Share

ตอนที่ 2

last update publish date: 2026-08-04 19:52:16

ตอนที่ 2

รอยยิ้มเยาะจุดขึ้นบนใบหน้า ขณะที่เข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไป ตีสองแล้วที่แสงไฟหน้ารถสาดส่องผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่าง ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของรถสปอร์ตคาร์ที่คุ้นหู เจ้าเอยสูดลมหายใจลึก พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อก้าวเดินไปรอชายหนุ่มที่โถงทางเดิน

ร่างสูงของพศินก้าวเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า เสื้อสูทถูกถอดพาดแขน เนกไทถูกปลดหลวม ใบหน้าหล่อเหลาติดจะเย็นชามีรอยแดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่น่าจะดื่มกินมาพอประมาณ

"ยังไม่นอนอีกเหรอ"

เขาทักด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เมื่อสะดุดกับเจ้าเอยที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูเหมือนเฝ้ารอเช่นทุกวันด้วยรอยยิ้มอ่อน หากพศินหน้าตึง ไม่แม้แต่จะสบตาขณะส่งเสื้อสูทให้เธอรับไปถือตามความเคยชิน

"เอยรอพี่ศินค่ะ"

แท้จริงแล้ว เขาควรรับรู้ได้โดยไม่ต้องถามด้วยซ้ำ จะมีวันไหนบ้างที่เจ้าเอยไม่เคยรอการกลับมาของเขา หญิงสาวลอบถอนหายใจเบา ๆ หากในวินาทีที่รับเสื้อสูทมาพาดลงบนท่อนแขน กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของน้ำหอมสตรีแบรนด์หรู ก็ลอยมาแตะจมูกอย่างจัง มันชัดเจนจนดูเหมือนเจ้าของกลิ่นเคยแนบชิดอิงแอบอยู่เป็นเวลานานเช่นนั้น

หัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าเอยกำเสื้อในมือแน่นจนเหงื่อชื้น ความอดทนเริ่มปริร้าว ทั้งที่ตลอดมา เธอพยายามกดมันให้ต่ำลงอยู่เสมอ

"พี่ศินคะ กลิ่นน้ำหอมนี่มัน..."

ประโยคนั้นลอยผ่านมาถึง พศินชะงักฝีเท้าขณะกำลังเดินขึ้นบันได เขาหันกลับมามองเจ้าเอยในทันทีด้วยแววตาขุ่นเคือง

"อะไรอีกล่ะเอย อย่าเริ่มได้ไหม พี่เหนื่อย"

"เอยไม่ได้จะหาเรื่องนะคะ แต่เอยเห็นข่าวที่พี่ศินไปงานกับคุณมินตรา แถมเสื้อพี่ยังมีกลิ่นน้ำหอมของเธอติดมาอีก พี่บอกเอยได้ไหมคะว่ามันแค่ข่าวลือ มันแค่การตลาดเหมือนที่พี่เคยบอก"

น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าเอยไม่เคยเรียกร้องความเป็นหนึ่ง เธอขอแค่เพียงมีพศินเป็นกำลังใจอยู่เคียงข้างก็พอแล้ว แต่ความห่างเหินที่เขาแสดงออกมา มันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต่างไปจากความอดทนในหัวใจของเธอที่มันเปราะบางลงจนพร้อมจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ได้ ภาพของชายหนุ่มตรงหน้า ที่ถอนหายใจแรงด้วยความหงุดหงิด ทำให้น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงมาไม่ยากเลยสักนิด พศินก้าวลงบันไดมายืนประจันหน้า สายตาที่มองมาไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มันคือสายตาของคนแปลกหน้า ไม่เหมือนพศินที่เธอเคยรักและผูกพันเลยสักนิด

"ก็รู้ว่ามันคือการตลาด แล้วจะถามย้ำหาอะไรนักหนา ในงานคนมันเยอะแยะ เบียดกันไปมา กลิ่นมันก็ต้องติดมาบ้าง เอยจะมานั่งจับผิดอะไรกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ห๊ะ"

"เรื่องไร้สาระเหรอคะ" เจ้าเอยย้อนถาม น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นตามกันลงมา "การที่สามีตัวเองไปตอบคำถามสื่อ ให้ความหวังผู้หญิงคนอื่น ปล่อยให้คนทั้งประเทศจับจิ้นกัน ทั้งที่ตัวเองมีลูกมีเมียรออยู่ที่บ้าน พี่ศินมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระงั้นเหรอ"

"อย่าทำตัวงี่เง่าได้ไหมเอย" คำตวาดของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม "พี่ไม่ได้ไปทำเรื่องระยำอะไรให้ใครเสื่อมเสียชื่อเสียง พี่ไปทำงาน ที่พี่ต้องเหนื่อยปั้นหน้าออกงานสังคมก็เพื่อความก้าวหน้าของบริษัท เพื่อเงินที่จะเอามาเลี้ยงดูเอยกับลูกไม่ใช่หรือไง"

พศินกวาดสายตามองการแต่งกายของภรรยา เสื้อยืดตัวโคร่งเปื้อนคราบน้ำนม กางเกงขาสั้นสีซีด ผมรวบเป็นมวยยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียวไร้เครื่องสำอาง เขาจ้องมองเธอราวกับประเมินสิ่งของที่เสื่อมราคาลงแทบทุกวันนั่น

"เอยอยู่บ้านเฉย ๆ นะ งานบ้านก็มีแม่บ้านทำ ลูกก็มีพี่เลี้ยงคอยช่วย วัน ๆ เอยแทบไม่ต้องกระดิกตัวทำอะไรเลยด้วยซ้ำ พี่ให้บัตรเครดิตเอยไม่จำกัดวงเงิน เอยได้ใช้ชีวิตสบายอยู่บนกองเงินกองทองที่พี่หามาให้ เอยยังจะเอาอะไรอีก"

คำพูดเหล่านั้นทำลายศักดิ์ศรีของเจ้าเอยจนย่อยยับ เขาไม่เคยรับรู้เลยว่าคนที่ต้องตื่นมาให้นมลูกทุกสองชั่วโมงคือเธอ คนที่ต้องทนอยู่กับความเงียบเหงาในบ้านเพียงลำพังก็คือเธอ เขาตีมูลค่าความเสียสละของเธอเป็นเพียงคนอยู่บ้านเฉย ๆ ที่ผลาญเงินสามีไปวัน ๆ เขาคิดได้แค่นี้เองจริง ๆ

"เอยไม่เคยต้องการบัตรเครดิตพวกนั้น" เจ้าเอยสวนกลับ เสียงแตกพร่า "เอยแค่อยากได้เวลาจากพี่ อยากให้พี่กลับมากินข้าวเย็นกับลูกบ้าง เอยแค่อยากมีตัวตนในชีวิตของพี่ ไม่ใช่เป็นแค่สัมภาระที่พี่ซ่อนไว้ในบ้าน แล้วออกไปเชิดหน้าชูตากับผู้หญิงคนอื่น"

ยังมีอีกมากมายร้อยพันประโยคที่เธอต้องการสื่อถึงเขา หากย้อนเวลากลับไปได้ ทุกคำพูดที่เคยสัญญากันไว้ ที่เธอเคยทำให้เธอมีแต่รอยยิ้มเมื่อเราได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทุกอย่างมันเลือนหายไปเรื่อย ๆ จนแทบไม่เหลือรอยยิ้มไว้ให้ นอกจากคราบน้ำตาที่เปื้อนหมอนได้ทุกวัน

"เอยชักจะพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ"

พศินบดกรามแน่น ความอดทนของเขาขาดสะบั้น เขาคิดว่าเจ้าเอยก็แค่เรียกร้องความสนใจตามประสาผู้หญิงที่พึ่งพาเขา เธอไม่มีทางไปไหนรอดเพราะนอกจากเจ้าเอยจะไม่มีงานทำแล้ว เธอยังไม่มีสังคม เป็นเพียงของตายที่เขาจะจัดการอย่างไรก็ได้ ยิ่งกว่าลูกไก่ในกำมือที่บีบก็ตาย คลายยังไงก็ไม่รอดไปได้อยู่ดี

"พี่ออกไปทำงานหาเงินนะเอย หกวันต่อสัปดาห์ที่พี่ต้องฟาดฟันอยู่ข้างนอก ให้พี่กลับมาบ้านแล้วเจอความสงบเถอะ อย่าให้พี่ต้องมารู้สึกว่าบ้านเป็นนรกอีกที่เลย"

"พี่ศิน" เจ้าเอยเรียกชื่อเขาด้วยความปวดร้าว "พี่เคยมองเอยในฐานะภรรยาบ้างไหม หรือมองเอยเป็นแค่แม่ของลูกที่พี่จ่ายเงินจ้างไว้ แล้วทุกอย่างก็จบ คะ..."

พศินชะงักไปเล็กน้อย อย่างยอมรับ ประโยคนั้นของเธอมันสะดุดหัวใจของเขา แต่ก็นั่นล่ะ แค่เพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น มันไม่ได้มากพอไปกว่าทิฐิในใจ ที่ทำให้เขารีบเบือนหน้าหนี ขยับจัดคอเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ก่อนทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพียงสั้นๆ แต่บาดลึกไปถึงหัวใจของคนฟังที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม

"น่ารำคาญ !"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2ค่ำคืนนั้น หลังจากที่พศินอาบน้ำ ป้อนนมน้องเพลง และเล่านิทานกล่อมน้องพีทจนหลับสนิททั้งสองคนแล้ว เขาก็กลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ด้วยใบหน้าที่ยังมีเค้าความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันเจ้าเอยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแดงเบอร์กันดีสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าพริ้วไหวทิ้งตัวแนบไปกับสัดส่วนโค้งเว้าที่อวบอิ่มขึ้นจากการเป็นแม่คน คอเสื้อที่เว้าลึกเผยให้เห็นเนินอกสล้างที่ทำให้ลมหายใจของพศินสะดุดกึกความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่"เด็กหลับหมดแล้วเหรอคะพี่ศิน"เจ้าเอยถามเสียงนุ่ม เดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบหวีขึ้นมาสางผมที่เปียกชื้นพศินก้าวเข้าไปหาอย่างเงียบเชียบ เขารับหวีมาจากมือบาง ก่อนจะสางผมให้เธออย่างเบามือ และทะนุถนอม ดวงตาคมกริบจับจ้องเงาสะท้อนของภรรยาในกระจก"หลับปุ๋ยไปทั้งคู่เลยครับ วันนี้พี่หงุดหงิดจังเลยครับ มีแต่คนจ้องจะมองเอยของพี่ ไอเด็กดาราหน้าละอ่อนนั่นมองเอยตาเป็นมัน พี่แทบอยากจะควักลูกตามันออกมาเสียจริง"พศินตอบเสียงพร่า โน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้ท

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เวลาหกโมงเช้าพศินลืมตาตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนเพื่อเช็กดัชนีหุ้นหรืออีเมลงานเหมือนเมื่อห้าปีก่อน แต่คือการตะแคงตัว นอนเท้าคาง และทอดสายตามองใบหน้าหวานละมุนของภรรยาสุดที่รักของเขาด้วยรอยยิ้มที่คนทั้งบริษัทไม่มีวันได้เห็นผิวแก้มเนียนใส ขนตางอนยาวที่หลุบต่ำ และริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ ทุกสัดส่วนบนใบหน้าของเธอเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่พศินสามารถนอนมองได้ทั้งวันโดยไม่รู้จักเบื่อหกเดือนแล้วนับตั้งแต่งานแถลงข่าวที่เขายกสมบัติครึ่งหนึ่ง และจดทะเบียนสมรสกับเธออย่างเป็นทางการ หกเดือนที่สถานะหมาบ้าจอมบงการถูกลบเลือนหายไปอย่างถาวร แทนที่ด้วยสถานะหมาตัวโปรดที่คลั่งรักภรรยาจนโงหัวไม่ขึ้น"อื้อ"ร่างบางขยับตัวยุกยิกเมื่อถูกรบกวนด้วยปลายจมูกโด่งสันที่กำลังซุกไซ้คลอเคลียอยู่บริเวณลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้าห่มเจ้าเอยค่อยปรือตาขึ้น แสงแรกของวันทำให้เธอต้องกะพริบตาถี่ ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความรัก และความหลงใหลของผู้ชายที่นอนซ้อนอยู่ด้านหลัง"ตื่นเช้าจังเลยนะคะพี่ศิน"เจ้าเอยเอ่ยทักทายด

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนที่ 43 ตอนจบ

    ตอนที่ 43ตอนจบสามเดือนต่อมา…ณ อาคารสำนักงานใหญ่ของแกรนด์ เอ็มไพร์ คอร์ปอเรชั่น บรรยากาศในเช้าวันจันทร์ที่เคยตึงเครียด และเต็มไปด้วยความกดดันราวกับสมรภูมิรบ บัดนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยน แปลงไปอย่างสิ้นเชิงพนักงานทุกคนต่างจับจ้องไปยังร่างสูงโปร่งของพศิน ซีอีโอหมื่นล้านที่เดินก้าวเข้ามาในล็อบบี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องขยี้ตาดูซ้ำ ไม่ใช่ชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสน หรือใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสดใสขึ้นผิดตา แต่เป็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนมุมปากของท่านประธานผู้เคยได้ฉายาว่าปีศาจน้ำแข็งต่างหาก"สวัสดีครับบอส"ดนัย เลขาคนสนิทรีบก้าวเข้ามารับกระเป๋าเอกสารด้วยความคุ้นเคย"สวัสดีดนัย วันนี้อากาศดีนะ"พศินทักทายกลับด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ทำเอาเลขาหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วครู่"อ้อ ดนัย ช่วยเลื่อนการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายสี่โมงขึ้นมาเป็นบ่ายสองทีนะ แล้วก็ กฎระเบียบใหม่ที่ฉันให้ร่างไว้ ประกาศใช้ทั่วทั้งบริษัทตั้งแต่วันนี้เลย" พศินสั่งงานต่อ"เอ่อ กฎที่ว่าห้ามเรียกประชุมหลังสี่โมงเย็น และสนับสนุนให้พนักงานกลับบ้านตรงเวลาเพื่อไปใช้ชีวิตกับครอบครัวใช่ไหมครับเจ้านาย"ดนัยทวนคำถามเพื่อค

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนที่ 42 รักที่รอ

    ตอนที่ 42รักที่รอ"เอยสวย สวยไปหมดเลยทูนหัวของพี่"พศินเงยหน้าขึ้นมาสบตา เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาเลื่อนริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ ฝากฝังรอยรักสีจางไว้บนหน้าท้องแบนราบ และไล้ต่ำลงไปยังจุดอ่อนไหวที่สุดของเธอ"อ๊า พี่ศิน อย่า ตรงนั้นมัน"เจ้าเอยเบิกตากว้าง พยายามจะหุบขาเรียวเข้าหากันด้วยความขัดเขินเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นสัมผัสกับกลีบกุหลาบงามที่กำลังชุ่มฉ่ำ"ให้พี่รักเอยนะ ให้พี่ชดเชยเวลาทั้งหมดที่หายไป"พศินกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะกดริมฝีปาก และปลายลิ้นลงไปปรนเปรอความหวานล้ำอย่างไม่รังเกียจสัมผัสที่ช่ำชอง และอ่อนโยนของเขาทำให้เจ้าเอยสติหลุดลอย ร่างกายของเธอเกร็งกระตุก สวนสะโพกเข้าหาปลายลิ้นร้อนอย่างลืมตัว เสียงครางหวานหูที่ดังระงมไปทั่วห้องเป็นเหมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความปรารถนาของพศินให้ลุกโชนจนแทบแผดเผาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมเต็มที่แล้ว พศินค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง เขาสอดประสานสิบนิ้วเข้ากับมือของเจ้าเอย กดตรึงไว้กับเตียงนุ่มเพื่อถ่ายทอดความรักผ่านสัมผัส สบตาเธอลึกซึ้งขณะที่ค่อย ๆ ดันตัวตนที่แข็งขืน และร้อนระอุแทรกซึมเข้าไปในช่องทางรักที่คับแค

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนที่ 41 อ้อมกอดที่คุ้นเคย

    ตอนที่ 41อ้อมกอดที่คุ้นเคยเจ้าเอยกอดตอบเขาแน่น ซุกหน้าเข้ากับแผงอกที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย ผู้ชายคนนี้พิสูจน์ให้เธอเห็นแล้วว่า เขาสามารถเป็นที่พึ่งพิง เป็นกำแพงที่แข็งแกร่งปกป้องเธอและลูกจากพายุร้ายได้จริง ๆ เขาไม่ใช่พศินคนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่หนีปัญหาอีกต่อไปแล้วกว่าจะจัดการทุกอย่างจนรับยาเรียบร้อย และกลับมาถึงคอนโดมิเนียม ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้วน้องเพลงกินยา และหลับสนิทไปทั้งด้วยฤทธิ์ยาและอ่อนเพลีย ผิวที่เคยแดงก่ำเริ่มกลับมาเป็นสีปกติ เจ้าเอยจัดการห่มผ้าให้ลูกสาว และเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่พอเหมาะ ก่อนจะเดินออกมาที่โซนห้องครัวเพื่อรินน้ำดื่มความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ และร่างกายทำให้ร่างบางโอนเอนเล็กน้อย หญิงสาววางแก้วน้ำลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อน หลับตาลง และพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดทันใดนั้น อ้อมแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สอดเข้ามากอดรัดรอบเอวบางจากด้านหลังเจ้าเอยสะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขืน แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวอย่างหนักหน่วง พศินซุกใบหน้าหล่อเหลาลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนระอุรินรดผิวเนื้ออ่อนบางหยดน้ำตาร้อนหล่นแหมะลงบนลาดไ

  • ไม่ไหวจะรอ   ตอนที่ 40 ค่ำคืนแห่งการปลดล็อก

    ตอนที่ 40ค่ำคืนแห่งการปลดล็อกระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่พศินก้มหน้าก้มตารับบททดสอบแห่งความอดทนตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามารับกฎเกณฑ์ทุกอย่างจากเจ้าเอย...ซีอีโอหมื่นล้านผู้เคยจับแต่ปากกาด้ามทอง บัดนี้มีฝ่ามือที่หยาบกร้าน และเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการทำงานบ้าน ผิวขาวจัดที่เคยได้รับการดูแลอย่างดี เปลี่ยนเป็นสีคร้ามแดดจากการเดินตากแดดไปรับส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน เขายอมทนอยู่ในห้องเช่าพัดลมแคบ กินข้าวแกงข้างทาง และรับค่าจ้างวันละสามร้อยบาทโดยไม่เคยปริปากบ่นเลยแม้แต่ครึ่งคำกำแพงน้ำแข็งในใจของเจ้าเอยเริ่มสั่นคลอน และเกิดรอยร้าวทีละน้อยจากการกระทำที่สม่ำเสมอของเขา เธอเห็นเขาแอบนั่งนวดหลังตัวเองด้วยความปวดเมื่อย แต่พอเห็นลูกวิ่งเข้าไปหา เขาก็พร้อมจะฉีกยิ้มกว้าง และอุ้มลูกขึ้นขี่คอราวกับไม่เคยเหน็ดเหนื่อยมาก่อน สิ่งเหล่านี้กำลังกัดกร่อนความเย็นชาของเธอลงไปทุกวัน จนกระทั่งค่ำคืนแห่งบททดสอบที่แท้จริงมาถึงเวลาตีสองสี่สิบห้านาที ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ฝนตกพรำ"แงงงงงงงงง" เสียงร้องไห้แผดจ้าของน้องเพลงดังทะลุความเงียบขึ้นมาเจ้าเอยสะดุ้งสุดตัวตื่นจากภวังค์ เธอรีบดีดตัวลุกจากเตียง และเปิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status