามปีที่ผ่านมา

เซียวจินเยว่คิดอย่างเข้าข้างตนเอง โดยหารู้ไม่ว่า... สตรีที่อยู่หลังบานประตูนั้น ไม่ใช่เสิ่นลั่วอวี้ที่ยอมทนก้มหน้าอีกต่อไปแล้ว

การใช้กำลังข่มเหงไม่ได้ทำให้นางยอมจำนน แต่มันกลับผลักให้นางสวมหน้ากากอันเย็นชา และเตรียมรอคอยจังหวะที่จะตอบโต้เขา... ด้วยวิธีที่เจ็บปวดที่สุด!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืด

    บทที่ 5: ฤทธิ์สุราหน้ามืดยามซวี (19.00 - 20.59 น.) ลูกค้าคนสุดท้ายก้าวออกจากโรงน้ำชาอวี้เซียงไปแล้ว ปี้เถาและบ่าวคนอื่นๆ ถูกส่งกลับไปพักผ่อนที่เรือนหลัง ภายในร้านจึงเหลือเพียงเสิ่นลั่วอวี้ที่กำลังนั่งตรวจทานบัญชีรายรับของวันอยู่เงียบๆ เพียงลำพังลมราตรีพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ทว่าสิ่งที่ลอยต

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย

    บทที่ 4: คนแปลกหน้าที่คุ้นเคยรถม้าคันเรียบหรูที่ไร้ตราสัญลักษณ์จวนอ๋อง ค่อยๆ แล่นมาจอดอย่างเงียบเชียบที่หน้าเหลาอาหารสุราเลิศ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ โรงน้ำชาอวี้เซียงเซียวจินเยว่ ก้าวลงจากรถม้าด้วยชุดสีเข้ม เขาสวมหมวกไม้ไผ่พรางใบหน้าครึ่งหนึ่ง เดินตรงขึ้นไปยังห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองที่ม่ออ

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 3: กิจการใหม่

    บทที่ 3: กิจการใหม่สามเดือนผ่านไป หิมะที่เคยปกคลุมทั่วเมืองหลวงเริ่มละลายหายไป แทนที่ด้วยอากาศอบอุ่นของต้นฤดูใบไม้ผลิณ ตรอกอันผิง ย่านการค้าที่คึกคักของเมืองหลวง โรงน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่งนามว่า ‘โรงน้ำชาอวี้เซียง’ เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนแทบทุกวัน“เถ้าแก่เนี้ย! ขนมผิงหมดแล

  • ใบหย่าฉบับนี้ ข้าขอมอบให้ท่าน   บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรย

    บทที่ 2: สวนทางในวันหิมะโปรยพายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง ลมหนาวพัดบาดผิวจนเจ็บแปลบ ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกกลับไม่อาจเทียบได้กับความอ้างว้างในจวนชินอ๋องยามนี้เสิ่นลั่วอวี้ ก้าวเดินออกมาตามระเบียงทางเดินยาวที่คุ้นเคย ทุกย่างก้าวของนางมั่นคงและไร้ซึ่งความลังเล ด้านหลังมีเพียง ‘ปี้เถา’ สาวใช้คนสนิทท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status