Share

ตอนที่4ซ่อน

last update Tanggal publikasi: 2026-09-10 12:15:30

ตำหนักบูรพา

บานประตูหินหนาหนักย้อนปิดลงพร้อมเสียงกลไกกระทบกันแน่นสนิท ตัดขาดเสียงครึกครื้นภายนอกวังบูรพาออกไปโดยสิ้นเชิง

แสงเทียนในห้องลับใต้ดินริบหรี่วูบวาบ ปรากฏร่างสูงโปร่งของไท่จือหมิงเฉิงที่ถอดรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลทิ้งไปจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหี้ยมโหด ดวงตาคมกริบฉายแววอาฆาตและวิปลาสอย่างไม่คิดซ่อนเร้น มือหนาคว้าจับด้ามแส้หนังเส้นใหญ่ขึ้นมากำไว้แน่น

ควับ เพี๊ยะ

"กรี๊ดดดด ไท่จือ... ได้โปรดเมตตาด้วย"

เสียงแส้ฟาดฉาดใหญ่กรีดลงบนแผ่นหลังบางของนางในผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกพันธนาการแขนขาไว้กับแท่นนอนอย่างป่าเถื่อน เสียงร้องไห้โฮและคำอ้อนวอนขอชีวิตโหยหวนดังระงมทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ทว่ายิ่งนางดิ้นรนและหลั่งน้ำตา สายตาของบุรุษเบื้องหน้ากลับยิ่งวาววับไปด้วยความตื่นเต้นสะใจ

"ร้องอีกสิ... อ้อนวอนข้าอีก"

ไท่จือโถมกายเข้าหากายบางที่สั่นเทาอย่างโหดเหี้ยม แรงกระแทกกระทั้นอันรุนแรงและไร้ซึ่งความละมุนละม่อมโถมทับลงมาดั่งคลื่นลูกใหญ่ ความปวดร้าวเสียดแทงผ่านเรือนร่างจนร่างเบื้องล่างแทบสิ้นสติ เขาโถมตัวลงไปชิดใบหูที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันถากถางอันเย็นเยือก

"เจ้ารู้หรือไม่... ข้ากำลังจะได้ ของเล่นชิ้นใหม่ แล้ว"

เขาแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงนั้นฟังดูน่าขนลุกจนถึงขั้วหัวใจ ยามที่เขาลงแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่แยแสบาดแผลและคราบเลือดที่เริ่มไหลซึม

"จางลีลี่ผู้นั้น... สตรีผู้แสนอ่อนหวานไร้เดียงสาดั่งน้ำผึ้ง ข้าอยากจะรู้นักว่ายามที่นางถูกแส้เส้นนี้ฟาดลงบนผิวเนียนๆ เสียงร้องโอดโอยของนางจะหวานหูและน่าฟังเพียงใด"

"ฮึกๆๆๆ .. ได้โปรด... หม่อมฉันไม่ไหวแล้ว..." นางอ้อนวอนเสียงแผ่ว พยายามสะบัดหน้าหนีด้วยความทรมานแสนสาหัส

ทว่าคำขอร้องกลับยิ่งกระตุ้นความดิบป่าเถื่อนในตัวเขา ไท่จือหมิงเฉิงกระหน่ำบทรักอันวิปลาสและรุนแรงเข้าใส่ร่างน้อยอย่างไม่หยุดหย่อน ความทารุณโหดร้ายไม่แปรเปลี่ยนท่ามกลางเสียงหอบหนักและเสียงร้องไห้โฮที่ค่อยๆ แผ่วเบาลง... จนกระทั่งร่างบนแท่นนอนทนรับความเจ็บปวดไม่ไหว กระตุกเกร็งและแน่นิ่งไปในที่สุด

“ไม่ไหวก็ตายไปเสีย ใจเสาะเสียจริง”

ไท่จือเพียงปัดเรือนผมที่เปียกโชกของตนเองออกไปด้านหลัง มองเรือนร่างที่ไม่เคลื่อนไหวเบื้องล่างด้วยสายตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก ดั่งสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ตำหนัก เหินห่าว

แสงเทียนริบหรี่สาดส่องความมืดมิดภายในตำหนักเก่าทรุดโทรม องค์ชายแปดเหวินเฉิงนั่งกอดเข่าอยู่บนแท่นนอนเล็ก ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้และความหนาวเหน็บหลังจากถูกบังคับให้คุกเข่ากลางสายฝนข้ามวันข้ามคืน ขันทีเสี่ยวจื่อผู้เป็นบ่าวรับใช้คนสนิทนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง มือเล็กสั่นเทาขณะเปิดตลับขี้ผึ้งสมุนไพรสีเขียวเข้ม ก่อนจะละเลงนวดลงบนหัวเข่าบวมช้ำที่กลายเป็นรอยเขียวม่วงของเจ้านายอย่างเบามือที่สุด

"อดทนหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย.... เอ่อ องค์ชายอดทนหน่อยนะขอรับ” เสี่ยวจื่อรีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นสายตาห้ามปรามของเหวินเฉิง

“ข้าเคี่ยวยาตามใบสั่งยาขององค์ชายแล้วสักครู่จึงจะได้ที่" ในขณะนั้นเอง สตรีร่างผอมบางในชุดอาภรณ์เก่าคร่ำคร่า นางสนมผู้ถูกลืมเลือนมารดาบังเกิดเกล้าของเหวินเฉิงก้าวเข้ามาใกล้ยื่นมืออันซีดขาวสั่นเทา ขึ้นลูบไล้เรือนผมที่ยังชื้นแฉะของบุตรชายอย่างแผ่วเบา หยาดน้ำตาเอ่อ

"ลำบากเจ้าแล้ว... ลูกแม่" น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือเต็มไปด้วยความเจ็บปวดระคนสงสาร 

"เพราะแม่ไร้ความสามารถไม่เป็นที่โปรดปราน เจ้าถึงต้องมารับเคราะห์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

เหวินเฉิงเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่สวมแว่นตากรอบใส ภายใต้เลนส์แว่นนั้นไม่มีแม้แต่แววตาแห่งความท้อแท้ มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เขาเอื้อมมือไปกุมมืออันเย็นเฉียบของมารดาไว้แน่น

"ท่านแม่ไม่ต้องร้องไห้ ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เห็นไหมหายแล้วทายาดื่มยาสักพักก็จะดีขึ้น" เหวินเฉิงเอ่ยเสียงนุ่มนวล

เขากวาดสายตามองซ้ายขวาด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูมารดา 

"ข้าไม่ได้คิดจะยอมจำนนและรอความตายอยู่ที่นี่หรอก ข้าเตรียมทางหนีเอาไว้หมดแล้ว"

มารดาชะงักงัน ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจ 

"เจ้าว่าอย่างไรนะ...จะหนีไปไหน หากฝ่าบาททรงรู้เรื่องนี้"

"เราหนีจะสนใจคนอื่นทำไม ข้าแอบเก็บเงินจากการคัดตำราแพทย์และขายตำราสมุนไพรมาหลายปีแล้วหากพอทำทุนวันไหนข้าจะพาท่านแม่หนีไปเสีย" 

เหวินเฉิงยิ้มบางๆ แววตาสดใสขึ้นมา

"อดใจรออีกหน่อยนะขอรับท่านแม่ ข้าจะแอบพาท่านแม่หนีออกไปจากวังหลวง ไปใช้ชีวิตเรียบง่ายในต่างแคว้น ที่ที่ไม่มีการแย่งชิง ไม่มีฮองเฮา ไม่มีไท่จือ และไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายพวกเราได้อีก"

มารดาสือหนิงถอนหายใจยาวไม่อาจขัดเจตนาแม้จะรู้ว่าการหนีออกจากวังหลวงมันยากเย็นแทบจะเป็นไปไม่ได้เพียงใดก็ตาม

เช้าสดใส

ด้านในจวนแม่ทัพที่วิ่งวุ่นต้อนรับไท่จื่อหมิงเฉิงที่เสด็จมาเยือนจวนแม่ทัพแต่เช้าใบหน้าเต็มไปด้วยด้วยรอยยิ้มบางเบา เซียวหลิงรีบพยุงลี่ลี่ออกมารับ พอเห็นลีลี่เข้ารีบเดินข้ามาทันที อย่างให้ความสำคัญเกินใคร ลีลี่ย่อกายลงช้าๆ อีกคนรีบเอื้อมมือมาจับไหล่บาง พยุงให้ลุกขึ้น

“ไม่ต้องมากพิธีกับข้าข้าไม่อยากเห็นเจ้าลำบาก ข้าตั้งใจมาชวนเจ้าไปเดินตลาดด้วยกัน ก็เท่านั้นวันนี้เรือสินค้าจากตะวันตกเทียบท่า” ลีลี่ยิ้มอ่อนโยน

“เพคะ หากเป็นความประสงค์” ยิ้มอ่อนหวานที่สุด งดงามที่สุด รอยยิ้มของหมิงเฉิงเองก็อ่อนโยนมองสบายตา

บรรยากาศกลางตลาดคึกคักไปด้วยผู้คน 

“ไท่จือทรงพระเจริญโอ้เป็นบุญที่ไท่จือเสด็จมา”

หมิงเฉิงส่งสัญญาณให้ขันทีตัวเค่อ หยิบเหรีญเงินและเหรียญทองออกมาให้เขาเพื่อโปรยไปด้านหน้า ชาวบ้านรีบเข้ามาแย่งกันเก็บปากก็สรรเสริญไม่หยุด ลีลี่มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย 

“ต่อไปเจ้าจะต้องทำเรื่องนี้แทนข้า หากแต่งเข้าตำหนักบูรพา ชาวบ้านเหล่านี้ลำบากยิ่งแล้ว พวกเขาหาเช้ากินค่ำ และยังเกิดโรคระบาดจึงน่าห่วง เงินทองนี่เป็นเบี้ยหวัดในตำแหน่งไท่จือของข้าที่ตั้งใจแบ่งให้พวกเขา ลำพังจะรอให้ทางการดูแลอย่างเดียว พวกเขาจะอดตายเสียก่อน”

“ไท่จือทรงมีพระเมตตายิ่งแล้ว” ลีลี่กล่าวชม 

"ช่วยด้วย ขโมย จับขโมยที ใครก็ได้จับขโมยที"

ชายร่างผอมเกร็งวิ่งสับเท้าหนีการไล่ล่ามาทางที่ทั้งสองยืนอยู่ ด้วยสัญชาตญาณยอดนักสู้ที่ติดตัวมา จางลีลี่ขยับกายรวดเร็วอัตโนมัติ ตวัดปลายเท้ากวาดไปด้านข้างเตะสกัดขาขโมยผู้นั้นเข้าอย่างจัง จนร่างของเขาลอยหวือม้วนหนึ่งตลบล้มกลิ้งลงกับพื้น

“ลีลี่ระวัง” หมิงเฉิงคว้าข้มือไว้แต่ไม่ทัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่70หลอกผี2

    ฮองเฮาลุกขึ้นจากที่นั่งทันที “บังอาจ ใครปล่อยหญิงผู้นี้เข้ามาในท้องพระโรง”องครักษ์รีบเข้ามา แต่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องหญิงสาวที่กำลังกอดบิดาอยู่ ชายวัยกลางคนกลับไม่สนใจเสียงร้องของคนรอบข้าง เขาเอาแต่กอดบุตรสาวแน่น น้ำตาไหลพราก“ลูกพ่อ...ใครทำอะไรเจ้า บอกพ่อมาฮืออออเจ้าตายไปแล้วอย่างนั้นหรือ”อวี้เอ๋อร์ค่อยๆ หันหน้าไปทางฮองเฮา ริมฝีปากซีดสั่นระริก “ท่านพ่อ ข้าถูกขังอยู่ในห้องลับหลายวัน ถูกไท่จือทรมาน จนตาย”ฮองเฮาทรงตวาด หมิงเฉิงกระตุกอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอนางกำนัลคนนั้นเต็มทน“เหลวไหล” “ข้าไม่เคยพบหญิงผู้นี้มาก่อน” หมิงเฉิงตวาดขึ้นอีกคน“ข้าคืออวี้เอ่อร์จะบอกว่าจำข้าไม่ได้ได้อย่างไร” อวี้เอ๋อร์ร้องไห้ “คืนที่พวกเขาพาข้าไปยังบ่อน้ำร้าง ข้าจำได้ว่าเขาพูดว่าเป็นพระบัญชาของฮองเฮาและไท่จือห้ามปล่อยให้ข้ามีชีวิตกลับไปเด็ดขาด”“เจ้ากล้าดีอย่างไร” ฮองเฮาทรงโกรธจนเสียงสั่น “ฝ่าบาท อย่าทรงเชื่อคำพูดของวิญญาณร้ายผู้นี้ นี่ต้องเป็นแผนของใครบางคนที่ต้องการใส่ร้ายหม่อมฉัน”ฮ่องเต้ฉีเฉิงทรงลุกขึ้นจากที่นั่ง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง “พอได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผี คำกล่าวหานี้ต้องได้รับการตรวจสอบ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่69หลอกผี

    ไม่มีผู้ใดกล้าตอบพระองค์มองชายที่คุกเข่าอยู่ “เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าลูกสาวเคยเป็นนางกำนัลในตำหนักฮองเฮา”“มีพ่ะย่ะค่ะ” ชายผู้นั้นรีบหยิบผ้าห่อเล็กๆ ออกจากอกเสื้อ แล้วนำออกมาอย่างทะนุถนอม “นี่เป็นป้ายประจำตัวนางกำนัลของลูกสาวกระหม่อม มีชื่อของนางอยู่บนป้าย อีกทั้งยังมีจดหมายที่นางเคยส่งกลับบ้านก่อนจะหายตัวไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีรับของไปถวาย ฮ่องเต้ทอดพระเนตรป้ายประจำตัวและจดหมายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตรัสถามหัวหน้าขันทีประจำท้องพระโรง “ไปเชิญฮองเฮามาที่นี่ ข้าต้องการฟังคำอธิบายจากพระนางด้วยตนเอง”คำรับสั่งนั้นทำให้หมิงเฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลขยับสายตาเล็กน้อย เขาเหลือบมองชายชราผู้นั้นด้วยสีหน้าอ่านยาก ขณะที่ขุนนางฝ่ายฮองเฮาหลายคนเริ่มมีท่าทีไม่สบายใจไม่นาน ฮองเฮาก็เสด็จมาถึงท้องพระโรง พระนางทรงกวาดสายตามองเหล่าขุนนาง ก่อนจะหยุดสายตาที่ชายวัยกลางคนซึ่งคุกเข่าอยู่กลางห้อง“ฝ่าบาททรงเรียกหม่อมฉันมาด้วยเรื่องใดเพคะ”ฮ่องเต้ทรงยกป้ายประจำตัวนางกำนัลขึ้น “ชายผู้นี้กล่าวว่าบุตรสาวของเขาเคยเป็นนางกำนัลในตำหนักของเจ้า แต่หายตัวไปนานกว่าหนึ่งปีแล้ว เขาไปสอบถามหลายครั้งกลับไม่ได้รับคำตอบ ทั้งยังถู

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่68แผนลวง

    หมิงเฉิงวางตะเกียบลง “สิ่งผิดปกติอะไร”“เขาอ้างว่าเห็นหญิงสาวใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด นั่งร้องไห้อยู่ริมบ่อ พอเข้าไปถามก็...ก็เห็นใบหน้าของนางเป็นผีพ่ะย่ะค่ะ”หมิงเฉิงหรี่ตามอง “แล้วเจ้าก็เชื่อเรื่องไร้สาระเช่นนี้ด้วยหรือ”“กระหม่อมไม่กล้าเชื่อโดยไม่มีหลักฐานพ่ะย่ะค่ะ แต่เมื่อคืนองครักษ์ผู้นั้นตกใจจนพูดไม่รู้เรื่อง ทั้งยังมีไข้ขึ้นตลอดคืน ตอนนี้ยังนอนตัวสั่นอยู่ในห้องพักพูดว่ามีผีที่ตำหนักบูรพา”หมิงเฉิงแค่นหัวเราะ “คนขี้ขลาดเห็นเงาต้นไม้ก็คิดว่าเป็นผีได้ สั่งให้เขาหุบปาก หากใครแพร่ข่าวนี้ออกไปอีก ให้ลงโทษตามกฎของตำหนักบูรพา”“พ่ะย่ะค่ะ” กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ โทษของตำหนักบูรพาหากไม่หุบปากก็คือการตัดลิ้นแม้ปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่หมิงเฉิงกลับนึกถึงบ่อน้ำร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาจ้องตั่วเค่ออยู่นานก่อนจะสั่งเสียงต่ำ “ส่งคนไปตรวจดูบ่ออีกครั้ง อย่าให้ใครรู้ว่าเป็นคำสั่งของข้า และห้ามแตะต้องสิ่งใดโดยพลการ”ตั่วเค่อรับคำแล้วรีบถอยออกไปทว่าสองวันต่อมา ข่าวลือที่เพิ่งถูกกดไว้กลับปะทุขึ้นหนักกว่าเดิมคราวนี้ผู้พบเห็นไม่ใช่องครักษ์เพียงคนเดียว หากเป็นคนงานที่นำฟืนไปส่งยังเรือนเก็บของเก่า พวกเขาเ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่87เบาะแส

    องครักษ์ทั้งสองหันไปมองบ่อร้างพร้อมกัน สุนัขยังคงตะกุยขอบบ่ออย่างบ้าคลั่ง เล็บของมันครูดกับหินจนเกิดเสียงแหลมบาดหู องครักษ์คนหนึ่งเผลอก้าวเข้าไปใกล้ แต่เพียงชั่วครู่ก็รีบชะงัก ก่อนหันไปสบตาสหายด้วยแววตาเคร่งเครียด“ไม่ต้องดูอะไรทั้งนั้น รีบพาคนออกไป”ทั้งคู่ไม่กล้าเสียเวลาอีก คนหนึ่งจับแขนชายชรา ส่วนอีกคนกระชากโซ่พยายามลากสุนัขออกจากบ่อ เจ้าสุนัขขืนตัวสุดแรง เห่ากรรโชกพร้อมหันกลับไปมองบ่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้ถูกลากไปไกลหลายก้าว มันก็ยังส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอราวกับไม่ยอมละทิ้งสิ่งที่พบ“เบาหน่อย อย่าดึงมันแรงนัก” ชายชราร้องบอก พลางใช้ไม้เท้าคลำพื้นตามแรงที่ถูกพาไป “มันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ”“หุบปากแล้วเดินไปเสีย หากยังไม่อยากถูกจับโยนออกนอกกำแพง”องครักษ์พาชายชรากับสุนัขออกทางประตูด้านข้างอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ผู้ใดในตำหนักจะทันสังเกตเห็นความวุ่นวาย เมื่อแน่ใจว่าคนทั้งสองออกไปพ้นเขตแล้ว องครักษ์คนหนึ่งก็หันกลับมามองบ่อร้างอีกครั้ง ส่วนอีกคนรีบเดินไปตรวจตราทางเดินเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่“เจ้าก็เห็นใช่หรือไม่ว่ามันผิดปกติ” คนที่อยู่ข้างบ่อถามเสียงต่ำสหายไม่ตอบใ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่86มันเป็นอย่างนั้น

    “เหรียญทองนี้ดูเหมือนเหรียญที่ใช้จ่ายภายในวังบางแห่ง แต่เจ้ารู้ได้อย่างไรว่ามันเกี่ยวข้องกับใคร”หมิงเฉิงก้มหน้าลงราวกับไม่อยากกล่าวถึงผู้ที่ตนกำลังสงสัย “ลูกตรวจสอบกับบัญชีเบิกจ่ายภายในแล้ว พบว่าเหรียญทองลักษณะนี้เคยถูกเบิกจากคลังของตำหนักเหินห่าว ซึ่งเป็นตำหนักที่จัดสรรให้เหวินเฉิงพำนักพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้กลับไม่ได้แสดงท่าทีเชื่อในทันที พระองค์วางเหรียญทองลงบนโต๊ะ แล้วหันมามองบุตรชายคนโตอย่างพินิจพิเคราะห์“เจ้ากำลังจะบอกว่า คนที่ลอบทำร้ายเจ้าคือคนของเหวินเฉิงอย่างนั้นหรือ”“ลูกยังไม่กล้าสรุปเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” หมิงเฉิงตอบอย่างนอบน้อม “แต่เหรียญทองนี้เป็นหลักฐานที่ไม่อาจมองข้ามได้ ลูกจึงจำเป็นต้องนำเรื่องมาทูลให้เสด็จพ่อทรงทราบ”ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “หมิงเฉิง เจ้าลองคิดให้ดี เหวินเฉิงซ่องสุมกำลังพลตั้งแต่เมื่อใดกัน จึงมีคนของตนเองออกไปลอบทำร้ายไท่จือได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาแทบไม่ออกจากตำหนัก วันๆ เอาแต่อ่านตำราและศึกษาสมุนไพร เจ้ายังไม่เคยนำหลักฐานว่าเขามีกำลังคนอยู่ในมือมาถวายเรา แล้ววันนี้กลับมีคนของเขาลอบทำร้ายเจ้าเสียแล้วหรือ”คำถามนั้นทำให้หมิงเฉิงต้องก้มหน้าต่ำกว่าเดิม เขาเตรียมค

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่85คนของเหวินเฉิง

    รอยยิ้มบนใบหน้าลีลี่ค่อยๆ จางลง นางมองเขาอย่างเงียบงันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดเหวินเฉิงไม่ได้ตำหนินางด้วยน้ำเสียงดุดัน เพียงก้มมองมือที่พันผ้าไว้แล้วกล่าวต่อ “ข้ารู้ว่าเจ้ามีเหตุผลของตัวเอง ข้าก็รู้ว่าเจ้าคงไม่ยอมปล่อยให้หมิงเฉิงทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตอบโต้ แต่เจ้ายังมีแผลที่สีข้างอยู่ และตอนนี้ก็ทำมือเจ็บเพิ่มอีก หากเมื่อคืนมีคนมามากกว่านั้น หรือหมิงเฉิงไม่เสียหลักเพราะความโกรธ เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะออกมาได้ง่ายๆ หรือนั่นคือตำหนักบูรพา”ลีลี่หลุบตาลง “ข้าคิดว่าเขาคงไม่ทันระวังตัว...”“นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าเป็นห่วง” เขาตอบ “แผนที่ดีไม่ควรฝากชีวิตไว้กับการที่ศัตรูประมาทเพียงอย่างเดียว เจ้าเอาชนะเขาได้ครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าครั้งหน้าจะเป็นเช่นเดิม”นางเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพึมพำ “ข้ารู้ว่าตัวเองทำผิดแล้ว”เหวินเฉิงมองใบหน้าที่เริ่มสลดของนาง แล้วรอยยิ้มอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขายกมือแตะศีรษะนางเบาๆ อย่างที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก“รู้ว่าผิด คราวหลังก็อย่าทำอีก ข้าไม่ได้ดุเจ้าเพราะห่วงจะเอาชนะหมิงเฉิงไม่ได้ แต่เพราะข้าเป็นห่วงเจ้า”ลีลี่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาไหววูบเล็

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status