Share

ตอนที่5ละคร

last update publish date: 2026-09-15 09:13:14

ทว่าพริบตาต่อมา เมื่อเห็นสายตาเบิ่งกว้างของหมิงเฉิง ลีลี่ก็ตั้งสติได้ทันควัน รีบทิ้งกายลงไปนอนกองกับพื้นดิน ยกแขนขึ้นกุมเข่าแล้วส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

"โอ๊ย... เจ็บจัง ขาข้าจะหักไหม" ใบหน้าหวานหยดฉายแววทรมาน น้ำตาคลอเบ้า

"คุณหนูเจ้าขา แย่แล้ว เจ้าหัวขโมยบังอาจชนคุณหนูจนบาดเจ็บ"

เซียวหลิงรีบเข้ามาประคองร่างเจ้านายด้วยความตื่นตระหนก พลางบ่นด่าคนชนคุณหนูผู้บอบบางของนาง

"คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ไปร้านหมอข้างหน้านี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ"

หมิงเฉิงรีบขยับเข้ามาช่วยประคอง สีหน้าฉายแววห่วงใยสุดหัวใจ เขาหันไปหาหัวขโมยที่คุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น แต่ไม่วายยื่นถุงเงินก้อนหนึ่งให้พร้อมเอ่ยเสียงนุ่มนวลก้องกังวาน

"รับเงินนี้ไปเสีย... ข้าไม่เอาความที่เจ้าทำให้ว่าที่ไท่จือเฟยของข้าต้องบาดเจ็บ แต่วันหน้าอย่าได้เที่ยวขโมยของใครอีกเลยนะ เงินนี่สำหรับทำทุน"

“เขาขโมยไท่จือยังมีเมตตา โถ่จิตใจช่างสูงส่งจริงๆ”

การกระทำอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมทำให้ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันก้มหัวสรรเสริญในความเมตตาของหมิงเฉิงไม่ขาดสาย หัวขโมยซาบซึ้งจนโขกหัวกับพื้นไม่หยุด

หมิงเฉิงยิ้มบางๆ หันไปหาองครักษ์คนสนิท เฉินเฟิงอ่อนโยน 

"เฉินเฟิงเขาบาดเจ็บ... พากลับไปส่งที่บ้านเขา ส่งเขาดีๆ ด้วยเล่า"

ทว่าในยามที่เซียวหลิงหันหลังเดินประคองลีลี่มุ่งหน้าไปยังร้านหมอนั้น นัยน์ตาอ่อนโยนกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมโหดอำมหิต เขาขยับริมฝีปากส่งสัญญาณเสียงเบาแผ่วให้เฉินเฟิงที่เดินตามหลัง

"จัดการฆ่ามันเสีย... บังอาจนักที่มาทำตัวเกะกะ ไม่รู้นำโรคติดต่อมาติดข้าหรือเปล่า"

มุมหนึ่งของตลาดอันแสนครึกครื้น เถ้าแก่ร้านหนังสือรีบยื่นถุงเงินถุงเล็กให้องค์ชายแปดเหวินเฉิงด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง สายตาจดจ้องกองคัมภีร์การแพทย์ที่คัดด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อย

"ขายดีเหลือเกินองค์ชาย ตำราแพทย์ของท่านอ่านง่ายและแม่นยำยิ่งนัก วันหน้าคัดมาอีกเยอะๆ เลยนะขอรับ ข้าจะช่วยดันราคาให้เป็นพิเศษ"

เหวินเฉิงยิ้มตาหยี นัยน์ตาใต้กรอบแว่นฉายประกายความหวัง เขากระชับถุงเงินในมือไว้แน่น

 "ขอบคุณมากครับเถ้าแก่ ถ้านั้นข้าจะรีบกลับไปคัดมาให้อีกนะครับ"ยิ้มตาหยีภายใต้กรอบแว่นยิ่งกว้างกว่ากว้าง

“ได้ไม่น้อยเลยขอรับองค์ชาย แบบนี้ต่อไปก็ทำเงินได้อีกไม่น้อย” เสี่ยวจื่อพูดยิ้มๆ

“นั่นสิ ข้าจะคัดทั้งวันทั้งคืนจะๆ ได้มีมาขายมากหน่อย”

เสี่ยวจื่อยิ้มบางๆ

“แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยขอรับ”

“นั่นสิ รีบกลับไปคัดมาใหม่ดีกว่า คืนนี้ข้าจะได้ไม่ต้องนอนดึก”

ก้าวเท้าออกจากร้านหนังสือมุ่งหน้าลงตรอกเปลี่ยวลึก สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับคนสองคนตรงมุมมืด เฉินเฟิงองครักษ์ฝีมือดีของไท่จือ กำลังชักกระบี่เงาวับออกมา ชายหัวขโมยคนเมื่อครู่นั่งคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นหิน

“อ่าใต้เท้าข้าทำผิดใดกัน ได้โปรด ไว้ชีวิตข้าด้วยไหนไท่จือสั่งท่านให้ไปส่งข้าแล้วทำไมจะฆ่าข้ากันเล่า หรือว่าท่านอยากจะได้เงิน หากท่านอยากได้เงินนี่ข้ายินดียกให้” วางแล้วก็ล้วงถุงเิงนออกมาวางกับพื้น แต่เฉินเฟิงกับยิ้มหยัน

เหวินเฉิงมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่าไม่ถูกต้องนัก

"นั่นเฉินเฟิงนี่... เขากำลังจะฆ่าคน" เหวินเฉิงพึมพำ ใบหน้าตื่นตระหนก

"องค์ชาย อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยขอรับ เราเดินหลบไปเสียอีกทางเถอะขอรับ" เสี่ยวจื่อรีบคว้าแขนเจ้านายไว้ทันควัน น้ำเสียงสั่นระรัว 

“ไม่ได้ จะฆ่ากันง่ายๆ ได้อย่างไร นั่นชีวิตคนคนหนึ่งเลยนะ”

"องค์ชาย หากเฉินเฟิงเห็นหน้าท่าน มีหวังไท่จือเอาเรื่องเราถึงตายแน่"

เหวินเฉิงไม่ฟังคำทัดทาน เขารีบดึงผ้าคาดเอวผืนยาวขึ้นมาพันรอบๆ แล้วผูกปิดบังใบหน้าไว้แน่นหนา ไม่ลืมถอดแว่นสายตาส่งให้เสี่ยวจื่อ ก่อนจะกระโจนออกไปทันที 

“ระวังตัวด้วยขอรับ”

เสี่ยวจื่อทำได้เพียงลอบซุ่มดูอยู่หลังผนังหินด้วยความหัวใจที่หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม หากปรากฏตัวพร้อมกันสองคน คงไม่อาจรอดพ้นสายตาขององครักษ์อย่างเฉินเฟิงไปได้

กระบี่ถูกเงื้อขึ้นสุดแรง

“เคร้ง”

คมกระบี่ของเฉินเฟิงถูกท่อนไม้หนาในมือเหวินเฉิงฟาดจนเบี่ยงทิศทางอย่างทันท่วงทีก่อนที่จะบั่นคอหัวขโมยคนนั้น

 เหวินเฉิงแม้ภายนอกจะดูอ่อนแอทว่ากลับมีไหวพริบและการหลบหลีกที่ว่องไวเกินคาด เขาใช้จังหวะที่อีกฝ่ายชะงัก รวบรวมกำลังถีบเข้าที่อกของเฉินเฟิงจนถอยร่นไปหลายก้าว

อั๊กกก

เฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่ฝีมือไม่ธรรมดา หากปะทะต่อนานไปผู้คนอาจจะแห่กันมา เขาจึงรามือและฉวยโอกาสยื่นมือไปคว้าถุงเงินของไท่จือที่มอบให้หัวขโมย ตกอยู่ข้างตัวเจ้าหัวขโมยติดมือไป ก่อนจะทะยานร่างหายลับไปบนหลังคา

เหวินเฉิงพยุงชายคนนั้นที่รอดตายหวุดหวิด

"ตามข้ามาเร็ว เราต้องรีบหนี"หลบออกจากตรอกมืดอย่างรวดเร็ว

ชายคนนั้นพาเหวินเฉิงและเสี่ยวจื่อเดินลัดเลาะข้ามาจนถึงบ้านไม้ซบเซาท้ายตลาด ทันทีที่เปิดประตูไม้กั้น เสียงไอแห้งๆ ของหญิงนางหนึ่งและเด็กน้อยก็ดังก้องออกมาจากบนฟูกเก่าๆ ภรรยาและลูกชายตัวน้อยของเขากำลังนอนซมด้วยพิษไข้สูง ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด

เหวินเฉิงประคองชายผู้นั้นนั่งลงเพื่อทำแผล ก่อนจะคว้าพู่กันและกระดาษฟางบนโต๊ะขึ้นมาจดตัวยาสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว

"บาดแผลของท่านไม่ลึกมาก ส่วนนี่คือตำรับยา...สำหรับลูกกับเมียของท่าน" 

เหวินเฉิงยื่นกระดาษให้ชายคนนั้น นัยน์ตาใต้กรอบแว่นเมตตาอย่างจริงใจ 

"ท่านไปเก็บสมุนไพรตามรายชื่อนี้บนภูเขา ต้มให้คนทั้งสองดื่มต่างน้ำ ยานั่นจะช่วยให้อาการไข้ของภรรยาและลูกท่านบรรเทาลงได้มากทีเดียว"

“ขอบคุณคุณชาย”

“ไม่เป็นไรไม่ต้องขอบคุณข้า”

เขานึกถึงถุงเงินที่เพิ่งได้รับจากการขายตำรา เหวินเฉิงลังเลเพียงครู่เดียวก่อนจะหยิบเงินก้อนนั้นออกมาเจียดแบ่งก้อนเงินส่วนใหญ่วางลงบนโต๊ะตรงหน้า

"เงินนี้ข้ามอบให้ท่าน... นำไปซื้ออาหารและของบำรุงร่างกายพวกเขาให้แข็งแรงเสียเถิด"

ชายคนนั้นน้ำตาร่วงก้มลงโขกศีรษะกับพื้นบ้านไม่หยุด ขณะที่เหวินเฉิงยิ้มบางๆ แล้วดึงผ้าปิดหน้าลง ผิวแก้มสว่างใสสะท้อนแสงไฟดวงน้อยในบ้านหลังเก่าชายผู้นั้นจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาเพื่อจดจำไว้

“คุณชายข้าจะตอบแทนท่านหากมีโอกาส ท่านมีชื่อแซ่ว่าอย่างไร” ชายคนนั้นพูดดังๆ

“ไม่ต้องน่า ข้ามิได้หวังสิ่งใดตอบแทน แค่ท่านหลบให้พ้นไท่จือนั่นแหละคือการตอบแทน”

“พูดแล้วข้ายังสงสัย เหตุใดคนของไท่จือจึงต้องการฆ่าข้า”

เสี่ยวจื่อยิ้ม ก่อนจะพูดเบาๆ

“เขาอยากได้เงินท่านอย่างไรเล่า” ชายคนนั้นขมวดคิ้วไม่สมเหตุสมผลแต่ก็ไม่รู้จะคิดเป็นอื่นได้อย่างไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่8ห้องหอ2

    ยังไม่ทันที่นางจะได้สำรวจแผลนั้นให้ชัดเจน เปาเป่าก็สะดุ้งสุดตัวดั่งถูกไฟลวก ร่างเล็กสะบัดมือออกจากการจับกุมของลีลี่อย่างลนลาน นัยน์ตาคู่เล็กส่องประกายความหวาดกลัวอย่างที่สุดออกมา “อย่าเสียมารยาทกับท่านแม่”เด็กน้อยหมุนตัววิ่งพรวดพราดออกจากห้องหอไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองด้านหลังแม้แต่น้อย"เปาเป่า" ลีลี่ร้องเรียก ทำท่าจะก้าวเท้าตามไป"ปล่อยนางไปเถอะ..."น้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยนของไท่จือหมิงเฉิงดังก้องขึ้น เขาก้าวเข้ามาแตะไหล่ของลีลี่เบาๆ ด้วยสัมผัสทะนุถนอม ถอนหายใจยาวพลางแย้มยิ้มเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสาร"นางคงกำลังงอนข้าอยู่ตามประสาเด็ก... คิดว่าข้าแต่งท่านแม่คนใหม่เข้ามาแล้วจะลืมเลือนท่านแม่ของนาง เจ้าอย่าได้ถือสานางเลยนะ"หมิงเฉิงประสานสายตากับลีลี่ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ารักเต็มเปี่ยม มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางของลีลี่ไว้อย่างทะนุถนอม "เอาไว้พรุ่งนี้ ข้าจะค่อยๆ พูดคุยกับนาง ให้นางมาพบและรวมถึงคารวะเจ้าและให้นางเรียกเจ้าว่า ท่านแม่ อย่างถูกต้องนะ ลีลี่ของข้า"ลีลี่สบสายตาอันแสนดีและเปี่ยมด้วยเมตตาของไท่จือตรงหน้า นางจึงค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดลง พยักหน้ารับคำอย่างอ่อนหวานและว่าง่าย“

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่7ห้องหอ

    เสียงโห่ร้องยินดีจากเรือนด้านนอกค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดภายในห้องหออันหรูหราของตำหนักบูรพาจางลีลี่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งนิ่งอยู่บนแท่นนอนมงคล ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานเฉียบคม ท่ามกลางแสงเทียน สัญชาตญาณสายสืบที่ติดตัวมา สั่งให้สายตาคอยสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างระมัดระวัง“ฮือ... ฮือๆ ... ช่วยด้วย…”เสียงร้องไห้สะอื้นแผ่วเบาดังแทรกผ่านความเงียบสงบขึ้นมาเป็นระยะ จางลีลี่ขมวดคิ้วแน่น เสียงนั้นไม่ได้มาจากด้านนอก ทว่าดังกังวานมาจากมุมมืดด้านในห้องหอแห่งนี้ในขณะเดียวกัน ณ โถงจัดเลี้ยงด้านนอก ไท่จือหมิงเฉิงกำลังแย้มยิ้มอ่อนโยนตามบทบาทองค์ชายผู้เสแสร้ง เขายกจอกสุราขึ้นรับการอวยพรจากเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์นับร้อยด้วยท่าทางนอบน้อม ปฏิเสธใครไม่เป็นจนต้องจำใจดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่า สร้างภาพลักษณ์สามีและองค์ชายผู้แสนดีให้ผู้คนสรรเสริญไม่หยุดหย่อนทว่าด้านในห้องหอ จางลีลี่ผุดลุกขึ้นจากแท่นนอนอย่างเงียบเชียบ เท้าบางก้าวผ่านฉากกั้นห้องมุ่งตรงไปยังมุมชั้นเก็บตำราขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชิดผนัง นางย่อตัวลง เอาหูแนบลงกับแผ่นไม้หนาหนักของชั้นตำราเพื่อจับทิศทา

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่6เจ้ายินดีไหม

    จวนแม่ทัพแสงตะวันยามเย็นฉาบทาไปทั่วซุ้มศาลากลางน้ำภายในจวนแม่ทัพ ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาสายลมเย็นและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋นอบอวลไปทั่วบริเวณแม่ทัพจางเว่ยเสวียนนั่งละเมียดจิบชาอุ่นๆ พลางทอดสายตามองบุตรสาวคนโปรดที่นั่งคัดลายมือฝั่งตรงข้าม ใบหน้าอันทรงอำนาจของยอดรบผู้เกรียงไกรยามนี้ละลายหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาเอ็นดูของคนเป็นพ่อ"ลีลี่..พ่อมีเรื่องจะพูด" แม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ่มนุ่มแฝงความจริงใจ "เรื่องงานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้ากับองค์ไท่จือนั้น...ใกล้เข้ามาแล้วตามบัญชาของฝ่าบาท พ่อยากจะถามความเห็นเจ้า แต่พ่อเห็นว่ายามที่เจ้าป่วยไข้ไม่ได้สติ ไท่จือหมิงเฉิงทรงแสดงความห่วงใยเจ้าอย่างสุดซึ้งแวะเวียนมาบ่อยๆ จนเป็นแขกประจำ ข้าวของบำรุงและของกำนัลล้ำค่านับไม่ถ้วนก็สรรหามาให้ไม่เคยขาด น้ำพระทัยกว้างขวาง สุภาพนอบน้อม อีกทั้งชาวบ้านทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็สรรเสริญว่าทรงเป็นบุรุษผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม และเมตตาธรรมอย่างหาใครเปรียบไม่ได้"จางลีลี่นิ่งฟังคำบอกเล่าของบิดา ในใจลอบพิจารณาตามข้อมูลที่ได้รับมาโดยตลอด บุรุษผู้มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างผ่าเผย มีอำนาจวาสนา อีกทั้งยังกตัญญูและโอบอ้อมอา

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่5ละคร

    ทว่าพริบตาต่อมา เมื่อเห็นสายตาเบิ่งกว้างของหมิงเฉิง ลีลี่ก็ตั้งสติได้ทันควัน รีบทิ้งกายลงไปนอนกองกับพื้นดิน ยกแขนขึ้นกุมเข่าแล้วส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด"โอ๊ย... เจ็บจัง ขาข้าจะหักไหม" ใบหน้าหวานหยดฉายแววทรมาน น้ำตาคลอเบ้า"คุณหนูเจ้าขา แย่แล้ว เจ้าหัวขโมยบังอาจชนคุณหนูจนบาดเจ็บ"เซียวหลิงรีบเข้ามาประคองร่างเจ้านายด้วยความตื่นตระหนก พลางบ่นด่าคนชนคุณหนูผู้บอบบางของนาง"คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ไปร้านหมอข้างหน้านี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ"หมิงเฉิงรีบขยับเข้ามาช่วยประคอง สีหน้าฉายแววห่วงใยสุดหัวใจ เขาหันไปหาหัวขโมยที่คุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น แต่ไม่วายยื่นถุงเงินก้อนหนึ่งให้พร้อมเอ่ยเสียงนุ่มนวลก้องกังวาน"รับเงินนี้ไปเสีย... ข้าไม่เอาความที่เจ้าทำให้ว่าที่ไท่จือเฟยของข้าต้องบาดเจ็บ แต่วันหน้าอย่าได้เที่ยวขโมยของใครอีกเลยนะ เงินนี่สำหรับทำทุน"“เขาขโมยไท่จือยังมีเมตตา โถ่จิตใจช่างสูงส่งจริงๆ”การกระทำอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมทำให้ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันก้มหัวสรรเสริญในความเมตตาของหมิงเฉิงไม่ขาดสาย หัวขโมยซาบซึ้งจนโขกหัวกับพื้นไม่หยุดหมิงเฉิงยิ้มบางๆ หันไปหาองครักษ์คนสนิท เฉินเฟิงอ่อนโยน "เฉิน

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่4ซ่อน

    ตำหนักบูรพาบานประตูหินหนาหนักย้อนปิดลงพร้อมเสียงกลไกกระทบกันแน่นสนิท ตัดขาดเสียงครึกครื้นภายนอกวังบูรพาออกไปโดยสิ้นเชิงแสงเทียนในห้องลับใต้ดินริบหรี่วูบวาบ ปรากฏร่างสูงโปร่งของไท่จือหมิงเฉิงที่ถอดรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลทิ้งไปจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมโหด ดวงตาคมกริบฉายแววอาฆาตและวิปลาสอย่างไม่คิดซ่อนเร้น มือหนาคว้าจับด้ามแส้หนังเส้นใหญ่ขึ้นมากำไว้แน่นควับ เพี๊ยะ"กรี๊ดดดด ไท่จือ... ได้โปรดเมตตาด้วย"เสียงแส้ฟาดฉาดใหญ่กรีดลงบนแผ่นหลังบางของนางในผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกพันธนาการแขนขาไว้กับแท่นนอนอย่างป่าเถื่อน เสียงร้องไห้โฮและคำอ้อนวอนขอชีวิตโหยหวนดังระงมทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทว่ายิ่งนางดิ้นรนและหลั่งน้ำตา สายตาของบุรุษเบื้องหน้ากลับยิ่งวาววับไปด้วยความตื่นเต้นสะใจ"ร้องอีกสิ... อ้อนวอนข้าอีก"ไท่จือโถมกายเข้าหากายบางที่สั่นเทาอย่างโหดเหี้ยม แรงกระแทกกระทั้นอันรุนแรงและไร้ซึ่งความละมุนละม่อมโถมทับลงมาดั่งคลื่นลูกใหญ่ ความปวดร้าวเสียดแทงผ่านเรือนร่างจนร่างเบื้องล่างแทบสิ้นสติ เขาโถมตัวลงไปชิดใบหูที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสีย

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่3สวยงามตามท้องเรื่อง

    "ข้าได้ยินข่าวว่าลีลี่ฟื้นคืนสติแล้ว หัวใจของข้าร้อนรุ่มจนไม่อาจทนอยู่นิ่งได้ จึงต้องรีบเดินทางมาดูให้เห็นกับตาว่านางปลอดภัยดีแล้วจริงหรือไม่"แม่ทัพจางเว่ยเสวียนยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ ตอบกลับด้วยความซาบซึ้งใจ"ขอบพระทัยไท่จือที่ทรงเมตตาและห่วงใยบุตรสาวของกระหม่อมถึงเพียงนี้พะย่ะค่ะ ลีลี่นางดูเหมือนจะหายดีแล้ว"จางลีลี่ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมอย่างอ่อนช้อย ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองบุรุษตรงหน้าเล็กน้อย ชายหนุ่มรูปงาม กิริยาสุภาพเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งยังแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยอย่างจริงใจเช่นนี้ ยังมีอีกหรือ"ลำบากไท่จือแล้วเพคะ...หม่อมฉันทำให้ไท่จือต้องเป็นห่วง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาละมุนละไม รอยยิ้มเอียงอายปรากฏตรงมุมปากตามบทบาทของสาวน้อยโง่งมผู้เปราะบางไท่จือหมิงเฉิงขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปกุมมือบางไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวล"เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ก็ดีแล้ว... ต่อจากนี้ ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีที่สุด ไม่ให้ใครหรือสิ่งใดมาทำร้ายเจ้าได้แม้แต่น้อย ข้าสัญญา"คำพูดหวานหูและท่าทีอ่อนโยน ทำให้ลีลี่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยบุรุษที่จะมาเป็นสามีในอนาคตก็ดูเป็นคนดีและพึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status