แชร์

เจ็บให้พอ

ผู้เขียน: พิมพ์พิรดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-19 13:37:29

“แหวะ…”

“อ้าว มิวเป็นอะไรไป”

“ไม่รู้สิ อยู่ดีๆ ก็อยากอ้วก สงสัยคืนนี้จะดื่มหนักไปหน่อยมั้ง” มิวราเอ่ย หางตาแอบเห็นคนไม่มีแฟนขึงตาใส่ แต่ใครจะสน

“น้องใบชาครับ งั้นพวกเรากลับกันเถอะ รถพี่จอดอยู่ทางนั้น”

“ขอบคุณมากๆ นะคะ” ใบชากอดแขนเขาอย่างดีใจ ทำตัวน่ารักเกินเบอร์ใส่

“เมื่อกี้คุณดื่มเบียร์ไปตั้งหลายแก้วจะขับไหวเหรอคะ” เมื่อเห็นสายตาเย็นชาที่มองกลับมา มิวราก็อยากจะตบปากตัวเองที่สาระแนไม่เข้าเรื่องด้วยความเคยชิน

“ไหวสิ ดื่มแค่นี้ผมไม่เมาหรอก เราไปกันเถอะครับน้องใบชา ทุกคนกลับบ้านกันดีๆ นะ ใครเข้าเวรเช้าพรุ่งนี้ก็รีบกลับบ้านพักผ่อนด้วยล่ะ อย่ามาสาย”

ธรรศหันไปเอ่ยกับลูกน้องด้วยมาดหัวหน้าใจดี โดยแทบไม่มองหน้าคนต่างแผนกที่ยืนหัวโด่ ไม่คิดจะชวนติดรถกลับด้วยสักคำ ก่อนจะเดินเคียงข้างเด็กฝึกงานสาวไปที่รถ ใครไม่รู้คงคิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนที่จะหันหลังเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า เดินไปยังไม่ทันไร รถของธรรศก็ขับผ่านหน้าเธอไป ด้านข้างคนขับมีเด็กฝึกงานสาวนั่งชูคอเคียงข้าง ส่วนคนขับนั้นไม่มองมาที่เธอแม้แต่นิดเดียว เธอเองก็ไม่มองเขาเช่นกัน แต่ในอกเหมือนโดนบีบรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก

ฉันมาทำอะไรที่นี่

มิวราถามตัวเอง รู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชาดิก ทั้งเจ็บใจ ทั้งโมโห รถนั่นเธอก็มีส่วนช่วยออกเงินดาวน์ให้ตั้งครึ่งหนึ่ง เพราะเขาบอกว่าต่อไปจะได้เอาไว้รับส่งเธอมาทำงานด้วยกัน หากแต่งงานก็จะได้มีรถไว้ใช้ในบ้าน เป็นทรัพย์สินของครอบครัว

แล้วยังไง คนพูดดันพาผู้หญิงอื่นนั่งชูคอ แต่กลับปล่อยให้คนที่ช่วยออกเงินดาวน์รถให้กลับเอง

ผีบ้าเอ๊ย! วาเลนไทน์ที่ควรจะเป็นวันของคู่รัก แต่ทำไมเธอต้องมาเห็นภาพบ้าบออะไรแบบนี้ด้วยวะเนี่ย

บางทีมิวราก็นึกสงสัยว่าความอดทนของตนจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เมื่ออีกฝ่ายขยันทำลายความรักและความรู้สึกดีๆ ของเธอให้ลดน้อยลงไปทุกทีๆ

แล้วทำไมไม่เลิกกับเขาเสียล่ะ ในเมื่อเขาทั้งเห็นแก่ตัว และเห็นผู้หญิงคนอื่นดีกว่าเธอ แถมยังไม่เคยให้สถานะด้วย...

คำถามร้ายกาจผุดขึ้นมาในหัวโดยไร้คำตอบ ขอบตาร้อนผ่าวจนทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเหมือนความรักของเธอในตอนนี้ เลือนลาง ไร้อนาคต จนบางทีก็อยากถามตัวเองว่า...

ยังไหวไหมมิว!

หญิงสาวหอบสังขารเดินขึ้นสถานีรถไฟฟ้าอย่างอ่อนล้า ราวกับเธอยังเจ็บไม่พอ เมื่อมองไปทางไหนก็เห็นคนรักกัน ไม่กอดกันหวานชื่นก็จูงมือเดินเคียงข้าง ในมือมีกุหลาบสีแดงที่มอบให้กัน ในขณะที่เธอกลับเดินคนเดียวอ้างว้างในวันแห่งความรักนี้

ความเหงาแล่นเข้าเกาะกุมหัวใจ มีคนรักแต่ก็เหมือนไม่มี น้ำตาที่พยายามอดกลั้นร่วงเผาะลงมาโดยไม่ทันรู้ตัว คงเพราะดื่มหนักไปหน่อยเลยเมาแล้ว ความสะใจที่ได้มาชั่วครู่นั่น ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเสียใจและเสียดายเวลา

ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ วันนั้นเธอคงไม่ตกลงคบกับผู้ชายห่วยๆ อย่างธรรศให้เสียเวลา แต่ตอนแรกเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ ธรรศเมื่อสี่ปีก่อนเป็นคนอ่อนโยนใจดี ยิ้มเก่ง เขาชอบช่วยเหลือทุกคน รวมถึงเธอด้วยที่มักได้รับความใจดีของเขา จนเกิดเป็นความประทับใจและยอมคบหากับเขาแบบลับๆ เพราะเขาขอร้องไว้ด้วยเหตุผลว่าเพิ่งเริ่มทำงานเลยอยากโฟกัสแต่งานให้ฐานะการงานมั่นคงเสียก่อนค่อยเปิดตัวเธอในฐานะแฟน เธอก็เชื่อ

แต่มาช่วงปีหลังๆ ที่เขาเริ่มเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น นิสัยของเขาก็เปลี่ยนไป ทว่าเธอก็ทำตัวเป็นคนรักที่แสนดีพยายามเข้าอกเข้าใจคนที่ตัวเองรัก ตำแหน่งสูงขึ้น งานเยอะขึ้น ความเครียดก็ย่อมมีมากขึ้น หลายครั้งเขาอารมณ์เสียใส่เธอทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคย

ฉากหน้าเขาคือเจ้านายใจดีของลูกน้อง แต่ฉากหลังเขากลายเป็นคนจู้จี้ขี้บ่น เยอะสิ่ง แถมยังงกกับเธอกว่าเดิม มิวราพยายามประคับประคองความสัมพันธ์เรื่อยมา เพียงเพราะหวังสร้างอนาคตและแต่งงานกับธรรศ

แต่มาวันนี้เธอเริ่มมองไม่เห็นอนาคตที่ว่านั่นเสียแล้ว เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ใจคนก็คงเปลี่ยน ป่านนี้หมอนั่นคงไปเริงรื่นกับยัยเด็กฝึกงานนั่นมีความสุขไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ

“ร้องไห้ทำไมเนี่ย ร้องไห้ให้ไอ้คนบ้านั่นทำไม ฮือๆ ตัดใจได้แล้วมั้ง” หญิงสาวพึมพำสั่งตัวเอง พลางเช็ดน้ำตา แต่ยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลอาบแก้มจนสุดท้ายเลิกเช็ด

ช่างหัวมัน ร้องให้พอ เจ็บให้พอ จากนั้นก็เลิกรักคนที่ไม่เห็นค่า แล้วกลับมารักตัวเองเสียที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   อยากแต่งงานอีกรอบจัง (ตอนจบ)

    มื้อค่ำวันนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ นนทพัทธ์ดูผ่อนคลายขึ้นมาก เขาไม่ต้องแบกความรักข้างเดียวไว้อีกต่อไป เพราะมีรินลดาคอยเติมเต็มช่องว่างในใจด้วยความร่าเริงและเข้าใจในวิชาชีพเดียวกันก่อนกลับคีตกาอาสาเดินมาส่งว่าที่บ่าวสาวถึงรถ“เป้ย...พี่ขอบคุณเป้ยนะ ที่วันนั้นเป้ยเลือกที่จะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง มันทำให้พี่กล้าที่จะเปิดใจรับคนใหม่เข้ามาในชีวิตเหมือนกัน” พี่หมอเอ่ยด้วยความจริงใจ“เป้ยก็ขอบคุณพี่นนท์ค่ะ ที่เป็นพี่ชายที่แสนดีและไม่เคยทิ้งเป้ยไปไหน พี่นนท์เหมาะกับความสุขที่สุดแล้วค่ะ”ภวิศเดินเข้ามาจับมือหมอนนท์พลางพยักหน้าอย่างลูกผู้ชาย “ดูแลคุณรินให้ดีนะหมอ อย่าเอาอย่างผมล่ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นหมาโบ้ที่หลังไม่รู้ด้วย”ทุกคนหัวเราะร่าท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่าน ภวิศโอบไหล่คีตกาเดินกลับเข้าบ้านเรือนหอแสนอบอุ่นด้วยกัน“คิดแล้วก็เสียดายนะ”“เสียดายอะไรคะ” คีตกาเงยหน้ามองสามีอย่างแปลกใจ“เห็นหมอนนท์จะแต่งงาน พี่ก็เลยคิดถึงงานแต่งของเราสองคนขึ้นมาน่ะสิ คิดแล้วก็เสียดาย อยากแต่งงานกับเป้ยอีกรอบจัง”“ก็แต่งสิคะ”“ว่าไงนะ!”“เป้ยบอกว่าอยากแต่งก็แต่งได้ค่ะ แต่รอให้เป้ยคลอดเจ้าเบอร์สามก่อนแล้วกันนะคะ

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   แขกคนพิเศษ

    สามปีต่อมา...“เจ้าโปรดอย่าพาน้องปริมวิ่งเร็วแบบนั้นสิลูก เดี๋ยวน้องล้ม!”เสียงห้าวของคุณพ่อลูกสองตะโกนลั่นสนามหญ้า คุณพ่อมาดเข้มที่ตอนนี้สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์วิ่งไล่ตามลูกชายและลูกสาววัยกำลังซน ภวิศอุ้มลูกสาววัยเตาะแตะขึ้นพาดบ่าพลางหัวเราะร่า ก่อนจะเดินตรงมาหาคีตกาที่ยืนยิ้มละมุนอยู่ริมระเบียง“โอย เหนื่อยจัง ลูกเรานี่ซนเหมือนใครเนี่ย” ภวิศแกล้งอ้อนเมียพลางเนียนเอาหน้าซุกไหล่บาง“ซนเหมือนพี่วิศตอนเด็กๆ ไงคะ คุณแม่บอกเป้ยหมดแล้วนะ ตอนเด็กๆ พี่ซนมากเหมือนน้องโปรดไม่มีผิดเลย” คีตกาหัวเราะเบาๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้สามี“ส่วนน้องปริมก็น่ารักเหมือนเป้ยไม่มีผิด พี่เห็นในอัลบั้มภาพ ตอนเด็กๆ เป้ยน่ารักมากๆ เลย หวังว่าเจ้าเบอร์สามในท้องจะน่ารักเหมือนแม่อีกคนนะ” ภวิศยื่นมือไปลูบที่หน้าท้องนูนของว่าที่คุณแม่ลูกสามคีตกาค้อนใส่คนขยันทำการบ้านจนเสกเด็กเข้าท้องเธอไม่หยุด แต่เขาก็ไม่เคยเบื่อที่จะอ้อนและเอาใจเธอทุกคืนๆ จนเธอเสพติดความหื่นจากเขาด้วย หากวันไหนสามีไม่ทำการบ้านก็มีงอนกันบ้าง ขนาดลูกสามแล้วความหวานก็ยังไม่ลดลง แต่อย่าให้ถึงขั้นมีเบอร์สี่ห้าหกเลย ส่วนคุณปู่คุณย่านั้นไม่ต้องพูด

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   หิวนมจัง

    “คอยดูเถอะเป้ยจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่พี่”“ฟ้องไปก็เท่านั้น พ่อแม่พี่หลงหลานจะตาย มีลูกหลายคนบ้านจะได้ครึกครื้นไงครับ” เขาแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือป้วนเปี้ยนปัดผ่านทรวงอกที่อวบอิ่มเพราะต้องให้นมลูก“หิวนมจัง...” คุณแม่ลูกอ่อนทำตาโตตะปบมือซุกซนที่เลิกชายเสื้อเธอขึ้น“พี่วิศ อย่ามาหื่นนะคะ นี่นมของน้องโปรด”“แบ่งๆ กันน่า เข้าโครงการคนละครึ่ง เป้ยมีตั้งสองเต้า ก็แบ่งลูกเต้าหนึ่ง สามีเต้าหนึ่ง ดีจะตาย”“อย่ามาเนียนค่ะ เป้ยง่วงแล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า”“ไม่เป็นไรนะ เป้ยง่วงเป้ยก็หลับไป เดี๋ยวพี่ทำเอง”ทำเอง? เขาจะทำอะไรไม่ทันที่เธอจะได้ถาม คุณพ่อจอมป่วนก็จัดการทำในสิ่งที่เขาอยากทำมาหลายเดือนกับร่างกายอวบอิ่มของเธอ โดยเฉพาะส่วนที่เขาต้องมองลูกชายดูดมันทุกวันด้วยความอิจฉาสุดหัวใจ“พี่วิศ...อย่ากินนมลูกหมดนะ”พ่อตัวร้ายฟังเสียก็ดี เสียงดูดจ๊วบๆ อย่างเอร็ดอร่อยนั่นทำให้เธอรู้สึกวาบหวิว ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาทันใด ใช่แต่เขาที่ต้องการ เธอเองก็ขาดเรื่องนี้มานานเกินไปแล้ว จากที่จะต่อต้าน คีตกาจึงยอมปล่อยให้สามีหน้ามึนจัดการดื่มกินร่างกายหอมหวานของเธอตามอำเภอใจ เรื่องนี้ไม่ต้อง

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   เหนื่อยที่มีความสุขมากกว่า

    “แง้ๆ...”คีตกาสะดุ้งลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงลูกร้องไห้จ้า แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นไปดูก็มีเสียงงัวเงียดังข้างๆ หู“เป้ยนอนต่อเถอะ เดี๋ยวพี่ดูลูกเอง” ภวิศในสภาพหัวฟู ตาโรยเพราะเพิ่งได้นอนไม่ถึงชั่วโมงก็ต้องตื่นขึ้นมาดูลูกที่ร้องกลางดึกอีก“ว่าไงครับคนเก่งของพ่อ”ชายหนุ่มอุ้มลูกโยกไปมาพลางร้องเพลงกล่อมเสียงเพี้ยนๆ จนคีตกาที่แอบมองอยู่ต้องหลุดขำตลอดหลายเดือนหลังจากคลอด ภวิศกลายเป็นคุณพ่อดีเด่น เขาคอยช่วยเธอดูแลลูกแทบทุกอย่าง แม้จะมีพี่เลี้ยงคอยช่วย แต่พี่เลี้ยงเบอร์หนึ่งของบ้านก็ยังคงเป็นภวิศนั่นเอง ไม่ว่าจะคอยเก็บน้ำนมให้เธอเมื่อปั๊มเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลูก หรือกระทั่งเปลี่ยนแพมเพิร์ส หรือลุกมาป้อนนมกลางดึกเขาก็ทำได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง คำพูดติดปากของเขาคือ เป้ยพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ทำเองคีตกามองแผ่นหลังกว้างของคนเป็นสามีที่พยายามเดินโยกตัวไปมาทั่วห้องนอนเพื่อปลอบน้องโปรดที่กำลังงอแงให้สงบลง ใบหน้าที่เคยถือดีและเรียบตึงยามอยู่นอกบ้าน บัดนี้กลับมีรอยคล้ำใต้ตาชัดเจน ทว่าแววตาที่มองเจ้าก้อนแป้งในอ้อมกอดกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่หาจากไหนไม่ได้อีก“พี่วิศคะ ส่งลูกให้เป้ยเถอะค่ะ พี่

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   ลูกของเรา

    “แต่พี่หวงนี่ ไม่อยากให้ใครมองเมียพี่” ภวิศเถียงสู้ตาย เขาหันไปหาพยาบาล “คุณพยาบาลครับ มีผ้าคลุมไหม เอามาปิดให้มิดที่สุดนะ ให้หมอเห็นแค่...แค่ส่วนที่จำเป็นจริงๆ ก็พอ อย่าให้เขาเห็นอย่างอื่นนะ!”นนทพัทธ์ถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า “คุณวิศครับ ถ้าคุณยังวุ่นวายไม่เลิก ผมจะสั่งให้พยาบาลลากคุณออกไปรอข้างนอกนะ เลือกเอาว่าจะอยู่เป็นกำลังใจให้เมียเงียบๆ หรือจะไปนั่งนับมดอยู่ที่ทางเดิน” คุณหมอหนุ่มเอ็ดอย่างเหลืออด ตั้งแต่ทำคลอดมา เขาก็เพิ่งเจอเคสนี้ที่สามีคนไข้หึงกระทั่งช่องคลอดเมียภวิศเม้มปากแน่นสนิททันที เขาทำหน้าบึ้งตึงพลางขยับไปยืนที่เหนือศีรษะของคีตกา“ห้ามมองเกินความจำเป็นนะหมอนนท์... ผมจ้องอยู่นะ!” ภวิศขู่ฟ่อข้างหูหมอ แต่มือกลับสั่นพั่บๆ เพราะเห็นคีตกาเริ่มเบ่งคลอด แล้วในที่สุดเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง“อุแว้! อุแว้!”เสียงร้องไห้จ้าของเจ้าตัวเล็กดังขึ้น นนทพัทธ์ประคองทารกน้อยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ “ยินดีด้วยครับเป้ย ยินดีด้วยคุณวิศ... ลูกชายของพวกคุณแข็งแรงมากเลยครับ ดูสิอ้วนจ่ำม่ำเลย”วินาทีที่ภวิศเห็นลูก และเห็นความปลอดภัยของเมีย ความหวงเมื่อครู่มลายหายไปกลายเป็นความตื้นตันใจจนน้ำตาค

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   หมอจะมาจ้อง...ตรงนั้นของเมียผมไม่ได้นะ! ผมไม่ยอม!

    “เป้ยเป็นอะไรไปน่ะ!”เสียงนั้นกระตุกความสนใจของคุณวิเศษและคุณภคมนให้หันไปมองที่ลูกชายกับลูกสะใภ้ทันที“คุณวิศ...คุณวิศคะ! เป้ยปวดท้อง...” คีตกาบอกด้วยสีหน้าเหยเก รู้สึกปวดหน่วงที่ท้องอย่างรุนแรง“อย่าบอกนะว่าจะคลอดแล้ว ไหนว่าหมอนัดคลอดอาทิตย์หน้านี่นา”“อย่าเพิ่งพูดได้ไหมคะ ตอนนี้เป้ยปวดมากๆ เลย โอ๊ย...”สิ้นเสียงร้องของคีตกา คฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบก็เกิดโกลาหลทันที“เป้ยทนหน่อยนะ แล้วพี่ต้องทำอะไรก่อนล่ะเนี่ย” ภวิศทำหน้าเลิ่กลั่ก “เดี๋ยวๆ พี่ไปเอากระเป๋า ไม่ใช่สิ พี่ต้องสตาร์ทรถ พี่ต้องโทรหาหมอ ทำอะไรก่อนดีวะเนี่ย!”“เจ้าวิศ! ตั้งสติหน่อยลูก” คุณวิเศษเรียกสติลูกชายที่ตอนนี้ลนลานยิ่งกว่าคนท้องเสียเอง“รถ! ต้องไปเตรียมรถก่อน อ้อยๆ ไปหยิบกระเป๋าคุณผู้หญิงมาที เอาของที่เตรียมไว้มาด้วยนะ ตอนนี้เลย” คนจะเป็นพ่อครั้งแรกตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก รีบประคองเมียรักไปที่รถ ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของว่าที่คุณปู่คุณย่าที่หันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมายบรรยากาศหน้าห้องคลอดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ภวิศในชุดสีเขียวสวมหมวกคลุมผมยืนกุมมือคีตกาแน่นจนเหงื่อชุ่มมือทั้งคู่ ใบหน้าที่เคยถือดีบัดนี้ซีดเผือด ยิ่งเห็น

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   เหมือนฝันไปเลย

    หลังจากที่แยกย้ายกันเข้าห้องใครห้องมัน มิวราก็นั่งมองรอบกายอย่างงุนงงในชะตาชีวิตตัวเอง เมื่อวานเธอเพิ่งหนีตายจากแผ่นดินไหว เลิกกับธรรศ ชีวิตพังสุดๆ แต่มาวันนี้หลังจากที่ได้เจอปวรุตม์ ใครจะคิดว่าเธอจะมีวาสนาได้มาอยู่บ้านสวยๆ ในโครงการหรูๆ แพงระยับกับผู้ชายสุดหล่อมาดเท่อย่างเขาแบบสองต่อสอง นี่มันวาสน

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   อย่าเผลอละเมอมากอดผมเองก็แล้วกัน

    “ชอบค่ะ เอ่อ...” เวรเอ๊ย หมดกันคราวนี้ เขาจะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหื่นไหมนี่“ก็ได้ๆ ฉันยอมรับว่าชอบจูบของคุณ แต่ว่าวันนี้ฉันไม่พร้อม คือ...ฉันเป็นวันนั้นของเดือนอยู่”“แล้วไง”“ก็...” มิวราก้มหน้างุดๆ อาศัยแผงอกอุ่นๆ ของเขาหลบสายตาที่มีพิรุธของตัวเองไว้ แต่กลับโดนมือหนาเชยคางขึ้นมาบังคับให้มองตา ปวร

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   พอหายเมาเราก็ไม่รู้จักกัน

    “ตายแล้วคุณน้อง ทำไมหน้าซีดเป็นกระดาษขนาดนั้นล่ะ” นิ้งอุทานลั่นเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนรุ่นน้องที่เดินตัวงอเข้ามา“มิวปวดท้องค่ะ ปวดหัวด้วย สงสัยจะเป็นไข้ทับระดู” หญิงสาวกัดฟันบอก อดน้อยใจไม่ได้ ขนาดคนอื่นยังมองออกว่าวันนี้สภาพเธอไม่ปกติ แต่ธรรศกลับไม่เห็นความผิดปกติเลยสักนิด เขาคงห่วงอย่างเดียวคือ

  • ไม่ไหวจะรัก (เซต รักรั้งรอไม่ไหว)   นี่มันใช่จูบที่ไหน

    “เฮ้อ ผมว่าคุณควรพักดีกว่านะ กลับไปนอน...อุ๊บ!”ยังไม่ทันพูดจบ ร่างบางก็ยื่นริมฝีปากมาประทับลงบนปากของเขาอย่างจังมันไม่ใช่การจูบที่นุ่มนวลหรืออ่อนหวาน มิวราขบเม้มริมฝีปากเขาเต็มแรง ราวกับต้องการระบายความแค้นในคืนนี้ คนโดนจูบเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วยความตกใจสุดขีด กลิ่นแชมเปญอ่อนๆ ที

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status