Share

คำสั่ง

last update Tanggal publikasi: 2026-05-24 17:32:38

          “ทำตัวไม่สมเป็นแกเลยนะ” สวี่หยางเหยียดยิ้มบอก

          “เธอน่ารำคาญชะมัด ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าแกจะเคยคบกับยายนั่นมาตั้งนาน” บอกด้วยเสียงหงุดหงิด เขาไม่รู้ว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงได้ให้เธอมาทำหน้าที่นี้ด้วย ลูกคุณหนูอย่างเหม่ยซินที่ไม่เคยต้องลำบากลำบนทำอะไรเอง แต่กลับอยากมาเป็นผู้ช่วยเลขาเนี่ยนะ ยิ่งคิดยิ่งไม่อยากจะเชื่อ

          “อดทนหน่อยเถอะน่า ที่ฉันรับเธอเข้าทำงานก็เพราะว่าเห็นเธอบอกว่าอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ”

          “ไม่ใช่ว่านายอยากจะรื้อฟื้นความหลังหรอกนะ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเหม่ยซินเป็นคนยังไง” ซูฉีพูดดัก ทำไมเขาจะไม่รู้นิสัยเพื่อนตัวเอง ถึงแม้จะแต่งงานมาหลายปีแต่ยังคงห่างเหินกับภรรยาตัวเองราวกับคนแปลกหน้าแบบนี้ มีใครบ้างที่จะไม่รู้ว่าเขายังลืมคนรักเก่าไม่ได้

          “ถ้าฉันบอกว่าอยากหย่า แกคิดว่ายังไง”

          “หย่างั้นเหรอ”

          “ใช่ ตั้งแต่แต่งงานมาฉันไม่เคยลืมเหม่ยซินได้เลย อย่าว่าแต่มีลูกเลย แม้แต่ตัวเธอฉันก็ไม่เคยแตะต้อง”

          “นี่อย่าบอกนะ...” สวี่หยางพยักหน้าเป็นคำตอบ เป็นอันรู้กันว่าเขากับลี่จวินเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายเท่านั้น

          “แล้วจะบอกแม่แกว่ายังไง แกรู้ดีไม่ใช่หรือไงว่าแม่ตัวเองชอบคุณลี่จวินมากขนาดไหน”

          “ฉันรู้ ฉันถึงได้ยอมแต่งงานกับเธอยังไงเล่า”

          “ลองเก็บไปคิดดูอีกทีเถอะ ภรรยาแกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด มิหนำซ้ำยังนิสัยดีอีก ไม่เหมือนแฟนเก่าแก”

          “ฉันไม่รู้ว่าเหม่ยซินไปทำอะไรให้แก แกถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอมากขนาดนี้”

          “หึ มีเยอะเลยล่ะ ถ้าแกจะพูดแบบนี้ ฉันขอถามกลับบ้าง แล้วคุณลี่จวินไปทำอะไรให้แก แกถึงได้รังเกียจรังงอนเธอนัก”

          “ยุ่งน่า” เขาไม่ได้ตอบเพื่อนสนิท มีเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ไม่ใช่ชอบหญิงสาวคือ เป็นเพราะเธอทำให้เขาต้องมาแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รักเธอด้วยซ้ำ

          หลังจากเลขาซูออกไป เขาเอาแต่นั่งจ้องกล่องอาหารกลางวันอย่างใช้ความคิด สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่กินอาหารที่ภรรยานำมาให้

          ลี่จวินยังคงทำหน้าที่ภรรยาเหมือนเช่นทุกวัน ทว่าวันนี้แตกต่างจากปกติ เพราะเห็นร่างสูงเดินผิวปากลงมาที่โต๊ะอาหารอย่างอารมณ์ดี

          “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือคะ” ถามขณะตักข้าวใส่จาน

          “เปล่านี่” เขาปฏิเสธแล้วตีหน้าขรึม

          “ก็เห็นเดินผิวปากมาแต่ไกล” เธอบ่นอุบ

          “ฉันจะเดินผิวปากหรือจะทำหน้าตาบูดบึ้งก็เรื่องของฉัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ”

          “จะไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะคะ ก็เราเป็นสามีภรรยากัน”

          “จะไม่กินข้าวรึไง มัวแต่พูดจาพร่ำเพรื่ออยู่ได้”

          เมื่อได้ยังคำพูดของเขา ทำให้ลี่จวินเงียบปากแล้วนั่งลงกินข้าวเงียบ ๆ ปากเสียไม่มีใครเกินสามีเธอ ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปีตอนนี้เธอเริ่มชินเสียแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนคงแอบไปร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ

          ช่วงบ่ายมารดาสามีโทรมาหาเธอ ทำให้อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ ปกติแล้วเป็นเธอเสียมากกว่าที่เป็นฝ่ายโทรไป

          “คุณแม่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

          “ลี่จวิน อยากไปทำงานไหม” จู่ ๆ ปลายสายได้ถามขึ้นมาทำให้เธอยิ่งแปลกใจ เพราะตั้งแต่ที่เธอย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ช่วงกำลังจะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เธอเคยคิดอยากจะหาอาชีพเสริม แต่คุณนายสวี่ไม่ยอมให้เธอทำ โดยให้เหตุผลว่าอยากให้เธอทุ่มเทให้กับการเรียนเพียงอย่างเดียว ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เธอจะเป็นคนออกเอง          แม้ลี่จวินพยายามคัดค้านด้วยความเกรงใจ แต่สือจิ่วเหรินยังคงยืนยันหนักแน่นว่าลูกสาวของเพื่อนสนิทก็เหมือนลูกสาวของเธอ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้คิดอยากให้เธอไปทำงานกัน

          “อยากสิคะ ตอนนี้หนูเรียนจบมาแล้วถึงสามปีแต่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ในสิ่งที่เรียนมาเลย หากมีโอกาสได้ใช้ก็คงจะดีไม่น้อย”

          “แล้วเราสะดวกเริ่มงานเมื่อไหร่ แม่จะได้โทรไปบอกฝ่ายบุคคลที่บริษัทให้”

          “วันมะรืนค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ พรุ่งนี้เธอจะได้มีเวลาออกไปซื้อชุดที่จะใส่ไปทำงาน

           “ถ้างั้นก็เอาตามนี้”

          “ว่าแต่จะให้หนูไปทำงานที่บริษัทไหนคะ” เธอถาม เพราะตระกูลสวี่มีหลายบริษัทที่เป็นเจ้าของ ยังไม่รวมที่เข้าไปถือหุ้นในบริษัทอื่นอีก

          “ก็บริษัทที่สามีเรานั่งทำงานนั่นแหละ”

          “คุณแม่บอกเรื่องนี้กับพี่สวี่หยางรึยังคะ”

          “แม่คุยกับเราเสร็จก็จะโทรไปบอก ว่าแต่ช่วงนี้อากาศที่นั่นเป็นยังไงบ้าง แม่ไม่ได้กลับไปที่ปักกิ่งนานแล้ว มีอะไรเปลี่ยนไปมากไหม”

          “ช่วงนี้อากาศกำลังดีเลยค่ะ ถ้าคุณแม่พอมีเวลาก็กลับมาที่นี่บ้างนะคะ”

          “นั่นสินะ ไว้แม่จะหาเวลาว่างกลับไปเยี่ยมพวกเธอสองคนก็แล้วกัน”

          ทางด้านของสวี่หยางที่อยู่ระหว่างเดินทางกลับจากบริษัทของลูกค้า จู่ ๆ เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

          “ฮัลโหล” เขากรอกเสียงลงไป โดยที่ไม่ได้มองที่หน้าจอว่าใครเป็นคนโทรมา

          “วันมะรืนนี้ แม่จะให้เมียแกเข้าไปทำงานที่บริษัท”

          “ที่แม่พูดหมายความว่ายังไงครับ”

          “นี่แกหูตึงหรือยังไง ฉันไม่ชอบพูดย้ำหลายครั้ง” น้ำเสียงหงุดหงิดของผู้เป็นแม่ดังลอดออกมา เมื่อคิดว่าลูกชายตัวดีแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน

          “แล้วจะให้เธอมาทำงานตำแหน่งอะไร ตอนนี้ที่บริษัทของเราไม่ได้เปิดรับรับพนักงานใหม่สักหน่อยนี่ครับ”

         “เธอเรียนจบอะไรมาก็ให้ทำตำแหน่งนั้นแหละ”

        “ลี่จวินโทรไปขอร้องเหรอครับ ทำไมอยู่ ๆ ถึงคิดจะให้เธอมาทำงาน”

          “แม่แค่เสียดายความสามารถของลี่จวิน อุตส่าห์อดทนเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แทนที่จะได้ทำงานแต่กลับต้องมากลายเป็นแม่บ้าน”

          “อย่าบอกนะครับว่าแม่เพิ่งจะคิดได้ ตอนที่เธอแต่งงานมาแล้วสามปีน่ะ ถึงตอนนี้แม่คิดจะให้เธอมาทำงานที่บริษัทเดียวกับผมก็สายไปแล้วล่ะครับ เพราะผมไม่ยอมแน่”

          “หึ ฉันไม่ได้มาขออนุญาตแก อีกอย่างอย่าลืมว่าฉันถือหุ้นเยอะที่สุดในบริษัท”

          “ถ้าอย่างนั้นแม่ก็โอนหุ้นมาให้ผมสิครับ แม่จะได้ไม่ต้องมาลำบากทำงานตอนแก่แบบนี้”

          “ฝันไปเถอะ ตราบใดที่ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าหลาน อย่าหวังเลยว่าฉันจะยกหุ้นส่วนที่เหลือให้” พูดจบก็ตัดสายไปทันที สวี่หยางได้แต่ถอนหายใจ แม่เขายังคงมีนิสัยเอาแต่ใจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน เหอะ! อยากอุ้มหลานงั้นเหรอ อย่าได้หวังเลยครับคุณแม่ เขาจะไม่มีทางมีลูกกับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเป็นอันขาด!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ตอนจบ

    ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้ามาพร้อมกับดอกไม้ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน สวี่อี้เหรินที่กำลังยืนรอลูกชายอยู่ที่หน้าเรือนคนเดียวเหม่อมองทิวทัศน์โดยไม่รู้ตัวว่าแม่ทัพหนุ่มได้แอบมองนางอยู่ก่อนแล้ว “รองเท้าของเจ้าเริ่มเก่าแล้ว ข้าให้หลี่จื้อไปซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้เจ้า” “ท่านมาตั้งแต่เมื่อใด” เอ่ยด้วยเสียงตกใจ “ถ้าเจ้าไม่เอาแต่เหม่อคิดถึงผู้ใดอยู่คงเห็นข้านานแล้ว” บอกพร้อมกับเดินจับมือร่างบางไปนั่งที่ศาลาริมน้ำ แล้วบรรจงถอดรองเท้าคู่เก่าออกจากนั้นใส่คู่ใหม่ให้นาง “ท่านแม่ทัพรู้จักอ่อนโยนด้วยหรือเจ้าคะ” “แค่กับเจ้าและลูกเท่านั้น ส่วนคนอื่นก็ตามที่เจ้าเห็น” “ข้าแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง” เอ่บอกไปตามตรง สองสามเดือนผ่านมานี้การกระทำของเขาต่างจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงจนนางเองก็ตกใจจนบางครั้งอดคิดไม่ได้ว่าตนกำลังนอนฝันอยู่ “อีกหน่อยก็ชิน” “ท่านพ่อ ท่านแม่” “ลูกแม่ เจ้ามาแล้วหรือ” “ทำไมทำหน้าแบบนั้น เกิดอันใดขึ้นรึ” เฉียนหยางถามบุตรชาย เมื่อเห็นเขาเอาแต่ทำหน้าเศร้า “ท่านพ่อจำคนแซ่ตู้ได

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หน้าที่ภรรยา

    “คงจะเป็นอย่างนั้น ข้าคิดว่าข้ากำลังเปิดใจ” หลังจากคิดถี่ถ้วนอยู่นานถึงได้เอ่ยขึ้น แม้ในอดีตเขากับนางไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าใดนัก ครั้นมองหน้าลูกชายที่ตั้งแต่มารดาแท้ ๆ ของตัวเองฟื้นคืนสติกับมา พ่ออย่างเขาค่อย ๆ เห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเล็ก เขาอยากเห็นลูกมีความสุขอีกอย่างสตรีตรงหน้านี้ได้เปลี่ยนไปจากในอดีตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเองก็ควรให้โอกาสนางเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มหวั่นไหวกับฮูหยินอย่างนางตั้งแต่เมื่อใด บางทีอาจเป็นตอนที่ไปงานเลี้ยงสกุลเจิ้งกระมัง “แล้วมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย” แม้ปากจะพูดเช่นนี้ ทว่ากลับหน้าแดงสวนกับคำพูด “ไม่ให้บอกเจ้า แล้วจะให้ข้าบอกผู้ใด เจ้าเป็นมารดาของลูกชายข้า มิหนำซ้ำยังเป็นภรรยาของข้าด้วย” “ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” ในขณะทำกำลังเอี้ยวตัวกลับ ร่างของนางได้ลอยขึ้นจากพื้นเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นสามี เฉียนหยางอุ้มภรรยามายังห้องอาบน้ำพร้อมกับวางตัวนางลงในอ่างทำให้ตัวเปียกด้วยกันทั้งคู่ “ช่วยอาบน้ำให้ข้าหน่อยได้หรือไม่” เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีเลสนัยอย่างไม่ปิดบั

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   วางแผนเลื่อนฐานะ

    “ท่านแม่ทัพ” “มีอะไร” “คุณชายตัวร้อนเจ้าค่ะ” “เจ้าเรียกท่านหมอมาแล้วรึยัง” ร่างสูงหรี่ตามองผู้มาใหม่ นี่ก็เริ่มดึกแล้วเหตุใดแต่สตรีตรงหน้ายังไม่เข้านอน อีกอย่างเขารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเฉียนอี้ไปนอนที่เรือนฝั่งตะวันออก “ยังเจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าดึกแล้วเลยไม่อยากรบกวนคนอื่น” “แต่กลับมารบกวนข้า” ลี่อิ่นก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอันใดกลับไป จนเขาพูดขึ้นอีกครั้งถึงทำให้นางยิ้มออกได้บ้าง “เดินนำทางสิ” ว่าพร้อมลุกขึ้นยืน ตอนนี้เขากับนางอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนหลี่จื้อเขาได้ให้กลับไปพักผ่อนแล้ว เมื่อเดินมาถึงนางรีบเปิดประตูห้องนอนของเฉียนอี้ทันทีประหนึ่งกลัวถูกคนจับได้ แม่ทัพหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องที่มืดสนิทขณะจมูกสูดกลิ่นกำยานเข้าเต็มปอด ที่เขายอมตามมาแต่โดยดีเหตุผลหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ “ท่านแม่ทัพ” ลี่อิ่นเข้าสวมกอดบุรุษที่ตนรักจากด้านหลัง “เจ้าคิดว่าตัวเองกำลังทำอันใดอยู่” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ลี่อิ่นรักท่าน รักมานานแล้ว ท่านเองก็คิดเช่

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คนรักเก่า

    นับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจิ้งเผิงโหวตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในร่างของสวี่อี้เหริน นางมองบุรุษตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกทำให้ฮูหยินที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย มีผู้ใดในเมืองไม่รู้บ้างว่าสวี่อี้เหรินชอบพอสามีนางมากเพียงไร แม้ตัวเองจะออกเรือนไปแล้วแต่ยังไม่วายมายุ่งวุ่นวายกับเขาจนตระกูลเจิ้งต้องรีบให้ท่านโหวแต่งงานกับนางเมื่อครึ่งปีก่อน “ยินดีกับท่านโหวและฮูหยิน” นางยิ้มบอก งานเลี้ยงวันนี้นางเดินทางมาพร้อมสามีที่ตอนนี้เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจาสักคำ “ขอบคุณที่พวกท่านทั้งสองที่อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงาน” “ข้าต้องมาอยู่แล้ว ฝ่าบาทพระราชทานจวนใหม่ให้พวกท่าน เรื่องน่ายินดีเช่นนี้มีหรือข้าจะพลาดโอกาส” “เชิญฮูหยินกับท่านแม่ทัพด้านใน ข้าจะให้สาวใช้นำทางพวกท่านไป” สิ้นคำพูดของฮูหยินเจิ้งทั้งคู่เดินตามหลังสาวใช้มาเงียบ ๆ จนกระทั่งได้อยู่ด้วยกันตามลำพังเขาถึงได้ปิดปากพูด “เจอคนรักเก่าทั้งที ทำไมไม่อยู่พูดจากับเขาให้นานขึ้นอีกหน่อย” “ท่านพูดถึงผู้ใดกัน” “หึ จะเป็นใครได้เล่าถ้าไม่ใช้เจ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้พิศวาส

    ลี่อิ่นหน้าเจื่อนลงถนัดตา ขณะในใจกำลังคิดยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง “อีกอย่างงานในจวนข้าคุ้นชินกับมันแล้ว และยังมีพ่อบ้านเหมากับท่านป้าหลายคนคอยช่วย ตอนนี้ฮูหยินอย่างข้าก็แค่อยากทำหน้าที่มารดาดูบ้าง ข้าคิดว่าเจ้าที่เป็นแม่นมคงเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่อยู่บ้าง จริงหรือไม่” เอ่ยเสียงเศร้าเรียกร้องความเห็นใจจากลูกชาย “แม่นม เรื่องนี้ท่านไม่ต้องกังวล ข้ากับท่านพ่อพูดคุยกันแล้ว อีกอย่างนางเป็นแม่ของข้า” “นั่นสินะเจ้าคะ ข้าเป็นแค่แม่นมมีหรือจะกล้าคิดเทียบเคียงฮูหยิน” สาวใช้ในเรือนของบุตรชายคาบข่าวไปบอกแม่ทัพหนุ่มถึงที่ ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากัยยุ่งเมื่อคิดว่าแม่นมของลูกชายจุ้นจ้านไม่เข้าเรื่อง เห็นทีตำแหน่งแม่นมนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยให้ลี่อิ่นทำแบบนี้ต่อไปแทนที่ครอบครัวจะกลับมาปรองดองกัน มีหวังจวนของเขาคงได้วุ่นวายไม่จบไม่สิ้น “ท่านแม่ทัพเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” “ตอนนี้เฉียนอี้โตพอที่จะไม่ต้องการแม่นม ข้าเห็นว่าตำแหน่งนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วถึงเวลาที่ต้องให้อิสระแก่เจ้า ข้าจะให้เงินเจ้าต

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   เกินหน้าที่

    ทันที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนาง เฉียนหยางรีบสาวเท้าเดินไปยังอีกห้องซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก จนกระทั่งสวี่อี้เหรินกลับเรือนไปเขาถึงได้โผล่หน้าเข้าไปหาลูกชาย “ทำอะไรอยู่รึ” “ข้ากำลังจะพาคุณชายไปอาบน้ำเจ้าค่ะ” “ไม่จำเป็น วันนี้ข้ากับเขาจะอาบน้ำด้วยกันระหว่างนี้เจ้าก็ไปพักผ่อนเถิด” “แล้วมื้อเย็นล่ะเจ้าคะ” “ข้าสั่งให้พ่อครัวเตรียมไว้แล้ว เฉียนอี้ เจ้าอยากแช่น้ำกับพ่อหรือไม่” เขาถามบุตรชาย “ขอรับ” “ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ” ว่าพลางจูงมือลูกชายไป สองพ่อลูกแช่น้ำด้วยกันราวหนึ่งเค่อ พอเห็นสายตาของบิดาเอาแต่เพ่งเล็งมาที่เขา แต่กลับไม่ยอมพูดจาสักนิดทำให้อดถามมิได้ “ท่านพ่อ จ้องหน้าลูกทำไมหรือขอรับ” “เจ้าน่ะ ยอมให้โอกาสนางแล้วอย่างนั้นหรือ” “หมายถึงใครหรือขอรับ” “ก็...สตรีจากเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไรเล่า” “เป็นเพราะท่านอาจารย์สอนไว้ว่าต้องกตัญญูต่อบิดามารดา อีกทั้งท่านอาจารย์ยังบอกว่าโจรชั่วยังสามารถกลับใจกลายเป็นคนดีได้ ลูกเลยคิดว่ากับนางก็เช่นกัน ควรให้โอกาสนางส

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ไม่ได้เจอกันนาน

    สองมือเล็กชูขึ้นเหนือหัวแล้วบิดขี้เกียจ วันนี้เป็นวันที่สามที่เธอไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อลงไปทำอาหารให้สามี ลี่จวินตื่นนอนตอนหกโมงเช้าและลงมาข้างล่างตอนเจ็ดโมงเพื่อลงมากินแซนวิชกับกาแฟที่แม่บ้านเป็นคนเตรียมไว้ให้ “หน้าตาคุณนายดูสดใสขึ้นนะคะ” ป้าซือเอ่ยทั้งรอยยิ้ม เ

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   หลบหน้า

    “ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ลี่จวินเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง ทว่ายังไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน เธอจึงถือวิสาสะเดินเข้าไป “พรุ่งนี้เช้าพี่สวี่หยางจะกินอะไรดีคะ ฉันจะได้ให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้” เหม่ยซินถามขึ้น ขณะกำลังนวดไหล่ให้ชายหนุ่ม โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่าประตูห้องได้เปิดออกแล้ว

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   คำพูดแสนเย็นชา

    ร่างสูงตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันพร้อมกับอาการปวดหัว ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหยดเสือดสีแดงสดบนเตียงนอนทำให้ความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมา เขาแทบจะตะโกนออกมาเพราะสิ่งที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้วได้มลายหายไปในชั่วพริบตาเดียวเพียงเพราะน้ำเมา ลี่จวินที่ตื่นเช้าเหมือนท

  • ไม่รั้งรักสามีเจ้าสัว   ทำไม่ถูก

    หลังจากทั้งคู่กินข้าวเสร็จได้กลับมาที่บริษัทเหมือนปกติ แต่วันนี้พิเศษตรงที่เขามีนัดไปดื่มฉลองกับหุ้นส่วนหลังเลิกงาน “ได้เวลาแล้วครับ” เลขาซูเดินเข้ามาพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาดูเวลา เหม่ยซินที่อยู่ในห้องด้วยถามขึ้นด้วยความอยากรู้ว่าทั้งคู่จะไปที่ไหน “จะไปไหนกันเหรอคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status