LOGINตอนที่ 3
คำสั้นเพียงสามพยางค์แต่ทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจคนฟัง เจ้าเอยยังคงยืนนิ่งสงบ เงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดก้าวตรงไปยังห้องนอนใหญ่ เสียงประตูปิดลง พร้อมเสียงล็อกกลอนดังก้องไปทั้งบ้าน
ความเงียบกลับมาปกคลุมคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้ง เจ้าเอยทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหินอ่อนอย่างหมดเรี่ยวแรง เสื้อสูทราคาแพงที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงคนอื่นร่วงหล่นข้างกาย ไม่มีเสียงร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญใด ๆ จากเธอ นอกจากปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบเชียบ เงียบกระทั่งได้ยินเสียงลมหัวใจที่เต้นแรงขึ้นด้วยความปวดร้าว
ภาพและเสียงของผู้ชายที่รักอย่างพศิน ราวกับถูกบันทึกไว้ในเมมโมรี่ที่เจ็บปวดของเธอไปแล้ว ผู้ชายที่เคยสัญญาว่าจะดูแลเธอตลอดชีวิต เขาได้ตายจากไปจากเธอแล้วในวันนี้ เหลือเพียงผู้ชายบ้าอำนาจที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่ง ที่ราวกับคนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน เจ้าเอยกอดตัวเองแน่นท่ามกลางความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ เธอใช้เวลาห้าปีหลอกตัวเองว่าเขายังรัก แต่คืนนี้ความจริงได้ตบหน้าเธออย่างแรง
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น และกำลังจะผ่านเลยไป บอกความจริงทุกอย่างจนกระจ่างใจ ท้ายที่สุดแล้ว...เธอเป็นได้แค่เพียงของตายที่เขาไม่ต้องออกแรงรักษา เป็นผู้หญิงที่ถูกมองว่าหล่อเลี้ยงเอาไว้ได้ด้วยเงิน เป็นเมียในเงาที่ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด จนในที่สุด เขาก็ไม่อาจมองเห็นเธออีกต่อไปภายใต้เงามืดสนิทนั้น
เจ้าเอยทรุดตัวลงบนพื้นหินอ่อนอันเย็นเฉียบ ปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าซึมลงบนเนื้อผ้าสูทราคาแพงของสามี กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นที่ติดมากับตัวเขาช่างบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก แต่มันกลับไม่เจ็บปวดเท่ากับภาพความทรงจำในอดีตที่เริ่มผุดพรายขึ้นมาตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน โลกของเจ้าเอยไม่ได้มืดมัว และหนาวเหน็บเช่นนี้
ภาพหญิงสาวในชุดครุยวิทยฐานะ ใบหน้าแต้มรอยยิ้มสดใสยืนอยู่กลางหอประชุมมหาวิทยาลัยชื่อดังปรากฏขึ้นในมโนภาพ วันนั้นเธอคือดาวเด่น เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองจากคณะบริหารธุรกิจ เป็นที่หมายปองของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง เพื่อนพ้องต่างพากันอิจฉาในความสามารถ และอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของเธอ
และในวันนั้นเอง พศินในวัยยี่สิบเจ็ดปี ชายหนุ่มรูปงามผู้เพิ่งก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว ก็ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตเธอพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์
"เอยคือความภูมิใจของพี่นะครับ"
พศินในวันนั้นไม่ได้มีแววตาเย็นชาเหมือนในวันนี้ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความทะนุถนอม เขาคือชายหนุ่มที่พร้อมจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อพิสูจน์รักแท้ที่เขามีให้กับลูกสาวข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างเธอจนหมดหัวใจ เขาไม่เคยใส่ใจเรื่องฐานะที่แตกต่าง และพร้อมจะปกป้องเธอจากคำครหาของคนรอบข้าง
ความรักในช่วงแรกช่างหอมหวาน พศินขยันสร้างเซอร์ไพรส์ และใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กน้อย เขาจำได้ว่าเธอชอบกินกาแฟรสชาติไหน จำได้ว่าเธอแพ้อาหารชนิดใด และที่สำคัญที่สุด เขาคือคนแรกที่สนับสนุนให้เธอออกไปโบยบินในโลกการทำงาน
"เอยอยากทำที่ไหน พี่พร้อมสนับสนุนเต็มที่ พี่อยากเห็นเอยประสบความสำเร็จในแบบที่เอยฝัน"
คำพูดนั้นทำให้เอยเชื่อมั่นว่าเขาคือคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เธอเริ่มงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์แผนการตลาดของบริษัทต่างชาติ และทำผลงานได้โดดเด่นจนกลายเป็นดาวรุ่งของวงการ ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญกลับเกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่งที่ร้านอาหารบรรยากาศสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พศินคุกเข่าลงท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวม ในมือของเขาไม่ได้มีเพียงแหวนเพชรน้ำงาม แต่มันคือคำสัญญาที่ดูเหมือนจะเป็นสวรรค์ทว่ากลับเป็นจุดเริ่มต้นของนรกในภายหลัง
"แต่งงานกับพี่นะเอย พี่อยากให้เอยมาเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ข้างกายพี่ตลอดไป"
เจ้าเอยตอบตกลงโดยไม่ลังเล เธอวาดฝันถึงครอบครัวที่อบอุ่น และชีวิตคู่ที่ส่งเสริมกันและกัน ทว่าหลังจากการแต่งงานแบบเรียบง่ายที่มีเพียงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ พศินเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ
แรงกดดันจากการที่เขาต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะทายาทคนเดียวของตระกูลอสังหาฯ หมื่นล้าน ทำให้เขาเริ่มมองว่าความสำเร็จของภรรยาคือ "อุปสรรค" ต่อภาพลักษณ์ผู้นำครอบครัวของเขา
"เอย... ช่วงนี้พี่งานยุ่งมาก พี่อยากกลับมาบ้านแล้วเห็นหน้าเอยคนแรก พี่ไม่อยากเห็นเอยกลับบ้านดึก ๆ เพราะต้องไปพรีเซนต์งานหรือไปสังสรรค์กับลูกค้าอีกแล้ว"
เริ่มต้นจากคำขอร้องเล็กน้อย กลายเป็นการกดดันที่เปลี่ยนชีวิตของเจ้าเอยตลอดไปได้นับจากวันนั้น
ตอนพิเศษ 2ค่ำคืนนั้น หลังจากที่พศินอาบน้ำ ป้อนนมน้องเพลง และเล่านิทานกล่อมน้องพีทจนหลับสนิททั้งสองคนแล้ว เขาก็กลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่ยังมีเค้าความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันเจ้าเอยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าพริ้วไหวทิ้งตัวแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่มขึ้นจากการเป็นแม่คน คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกสล้างที่ทำให้ลมหายใจของพศินสะดุดกึกความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่"เด็กหลับหมดแล้วเหรอคะพี่ศิน"เจ้าเอยถามเสียงนุ่ม เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีขึ้นมาสางผมที่เปียกชื้นพศินก้าวเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบ เขารับหวีมาจากมือบาง ก่อนจะสางผมให้เธออย่างเบามือ และทะนุถนอม ดวงตาคมกริบจับจ้องเงาสะท้อนของภรรยาในกระจก"หลับปุ๋ยไปทั้งคู่เลยครับ วันนี้พี่หงุดหงิดจังเลยครับ มีแต่คนจ้องจะมองเอยของพี่ ไอเด็กดาราหน้าละอ่อนนั่นมองเอยตาเป็นมัน พี่แทบอยากจะควักลูกตามันออกมาเสียจริง"พศินตอบเสียงพร่า โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ท
ตอนพิเศษ 1เวลาหกโมงเช้าพศินลืมตาตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเพื่อเช็กดัชนีหุ้นหรืออีเมลงานเหมือนเมื่อห้าปีก่อน แต่คือการตะแคงตัว นอนเท้าคาง และทอดสายตามองใบหน้าหวานละมุนของภรรยาสุดที่รักของเขาด้วยรอยยิ้มที่คนทั้งบริษัทไม่มีวันได้เห็นผิวแก้มเนียนใส ขนตางอนยาวที่หลุบต่ำ และริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของเธอเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่พศินสามารถนอนมองได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อหกเดือนแล้วนับตั้งแต่งานแถลงข่าวที่เขายกสมบัติครึ่งหนึ่ง และจดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการ หกเดือนที่สถานะหมาบ้าจอมบงการถูกลบเลือนหายไปอย่างถาวร แทนที่ด้วยสถานะหมาตัวโปรดที่คลั่งรักภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น"อื้อ"ร่างบางขยับตัวยุกยิกเมื่อถูกรบกวนด้วยปลายจมูกโด่งสันที่กำลังซุกไซ้คลอเคลียอยู่บริเวณลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้าห่มเจ้าเอยค่อยปรือตาขึ้น แสงแรกของวันทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรัก และความหลงใหลของผู้ชายที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่ศิน"เจ้าเอยเอ่ยทักทายด
ตอนที่ 43ตอนจบสามเดือนต่อมา…ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของแกรนด์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น บรรยากาศในเช้าวันจันทร์ที่เคยตึงเครียด และเต็มไปด้วยความกดดันราวกับสมรภูมิรบ บัดนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยน แปลงไปอย่างสิ้นเชิงพนักงานทุกคนต่างจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของพศิน ซีอีโอหมื่นล้านที่เดินก้าวเข้ามาในล็อบบี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขยี้ตาดูซ้ำ ไม่ใช่ชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสน หรือใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสดใสขึ้นผิดตา แต่เป็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของท่านประธานผู้เคยได้ฉายาว่าปีศาจน้ำแข็งต่างหาก"สวัสดีครับบอส"ดนัย เลขาคนสนิทรีบก้าวเข้ามารับกระเป๋าเอกสารด้วยความคุ้นเคย"สวัสดีดนัย วันนี้อากาศดีนะ"พศินทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทำเอาเลขาหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วครู่"อ้อ ดนัย ช่วยเลื่อนการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายสี่โมงขึ้นมาเป็นบ่ายสองทีนะ แล้วก็ กฎระเบียบใหม่ที่ฉันให้ร่างไว้ ประกาศใช้ทั่วทั้งบริษัทตั้งแต่วันนี้เลย" พศินสั่งงานต่อ"เอ่อ กฎที่ว่าห้ามเรียกประชุมหลังสี่โมงเย็น และสนับสนุนให้พนักงานกลับบ้านตรงเวลาเพื่อไปใช้ชีวิตกับครอบครัวใช่ไหมครับเจ้านาย"ดนัยทวนคำถามเพื่อค
ตอนที่ 42รักที่รอ"เอยสวย สวยไปหมดเลยทูนหัวของพี่"พศินเงยหน้าขึ้นมาสบตา เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาเลื่อนริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ ฝากฝังรอยรักสีจางไว้บนหน้าท้องแบนราบ และไล้ต่ำลงไปยังจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ"อ๊า พี่ศิน อย่า ตรงนั้นมัน"เจ้าเอยเบิกตากว้าง พยายามจะหุบขาเรียวเข้าหากันด้วยความขัดเขินเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นสัมผัสกับกลีบกุหลาบงามที่กำลังชุ่มฉ่ำ"ให้พี่รักเอยนะ ให้พี่ชดเชยเวลาทั้งหมดที่หายไป"พศินกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะกดริมฝีปาก และปลายลิ้นลงไปปรนเปรอความหวานล้ำอย่างไม่รังเกียจสัมผัสที่ช่ำชอง และอ่อนโยนของเขาทำให้เจ้าเอยสติหลุดลอย ร่างกายของเธอเกร็งกระตุก สวนสะโพกเข้าหาปลายลิ้นร้อนอย่างลืมตัว เสียงครางหวานหูที่ดังระงมไปทั่วห้องเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนาของพศินให้ลุกโชนจนแทบแผดเผาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมเต็มที่แล้ว พศินค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง เขาสอดประสานสิบนิ้วเข้ากับมือของเจ้าเอย กดตรึงไว้กับเตียงนุ่มเพื่อถ่ายทอดความรักผ่านสัมผัส สบตาเธอลึกซึ้งขณะที่ค่อย ๆ ดันตัวตนที่แข็งขืน และร้อนระอุแทรกซึมเข้าไปในช่องทางรักที่คับแค
ตอนที่ 41อ้อมกอดที่คุ้นเคยเจ้าเอยกอดตอบเขาแน่น ซุกหน้าเข้ากับแผงอกที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย ผู้ชายคนนี้พิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า เขาสามารถเป็นที่พึ่งพิง เป็นกำแพงที่แข็งแกร่งปกป้องเธอและลูกจากพายุร้ายได้จริง ๆ เขาไม่ใช่พศินคนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่หนีปัญหาอีกต่อไปแล้วกว่าจะจัดการทุกอย่างจนรับยาเรียบร้อย และกลับมาถึงคอนโดมิเนียม ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้วน้องเพลงกินยา และหลับสนิทไปทั้งด้วยฤทธิ์ยาและอ่อนเพลีย ผิวที่เคยแดงก่ำเริ่มกลับมาเป็นสีปกติ เจ้าเอยจัดการห่มผ้าให้ลูกสาว และเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก่อนจะเดินออกมาที่โซนห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และร่างกายทำให้ร่างบางโอนเอนเล็กน้อย หญิงสาววางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน หลับตาลง และพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดทันใดนั้น อ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สอดเข้ามากอดรัดรอบเอวบางจากด้านหลังเจ้าเอยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขืน แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างหนักหน่วง พศินซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรินรดผิวเนื้ออ่อนบางหยดน้ำตาร้อนหล่นแหมะลงบนลาดไ
ตอนที่ 40ค่ำคืนแห่งการปลดล็อกระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่พศินก้มหน้าก้มตารับบททดสอบแห่งความอดทนตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามารับกฎเกณฑ์ทุกอย่างจากเจ้าเอย...ซีอีโอหมื่นล้านผู้เคยจับแต่ปากกาด้ามทอง บัดนี้มีฝ่ามือที่หยาบกร้าน และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการทำงานบ้าน ผิวขาวจัดที่เคยได้รับการดูแลอย่างดี เปลี่ยนเป็นสีคร้ามแดดจากการเดินตากแดดไปรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เขายอมทนอยู่ในห้องเช่าพัดลมแคบ กินข้าวแกงข้างทาง และรับค่าจ้างวันละสามร้อยบาทโดยไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่ครึ่งคำกำแพงน้ำแข็งในใจของเจ้าเอยเริ่มสั่นคลอน และเกิดรอยร้าวทีละน้อยจากการกระทำที่สม่ำเสมอของเขา เธอเห็นเขาแอบนั่งนวดหลังตัวเองด้วยความปวดเมื่อย แต่พอเห็นลูกวิ่งเข้าไปหา เขาก็พร้อมจะฉีกยิ้มกว้าง และอุ้มลูกขึ้นขี่คอราวกับไม่เคยเหน็ดเหนื่อยมาก่อน สิ่งเหล่านี้กำลังกัดกร่อนความเย็นชาของเธอลงไปทุกวัน จนกระทั่งค่ำคืนแห่งบททดสอบที่แท้จริงมาถึงเวลาตีสองสี่สิบห้านาที ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ฝนตกพรำ"แงงงงงงงงง" เสียงร้องไห้แผดจ้าของน้องเพลงดังทะลุความเงียบขึ้นมาเจ้าเอยสะดุ้งสุดตัวตื่นจากภวังค์ เธอรีบดีดตัวลุกจากเตียง และเปิ







