Lahat ng Kabanata ng เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+): Kabanata 31 - Kabanata 40

41 Kabanata

บทที่ 30 : หมัดถ่วงสวรรค์

แรงสั่นสะเทือนกระเพื่อมเข้าไปถึงตับม้าม เหยียบย่ำลงมาทีมีแต่คำถามว่าจะเอาชีวิตรอดออกไปได้เยี่ยงไร ชั่วยามนี้ที่ท่านเง็กเซียนวิ่งพล่านอยู่ในสนามฟุตบอล แต่หารู้ไม่ว่าในสายตาแกนั้นเหมือนตนเองกำลังโดนโขลกอยู่ในครกบดโอสถก็มิปาน! แข้งขากับฝ่าเท้ายักษ์ต่างระดมทิ่มลงมาจากฟากฟ้ามิหยุดหย่อน! กระทั่งมารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่องค์ท่านวิ่งมาถึงวงกลมตรงกลางสนามแล้ว!."แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ , เส้นสีขาวนี้คือสิ่งใด? ไฉนถึงโค้งเป็นวงคล้ายกับอาคมค่ายกลเช่นนี้?"ความฉงนสนเท่ห์นี้เองที่ทำให้ท่านเง็กเซียนหยุดวิ่ง แกมิรู้หรอกว่าวงกลมตรงกลางสนามบอลมีที่มาที่ไปเช่นไร แล้วก็มิรู้ด้วยซ้ำว่าฟุตบอลคืออะไร? รู้แค่ว่าผืนหญ้าตรงนี้มีเส้นสีขาวตีเป็นวงกลม ซึ่งเหมาะมากที่จะให้แกได้ใช้วิชาสวรรค์เพื่อโต้กลับ."ขนาดรูปร่างกำลังพอเหมาะเลย เช่นนี้ก็จะร่นเวลาลงได้บ้างโดยมิต้องกังวลเรื่องความปราณีตนัก!เหงื่อนองเต็มหน้าทั้งยังหอบแฮ่ก ๆ แต่ถึงกาลนี้แล้วจะออกหน้าไหนก็มีแต่ต้องทำ." 生 (เซิ่ง) , 老 (เหล่า) , 病 (ปิ้ง) , 死 (สื่อ) , 善 (ซ่าน) , 恶 (เอ้อ) , 高 (เกา) , 低 (ตี) ผนึกจงเปิด! จงออกมาเคล็ดวิชาหมัดถ่วงสวรรค์!"ขณะเปล่งวาจาร่ายอาคมด้
Magbasa pa

บทที่ 31 : ตุงตาข่าย

"เป๊าะ! , เป๊าะ! , เป๊าะ! , เป๊าะ!"คล้ายกับเสียงหนองแตกก็มิปาน ความปูดบวมดังกล่าวขยายวงลุกลามราวกับแผลติดเชื้อ.นี่มันเคล็ดวิชาอะไรกันด้วยชื่อที่เรียกขานว่า "หมัดถ่วงสวรรค์" ดูจะคล้ายกับวิชามารหรือไสยเวทย์ต้องห้ามซะมากกว่าเมื่อดูจากพฤติการเช่นนี้ และผลการตัดสินก็น่าจะออกมาแล้วว่าเกมได้พลิกแบบล้มกระดาน! จากที่เคยโดนต้อนมาตลอดท่านเง็กเซียนกลับกลายเป็นผู้ชนะโดยชอบธรรม เหล่าบรรดาแข้งขาฝ่าเท้าที่เคยไล่เหยียบย่ำบัดนี้ก็ได้มลายหายไปหมดสิ้น!."แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ เช่นไรเล่าเจ้าคนแซ่จาง เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาแท้ ๆ ริอาจลองดีกับข้า หมัดถ่วงสวรรค์น่ะยังมีขั้นที่สูงกว่านี้อีกนะ นี่ถือว่าข้าแก่ชราเฉย ๆ หรอก มิเช่นนั้นโลหิตเหลวในกายเจ้าจะเกิดปฏิกิริยากับธาตุไฟยิ่งกว่านี้เสียอีก!"."ว่าแต่แล้วนี่ข้าจะออกไปจากมิติทรงจำนี้ได้เช่นไร?".ฉับพลันองค์จักรพรรดิสวรรค์ก็ได้ตวัดดัชนีปาดทแยงมุมจากซ้ายไปขวา เพื่อสลายเศษอาคมวงแหวนที่แตกกระจายหลงเหลืออยู่ในชั้นบรรยากาศ อันถือได้ว่าเป็นที่สิ้นสุดสำหรับมหาอาคมหมัดถ่วงสวรรค์ ตามติดมาด้วยการเพ่งจิตบำเพ็ญเรียกปราณอรหันต์สีทองออกมาจากปลายนิ้วดัชนีอีกครั้ง คราวนี้องค์ท่า
Magbasa pa

บทที่ 32 : แคว้นตะวันเพลิง

หลังท่านเง็กเซียนนำสัมปัชชัญญะออกมาสู่โลกภายนอกได้แกก็ถึงกับโล่งอก ยาจวี้หลิงตัน (聚灵丹) เม็ดยาลูกกลอนสำหรับฟื้นพลังปราณถูกควักออกมาจากแขนเสื้ออีกครั้ง ก่อนที่มันจะเปล่งแสงทอประกายอยู่ครู่สั้นแล้วก็หายวับไปในทันใด! หลังพระองค์ตระหนักขึ้นได้ว่าได้ทานยานี้เกิน 3 เม็ดต่อวันซึ่งเลยจุดตันมาแล้ว กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่องค์ท่านเลยทำได้แค่ต้องพักสถานเดียว สีหน้าซีดเซียวเม็ดเหงื่อแตกซ่านโดยมิต้องถามยังไงแกก็ต้องกลับตำหนักหวงหือลี่ (黄花梨) ในแคว้นสวรรค์ทองคำ (จินเชวี่ยเทียนฉาว 金阙天朝) เป็นการด่วน!."แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ , ท่านปู่ซืออี้ข้าฝากซักถามมนุษย์ผู้นี้แทนข้าด้วย เห็นทีข้าคงต้องกลับไปพักที่ตำหนักก่อน บางทีข้าน่าจะฝืนใช้พลังปราณวิญญาณเยอะเกินไป แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ "."แค๊ก! , แค๊ก! , แค๊ก! , แค๊ก!".พูดยังมิครบประโยคดีเหล่าหทารโอสถก็กรูกันเข้ามาดูอาการประมุขสวรรค์อย่างเร่งรีบ เช่นกันกับปู่ซืออี้ที่แทบจะต้องโผลเข้ามาสอดแขนคล้องประคององค์เง็กเซียนเอาไว้มิให้เซล้ม."ข้าทราบแล้วขอรับ! ท่านเง็กเซียนเองก็พักสักนิดก่อนเถิด สิ่งแรกเลยคือท่านต้องปล่อยมือออกจากหัวของคนแซ่จางผู้นี้ก่อน เขาเองก็มิอยู่ในสภาพที่จะต
Magbasa pa

บทที่ 33 : ร้อนมันร้อนเป็นไฟ

เปลวความร้อนแผ่ซ่านรอบตัวราวกับอยู่ในห้องซาวน่า มัันมิถึงกับร้อนแต่ก็อยู่ในระดับที่เรียกว่าอุ่นมากหรือไม่ก็อุ่นเกินไป จางอี้เฟิงจึงคิดว่าลืมตาก่อนน่าจะดีกว่า เป็นความจริงที่เจ้าตัวนั้นตื่นรู้มาได้ครู่ใหญ่แล้ว อานุภาพของเคล็ดวิชาอรหันต์ย้อนวัฏจักรดูจะสูญสิ้นไปนับตั้งแต่ที่ร่างกายโผล่พ้นออกจากเขตแคว้นเซียนแสงจันทร์ ฉะนั้นกับสิ่งที่เป็นอยู่จึงเหมือนเป็นการฟื้นฟูเสียมากกว่า.ประกอบกับเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ค่อนข้างจะฉลาดพอตัว เขารู้ได้โดยพลันว่าหากลุกขึ้นจากเตียงพรวดพราดคงมิแคล้วโดนค้นวิญญาณหลอมดวงจิตอีก มิสู้แกล้งนอนต่อไปก่อนแล้วจึงค่อย ๆ ลอบฟังบทสนทนาของทวยเทพที่อยู่รายรอบ หากเป็นเช่นนั้นเขาก็พอจะประเมินสถานการณ์ได้ และถ้ามิใช่เพราะสิ่งที่ได้ยินเป็นการกล่าวถึงตนในระยะเผาขน จางอี้เฟิงก็คงมิลืมตาขึ้นเยี่ยงนี้!."มนุษย์ผู้นี้งั้นรึที่ท่านปู่ซืออี้กำชับว่าจะให้ตายมิได้เป็นอันขาด! พวกเราต้องรักษาเขาด้วยโอสถชั้นเลิศ! ลองคนของตำหนักหวงฮือลี่ (黄花梨) ลงทุนเช่นนี้เห็นทีคงปลีกตัวหนีมิพ้น , เฮ้อ..อ..อ..!"."เอาเถิดน่ายามนี้สวรรค์ก็ใช่ว่าจะปกติ ยามศึกสงครามหากมิเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันแคว้นตะวันเพลิง (เอี่
Magbasa pa

บทที่ 34 : ภาระผูกพัน

แคว้นตะวันเพลิง (炎阳圣域) มีชื่อจีนอย่างเป็นทางการว่า "เยว่ฮวาเซียนโจว" มีอาณาเขตอยู่ติดกับแคว้นเซียนแสงจันทร์ในทิศบูรพา หากแต่ลักษณะทางภูมิศาสตร์นั้นเรียกได้ว่าต่างกันลิบลับ แคว้นเซียนแสงจันทร์มีบทบาทเป็นเมืองแห่งการค้า ขึ้นชื่อลือชาด้านความทันสมัยและสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่งสะดวกสบายจะใช้อาวุธเวทย์เหาะเหินอะไรก็ย่อมได้ หรือจะใช้ราชยานเมฆาเช่นที่ท่านเง็กเซียนใช้ก็มิมีกฎห้าม แม้สุดท้ายแล้วทุกอย่างจะถูกเทียนซิ่งจงทำลายลงจนย่อยยับ.ทุกอย่างโล่งเตียนราวกับสนามฟุตบอล ทั่วทุกหัวระแหงเต็มไปด้วยม่านเพลิงกำแพงไฟ คำถามคือสภาพการณ์เช่นนั้นต่างจากแคว้นตะวันเพลิง (炎阳圣域) ณ ตอนนี้ตรงไหน! ที่ว่าลิบลับกลายเป็นอดีตอันห่างไกล เพราะปัจจุบันแดนเซียนแห่งนี้ก็ยังเต็มไปด้วยสายธารแห่งไฟ ภูเขาสีดำน่าตายน้อยใหญ่ผุดขึ้นมากมายสลับซับซ้อน.เยว่ฮวาเซียนโจวมิใช่แคว้นที่จะเหยียบย่ำเข้ามาได้โดยง่าย ผืนพิภพบนนี้ร้อนฉ่าราวกับขุมนรกที่ยกขึ้นมาอยู่บนเมฆ มีธารเพลิงแผดเผาแทรกซึมอยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกมันหลากล้นลงมาจากยอดเขาเสียดฟ้าที่บ้าคลั่งการปะทุ บางส่วนก็ไหลซึมออกมาตามรอยแยกของแผ่นดิน เกิดเป็นโครงข่ายที่แม้แต่ทวยเทพประจำแ
Magbasa pa

บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว
Magbasa pa

บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา
Magbasa pa

บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

"วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา
Magbasa pa

บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ
Magbasa pa

บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

"เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน
Magbasa pa
PREV
12345
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status