Share

ตอนที่4ซ่อน

last update publish date: 2026-09-10 12:15:30

ตำหนักบูรพา

บานประตูหินหนาหนักย้อนปิดลงพร้อมเสียงกลไกกระทบกันแน่นสนิท ตัดขาดเสียงครึกครื้นภายนอกวังบูรพาออกไปโดยสิ้นเชิง

แสงเทียนในห้องลับใต้ดินริบหรี่วูบวาบ ปรากฏร่างสูงโปร่งของไท่จือหมิงเฉิงที่ถอดรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลทิ้งไปจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมโหด ดวงตาคมกริบฉายแววอาฆาตและวิปลาสอย่างไม่คิดซ่อนเร้น มือหนาคว้าจับด้ามแส้หนังเส้นใหญ่ขึ้นมากำไว้แน่น

ควับ เพี๊ยะ

"กรี๊ดดดด ไท่จือ... ได้โปรดเมตตาด้วย"

เสียงแส้ฟาดฉาดใหญ่กรีดลงบนแผ่นหลังบางของนางในผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกพันธนาการแขนขาไว้กับแท่นนอนอย่างป่าเถื่อน เสียงร้องไห้โฮและคำอ้อนวอนขอชีวิตโหยหวนดังระงมทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทว่ายิ่งนางดิ้นรนและหลั่งน้ำตา สายตาของบุรุษเบื้องหน้ากลับยิ่งวาววับไปด้วยความตื่นเต้นสะใจ

"ร้องอีกสิ... อ้อนวอนข้าอีก"

ไท่จือโถมกายเข้าหากายบางที่สั่นเทาอย่างโหดเหี้ยม แรงกระแทกกระทั้นอันรุนแรงและไร้ซึ่งความละมุนละม่อมโถมทับลงมาดั่งคลื่นลูกใหญ่ ความปวดร้าวเสียดแทงผ่านเรือนร่างจนร่างเบื้องล่างแทบสิ้นสติ เขาโถมตัวลงไปชิดใบหูที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันถากถางอันเย็นเยือก

"เจ้ารู้หรือไม่... ข้ากำลังจะได้ ของเล่นชิ้นใหม่ แล้ว"

เขาแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงนั้นฟังดูน่าขนลุกจนถึงขั้วหัวใจ ยามที่เขาลงแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่แยแสบาดแผลและคราบเลือดที่เริ่มไหลซึม

"จางลีลี่ผู้นั้น... สตรีผู้แสนอ่อนหวานไร้เดียงสาดั่งน้ำผึ้ง ข้าอยากจะรู้นักว่ายามที่นางถูกแส้เส้นนี้ฟาดลงบนผิวเนียนๆ เสียงร้องโอดโอยของนางจะหวานหูและน่าฟังเพียงใด"

"ฮึกๆๆๆ .. ได้โปรด... หม่อมฉันไม่ไหวแล้ว..." นางอ้อนวอนเสียงแผ่ว พยายามสะบัดหน้าหนีด้วยความทรมานแสนสาหัส

ทว่าคำขอร้องกลับยิ่งกระตุ้นความดิบป่าเถื่อนในตัวเขา ไท่จือหมิงเฉิงกระหน่ำบทรักอันวิปลาสและรุนแรงเข้าใส่ร่างน้อยอย่างไม่หยุดหย่อน ความทารุณโหดร้ายไม่แปรเปลี่ยนท่ามกลางเสียงหอบหนักและเสียงร้องไห้โฮที่ค่อยๆ แผ่วเบาลง... จนกระทั่งร่างบนแท่นนอนทนรับความเจ็บปวดไม่ไหว กระตุกเกร็งและแน่นิ่งไปในที่สุด

“ไม่ไหวก็ตายไปเสีย ใจเสาะเสียจริง”

ไท่จือเพียงปัดเรือนผมที่เปียกโชกของตนเองออกไปด้านหลัง มองเรือนร่างที่ไม่เคลื่อนไหวเบื้องล่างด้วยสายตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก ดั่งสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ตำหนัก เหินห่าว

แสงเทียนริบหรี่สาดส่องความมืดมิดภายในตำหนักเก่าทรุดโทรม องค์ชายแปดเหวินเฉิงนั่งกอดเข่าอยู่บนแท่นนอนเล็ก ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้และความหนาวเหน็บหลังจากถูกบังคับให้คุกเข่ากลางสายฝนข้ามวันข้ามคืน ขันทีเสี่ยวจื่อผู้เป็นบ่าวรับใช้คนสนิทนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง มือเล็กสั่นเทาขณะเปิดตลับขี้ผึ้งสมุนไพรสีเขียวเข้ม ก่อนจะละเลงนวดลงบนหัวเข่าบวมช้ำที่กลายเป็นรอยเขียวม่วงของเจ้านายอย่างเบามือที่สุด

"อดทนหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย.... เอ่อ องค์ชายอดทนหน่อยนะขอรับ” เสี่ยวจื่อรีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นสายตาห้ามปรามของเหวินเฉิง

“ข้าเคี่ยวยาตามใบสั่งยาขององค์ชายแล้วสักครู่จึงจะได้ที่" ในขณะนั้นเอง สตรีร่างผอมบางในชุดอาภรณ์เก่าคร่ำคร่า นางสนมผู้ถูกลืมเลือนมารดาบังเกิดเกล้าของเหวินเฉิงก้าวเข้ามาใกล้ยื่นมืออันซีดขาวสั่นเทา ขึ้นลูบไล้เรือนผมที่ยังชื้นแฉะของบุตรชายอย่างแผ่วเบา หยาดน้ำตาเอ่อ

"ลำบากเจ้าแล้ว... ลูกแม่" น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนสงสาร 

"เพราะแม่ไร้ความสามารถไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าถึงต้องมารับเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

เหวินเฉิงเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่สวมแว่นตากรอบใส ภายใต้เลนส์แว่นนั้นไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความท้อแท้ มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เขาเอื้อมมือไปกุมมืออันเย็นเฉียบของมารดาไว้แน่น

"ท่านแม่ไม่ต้องร้องไห้ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เห็นไหมหายแล้วทายาดื่มยาสักพักก็จะดีขึ้น" เหวินเฉิงเอ่ยเสียงนุ่มนวล

เขากวาดสายตามองซ้ายขวาด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูมารดา 

"ข้าไม่ได้คิดจะยอมจำนนและรอความตายอยู่ที่นี่หรอก ข้าเตรียมทางหนีเอาไว้หมดแล้ว"

มารดาชะงักงัน ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ 

"เจ้าว่าอย่างไรนะ...จะหนีไปไหน หากฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้"

"เราหนีจะสนใจคนอื่นทำไม ข้าแอบเก็บเงินจากการคัดตำราแพทย์และขายตำราสมุนไพรมาหลายปีแล้วหากพอทำทุนวันไหนข้าจะพาท่านแม่หนีไปเสีย" 

เหวินเฉิงยิ้มบางๆ แววตาสดใสขึ้นมา

"อดใจรออีกหน่อยนะขอรับท่านแม่ ข้าจะแอบพาท่านแม่หนีออกไปจากวังหลวง ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในต่างแคว้น ที่ที่ไม่มีการแย่งชิง ไม่มีฮองเฮา ไม่มีไท่จือ และไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายพวกเราได้อีก"

มารดาสือหนิงถอนหายใจยาวไม่อาจขัดเจตนาแม้จะรู้ว่าการหนีออกจากวังหลวงมันยากเย็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เพียงใดก็ตาม

เช้าสดใส

ด้านในจวนแม่ทัพที่วิ่งวุ่นต้อนรับไท่จื่อหมิงเฉิงที่เสด็จมาเยือนจวนแม่ทัพแต่เช้าใบหน้าเต็มไปด้วยด้วยรอยยิ้มบางเบา เซียวหลิงรีบพยุงลี่ลี่ออกมารับ พอเห็นลีลี่เข้ารีบเดินข้ามาทันที อย่างให้ความสำคัญเกินใคร ลีลี่ย่อกายลงช้าๆ อีกคนรีบเอื้อมมือมาจับไหล่บาง พยุงให้ลุกขึ้น

“ไม่ต้องมากพิธีกับข้าข้าไม่อยากเห็นเจ้าลำบาก ข้าตั้งใจมาชวนเจ้าไปเดินตลาดด้วยกัน ก็เท่านั้นวันนี้เรือสินค้าจากตะวันตกเทียบท่า” ลีลี่ยิ้มอ่อนโยน

“เพคะ หากเป็นความประสงค์” ยิ้มอ่อนหวานที่สุด งดงามที่สุด รอยยิ้มของหมิงเฉิงเองก็อ่อนโยนมองสบายตา

บรรยากาศกลางตลาดคึกคักไปด้วยผู้คน 

“ไท่จือทรงพระเจริญโอ้เป็นบุญที่ไท่จือเสด็จมา”

หมิงเฉิงส่งสัญญาณให้ขันทีตัวเค่อ หยิบเหรีญเงินและเหรียญทองออกมาให้เขาเพื่อโปรยไปด้านหน้า ชาวบ้านรีบเข้ามาแย่งกันเก็บปากก็สรรเสริญไม่หยุด ลีลี่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย 

“ต่อไปเจ้าจะต้องทำเรื่องนี้แทนข้า หากแต่งเข้าตำหนักบูรพา ชาวบ้านเหล่านี้ลำบากยิ่งแล้ว พวกเขาหาเช้ากินค่ำ และยังเกิดโรคระบาดจึงน่าห่วง เงินทองนี่เป็นเบี้ยหวัดในตำแหน่งไท่จือของข้าที่ตั้งใจแบ่งให้พวกเขา ลำพังจะรอให้ทางการดูแลอย่างเดียว พวกเขาจะอดตายเสียก่อน”

“ไท่จือทรงมีพระเมตตายิ่งแล้ว” ลีลี่กล่าวชม 

"ช่วยด้วย ขโมย จับขโมยที ใครก็ได้จับขโมยที"

ชายร่างผอมเกร็งวิ่งสับเท้าหนีการไล่ล่ามาทางที่ทั้งสองยืนอยู่ ด้วยสัญชาตญาณยอดนักสู้ที่ติดตัวมา จางลีลี่ขยับกายรวดเร็วอัตโนมัติ ตวัดปลายเท้ากวาดไปด้านข้างเตะสกัดขาขโมยผู้นั้นเข้าอย่างจัง จนร่างของเขาลอยหวือม้วนหนึ่งตลบล้มกลิ้งลงกับพื้น

“ลีลี่ระวัง” หมิงเฉิงคว้าข้มือไว้แต่ไม่ทัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่8ห้องหอ2

    ยังไม่ทันที่นางจะได้สำรวจแผลนั้นให้ชัดเจน เปาเป่าก็สะดุ้งสุดตัวดั่งถูกไฟลวก ร่างเล็กสะบัดมือออกจากการจับกุมของลีลี่อย่างลนลาน นัยน์ตาคู่เล็กส่องประกายความหวาดกลัวอย่างที่สุดออกมา “อย่าเสียมารยาทกับท่านแม่”เด็กน้อยหมุนตัววิ่งพรวดพราดออกจากห้องหอไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองด้านหลังแม้แต่น้อย"เปาเป่า" ลีลี่ร้องเรียก ทำท่าจะก้าวเท้าตามไป"ปล่อยนางไปเถอะ..."น้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยนของไท่จือหมิงเฉิงดังก้องขึ้น เขาก้าวเข้ามาแตะไหล่ของลีลี่เบาๆ ด้วยสัมผัสทะนุถนอม ถอนหายใจยาวพลางแย้มยิ้มเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสาร"นางคงกำลังงอนข้าอยู่ตามประสาเด็ก... คิดว่าข้าแต่งท่านแม่คนใหม่เข้ามาแล้วจะลืมเลือนท่านแม่ของนาง เจ้าอย่าได้ถือสานางเลยนะ"หมิงเฉิงประสานสายตากับลีลี่ด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ารักเต็มเปี่ยม มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางของลีลี่ไว้อย่างทะนุถนอม "เอาไว้พรุ่งนี้ ข้าจะค่อยๆ พูดคุยกับนาง ให้นางมาพบและรวมถึงคารวะเจ้าและให้นางเรียกเจ้าว่า ท่านแม่ อย่างถูกต้องนะ ลีลี่ของข้า"ลีลี่สบสายตาอันแสนดีและเปี่ยมด้วยเมตตาของไท่จือตรงหน้า นางจึงค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดลง พยักหน้ารับคำอย่างอ่อนหวานและว่าง่าย“

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่7ห้องหอ

    เสียงโห่ร้องยินดีจากเรือนด้านนอกค่อยๆ ห่างออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดภายในห้องหออันหรูหราของตำหนักบูรพาจางลีลี่ในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งนิ่งอยู่บนแท่นนอนมงคล ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวถูกเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานเฉียบคม ท่ามกลางแสงเทียน สัญชาตญาณสายสืบที่ติดตัวมา สั่งให้สายตาคอยสำรวจทุกซอกทุกมุมอย่างระมัดระวัง“ฮือ... ฮือๆ ... ช่วยด้วย…”เสียงร้องไห้สะอื้นแผ่วเบาดังแทรกผ่านความเงียบสงบขึ้นมาเป็นระยะ จางลีลี่ขมวดคิ้วแน่น เสียงนั้นไม่ได้มาจากด้านนอก ทว่าดังกังวานมาจากมุมมืดด้านในห้องหอแห่งนี้ในขณะเดียวกัน ณ โถงจัดเลี้ยงด้านนอก ไท่จือหมิงเฉิงกำลังแย้มยิ้มอ่อนโยนตามบทบาทองค์ชายผู้เสแสร้ง เขายกจอกสุราขึ้นรับการอวยพรจากเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์นับร้อยด้วยท่าทางนอบน้อม ปฏิเสธใครไม่เป็นจนต้องจำใจดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่า สร้างภาพลักษณ์สามีและองค์ชายผู้แสนดีให้ผู้คนสรรเสริญไม่หยุดหย่อนทว่าด้านในห้องหอ จางลีลี่ผุดลุกขึ้นจากแท่นนอนอย่างเงียบเชียบ เท้าบางก้าวผ่านฉากกั้นห้องมุ่งตรงไปยังมุมชั้นเก็บตำราขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชิดผนัง นางย่อตัวลง เอาหูแนบลงกับแผ่นไม้หนาหนักของชั้นตำราเพื่อจับทิศทา

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่6เจ้ายินดีไหม

    จวนแม่ทัพแสงตะวันยามเย็นฉาบทาไปทั่วซุ้มศาลากลางน้ำภายในจวนแม่ทัพ ลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาสายลมเย็นและกลิ่นหอมของดอกโบตั๋นอบอวลไปทั่วบริเวณแม่ทัพจางเว่ยเสวียนนั่งละเมียดจิบชาอุ่นๆ พลางทอดสายตามองบุตรสาวคนโปรดที่นั่งคัดลายมือฝั่งตรงข้าม ใบหน้าอันทรงอำนาจของยอดรบผู้เกรียงไกรยามนี้ละลายหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอบอุ่นและสายตาเอ็นดูของคนเป็นพ่อ"ลีลี่..พ่อมีเรื่องจะพูด" แม่ทัพใหญ่เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ่มนุ่มแฝงความจริงใจ "เรื่องงานอภิเษกสมรสระหว่างเจ้ากับองค์ไท่จือนั้น...ใกล้เข้ามาแล้วตามบัญชาของฝ่าบาท พ่อยากจะถามความเห็นเจ้า แต่พ่อเห็นว่ายามที่เจ้าป่วยไข้ไม่ได้สติ ไท่จือหมิงเฉิงทรงแสดงความห่วงใยเจ้าอย่างสุดซึ้งแวะเวียนมาบ่อยๆ จนเป็นแขกประจำ ข้าวของบำรุงและของกำนัลล้ำค่านับไม่ถ้วนก็สรรหามาให้ไม่เคยขาด น้ำพระทัยกว้างขวาง สุภาพนอบน้อม อีกทั้งชาวบ้านทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็สรรเสริญว่าทรงเป็นบุรุษผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม และเมตตาธรรมอย่างหาใครเปรียบไม่ได้"จางลีลี่นิ่งฟังคำบอกเล่าของบิดา ในใจลอบพิจารณาตามข้อมูลที่ได้รับมาโดยตลอด บุรุษผู้มีรูปโฉมงดงาม รูปร่างผ่าเผย มีอำนาจวาสนา อีกทั้งยังกตัญญูและโอบอ้อมอา

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่5ละคร

    ทว่าพริบตาต่อมา เมื่อเห็นสายตาเบิ่งกว้างของหมิงเฉิง ลีลี่ก็ตั้งสติได้ทันควัน รีบทิ้งกายลงไปนอนกองกับพื้นดิน ยกแขนขึ้นกุมเข่าแล้วส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด"โอ๊ย... เจ็บจัง ขาข้าจะหักไหม" ใบหน้าหวานหยดฉายแววทรมาน น้ำตาคลอเบ้า"คุณหนูเจ้าขา แย่แล้ว เจ้าหัวขโมยบังอาจชนคุณหนูจนบาดเจ็บ"เซียวหลิงรีบเข้ามาประคองร่างเจ้านายด้วยความตื่นตระหนก พลางบ่นด่าคนชนคุณหนูผู้บอบบางของนาง"คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ไปร้านหมอข้างหน้านี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ"หมิงเฉิงรีบขยับเข้ามาช่วยประคอง สีหน้าฉายแววห่วงใยสุดหัวใจ เขาหันไปหาหัวขโมยที่คุกเข่าสั่นเทาอยู่บนพื้น แต่ไม่วายยื่นถุงเงินก้อนหนึ่งให้พร้อมเอ่ยเสียงนุ่มนวลก้องกังวาน"รับเงินนี้ไปเสีย... ข้าไม่เอาความที่เจ้าทำให้ว่าที่ไท่จือเฟยของข้าต้องบาดเจ็บ แต่วันหน้าอย่าได้เที่ยวขโมยของใครอีกเลยนะ เงินนี่สำหรับทำทุน"“เขาขโมยไท่จือยังมีเมตตา โถ่จิตใจช่างสูงส่งจริงๆ”การกระทำอันเปี่ยมด้วยคุณธรรมทำให้ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันก้มหัวสรรเสริญในความเมตตาของหมิงเฉิงไม่ขาดสาย หัวขโมยซาบซึ้งจนโขกหัวกับพื้นไม่หยุดหมิงเฉิงยิ้มบางๆ หันไปหาองครักษ์คนสนิท เฉินเฟิงอ่อนโยน "เฉิน

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่4ซ่อน

    ตำหนักบูรพาบานประตูหินหนาหนักย้อนปิดลงพร้อมเสียงกลไกกระทบกันแน่นสนิท ตัดขาดเสียงครึกครื้นภายนอกวังบูรพาออกไปโดยสิ้นเชิงแสงเทียนในห้องลับใต้ดินริบหรี่วูบวาบ ปรากฏร่างสูงโปร่งของไท่จือหมิงเฉิงที่ถอดรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลทิ้งไปจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมโหด ดวงตาคมกริบฉายแววอาฆาตและวิปลาสอย่างไม่คิดซ่อนเร้น มือหนาคว้าจับด้ามแส้หนังเส้นใหญ่ขึ้นมากำไว้แน่นควับ เพี๊ยะ"กรี๊ดดดด ไท่จือ... ได้โปรดเมตตาด้วย"เสียงแส้ฟาดฉาดใหญ่กรีดลงบนแผ่นหลังบางของนางในผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกพันธนาการแขนขาไว้กับแท่นนอนอย่างป่าเถื่อน เสียงร้องไห้โฮและคำอ้อนวอนขอชีวิตโหยหวนดังระงมทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทว่ายิ่งนางดิ้นรนและหลั่งน้ำตา สายตาของบุรุษเบื้องหน้ากลับยิ่งวาววับไปด้วยความตื่นเต้นสะใจ"ร้องอีกสิ... อ้อนวอนข้าอีก"ไท่จือโถมกายเข้าหากายบางที่สั่นเทาอย่างโหดเหี้ยม แรงกระแทกกระทั้นอันรุนแรงและไร้ซึ่งความละมุนละม่อมโถมทับลงมาดั่งคลื่นลูกใหญ่ ความปวดร้าวเสียดแทงผ่านเรือนร่างจนร่างเบื้องล่างแทบสิ้นสติ เขาโถมตัวลงไปชิดใบหูที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสีย

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่3สวยงามตามท้องเรื่อง

    "ข้าได้ยินข่าวว่าลีลี่ฟื้นคืนสติแล้ว หัวใจของข้าร้อนรุ่มจนไม่อาจทนอยู่นิ่งได้ จึงต้องรีบเดินทางมาดูให้เห็นกับตาว่านางปลอดภัยดีแล้วจริงหรือไม่"แม่ทัพจางเว่ยเสวียนยิ้มแย้มอย่างภาคภูมิใจ ตอบกลับด้วยความซาบซึ้งใจ"ขอบพระทัยไท่จือที่ทรงเมตตาและห่วงใยบุตรสาวของกระหม่อมถึงเพียงนี้พะย่ะค่ะ ลีลี่นางดูเหมือนจะหายดีแล้ว"จางลีลี่ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมอย่างอ่อนช้อย ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองบุรุษตรงหน้าเล็กน้อย ชายหนุ่มรูปงาม กิริยาสุภาพเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ทั้งยังแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยอย่างจริงใจเช่นนี้ ยังมีอีกหรือ"ลำบากไท่จือแล้วเพคะ...หม่อมฉันทำให้ไท่จือต้องเป็นห่วง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาละมุนละไม รอยยิ้มเอียงอายปรากฏตรงมุมปากตามบทบาทของสาวน้อยโง่งมผู้เปราะบางไท่จือหมิงเฉิงขยับเข้ามาใกล้ ยื่นมือไปกุมมือบางไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวล"เจ้าฟื้นขึ้นมาได้ก็ดีแล้ว... ต่อจากนี้ ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีที่สุด ไม่ให้ใครหรือสิ่งใดมาทำร้ายเจ้าได้แม้แต่น้อย ข้าสัญญา"คำพูดหวานหูและท่าทีอ่อนโยน ทำให้ลีลี่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยบุรุษที่จะมาเป็นสามีในอนาคตก็ดูเป็นคนดีและพึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status