로그인ตอนที่ 18 ความลับของลูก ๆ
ฟางหรงได้ยินถ้อยคำนั้น คำที่เขากล้าเอ่ยออกมาจากปากนั่น “ช่างหน้าไม่อาย ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านช่วยข้าอาบน้ำ ไปทำกับข้าวเร็ว ๆ เข้า”
“ขอรับ อย่าลืมเล่า” คำขานรับ แต่ทว่าเขากลับแย้มยิ้มอย่างพร่างพราว ก็ยิ่งทำให้ฟางหรงหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงอีกครั้ง
“ไป เร็ว ๆ เข้า” นางออกปากไล่ เพราะตอนนี้หายใจหายคอแทบจะไม่ออก ด้วยเพราะเห็นสีหน้าของเขาดูอย่างไรก็ช่างเจ้าเล่ห์มากด้วยเหลี่ยมอันแพรวพราวนัก มือนุ่มยกขึ้นมาทาบอก อีกมือโบกพัดปัดไปมาด้วยเพราะเกินอาการที่เรียกว่า เขินจนหน้าแดงไปหมดแล้ว
ฟางหลินแอบดูท่านแม่หยอกเย้ากับท่านพ่อ ในอ้อมกอดของนางยังมีเจ้าไป๋น้อยอยู่ด้วย “ไป๋น้อยเจ้าเห็นหรือไม่ ท่านแม่กำลังมีความสุข”
เจ้าแมวน้อยขนฟู ๆ นุ่ม ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้านาย ร้องทีเดียวเท่านั้น ทำให้ฟางหรงได้ยินจนหลุดออกจากห้วงภวังค์ “หลินเอ๋อร์ มีอะไรหรือเปล่า” ยากจะเก็บอาการไหวหวั่นเช่นนี้ ราวกับเป็นสตรีวัยแรกแย้มตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเสียอีก
“เปล่าเจ้าค่ะ แค่ลูกบังเอิญผ่านมาเท่านั้น” จะกล้าเย้าแหย่ท่านแม่ได้อย่างไรกัน เห็นหน้าของท่านแม่ก็เดาออกว่าตอนนี้ดูเหมือนกำลังมีใจให้ท่านพ่ออีกครั้ง ฟางหลินมีความสุขนัก
“อ้อ พวกเจ้านี่ช่างเก่งกาจนัก ทำห้องเละเทะขนาดนั้น อีกด้วยก็วิ่งไปให้ท่านพ่อช่วยแล้วกันนะ” ฟางหรงเดินสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่หลงเหลือความเศร้าทุกข์ระทมในใจอีกเลยก็ว่าได้ เหมือนว่านางได้รับการเยียวยารักษาแผลใจแล้ว
จ้าวหย่งคัง เดิมทีไม่เคยทำอาหารเสียด้วยซ้ำไป จะหยิบจับอันใดก็ดูเงอะงะไปหมด แม่ครัวของจวนนี้ดูแล้วว่าจะหน้าบึ้งตึงนัก กอดอกไม่ยิ้มแย้มสักนิด เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย รู้ทั้งรู้ว่าภรรยากับลูก ๆ คิดปั่นหัวป่วนประสาท แต่เขาก็ยืดอกรับมันเอาไว้
“นายน้อยเจ้าคะ หากทำครัวของข้าไหม้ละก็ เกรงว่าฮูหยินจะไม่ยอมเป็นแน่ ดังนั้นระมัดระวังเอาไว้ด้วยนะเจ้าคะ” แม่ครัวกล่าวข่มขู่ ร่างอวบ ๆ ของนางบวกกับใบหน้าที่ดูเรียบเฉยนั่น ทำให้นางดูน่าหวาดกลัวขึ้นมาทันใด
จ้าวหย่งคังมีหรือจะหวั่นเกรงและหวาดกลัวผู้ใด “หรงเอ๋อร์ ชอบกินอะไร บอกมา ข้าจะได้ลงมือทำ แล้วลูก ๆ ของข้าเล่า พวกเขาชอบอะไรเป็นพิเศษ”
“นายน้อยไม่ทราบ พวกข้าก็ไม่ทราบเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ” แม่ครัวผู้นี้คล้ายว่ามีความแค้นส่วนตัวกับท่านแม่ทัพจ้าวเสียอย่างนั้น คำพูดจาของนางหาได้มีหางเสียงสักนิดไม่
แม่ครัวผู้นี้ถูกส่งมาจากมารดาของฟางหรง ปกติแล้วจะช่วยฟางหรงจัดการอาหารต่าง ๆ และเป็นลูกมือช่วยแม่ครัวในห้องครัวนั้นอีก เมื่อเจ้านายย้ายมาจวนข้าง ๆ นางก็จึงขอย้ายตามมา ด้วยเพราะไม่ค่อยพอใจแม่ทัพจ้าวอยู่แล้ว นางจึงไม่เคารพยำเกรงชายคนนี้สักเท่าไหร่
“ดีนี่ ยอกย้อนใช้ได้” จ้าวหย่งคังหัวแทบระเบิด คิดไม่ออกว่าภรรยาชอบอะไร และลูก ๆ ชอบอะไร จึงคิดได้ว่า เป็นเขาเองที่ละเลยพวกเขาไป เป็นเขาเองที่ไม่เคยใส่ใจภรรยากับลูก ๆ
“เจ้าอยู่ช่วยเป็นลูกมือของข้าก็พอ เดี๋ยวกับข้าวจะไม่อร่อยเอาได้” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ทีเดียว ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี
เด็ก ๆ มาแอบดูท่านพ่อเข้าครัวครั้งแรก พวกเขาชอบใจนักหนา เห็นความทุ่มเทและพยายาม ก็อดนึกสงสารเห็นใจไม่น้อย ฟางหลินน้องสาวแสนน่ารักรูปร่างบอบบาง ช่างเจรจานัก น้ำเสียงใส ๆ ดังดุจกระดิ่งหยก ยามต้องสายลม
“พี่ใหญ่ พวกเราจะไม่ท้องเสียใช่หรือไม่ พรุ่งนี้ก็ต้องเข้าแข่งขันแล้วนะ” มือป้อม ๆ ลูบท้องเบา ๆ “หากท้องเสียขึ้นมา ข้าก็คงจะเสียดายการแข่งขันครั้งนี้มาก ๆ” เพราะท่านย่าและท่านปู่ ยังรวมถึงท่านยายด้วย นางจะทำให้พวกท่านผิดหวังได้อย่างไรกัน
“ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ว่าท่านป้ามู่ฮัวอยู่ด้วยทั้งคน คงไม่เกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ” หย่งเล่อมั่นใจเป็นที่สุด นอกจากท่านแม่ที่รักพวกเขามาก ๆ แล้ว ยังมีท่านยายอาชุน ป้ามู่ฮัว และยังมีอีกหลาย ๆ คนที่ช่วยดูแลเขาจนเติบโต แม้ตอนเด็ก ๆ จะเลี้ยงยากมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่อยู่ใกล้ ๆ พวกเขา
ที่ผ่านมาทำให้ท่านแม่ลำบากแล้ว
“ข้าก็ขอให้เป็นเช่นนั้น” ฟางหลินคล้ายว่าหายใจไม่สะดวกนัก นั่นเพราะหวั่นวิตกเหลือเกินว่า อาหารคืนนี้จะมียาพิษหรือไม่ จะทำให้นางเข้าร่วมการแข่งขันไม่ได้หรือเปล่านะสิ
จ้าวหย่งคัง ทำอาหารพื้น ๆ โดยมีแม่ครัวนามว่ามู่ฮัวคอยชี้แนะ แม้ภายนอกนางจะไม่ชอบใจท่านแม่ทัพจ้าวสักเท่าไหร่ นางยังคิดว่าหากคนเราทำผิดพลาดพลั้งไป ย่อมให้อภัยกันได้ เรื่องใด ๆ ล้วนใช้ใจตัดสินเท่านั้น และยิ่งเป็นความรักของคนสองคนแล้วด้วย
มู่ฮัวไม่กล้าปากยื่นปากยาวแนะนำสักเท่าไหร่ เห็นว่าคุณหนูของนางเติบโตแล้ว มีความคิดอ่านรอบคอบ ต่อไปย่อมต้องดูแลลูก ๆ ทั้งสองของนาง ให้เป็นคนเที่ยงธรรม
แม่ทัพจ้าวหย่งคังใช้เวลาทำอาหาร ออกมาหน้าตาดูไม่ดีสักเท่าไหร่ สามแม่ลูกมองหน้ากันคล้ายว่าเข้าใจ คนทำอาหารมือใหม่ยืนตรงสีหน้าดูเศร้าสลดพอสมควร
ฟางหรงผินหน้ามองคนยืนอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่กล้านั่งกับพวกนางเสียด้วยซ้ำไป เห็นหน้าสำนึกผิด นางก็ใจอ่อนยวบยาบ แท้จริงแล้ว หัวใจดวงนี้ครึ่งหนึ่งยังมีเขาอยู่ในนั้นด้วย นางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ท่านพี่ ไปเก็บของในห้องของเล่อเอ๋อร์แล้วก็หลินเอ๋อร์ด้วยเจ้าค่ะ เจ้าสองคนนี้เล่นซนมากไปหน่อย” ถ้อยคำนี้ก็ฟังดูเหมือนว่าต้องการให้เขาออกไปทำงานได้แล้ว
“ขอรับ ขอรับ” หย่งคังนอบน้อมนัก ต่อหน้าภรรยาเขามีท่าทีอ่อนน้อมลงหลายส่วน ไม่เหลือแล้วน้ำเสียงแดกดันที่เขาใช้กับนาง เหลือเพียงแค่ความอ่อนโยนและเอาใจใส่นางและลูก ๆ
ฟางหรงหันมาคีบปลานึ่ง หน้าตาของมันดูไม่เข้าท่าน่ากินสักเท่าไหร่ นางเงยหน้าขึ้นสบตาท่านน้าอาชุน และก็ถอนหายใจอีกครั้ง “จะกินได้หรือไม่ก็คงต้องลองดูแล้วล่ะนะ”
“ท่านแม่ พรุ่งนี้พวกเราต้องลงแข่งขัน หากท้องเสียขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ” ฟางหลินคีบตะเกียบอยู่ในมือ ใบหน้าอันน่ารักน่าชัง มองปลาจานนั้นด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะกลืนมันลงท้องเสียด้วยซ้ำไป
“มีท่านป้ามู่ฮัวอยู่ทั้งคน คงไม่เกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ เอาเช่นนี้แม่ลองกินดูก่อนแล้วกัน” ฟางหรงกล่าวจบจัดการคีบเนื้อปลาขึ้นมา นางค่อย ๆ เอาใส่ปากท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่น้อย
ข้างกายมีสาวใช้ยืนดูแลอยู่สามคน หนึ่งในนั้นมีท่านป้ามู่ฮัวอยู่ด้วย ปกติเป็นคนพูดน้อยมาก ๆ แต่วันนี้นางพูดจนเจ็บคอไปหมด กว่าอาหารแต่ละจานจะออกมาได้พอใช้ได้เช่นนี้
ฟางหรงเคี้ยวดูก็รสชาติไม่เลวสักเท่าไหร่ “กินได้ ไม่เลวร้ายนัก”
พ่อครัวจำเป็น เดินมายังห้องนอนของลูก ๆ เขาก็พบว่า ห้องของหย่งเล่อที่กระจัดกระจายนั้น ส่วนมากจะเป็นของเล่นเสียมากกว่า บรรดาตำรายังคงวางเป็นระเบียบเรียบร้อย เขาเดินมาหยุดอยู่โต๊ะตัวหนึ่ง มีแท่นฝนหมึกและพู่กัน ล้วนแล้วแต่ใช้ของอย่างดีที่สุด
เขาเห็นอักษรที่ลูกชายเขียนวางเอาไว้บนโต๊ะตัวนั้น ถ้อยคำกล่าวเป็นลายอักษรว่า ‘ขอให้ท่านพ่อปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น พวกเราล้วนไม่ทอดทิ้งท่าน หากมีวันใดที่ท่านทอดทิ้งพวกเราไป ก็คงไม่อาจทนอยู่เห็นหน้ากันเช่นนี้แล้ว’
จ้าวหย่งคังเข่าอ่อนทรุดกายนั่งลงกองอยู่บนพื้น ในมือถือกระดาษแผ่นนั้นเอาไว้ ดวงตาของเขารื้นแดงไม่น้อย เขาเองเป็นคนตีลูกชายวันแรกที่เข้ามาในจวน วันที่สองก็ดุลูกสาวก็เป็นเพราะเขาเองแทบทั้งสิ้น ลูก ๆ ของเขานั้น ช่างใจกว้างดุจแม่น้ำนัก
“พ่อสัญญา จะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวัง” เขาเก็บของในห้องลูกชายเสร็จเรียบร้อย ของเล่นหย่งเล่อมีจำพวกงานไม้แทบทั้งสิ้น กระบี่ไม้ ตุ๊กตาไม้แกะสลัก และยังมีกระดาษที่เขาเขียนและโยนมันทิ้งลงบนพื้นอีกจำนวนหนึ่ง
จัดการเก็บทำความสะอาดห้องลูกชายไม่เหนื่อยเลยก็ว่าได้ ยังได้รู้อีกว่าเขาร่ำเรียนเก่งไม่น้อย เห็นตำราเหล่านั้นค่อนข้างจะยากสักหน่อย มีอ่านตำราการทำศึกสงครามอีกด้วย ดูท่าแล้วเขาก็คงอยากจะเจริญรอยตามเขาเป็นแน่
ถัดมาก็เป็นห้องของลูกสาว เมื่อก้าวเดินเข้ามา ต่างกันลิบลับ ดูว่าเจ้าตัวเล็กเล่นงานเขาหนัก ในห้องของนางมีของเล่น อาภรณ์ของนาง และยังมีหมอน ผ้าห่ม ตำรา
เขาถึงขั้นหัวเราะเบา ๆ ลูกทั้งสองแตกต่างกันนัก คนหนึ่งดูสุขุมรอบคอบ ยกให้เป็นหย่งเล่อ คนหนึ่งดูแก่นแก้วพูดจาฉะฉานคิดอ่านกลั่นแกล้งคนยกให้เป็นหลินเอ๋อร์ แฝดน้อง
เมื่อเก็บกวาดจัดของให้เข้าที่เข้าทาง ปัดฝุ่นเช็ดทำความสะอาดจนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้พบกับกล่องไม้ใบเล็ก ๆ สองใบ เขาถือวิสาสะเปิดขึ้นมา และหยิบกระดาษแต่ละใบอ่าน ในนั้นนางเขียนตั้งแต่เริ่มเรียนในสำนักศึกษา จนกระทั่งไปบ้านท่านยาย
นางบรรยายเยอะแยะไปหมด ล้วนเป็นความรู้สึกดูเหมือนกำลังทุกข์ใจในตอนแรก ๆ แต่พอเริ่มอ่านเกือบจะสุดท้ายแล้ว นางเขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเขา ‘อีกไม่กี่วันท่านพ่อจะกลับแล้ว ท่านพ่อจะรักข้าหรือไม่นะ ท่านพ่อจะใจดีหรือเปล่า ตื่นเต้นจนทำให้นอนไม่หลับ จะได้พบท่านพ่อแล้วข้าดีใจยิ่งนัก’
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส
ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า
ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ
ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ







