Mag-log in-ˋˏ ༻❁✿❀༺ ˎˊ-
อีกด้านหนึ่งนั้น
ในวันใหม่
ช่วงเวลาที่ตะวันเริ่มคล้อยต่ำ...
“ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป! ชีวิตของข้า… เสียอย่างไร ก็เหมือนเดิม เป็นเพียง….จุดสนจายชั่วคราวเท่าน้าน…~~” เสียงร่ำสุราดังมาจากวัดร้างหยิ่นโหยว
จงเจี๋ยยกจอกเหล้าขึ้นเหนือศีรษะก่อนเทเข้าปากราวกับว่ามันเป็นน้ำตกสายหนึ่ง จนมันกระเซ็นเลอะเสื้อผ้าเนื้อดีมันวาวของเขา และหยดไปรอบ ๆ
“เจ้าบ้าจงเจี๋ย! นี่มันกระดานหมากข้า เดี๋ยวมันจะพองน้ำหมด ไอ้นี่..!” เฒ่าถิงจงที่ดื่มไปพอกรึ่ม ๆ ด้วยกันเบื้องข้าง ยกเท้าขึ้นมาถีบเด็กหนุ่มที่ไร้สติ
ผลัวะ!!
“โอ๊ยยย!! เฒ่าถิงจง ข้าเป็นถึงผู้ช่วยชีวิตองค์หญิงเลยนะ เจ้ามาถีบข้าเช่นนี้อยากโดนประหารเรอะ” มือเนียนชี้หน้าตาเฒ่าอย่างมีน้ำโห
“เลอะเลือน เจ้าเกือบฆ่านางต่างหากเจ้าโง่” คนสูงวัยส่ายหน้า
และจงเจี๋ยก็เรอออกมา
“เอิก..จริงด้วยแฮะ ข้าถีบนาง ๆ” คนผอมพยักหน้าหงึกหงักอย่างนึกได้ ดูเหมือนเขาจะเริ่มตระหนักได้ว่าตัวเองเมา
“กลับจวนดีกว่าไหม ใกล้เวลาเส้นตายแล้ว ไม่งั้นเดี๋ยวเจ้าได้โดนโบยจนส่างแน่” ถิงจงแสยะยิ้ม
แต่คำแนะนำนั้นก็เป็นคำที่ดี จงเจี๋ยสะบัดหน้าแรง ๆ สองสามที
ก่อนจะลุกขึ้นไปพร้อมกับไหเหล้า อย่างโซซัดโซเซ..
-
-
-
-
-
-
“อยู่เรือนพี่ชายก็พยายามฆ่า แล้วยังเกือบต้องโทษ... อึก.. เหมือนข้าจะยังดวงดีนะเนี่ย ที่รอดมาจนป่านนี้” จงเจี๋ยหัวเราะขณะเดินกลับ
ก่อนเขาจะเงยหน้ามองกำแพงอีกครั้ง
‘ไม่สิ… วันนี้ข้ากลับก่อนเวลา ข้าจะปีนทำไม’
เขานึกได้แล้วก็เบี่ยงตัวไปอีกทาง…
“เข้าด้านข้างจวนจนชิน เกือบปีนเก้อเลยสิข้าเนี่ย...” เสียงทุ้มพึมพำพลันก้าวเข้าประตูไปอย่างมั่นคง
แต่กระนั้น เบื้องหน้าเขากลับมีคนมากมายรออยู่หน้าเรือนกลาง ในยามพระอาทิตย์ใกล้สิ้นแสง ท้องฟ้าคลุมด้วยสีส้มหม่นหมดจด ทั้งบิดาของเขาที่อยู่ในชุดแม่ทัพเต็มยศ ทั้งมารดาในสีหน้ากังวล พร้อมด้วยเหล่าทหารที่ถือบางอย่างในมือต่างยืนรอเขา
“จงเจี๋ย... ราชโองการลูก...”
ซิงเม่ยเสียงอ่อน
นางเป็นกังวลไม่น้อยที่มีราชโองการมาถึง แต่ราชโองการยังไม่ถูกประกาศ จึงไม่มีใครรู้เลยว่ามันหมายถึงสิ่งใด
ลมพัดธงปักลายมังกรปลิวสะบัด เสียง กรอบแกรบ ของใบไม้แห้งดังขึ้น เมื่อจงเจี๋ยเดินเข้าไปเงียบ ๆ
“มาเถอะ...แล้วค่อยคิด” หลงเฉาหานเสียงแห้งแหบ ใบหน้าโฉดของเขาบ่งบอกถึงความไม่สู้ดี
จงเจี๋ยตัวแข็งเกร็งเล็กน้อย มือที่กำไหเหล้าแน่นก็เริ่มสั่นเบา ๆ
‘หรือว่านางจำได้แล้ว...’
ความคิดชั่วร้ายนั้นดังขึ้น
ร่างผอมก้าวเข้าไปอย่างไม่เต็มเท้า แต่เขาก็เตรียมใจไว้อยู่แล้วบ้างว่า ชีวิตของเขาอาจไม่ได้ยืนยาวมากนัก
“ไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ ไปทำอะไรผิดข้างนอกมาอีกล่ะเนี่ย” เจิงหู่ส่ายหน้า เขายืนพิงอยู่ที่ขอบประตูของเรือน อย่างไม่ได้รู้เรื่องขององค์หญิงตัวจริงเลยสักนิด
จงเจี๋ยหันมองพี่ชายคนโต และมองเข้าไปหาพี่รองที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในเรือน
‘ยามจะตาย ก็ไม่ต่างจากยามปรกติเลยแม้แต่น้อย’ เขาคิด
แบบนี้... เขาก็ทำใจได้ที่จะถูกประหาร เพราะการไม่มีเขาอยู่ที่นี่ อาจจะดีกว่ากระมัง
“ท่านแม่... ลูกขอโทษที่ทำให้ท่านผิดหวัง”
จงเจี๋ยหลบตาหลงเฉาหาน หันไปมองแต่ซิงเม่ยที่สายใจแทบขาด
แต่นางก็ยังคงพยักหน้าแล้วยิ้มกลับมาให้
ก็มารดาเขาก็ดีเช่นนี้ ที่เขามีความหวังต่อโลกใบนี้ เพราะมีมารดาอยู่ในครอบครัวเท่านั้น
“ข้าพร้อมแล้ว...” เสียงนั้นรอดไรฟันออกมาจากกรามที่ข่มแน่น
“หลงจงเจี๋ย บุตรชายคนที่สามของแม่ทัพหลงเฉาหาน รับราชโองการ!!!” ผู้ประกาศราชโองประกาศลากเสียง ท่ามกลางความระทึกของทุกสายตา
ไม่เว้นแม้แต่คนใช้ที่ซุบซิบเป็นเสียงแสนน่ารำคาญอยู่รอบ ๆ
เพร้ง!
จงเจี๋ยโยนไหเหล้าไปที่พื้นจนมันแตกกระจาย ก่อนเขาจะสะบัดชายอาภรณ์สีทองอ่อนไปข้างหลัง และคุกเข่าลงอย่างมั่นคง
“หลงจงเจี๋ย น้อมรับราชโองการ”
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ลังเล
‘อย่างน้อย… ก่อนตาย…ก็ได้รับราชโองการกับเขาสักที’
“....ด้วยพระบรมราชโองการแห่งใต้หล้า องค์ฮ่องเต้ทรงพระราชวินิจฉัยว่า หลงจงเจี๋ย บุตรแห่งแม่ทัพหลงเฉาหาน........”
เสียงเล็กแหลมนั้นเริ่มอ่านตามโองการบนม้วนผ้าไหมลายมังกรสีทองที่ถูกคลี่ออกมาสุดมือ
“เอาแล้วไงล่ะ..” เสียงเล็ดลอดออกมาจากเจิงหู่ที่อยู่เบื้องหลัง
ผู้ประกาศหยุดเล็กน้อย หายใจเข้าแล้วก็กระกาศต่อ
“.....มีคุณสมบัติเหมาะสม ทั้งความสามารถ ความกล้าหาญ และคุณธรรม...”
ห๊ะ!...
“O_O…” < หน้าของหลงจงเจี๋ย
“....สมควรคู่ควรแก่การสืบสายสัมพันธ์กับราชวงศ์~”
สืบสายสัมพันธ์อะไรนะ…
จงเจี๋ยอยากเอามือขึ้นมาแคะขี้หูแต่ก็ไม่อาจทำได้
“ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หมั้นหมายเป็น ราชบุตรเขยยย!...”
ผู้ประกาศลากเสียงอีกครั้ง
ชายหนุ่มเรอเสียงดังออกมาพร้อม ๆ กับความรู้สึกที่ส่างเมา แต่เสียงนั้นยังคงประกาศต่อไป
“...ให้อภิเษกกับ องค์หญิงเสวี่ยเซียนนนนน แห่งราชวงศ์หมิง.. กำหนดพิธีอภิเษกสมรสให้มีขึ้นโดยเร็วที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามโดยมิให้ขัดข้อง!!!!”
“....เอิก...” (เสียงเรอ)
เสียงประกาศนั้นดังไปทั่วบริเวณท่ามกลางหูที่แทบดับของทุกคน
แสงตะวันนั้นแผดร้อนดังเพลิงลงทัณฑ์ของสวรรค์ จงเจี๋ยคลื่นไส้คล้ายจะอาเจียน แต่เขาก็ต้องกลืนมันลงไป
ไม่จริงงงงงงงงง!!!!!!!
หลังเงากำแพงวังกว้างใหญ่ที่สะท้อนเหนือผิวน้ำ ว่าราชบุตรเขยผู้ไม่แน่ใจว่าจะหลุดจากตำแหน่งเมื่อไหร่ และไม่รู้เลยว่างานอภิเษกกับองค์หญิงนั้นจะมีต่อไปหรือไม่ กำลังนั่งอ้อยอิ่งอยู่ริมบึง หลงเจียง ใกล้กับประตูอู่ อย่างรู้สึกเหมือนอกหักอยู่เพียงลำพัง อีกไม่นาน... เขาจะออกจากกำแพงวังไป แต่ขณะนี้นั้นยังอยู่ในช่วงขาไร้เรี่ยวแรง และหมดอาลัยตายอยาก. เมื่อสองชั่วยามก่อน เขาได้พบกับ จางซินหยาง บุรุษผู้มีไมตรีกับเซียนเซียนก่อนที่นางจะความจำเสื่อม ที่ศาลาในเขตพระราชฐานชั้นใน “ได้ยินนางกำนัลเล่าลือว่า เจ้าเดินหมากรุกเก่งที่สุดในวังหลวง แม้แต่ฮ่องเต้เจิ้งเหรินก็ต้องสยบให้กับวิถีการเ
เซียนเซียนลุกขึ้นจากแท่นบรรทมช้า ๆ ในห้องที่มืดสลัว นางเดินไปจุดเทียนเบื้องข้างแท่นบรรทม ก่อนจะค่อย ๆ เสด็จช้า ๆ ออกจากห้อง พระหัตถ์บางผลักบานประตูไม้สลักเปิดออก ก่อนมู่อินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหน้าห้องบรรทมจะสะดุ้งน้อย ๆ “ยามไฮ่แล้ว... ทรงไม่บรรทมหรือเพคะ” มู่อินที่นั่งท่วงท่าผ่อนคลายยืดหลังตรงช้า ๆ “ข้านอนไม่หลับ เลยจะไปห้องพระอักษร หาหนังสืออ่านเล่นเสียหน่อย” ร่างบางตอบนางกำนัล ก่อนจะเสด็จหันนำไปก่อน นางกำนัลเห็นเช่นนั้นจึงรีบลุกขึ้นตาม เพื่อไปถวายการปรนนิบัติ มู่อินค่อย ๆ จุดไฟบนเชิงเทียนตั้งพื้นตามจุดต่าง ๆ ในห้องทรงอักษรให้สว่างไสว ขณะองค์หญิงผู้งามสง่านั้นเยื้องย่างไปที่ชั้นหนังสือไม้สลักสูงตระหง่าน พระหัตถ์เลือกหนังสือที่เรียงรายบนนั้น ก่อนนางจะหยุดชะงัก ....เมื่อทอดพระเนตรไปเห็
“ออกไป! หลงจงเจี๋ย” สุรเสียงหวานดุกว่าครั้งไหน แม้เป็นเพียงคำสั้น ๆ แต่กลับทำให้หัวใจของอีกคนที่อยู่ภายในห้องบีบรัดจนหายใจไม่ออก ดวงตาเรียวคมกะพริบปริบ ๆ วงแขนแกร่งค่อย ๆ ทอดถอนออกจากร่างบางช้า ๆ “เจ้าเป็นอย่างไร หายใจปรกติหรือไม่ เจ็บแผลไหม” เสียงร่างสูงอ่อนโยน แต่กลับไม่ได้ดูห่วงใยในสายพระเนตรของอีกฝ่าย องค์หญิงส่ายพระพักตร์ด้วยความสับสน ก่อนจะตรัสออกมาอีกครั้ง “ออกไป... ก่อนข้าจะเรียกให้ทหารมาจับเจ้า...” สุรเสียงนั้นแหบแห้ง และแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนต่ออีกฝ่าย ความกลัวของร่างสูง....จู่ ๆ ก็กล
ยามสายของวันใหม่ภายในตำหนัก ฮู่เมิ่ง นั้น อากาศเย็นอย่างประหลาด เมื่อสายลมเหนือพัดพาเอาอุณหภูมิที่ต่ำลงมาเยือนอย่างช้า ๆ ลมอ่อนนั้นพัดเอากิ่งไม้ของต้นเม่ยฮวากระทบกันจนเกิดเสียง ใบและดอกของมันเริ่มร่วงหล่นลง ราวกับบอกว่าฤดูใบไม้ร่วงได้จะมาเยือนในอีกไม่นาน ธารน้ำไหลใสเบื้องหน้าตำหนักสงบนิ่ง มันสะท้อนภาพผืนฟ้าสีอ่อนที่เงียบเหงา ไม่มีเสียงนกร้อง หรือเสียงหัวเราะของนางกำนัลคนใด มีเพียงเสียงผ้าสีดำขลิบเงินที่กระทบกันเบา ๆ ทุกครั้งที่เหล่านางกำนัลเหล่านั้นขยับกาย ทุกคนในตำหนัก ฮู่เมิ่ง ล้วนอยู่ใน...อาภรณ์ไว้ทุกข์... รวมถึงทุกคนทั่วทั้งวังหลวง... “ยินดีที่ได้รู้จัก... ท่านจางซินหยาง ได้ยินชื่อท่านมานาน แต่ไม่เคยได้พูดคุยทำความรู้จักเป็นกิจจะ ถือว่าข้ามีบุญแล้วในวันนี้” เจิงหู่คารวะบุรุษใบหน้าสวยในอาภรณ์เนื้อละเอียดอย่างสำรวมท่าที เกราะของเขากระเพื่อมน้อย ๆ แต่กลับดังกว่าทุกทีในบรรยากาศที่เงียบฉี่ “ได้รู้จักบุตรของแม่ทัพใหญ่อย่างท่านก็เป็นเกียรติ” จางซินหยางประสานมือแสดงความเคารพกลับตามมารยาท บุรุษทั้งสองจิบชากันอย
“ใยฝ่าบาทจึงมาหาหม่อมฉันได้ในคืนนี้ หม่อมฉันนึกเสียแต่ว่าพระองค์จะทรงวุ่นวายอยู่กับคดีของเสวี่ยเซียนจนไม่มาหาหม่อมฉันแล้ว” ฮ่องเฮาลวี่เวยทรงอุ้มกะละมังทองเหลืองสำหรับชำระพระหัตถ์ วางที่โต๊ะไม้สลักใกล้พระแท่นบรรทม พระนางจุ่มซับพระพักตร์ลงในน้ำอุ่น ก่อนยกขึ้นบิดอย่างเบาพระหัตถ์ “เจ้าไปเยี่ยมเสวี่ยเซียนบ้างหรือยัง....” ฮ่องเต้เจิ้งเหรินที่ประทับอยู่ที่แท่นบรรทมพ่นลมหายใจเบา ๆ ที่พระนาสิก ทรงถอดฉลองพระองค์ตัวนอกสุดออกและรับซับพระพักตร์มาไว้ ฮองเฮาลวี่เวยหลุบสายพระเนตรต่ำ และแย้มสรวลบาง ๆ “หม่อมฉันคิดว่าจะไปในวันพรุ่ง เพราะนางกำนัลบอกว่าองค์หญิงยังไม่ฟื้น เกรงว่าไปเยี่ยมยามนี้จะรบกวนการฟื้นตัวของนางเพคะ” ผู้เป็นพระอัครชายาเขามาประทับข้าง ๆ สวามี นางก้ม
และแล้วบุคคลที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ก็กลับมาอยู่ตรงหน้าของนางจนได้ นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตากับเขาที่ก้าวเข้ามาเบื้องหน้า “ทะ...ท่านว่าที่ราชบุตรเขย เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่” อิ่นลู่อึกอัก และค่อย ๆ ก้าวถอยหลังขณะที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามา จนถอยชิดโต๊ะเบื้องหลัง ใช่แล้ว... เขาควรจะอยู่ในคุกไม่ใช่หรือ “ตกใจทำไม กลัวอะไรอยู่รึ?” จงเจี๋ยเอียงคอน้อย ๆ ใบหน้าของเขาดูกวนนิ่ง ๆ แสนอ่านยาก อิ่นลู่หน้าซีดลงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นกล่องในมือของเขา... และอาภรณ์สีม่วงที่อยู่ในอีกมือ “...อึก....” &n
ยามอัสดงของวันที่เหน็ดเหนื่อย หลงจงเจี๋ยได้กลับมาถึงเขตพระราชฐานชั้นในก่อนเวลาค่ำ แต่ก่อนที่จะกลับไปพักผ่อนในพื้นที่ส่วนตัวนั้น ก็แอบหยุดแวะพักที่หน้าตำหนัก ฮู่เมิ่ง
วันต่อมา เมื่อจงเจี๋ยลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า ได้ก็เห็นหัวหน้าหน่วยทหารในชุดเกราะนั่งสบายใจอยู่ในสวนดอกโมกของเขา “ท่านพี่เป็นเพียงหัวหน้าหน่วยทหาร แต่เข้ามาเพ่นพ่านในตำหนักฝ่ายในได้ขนาดนี้เชียวรึ” ผู้เป็นน้องชายเอ่ยผ่านช่องหน้าต่างที่เพิ่งเปิดออกกว้าง ด้วยสีห
“ขอเชิญท่านว่าที่ราชบุตรเขยไปพบฮ่องเต้ด้วย”
-ˋˏ ༻❁✿❀༺ ˎˊ- “เสด็จพ่อเพคะ เสด็จพ่อ~~~ ข้าเห็นเต็มสองตาว่า ว่าที่ราชบุตรจงเจี๋ยอะไรนั้น เกี้ยวท่านพี่เสวี่ยเซียน และก็อ้อล้อต่อกระซิก นัวเนียประเจิดประเจ้อนะเพคะ” &nb







