เข้าสู่ระบบตอนที่ 17 บอกรัก
ยามบ่ายคล้อย ท่านแม่ทัพถูกใช้งานจนหัวหมุน หลังจากดูแลภรรยาและลูก ๆ แล้ว เขาถูกภรรยาใช้ให้มาซักผ้า สีหน้านั่นดูไม่รู้สึกรู้สาว่าตนเองต่างหาก ถูกภรรยาและลูก ๆ รวมหัวกันกลั่นแกล้งตนเอง หากว่ารู้ตัวมีหรือเขาจะเอ่ยปากขัด มีแต่ยืดอกยิ้มรับทำตามคำสั่งของภรรยาและลูก ๆ
ยามนี้มือของเขากำลังจับเอี๊ยมตัวหนึ่งขึ้นมา เป็นสีขาวบาง ๆ มีลายดอกไม้ “มันจะใหญ่ขนาดไหนเชียวนะ” เขาลองยกมือขึ้นกลางอากาศ ทำท่าทางว่านั่นเป็นเต้านุ่ม ๆ ของฟางหรง สีหน้าดูเป็นสุขนัก เขาจินตนาการว่าได้จับหน้าอกของภรรยา
“ให้ตายสิ ข้าลืมไปแล้วรึเนี่ย” คำกล่าวนั่นเขาพูดกับตัวเองเท่านั้น มือหนาก็ยังคงซักผ้าอยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่ สีหน้าดูจะสุขใจไม่น้อย จนกระทั่งหยิบของบางสิ่งขึ้นมา เป็นสายผูกเล็ก ๆ สองสาย จู่ ๆ เขาก็ตกตะลึงนัก
“นี่มัน” ใช่นั่นมันเป็นกางเกงในของภรรยา “ข้าใจสั่นไปหมดแล้ว หรงเอ๋อร์” เขาอุทานออกมาเบา ๆ พลางคิดว่า หากเขาได้กอบกุมเนินเบื้องล่างของนางจะเป็นเช่นไรนะ
จู่ ๆ ความคิดอันลามกก็เกิดขึ้นบนหัวของแม่ทัพจ้าว มือเขายังขยำกางเกงในตัวเล็ก ๆ ของภรรยา ช่างทำให้เป็นสุขนัก เขายกขึ้นมา มองครั้งแล้วครั้งเล่า จิตนาการว่าได้จับส่วนนั้น จู่ ๆ เลือดกำเดาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ฟางหรงเห็นว่าเขาหายไปพร้อมกับกองเสื้อผ้าของนางนานแล้ว จึงได้มาแอบดูว่าเขากำลังซักผ้าให้นางสะอาดหรือไม่ แต่สิ่งที่นางเห็นนั่น ทำให้นางหน้าแดงราวกับผลอิงเถา เขาจับกางเกงในนางขึ้นมา ทาบลงแก้ม สีหน้าดูเหมือนเหม่อลอย แต่มันดูเป็นสุขหน้าตาเบิกบานยิ่ง
พลันใบหน้าของนางก็เห่อร้อนขึ้นมา รีบเดินเข้าไปกระชากกางเกงในออกจากมือของเขาทันใด สีหน้าของจ้าวหย่งคังยังไม่ตื่นจากความฝัน เขากำลังละเมอกลางวัน คิดว่าภรรยามาหา ดวงตานั้นยังดูเหม่อลอยใบหน้าดูดีมีความสุขเป็นไหน ๆ
“หรงเอ๋อร์ ข้าอยากกินเจ้า อยากกินเจ้าไปทั้งตัว” คนยังไม่ได้สติ ใบหน้านั้นดูมีแต่ความสุขนัก ไม่รู้แล้วว่าหายนะกำลังมาเยือน
จู่ ๆ ฝ่าเท้าของนางก็ยกขึ้นมาตะบันเข้าให้ที่กลางใบหน้าตรง ๆ หย่งคังได้สติเมื่อตนเองนั้นหงายหลังลงจนก้นกระแทกพื้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไอ้คนลามก คิดจะกินข้ารึ รีบ ๆ ทำงานเร็ว ๆ เข้า ใกล้มื้อเย็นแล้ว อย่าให้ข้ากับลูก ๆ ต้องหิว” คำสั่งของนางถือว่าเด็ดขาด
หย่งคังช้อนสายตาขึ้นมองนางอีกครั้ง สีหน้าออดอ้อนออเซาะราวกับเด็กตัวเล็ก ๆ เขาคุกเข่าจับมือของนางเอาไว้ แนบใบหน้าลงบนหลังมือของนาง น้ำเสียงอันอ่อนโยนท่าทางราวกับลูกแมวตัวน้อยกำลังออดอ้อนเจ้าของให้เมตตา
“หรงเอ๋อร์” เสียงหวาน ๆ นั่นและดวงตาของจ้าวหย่งคังดูปรือหวานเสียเหลือเกิน จู่ ๆ มือหนาหยาบกร้านของเขาก็ตะปบลงมาที่สามเหลี่ยมส่วนล่างของนางพอดี
“จ้าวหย่งคัง มันจะมากไปแล้วนะ ตายเสียเถอะ!” ฝ่าเท้าของนางยกขึ้นมาอีกครั้ง ถีบเข้าให้ใบหน้าของสามีเพราะความหน้ามึน หน้าด้าน ยังทะลึ่งลามกไม่สิ้นสุด
เขาจับเนินสาวของนาง ฟางหรงไม่มันระวังตัวสักนิด ใครจะไปคิดว่า จ้าวหย่งคังที่ดูสุขุมเย็นชา จะกลายเป็นเจ้าโจรราคะ ทะลึ่งตึงตังเช่นนี้ นางพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้านั้นมีแต่ความกรุ่นโกรธ อีกทั้งยังเคียดแค้นชิงชัง และอับอายอีกด้วย
“เจ้าเป็นบ้าอะไร!” นางเท้าเอวสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู แต่สีหน้าเมื่อตั้งคำถามออกไปนั่น มีแต่ความกรุ่นโกรธอยู่ในทรวงอก ความเดือดดาลนี้ทำให้นางหายใจแรง ๆ หลายครั้ง
“ก็ข้าอยากรู้ว่า เจ้าใหญ่ขนาดไหนกัน แล้วที่ข้ากำลังซักมันชวนให้ข้าคิดลึก ลึก ๆ น่ะ” คนทะลึ่งกล่าวหน้าตาเฉย
ฟางหรงหากมีกระบี่ในมือนางจะตัดลิ้นของเขา นิ้วน้อย ๆ ยกขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างอาฆาต “ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีกนะ”
หย่งคังทะยานตัวมาดักหน้าของนางเอาไว้ มือไม้เขาว่องไวกว่าภรรยาหลายเท่านัก เขาสกัดจุดของนางเอาไว้ ดวงตานั้นจดจ้องภรรยา ร่างกายของฟางหรงขยับเขยื้อนไม่ได้ ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“ได้อย่างไรกัน ภรรยาจะพูดจากลับกลอกเช่นนี้ไม่ได้ สามีก็แค่อยากจับอยากแตะต้องเนื้อตัวนุ่ม ๆ ของเจ้าบ้าง” หย่งคังหลงลืมสิ้น ตอนนี้ในสมองของเขามีแต่ภาพนางเต็มหัวไปหมด
“หรงเอ๋อร์ของข้า” เขาโอบกอดนางเข้ามาแนบอก “ได้ยินเสียงหัวใจนี้หรือไม่ เสียงนี้เป็นของเจ้า หัวใจดวงนี้เป็นของเจ้า” คำกล่าวอันอบอุ่น ฝ่ามือหนาลูบไล้เส้นผมของนาง
“ขอให้ข้ายืนกอดเจ้าเช่นนี้นานสักหน่อยนะ นานแล้วที่ข้าไม่ได้กอดเจ้าเช่นนี้” ถึงนางจะร้าย จะต่อว่าด่าทอสารพัด หากแต่เขาเป็นคนผิดทั้งนั้น
“ข้าจดจำได้ว่าเจ้าชอบให้ข้ากอดมากที่สุด มันยังอบอุ่นเหมือนเดิมหรือไม่” เขาฉวยโอกาส แอบกินเต้าหู้ของนาง “ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความเข้าใจผิดที่ข้าคิดขึ้นมาเอง ข้าไม่รู้ว่ามันเริ่มจากตรงไหน ที่ข้ามีอคติต่อเจ้า”
ฝ่ามือหนาไล้กรอบหน้าของนาง ดวงตามกริบจ้องมองใบหน้าอันน่ารักและสะสวยของนาง จนกระทั่งริมฝีปากหนาจรดลงมาประทับ ทาบลงบนหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยนดูอบอุ่นละมุนละไมนัก
“หากข้าผิดคำพูด ขอให้ฟ้าดินลงทัณฑ์” จากนั้นเขาคลายจุดให้นาง ก่อนจะนั่งลงซักผ้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้นางยืนมึนงง แท้จริงแล้วเขากำลังจะจับนางกิน หรือว่าแค่อยากจุมพิตของนางเท่านั้น
“เมื่อกี้ท่านพี่กำลังบอกอะไรกันแน่” ฟางหรงยืนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าอยากบอกเพียงแค่ว่า ข้ารักเจ้านะ และจะรักตลอดไป” เขาเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังภรรยาสาว
ฟางหรงสบตาเข้าให้ดวงตาคู่นั้นที่เป็นของนางมองก่อน แววตานี้นางไม่ได้ครอบครองมาหลายปีแล้ว และแววตานี้ทำให้นางดีใจนัก ในที่สุดนางก็ได้เขากลับคืนมา แต่...มันคงไม่ง่ายเช่นนั้นเป็นแน่
“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อท่านอีกครั้ง” นางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่โกรธไม่แค้นแล้ว “ซักผ้าเร็ว ๆ เข้า อย่ามัวแต่เล่นอยู่เล่า ลูก ๆ จะทนหิวไม่ได้นะ”
“ขอรับ ขอรับ สามีจะเร่งมือ” หย่งคังกล่าวขานรับ สีหน้าเบิกบานใจ เห็นนางยิ้มได้เขาก็เบาใจนัก ต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขายินดีปกป้องนางและลูก ๆ ให้พ้นภัย
ฟางหรงเดินตัวปลิวกลับมายังเรือนด้านหน้า สีหน้าของนางดูมีแต่ความสุข หาได้มีความทุกข์ใด ๆ เหมือนเช่นเคยอีกแล้ว ในหัวของนางมีแต่แผนกลั่นแกล้งสามี อยากให้เขารับรู้ว่า การจะได้นางคืนไปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“คุณหนูกำลังมีความรักหรือเจ้าคะ” อาชุนแอบเย้าแหย่เจ้านายสาว เห็นเดินมามีแต่รอยยิ้ม
“ท่านน้าอาชุนละก็” ฟางหรงยกยิ้มเล็กน้อย “อย่าพูดแบบนี้อีกนะเจ้าคะ หากเขาได้ยินจะยิ่งได้ใจ”
“เจ้าค่ะ” อาชุนรับปาก “คุณชายน้อยกับคุณหนูน้อยทำตามแผนแล้วเจ้าค่ะ” อาชุนเข้าไปเห็นห้องของเจ้าหัวผักกาดทั้งสองยังตกใจนัก ฝีมือการกลั่นแกล้งท่านแม่ทัพไม่ธรรมดาเสียจริง
“ดีมากเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจ้าวกำลังซักผ้า ต่อไปก็ทำอาหาร ต่อไปก็เก็บของให้ห้องเด็ก ๆ” ฟางหรงยิ้มแย้มอย่างเป็นสุข “ต่อไปให้เขาทำอะไรดีนะ ท่านน้าอาชุนช่วยข้าคิดหน่อยสิ”
แม่ทัพจ้าวซักผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และก็ตากจนเสร็จ เห็นแผ่นหลังของนางยืนพูดคุยกับอาชุน พอจะเดาได้ว่า นางกำลังมีแผนการบางอย่างคิดจะแกล้งเขาอีกเป็นแน่
เขาไม่อิดออดขอเพียงแค่มีเวลาอยู่กับนางให้มากขึ้น ดูแลนางให้มากขึ้น อีกไม่นานเขาก็ต้องไปประจำการแดนเหนือแล้ว ตอนนี้แดนเหนือมีข่าวไม่ค่อยดีนัก เขาขอใช้เวลาอยู่กับนางให้นาน ๆ กว่านี้
อาชุนเห็นท่านแม่ทัพเดินมา นางไม่ขัดขวาง เมื่อพบว่าท่านแม่ทัพโบกมือให้นางถอยออกไป เขาได้ยินเพียงแค่ว่า ต่อไปนี้ให้เขาทำอะไร น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังนั่น กล่าวขึ้นมาอย่างแย้มยิ้มและมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“ช่วยเจ้าอาบน้ำดีหรือไม่”
ตอนที่ 17 บอกรัก
ยามบ่ายคล้อย ท่านแม่ทัพถูกใช้งานจนหัวหมุน หลังจากดูแลภรรยาและลูก ๆ แล้ว เขาถูกภรรยาใช้ให้มาซักผ้า สีหน้านั่นดูไม่รู้สึกรู้สาว่าตนเองต่างหาก ถูกภรรยาและลูก ๆ รวมหัวกันกลั่นแกล้งตนเอง หากว่ารู้ตัวมีหรือเขาจะเอ่ยปากขัด มีแต่ยืดอกยิ้มรับทำตามคำสั่งของภรรยาและลูก ๆ
ยามนี้มือของเขากำลังจับเอี๊ยมตัวหนึ่งขึ้นมา เป็นสีขาวบาง ๆ มีลายดอกไม้ “มันจะใหญ่ขนาดไหนเชียวนะ” เขาลองยกมือขึ้นกลางอากาศ ทำท่าทางว่านั่นเป็นเต้านุ่ม ๆ ของฟางหรง สีหน้าดูเป็นสุขนัก เขาจินตนาการว่าได้จับหน้าอกของภรรยา
“ให้ตายสิ ข้าลืมไปแล้วรึเนี่ย” คำกล่าวนั่นเขาพูดกับตัวเองเท่านั้น มือหนาก็ยังคงซักผ้าอยู่ในอ่างน้ำใบใหญ่ สีหน้าดูจะสุขใจไม่น้อย จนกระทั่งหยิบของบางสิ่งขึ้นมา เป็นสายผูกเล็ก ๆ สองสาย จู่ ๆ เขาก็ตกตะลึงนัก
“นี่มัน” ใช่นั่นมันเป็นกางเกงในของภรรยา “ข้าใจสั่นไปหมดแล้ว หรงเอ๋อร์” เขาอุทานออกมาเบา ๆ พลางคิดว่า หากเขาได้กอบกุมเนินเบื้องล่างของนางจะเป็นเช่นไรนะ
จู่ ๆ ความคิดอันลามกก็เกิดขึ้นบนหัวของแม่ทัพจ้าว มือเขายังขยำกางเกงในตัวเล็ก ๆ ของภรรยา ช่างทำให้เป็นสุขนัก เขายกขึ้นมา มองครั้งแล้วครั้งเล่า จิตนาการว่าได้จับส่วนนั้น จู่ ๆ เลือดกำเดาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ฟางหรงเห็นว่าเขาหายไปพร้อมกับกองเสื้อผ้าของนางนานแล้ว จึงได้มาแอบดูว่าเขากำลังซักผ้าให้นางสะอาดหรือไม่ แต่สิ่งที่นางเห็นนั่น ทำให้นางหน้าแดงราวกับผลอิงเถา เขาจับกางเกงในนางขึ้นมา ทาบลงแก้ม สีหน้าดูเหมือนเหม่อลอย แต่มันดูเป็นสุขหน้าตาเบิกบานยิ่ง
พลันใบหน้าของนางก็เห่อร้อนขึ้นมา รีบเดินเข้าไปกระชากกางเกงในออกจากมือของเขาทันใด สีหน้าของจ้าวหย่งคังยังไม่ตื่นจากความฝัน เขากำลังละเมอกลางวัน คิดว่าภรรยามาหา ดวงตานั้นยังดูเหม่อลอยใบหน้าดูดีมีความสุขเป็นไหน ๆ
“หรงเอ๋อร์ ข้าอยากกินเจ้า อยากกินเจ้าไปทั้งตัว” คนยังไม่ได้สติ ใบหน้านั้นดูมีแต่ความสุขนัก ไม่รู้แล้วว่าหายนะกำลังมาเยือน
จู่ ๆ ฝ่าเท้าของนางก็ยกขึ้นมาตะบันเข้าให้ที่กลางใบหน้าตรง ๆ หย่งคังได้สติเมื่อตนเองนั้นหงายหลังลงจนก้นกระแทกพื้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไอ้คนลามก คิดจะกินข้ารึ รีบ ๆ ทำงานเร็ว ๆ เข้า ใกล้มื้อเย็นแล้ว อย่าให้ข้ากับลูก ๆ ต้องหิว” คำสั่งของนางถือว่าเด็ดขาด
หย่งคังช้อนสายตาขึ้นมองนางอีกครั้ง สีหน้าออดอ้อนออเซาะราวกับเด็กตัวเล็ก ๆ เขาคุกเข่าจับมือของนางเอาไว้ แนบใบหน้าลงบนหลังมือของนาง น้ำเสียงอันอ่อนโยนท่าทางราวกับลูกแมวตัวน้อยกำลังออดอ้อนเจ้าของให้เมตตา
“หรงเอ๋อร์” เสียงหวาน ๆ นั่นและดวงตาของจ้าวหย่งคังดูปรือหวานเสียเหลือเกิน จู่ ๆ มือหนาหยาบกร้านของเขาก็ตะปบลงมาที่สามเหลี่ยมส่วนล่างของนางพอดี
“จ้าวหย่งคัง มันจะมากไปแล้วนะ ตายเสียเถอะ!” ฝ่าเท้าของนางยกขึ้นมาอีกครั้ง ถีบเข้าให้ใบหน้าของสามีเพราะความหน้ามึน หน้าด้าน ยังทะลึ่งลามกไม่สิ้นสุด
เขาจับเนินสาวของนาง ฟางหรงไม่มันระวังตัวสักนิด ใครจะไปคิดว่า จ้าวหย่งคังที่ดูสุขุมเย็นชา จะกลายเป็นเจ้าโจรราคะ ทะลึ่งตึงตังเช่นนี้ นางพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้านั้นมีแต่ความกรุ่นโกรธ อีกทั้งยังเคียดแค้นชิงชัง และอับอายอีกด้วย
“เจ้าเป็นบ้าอะไร!” นางเท้าเอวสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู แต่สีหน้าเมื่อตั้งคำถามออกไปนั่น มีแต่ความกรุ่นโกรธอยู่ในทรวงอก ความเดือดดาลนี้ทำให้นางหายใจแรง ๆ หลายครั้ง
“ก็ข้าอยากรู้ว่า เจ้าใหญ่ขนาดไหนกัน แล้วที่ข้ากำลังซักมันชวนให้ข้าคิดลึก ลึก ๆ น่ะ” คนทะลึ่งกล่าวหน้าตาเฉย
ฟางหรงหากมีกระบี่ในมือนางจะตัดลิ้นของเขา นิ้วน้อย ๆ ยกขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างอาฆาต “ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีกนะ”
หย่งคังทะยานตัวมาดักหน้าของนางเอาไว้ มือไม้เขาว่องไวกว่าภรรยาหลายเท่านัก เขาสกัดจุดของนางเอาไว้ ดวงตานั้นจดจ้องภรรยา ร่างกายของฟางหรงขยับเขยื้อนไม่ได้ ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“ได้อย่างไรกัน ภรรยาจะพูดจากลับกลอกเช่นนี้ไม่ได้ สามีก็แค่อยากจับอยากแตะต้องเนื้อตัวนุ่ม ๆ ของเจ้าบ้าง” หย่งคังหลงลืมสิ้น ตอนนี้ในสมองของเขามีแต่ภาพนางเต็มหัวไปหมด
“หรงเอ๋อร์ของข้า” เขาโอบกอดนางเข้ามาแนบอก “ได้ยินเสียงหัวใจนี้หรือไม่ เสียงนี้เป็นของเจ้า หัวใจดวงนี้เป็นของเจ้า” คำกล่าวอันอบอุ่น ฝ่ามือหนาลูบไล้เส้นผมของนาง
“ขอให้ข้ายืนกอดเจ้าเช่นนี้นานสักหน่อยนะ นานแล้วที่ข้าไม่ได้กอดเจ้าเช่นนี้” ถึงนางจะร้าย จะต่อว่าด่าทอสารพัด หากแต่เขาเป็นคนผิดทั้งนั้น
“ข้าจดจำได้ว่าเจ้าชอบให้ข้ากอดมากที่สุด มันยังอบอุ่นเหมือนเดิมหรือไม่” เขาฉวยโอกาส แอบกินเต้าหู้ของนาง “ข้าไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ความเข้าใจผิดที่ข้าคิดขึ้นมาเอง ข้าไม่รู้ว่ามันเริ่มจากตรงไหน ที่ข้ามีอคติต่อเจ้า”
ฝ่ามือหนาไล้กรอบหน้าของนาง ดวงตามกริบจ้องมองใบหน้าอันน่ารักและสะสวยของนาง จนกระทั่งริมฝีปากหนาจรดลงมาประทับ ทาบลงบนหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยนดูอบอุ่นละมุนละไมนัก
“หากข้าผิดคำพูด ขอให้ฟ้าดินลงทัณฑ์” จากนั้นเขาคลายจุดให้นาง ก่อนจะนั่งลงซักผ้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้นางยืนมึนงง แท้จริงแล้วเขากำลังจะจับนางกิน หรือว่าแค่อยากจุมพิตของนางเท่านั้น
“เมื่อกี้ท่านพี่กำลังบอกอะไรกันแน่” ฟางหรงยืนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าอยากบอกเพียงแค่ว่า ข้ารักเจ้านะ และจะรักตลอดไป” เขาเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังภรรยาสาว
ฟางหรงสบตาเข้าให้ดวงตาคู่นั้นที่เป็นของนางมองก่อน แววตานี้นางไม่ได้ครอบครองมาหลายปีแล้ว และแววตานี้ทำให้นางดีใจนัก ในที่สุดนางก็ได้เขากลับคืนมา แต่...มันคงไม่ง่ายเช่นนั้นเป็นแน่
“เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อท่านอีกครั้ง” นางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ไม่โกรธไม่แค้นแล้ว “ซักผ้าเร็ว ๆ เข้า อย่ามัวแต่เล่นอยู่เล่า ลูก ๆ จะทนหิวไม่ได้นะ”
“ขอรับ ขอรับ สามีจะเร่งมือ” หย่งคังกล่าวขานรับ สีหน้าเบิกบานใจ เห็นนางยิ้มได้เขาก็เบาใจนัก ต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขายินดีปกป้องนางและลูก ๆ ให้พ้นภัย
ฟางหรงเดินตัวปลิวกลับมายังเรือนด้านหน้า สีหน้าของนางดูมีแต่ความสุข หาได้มีความทุกข์ใด ๆ เหมือนเช่นเคยอีกแล้ว ในหัวของนางมีแต่แผนกลั่นแกล้งสามี อยากให้เขารับรู้ว่า การจะได้นางคืนไปไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“คุณหนูกำลังมีความรักหรือเจ้าคะ” อาชุนแอบเย้าแหย่เจ้านายสาว เห็นเดินมามีแต่รอยยิ้ม
“ท่านน้าอาชุนละก็” ฟางหรงยกยิ้มเล็กน้อย “อย่าพูดแบบนี้อีกนะเจ้าคะ หากเขาได้ยินจะยิ่งได้ใจ”
“เจ้าค่ะ” อาชุนรับปาก “คุณชายน้อยกับคุณหนูน้อยทำตามแผนแล้วเจ้าค่ะ” อาชุนเข้าไปเห็นห้องของเจ้าหัวผักกาดทั้งสองยังตกใจนัก ฝีมือการกลั่นแกล้งท่านแม่ทัพไม่ธรรมดาเสียจริง
“ดีมากเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจ้าวกำลังซักผ้า ต่อไปก็ทำอาหาร ต่อไปก็เก็บของให้ห้องเด็ก ๆ” ฟางหรงยิ้มแย้มอย่างเป็นสุข “ต่อไปให้เขาทำอะไรดีนะ ท่านน้าอาชุนช่วยข้าคิดหน่อยสิ”
แม่ทัพจ้าวซักผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว และก็ตากจนเสร็จ เห็นแผ่นหลังของนางยืนพูดคุยกับอาชุน พอจะเดาได้ว่า นางกำลังมีแผนการบางอย่างคิดจะแกล้งเขาอีกเป็นแน่
เขาไม่อิดออดขอเพียงแค่มีเวลาอยู่กับนางให้มากขึ้น ดูแลนางให้มากขึ้น อีกไม่นานเขาก็ต้องไปประจำการแดนเหนือแล้ว ตอนนี้แดนเหนือมีข่าวไม่ค่อยดีนัก เขาขอใช้เวลาอยู่กับนางให้นาน ๆ กว่านี้
อาชุนเห็นท่านแม่ทัพเดินมา นางไม่ขัดขวาง เมื่อพบว่าท่านแม่ทัพโบกมือให้นางถอยออกไป เขาได้ยินเพียงแค่ว่า ต่อไปนี้ให้เขาทำอะไร น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังนั่น กล่าวขึ้นมาอย่างแย้มยิ้มและมากด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“ช่วยเจ้าอาบน้ำดีหรือไม่”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล







