登入“ทำตัวไม่สมเป็นแกเลยนะ” สวี่หยางเหยียดยิ้มบอก
“เธอน่ารำคาญชะมัด ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแกจะเคยคบกับยายนั่นมาตั้งนาน” บอกด้วยเสียงหงุดหงิด เขาไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงได้ให้เธอมาทำหน้าที่นี้ด้วย ลูกคุณหนูอย่างเหม่ยซินที่ไม่เคยต้องลำบากลำบนทำอะไรเอง แต่กลับอยากมาเป็นผู้ช่วยเลขาเนี่ยนะ ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากจะเชื่อ
“อดทนหน่อยเถอะน่า ที่ฉันรับเธอเข้าทำงานก็เพราะว่าเห็นเธอบอกว่าอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ”
“ไม่ใช่ว่านายอยากจะรื้อฟื้นความหลังหรอกนะ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเหม่ยซินเป็นคนยังไง” ซูฉีพูดดัก ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยเพื่อนตัวเอง ถึงแม้จะแต่งงานมาหลายปีแต่ยังคงห่างเหินกับภรรยาตัวเองราวกับคนแปลกหน้าแบบนี้ มีใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าเขายังลืมคนรักเก่าไม่ได้
“ถ้าฉันบอกว่าอยากหย่า แกคิดว่ายังไง”
“หย่างั้นเหรอ”
“ใช่ ตั้งแต่แต่งงานมาฉันไม่เคยลืมเหม่ยซินได้เลย อย่าว่าแต่มีลูกเลย แม้แต่ตัวเธอฉันก็ไม่เคยแตะต้อง”
“นี่อย่าบอกนะ...” สวี่หยางพยักหน้าเป็นคำตอบ เป็นอันรู้กันว่าเขากับลี่จวินเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายเท่านั้น
“แล้วจะบอกแม่แกว่ายังไง แกรู้ดีไม่ใช่หรือไงว่าแม่ตัวเองชอบคุณลี่จวินมากขนาดไหน”
“ฉันรู้ ฉันถึงได้ยอมแต่งงานกับเธอยังไงเล่า”
“ลองเก็บไปคิดดูอีกทีเถอะ ภรรยาแกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด มิหนำซ้ำยังนิสัยดีอีก ไม่เหมือนแฟนเก่าแก”
“ฉันไม่รู้ว่าเหม่ยซินไปทำอะไรให้แก แกถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอมากขนาดนี้”
“หึ มีเยอะเลยล่ะ ถ้าแกจะพูดแบบนี้ ฉันขอถามกลับบ้าง แล้วคุณลี่จวินไปทำอะไรให้แก แกถึงได้รังเกียจรังงอนเธอนัก”
“ยุ่งน่า” เขาไม่ได้ตอบเพื่อนสนิท มีเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ไม่ใช่ชอบหญิงสาวคือ เป็นเพราะเธอทำให้เขาต้องมาแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รักเธอด้วยซ้ำ
หลังจากเลขาซูออกไป เขาเอาแต่นั่งจ้องกล่องอาหารกลางวันอย่างใช้ความคิด สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่กินอาหารที่ภรรยานำมาให้
ลี่จวินยังคงทำหน้าที่ภรรยาเหมือนเช่นทุกวัน ทว่าวันนี้แตกต่างจากปกติ เพราะเห็นร่างสูงเดินผิวปากลงมาที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือคะ” ถามขณะตักข้าวใส่จาน
“เปล่านี่” เขาปฏิเสธแล้วตีหน้าขรึม
“ก็เห็นเดินผิวปากมาแต่ไกล” เธอบ่นอุบ
“ฉันจะเดินผิวปากหรือจะทำหน้าตาบูดบึ้งก็เรื่องของฉัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ”
“จะไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะคะ ก็เราเป็นสามีภรรยากัน”
“จะไม่กินข้าวรึไง มัวแต่พูดจาพร่ำเพรื่ออยู่ได้”
เมื่อได้ยังคำพูดของเขา ทำให้ลี่จวินเงียบปากแล้วนั่งลงกินข้าวเงียบ ๆ ปากเสียไม่มีใครเกินสามีเธอ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปีตอนนี้เธอเริ่มชินเสียแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนคงแอบไปร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ
ช่วงบ่ายมารดาสามีโทรมาหาเธอ ทำให้อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ปกติแล้วเป็นเธอเสียมากกว่าที่เป็นฝ่ายโทรไป
“คุณแม่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“ลี่จวิน อยากไปทำงานไหม” จู่ ๆ ปลายสายได้ถามขึ้นมาทำให้เธอยิ่งแปลกใจ เพราะตั้งแต่ที่เธอย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ช่วงกำลังจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เธอเคยคิดอยากจะหาอาชีพเสริม แต่คุณนายสวี่ไม่ยอมให้เธอทำ โดยให้เหตุผลว่าอยากให้เธอทุ่มเทให้กับการเรียนเพียงอย่างเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เธอจะเป็นคนออกเอง แม้ลี่จวินพยายามคัดค้านด้วยความเกรงใจ แต่สือจิ่วเหรินยังคงยืนยันหนักแน่นว่าลูกสาวของเพื่อนสนิทก็เหมือนลูกสาวของเธอ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้คิดอยากให้เธอไปทำงานกัน
“อยากสิคะ ตอนนี้หนูเรียนจบมาแล้วถึงสามปีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ในสิ่งที่เรียนมาเลย หากมีโอกาสได้ใช้ก็คงจะดีไม่น้อย”
“แล้วเราสะดวกเริ่มงานเมื่อไหร่ แม่จะได้โทรไปบอกฝ่ายบุคคลที่บริษัทให้”
“วันมะรืนค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ พรุ่งนี้เธอจะได้มีเวลาออกไปซื้อชุดที่จะใส่ไปทำงาน
“ถ้างั้นก็เอาตามนี้”
“ว่าแต่จะให้หนูไปทำงานที่บริษัทไหนคะ” เธอถาม เพราะตระกูลสวี่มีหลายบริษัทที่เป็นเจ้าของ ยังไม่รวมที่เข้าไปถือหุ้นในบริษัทอื่นอีก
“ก็บริษัทที่สามีเรานั่งทำงานนั่นแหละ”
“คุณแม่บอกเรื่องนี้กับพี่สวี่หยางรึยังคะ”
“แม่คุยกับเราเสร็จก็จะโทรไปบอก ว่าแต่ช่วงนี้อากาศที่นั่นเป็นยังไงบ้าง แม่ไม่ได้กลับไปที่ปักกิ่งนานแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปมากไหม”
“ช่วงนี้อากาศกำลังดีเลยค่ะ ถ้าคุณแม่พอมีเวลาก็กลับมาที่นี่บ้างนะคะ”
“นั่นสินะ ไว้แม่จะหาเวลาว่างกลับไปเยี่ยมพวกเธอสองคนก็แล้วกัน”
ทางด้านของสวี่หยางที่อยู่ระหว่างเดินทางกลับจากบริษัทของลูกค้า จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
“ฮัลโหล” เขากรอกเสียงลงไป โดยที่ไม่ได้มองที่หน้าจอว่าใครเป็นคนโทรมา
“วันมะรืนนี้ แม่จะให้เมียแกเข้าไปทำงานที่บริษัท”
“ที่แม่พูดหมายความว่ายังไงครับ”
“นี่แกหูตึงหรือยังไง ฉันไม่ชอบพูดย้ำหลายครั้ง” น้ำเสียงหงุดหงิดของผู้เป็นแม่ดังลอดออกมา เมื่อคิดว่าลูกชายตัวดีแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
“แล้วจะให้เธอมาทำงานตำแหน่งอะไร ตอนนี้ที่บริษัทของเราไม่ได้เปิดรับรับพนักงานใหม่สักหน่อยนี่ครับ”
“เธอเรียนจบอะไรมาก็ให้ทำตำแหน่งนั้นแหละ”
“ลี่จวินโทรไปขอร้องเหรอครับ ทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดจะให้เธอมาทำงาน”
“แม่แค่เสียดายความสามารถของลี่จวิน อุตส่าห์อดทนเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แทนที่จะได้ทำงานแต่กลับต้องมากลายเป็นแม่บ้าน”
“อย่าบอกนะครับว่าแม่เพิ่งจะคิดได้ ตอนที่เธอแต่งงานมาแล้วสามปีน่ะ ถึงตอนนี้แม่คิดจะให้เธอมาทำงานที่บริษัทเดียวกับผมก็สายไปแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่ยอมแน่”
“หึ ฉันไม่ได้มาขออนุญาตแก อีกอย่างอย่าลืมว่าฉันถือหุ้นเยอะที่สุดในบริษัท”
“ถ้าอย่างนั้นแม่ก็โอนหุ้นมาให้ผมสิครับ แม่จะได้ไม่ต้องมาลำบากทำงานตอนแก่แบบนี้”
“ฝันไปเถอะ ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าหลาน อย่าหวังเลยว่าฉันจะยกหุ้นส่วนที่เหลือให้” พูดจบก็ตัดสายไปทันที สวี่หยางได้แต่ถอนหายใจ แม่เขายังคงมีนิสัยเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เหอะ! อยากอุ้มหลานงั้นเหรอ อย่าได้หวังเลยครับคุณแม่ เขาจะไม่มีทางมีลูกกับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเป็นอันขาด!
สวี่หยางบินไปกลับระหว่างปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้เป็นเวลาหนึ่งปีเศษ แม้เขาจะมีเวลาพักเพียงน้อยนิด แต่ก็อยากมาพบหน้าคนที่เขารักที่อยู่เซี่ยงไฮ้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีเขารอได้เสมอ ขอแค่เธอเปิดใจให้เขาเหมือนทุกวันนี้ ขณะที่กำลังเดินไปห้องนอนของตัวเอง เขาทำงานหนักเสียจนหลงลืมไปว่าห้องนอนนั้นเปิดไฟอยู่ “กลับมาแล้วเหรอคะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงหวาน ๆ ของลี่จวินเขาตบหน้าตัวเองหลายทีเพื่อเรียกสติ เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ “ตบหน้าตัวเองทำไมคะ” ว่าพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวเขย่งปลายเท้าแล้วใช้มือทั้งสองข้างโน้มใบหน้าของลงมา จนใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” “เพิ่งมาถึงช่วงบ่ายค่ะ” “ทำไมถึงกลับมาล่ะครับ” “เพราะรักพี่ไงคะ ถ้าไม่รักคงไม่กลับมาหรอก” “แต่คราวก่อนพี่ขอร้องให้เธอกลับมาอยู่ที่นี่ เธอบอกว่ายังไม่อยากกลับไปไม่ใช่รึไง ทำไมถึงเปลี่ยนใจ” “มันเสียเวลา” “ฮะ อะไรนะ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่ไม่คิดว่าเราเส
เมื่อเคลียร์ค่ารักษาต่าง ๆ เสร็จแล้ว เข้าถึงได้เข็นรถเข็นเพื่อพาเธอขึ้นรถกลับบ้าน ซึ่งเวลาปาเข้าไปเกือบตีสามแล้ว “ไม่ง่วงนอนเหรอ” เขาถาม เมื่อเห็นว่าเธอนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟา “ง่วงสิคะ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เท้าดันเป็นแบบนี้” “ไม่เห็นยากตรงไหนเลยนี่” “นี่พี่จะทำอะไร!” ด้วยความตกใจทำให้ลี่จวินหลุดเรียกเขาว่าพี่ออกมา “เธอง่วงนอนไม่ใช่รึไง พี่แค่จะพาเธอไปนอนก็แค่นั้น” พูดขึ้นหลังจากอุ้มหญิงสาว แล้วพาเธอขึ้นไปนอนที่ชั้นสอง “ลงไปได้แล้วค่ะ” ลี่จวินเอ่ยไล่ทันที ที่เขาวางเธอลงบนเตียงนอน “ขอนอนด้วยได้ไหม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขาจะใช้มารยาผู้ชายทำให้เธอใจอ่อนให้ได้ “ไม่ค่ะ คุณลงไปนอนที่เดิมเลย” “พี่นอนพื้นก็ได้ ขอแค่ได้นอนห้องเดียวกับเราก็พอ” พูดด้วยความเอาแต่ใจ เขาจะไม่ยอมลงไปนอนข้างล่างแน่ “ฉันอยากนอนคนเดียว” “ก็นอนไปสิ พี่ไม่ได้จะนอนบนเตียงกับเธอสักหน่อย เธอได้นอนคนเดียวสมใจแน่ ๆ” พูดพลางถือวิสาสะเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเตียงแล้วหยิบหมอนมาหนึ่งใบ จากนั้นปิดไฟนอนที่พื้นห้อง โดยไม่
หลายเดือนผ่านมาทำให้เธอคิดได้หลายอย่าง ว่าไม่ควรยึดติดกับสิ่ง ๆ หนึ่งมากเกินไปจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุข สามปีที่เธอเอาแต่ยึดตึดว่าต้องได้ใจจากผู้ชายที่เธอรัก โดยไม่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขแค่ไหน ต่อจากนี้ไปเธอจะไม่ยึดติดกับอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เธอแค่ต้องเรียนรู้ที่จะหันกลับมารักตัวเองและมีความสุขได้ด้วยตัวเอง วันนี้เขานึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ถึงได้คิดอยากลองเข้าครัวทำอาหารดูสักครั้ง สวี่หยางใช้เวลาทอดไข่ดาวอยู่นาน แต่ไข่ทุกใบที่เขาทอดล้วนมีสภาพไม่ต่างจากใบแรกคือไหม้จนเกรียม ทำให้กลิ่นคละคลุ้งไปทั่วบ้าน ลี่จวินที่เพิ่งมาถึงเธอได้กลิ่นไหม้จึงรีบลนลานวิ่งมาดู เพราะกลัวว่าจะบ้านไฟไหม้ แต่ดันกลายเป็นว่าเห็นเขากำลังยืนทำหน้าหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัว “คุณทำอะไรน่ะ” “คุณอยากลองกินดูไหม” ร่างสูงยิ้มแก้เก้อด้วยความอับอาย ก่อนก้มมองไข่ดาวไหม้ ๆ ไม่ได้ต่างจากใจของเขาสักนิด เพียงแค่คิดความรู้สึกหดหู่ก็เริ่มก่อตัวขึ้น “ถ้าฉันกินคงมีแต่รสชาติขม แถมไข่ยังไหม้แบบนั้นถ้ากินเข้าไปมีหวังได้เป็นโรคมะเร็งแน่” ต
ถึงแม้ว่าสวี่หยางจะมาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว ทว่าคนที่เขาอยากคุยด้วย ไม่ยอมแม้แต่จะปริปากพูดกับเขาสักคำ “จะออกไปไหนเหรอ” เขาถาม เมื่อเห็นว่าร่างบางแต่งตัวดูดีต่างจากปกติลิบลับ “เรื่องส่วนตัวค่ะ” บอกเขาเสียงนิ่ง ทำเอาคนฟังไปแทบไม่เป็น บทเธอจะพูดจาห้วนก็ทำซะเขาถามต่อไม่ได้ แต่มีหรือที่เขาจะยอมอยู่บ้านให้เวลาอันมีค่าผ่านไปเฉย ๆ แบบนี้ เธอไม่ได้บอกว่าไม่ให้เขาตามเธอไปด้วยสักหน่อย เพราะฉะนั้นเขาจะตามเธอไป วันนี้ลี่จวินมีนัดเดตกับคุณห่าวอี้ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ เขาเป็นผู้ชายที่คุณนายสวี่แนะนำให้ เขาเป็นคนสุภาพและอ่อนโยน ต่างจากอดีตสามีเธอราวฟ้ากับเหว ไม่แปลกที่เธอจะนัดเจอเขาเป็นครั้งที่สอง สวี่หยางที่แอบตามมาเห็นว่าหญิงสาวมีนัดเดตกับผู้ชายที่ร้านกาแฟกันสองต่อสอง เขาอยากมาเห็นกับตาว่าเธอเลิกรักเขาได้จริงหรือไม่ ถ้าหากเธอไม่ได้รักเขาแล้ว เขาคงรู้สึกเสียใจ แต่จะไม่ยอมแพ้แน่นอน “มาถึงนานรึยังคะ” “ไม่นานครับ เชิญนั่งก่อน” ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วลากเก้าอี้ออกมาเพื่อให้เธอนั่งด้วยความสุภาพอย่างที่ไม่เคยได้รับ
ซูฉีที่คิดว่าตัวเองมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นเพื่อนสนิทตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานอยู่ก่อนแล้ว “ลมอะไรหอบแกมาวะ วันนี้ถึงได้มาถึงก่อนฉัน” เขาถามคนตรงหน้าทีเล่นทีจริง ทว่ากับไร้เสียงตอบกลับ เขาถึงได้เดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นว่าขอบตาของเพื่อนตัวเองดำยิ่งกว่าหมีแพนด้าซะอีก “นี่แกได้นอนบ้างไหมเนี่ย” “ซูฉี” “ว่า” “แกว่า ทำไมฉันถึงรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้วะ เวลาที่เห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น ตอนที่ฉันคบกับเหม่ยซิน ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน” “คนที่แกพูดถึง หมายถึงคุณลี่จวินเหรอ” “ใช่ แกคิดว่าฉันหมายถึงคนอื่นหรือไง. “สวี่หยาง นี่แกประสาทกลับรึไง” “ฉันคงประสาทกลับเหมือนที่แกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” “คุณลี่จวินกลับมาที่ปักกิ่งแล้วเหรอวะ” เขาพยักหน้าเบา ๆ เป็นคำตอบ “อย่าบอกนะว่า แกเห็นเขาอยู่กับผู้ชายคนอื่นน่ะ” สวี่หยางพยักหน้าตอบอีกเช่นเคย ทำให้คนถามหัวเราะร่วนออกมาด้วยความสะใจเสียเต็มประดา “หัวเราะไปเถอะ อย่าให้ถึงทีแกบ้างก็แล้วกัน”
“พี่ขอโทษที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนแบบนี้ แต่ว่านะ เรื่องระหว่างเรามันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว” “พี่สวี่หยาง ฉันขอโอกาสอีกครั้งได้ไหมคะ” เธอกอดแขนเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป “เธอลองนับดูเอาเองเถอะ ว่าเกือบสามเดือนที่ผ่านมาพี่ให้โอกาสเธอมากี่ครั้งแล้ว” พูดจบถึงได้สะบัดมือเธอออก แล้วเดินออกจากห้องไปจ่ายค่าอาหารที่เคาน์เตอร์ด้วยตัวเอง “ที่แท้พี่ไม่ได้รักฉันแล้ว แต่รักผู้หญิงคนนั้น พี่ถึงได้ใจร้ายใจดำกับฉันแบบนี้!” เหม่ยซินตะโกนตามหลังเสียงดัง ตั้งแต่ที่เขาหย่ากับลี่จวินเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยยิ้มแย้มเวลาคุยกันกลายเป็นความเฉยชา แม้เธอจะพยายามแต่งตัวมายั่วยวนชายหนุ่ม แต่เขาไม่เคยแตะต้องเธอเลยสักครั้ง ทุกอย่างนี้เป็นเพราะเมียเก่าเขา พี่สวี่หยางถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนแบบนี้ ตอนที่เขากำลังหมุนตัวเพื่อออกจากร้าน สายตาเขากลับสบเข้ากับร่างบางที่เขาเคยบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไร แต่พอเห็นเธอมากับผู้ชายคนอื่น ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บปวดแบบนี้กัน ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ปฏิเสธท่าเดียวว่าต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ยังยืนยันว่าจะหย่ากับเธอเ







