Accueil / รักโบราณ / เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+) / บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

Partager

บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

Auteur: L.sunanta
last update Date de publication: 2026-08-20 08:01:53

ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่

.

"ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)"

"แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"

แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ

.

เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ

.

"เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลาดทำให้หน่อปราณทิพย์เสียหาย! เส้นชีพจรแตกซ่านวุ่นวาย! จากเซียนหนุ่มรูปงามก็เลยกลายเป็นตาเฒ่าขี้โรค ปราณร้อนของแคว้นตะวันเพลิงเผากายเนื้อแกได้ตั้งแต่สัมผัสแรกด้วยซ้ำ ฉะนั้นกายาเจ้าจึงถูกใช้เป็นภาชนะ"

.

"ข้ารู้! เห็นข้าเถียงเจ้าสักคำรึยังเล่า! แต่ไยต้องเป็นข้าด้วยคนอื่นก็มีเยอะแยะ?!"

ตวัดมุทรากระบี่เปล่งแสงออกจากปลายนิ้ว พลางดึงเอากาน้ำชาบนถาดรองในมือสหายขึ้นมากระดกดื่มอึก ๆ ๆ

.

"อ่า..า..า..! เจ้าว่าข้ากล่าวเกินจริงรึ!?"

.

"นั่นสินะ..อาจจะเป็นเพราะเจ้ามีบั้นท้ายที่ใหญ่โตกระมัง ผู้อาวุโสแกมิมีทางใช้วิชาเหาะเหินหรือเคลื่อนย้ายปฐมจิตใด ๆ ในแคว้นแห่งนี้ได้อยู่แล้ว ทางเดียวที่จะออกไปได้โดยปลอดภัยก็คงมีแต่การเร้นกายแฝงไปกับกลุ่มควันในตัวเจ้า ข้าเสียใจด้วยแต่จบแล้วก็ให้มันจบไปเสียเถอะ!"

.

"เหอะ! , หนี่ปู๋ซื่อหว่อสั่วอี่หนี่เข่อ! (Z你不是我!) (เจ้ามิใช่ข้าเจ้าก็ทำเป็นพูดดีได้น่ะสิ!)

ร่างหนาในอาภรณ์สีชาดยังคงงุ่นง่านอย่างมิสบอารมณ์

.

มิหนำซ้ำเสียงขบขันนินทาก็ยังดังระงมมาเป็นระยะ จางอี้เฟิงที่นั่งหย่อนขาฟังอยู่บนเตียงหยกจึงคิดอยากจะถามคำถามที่เจ้าตัวอยากทราบขึ้นมาเพื่อหวังเปลี่ยนบรรยากาศ

.

"คะ..คือ..ขออนุญาตท่านเซียนทั้งสองนะครับ งั้นหรือว่าที่ท่านปู่ซืออี้แกให้ป้ายหยกอันนี้แก่ผมไว้ก็เพราะจริง ๆ แล้วแกมีข้อจำกัดในการเดินทางมาที่แห่งนี้ แกกลัวไฟ! แกโดนไฟไม่ได้! ใช่แบบนี้รึเปล่าครับ?"

.

"บร๊ะ! เจ้าคนแซ่จางเจ้านี่ฉลาดเฉียบแหลมต่อหน้าข้าเป็นหนที่สองแล้วนะ! ถูกต้องดังเจ้าว่าทุกประการ! การเห็นคนหัวไวเช่นเจ้านี่ทำข้าอารมณ์ดีขึ้นมาเชียว! ฮั่ว! ฮ่า ๆ ๆ เอาล่ะข้าจะแสร้งลืมมันไปเสียก็ได้"

.

"ว่าแต่เจ้าอยากเข้าเป็นศิษย์สายตรงของข้าไหมเล่า ถึงข้าจะเป็นเซียนระดับต่ำแต่วิชาธาตุหยางของข้าล้วนนำพาให้เจ้ารอดได้.. ที่นี่มีเทพหลากหลายบางองค์ก็ไว้ใจไม่ได้.. มิสู้อยู่กับข้ารับรองปลอดภัยหายห่วง ศักยภาพเจ้าเองก็มิด้อยทั้งยังมีศักดิ์เป็นถึงวีรบุรุษที่ช่วยแคว้นเซียนแสงจันทร์เอาไว้.. โอ๊ย..ย..ย..ย ข้านี่แสนจะตื่นเต้น~! มาอยู่กับข้าเถอะนะฮ่า! ๆ ๆ ๆ"

.

ประโยคแรกพูดดังสะใจแต่ประโยคหลังนี่ต้องใช้มือป้องปาก แล้วแกก็พูดไวเป็นต่อยหอยพูดแบบไม่เอาคนฟังใด ๆ ทั้งสิ้น พูดจนลิงหลับจนน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งเต็มคลอง อันเป็นนิสัยประจำกายของเทพแห่งไฟผู้นี้ไปแล้ว ฝั่งจางอี้เฟิงเองก็ได้แต่ยิ้มสู้มนุษย์ผู้มีความรู้บนโลกเซียนแห่งนี้น้อยเท่าหางอึ่งจะกล้าแย้งอะไร เจ้าตัวก็เลยได้แต่พยักหน้ารับไปแบบส่ง ๆ จนกระทั่งภาพตัดไปเองด้วยความรำคาญ

.

.

หลายวันต่อมาจางอี้เฟิงในชุดคลุมกันไฟหานอวี้เผา (寒玉袍) ก็มายืนเหยียดยืดกายอยู่หน้าโถงถ้ำ เคหะสถานแห่งนี้อยู่สูงจากระดับธารเพลิงเบื้องล่างราวสามร้อยจั้ง หรือเทียบได้กับความสูงของดอยสุเทพที่สูงจากระดับน้ำทะเล นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ปราณโลกัณฑ์มิอาจกัดกร่อนผู้ที่อยู่อาศัยบนนี้มากเท่าใดนัก ทั้งยังเป็นแหล่งพำนักส่วนตัวของนักบำเพ็ญสายเพลิงโอสถคนเมื่อครู่ด้วย จะด้วยความถูกชะตาหรือวาสนาอะไรก็ตามแต่ ทว่าทำไปทำมาแกก็มัดมือชกจนกลายเป็นอาจารย์คนแรกของจางอี้เฟิงไปจนได้

.

"อ่าาา..อากาศโคตรไม่ดีเลย แต่เช้า ๆ แบบนี้ก็ต้องเหยียดแขนท่านี้ล่ะนะ! , ฮึบ!"

เถ้าภูเขาไฟเต็มโพรงจมูกสูดเข้าไปเถอะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ล้วน ๆ

.

ซึ่งพอมองย้อนไปด้านหลังจากหน้าผาที่จางอี้เฟิงยืนอยู่ เขาก็พบว่าแท้ที่จริงถ้ำเซียนแห่งนี้ก็ล้วนแต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวเขาสันหลังมังกรแทบทั้งสิ้น! สีดำทมิฬน่าตายของมันดูกี่ทีก็ชวนขนลุก ที่นี่ไม่มีความน่าอยู่เลยสักนิด แม้จะดีมีความปลอดภัยแต่ก็ไม่ใช่ที่ ๆ ควรจะรั้งอยู่นาน ตัวถ้ำภายในมีลักษณะเหมือนโพรงที่โดนอาคมเวทย์เจาะทะลวงคว้าน มันดูคล้ายกับรูหนูหรือไม่ก็โพรงกระต่าย หากแต่ภายในกลับถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่พอจะหาได้ มิได้ดูอนาถาจนเหมือนกับพวกยาจก

.

ความกว้างขวางเทียบได้กับคอนโดดี ๆ หนึ่งห้อง โต๊ะตู้เตียงมีพร้อมทั้งยังเป็นแบบที่มีลวดลายแกะสลักวิจิตรบรรจง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาสร้างมันขึ้นได้ด้วยวิธีไหน ในเมื่อที่นี่มีแต่เปลวเพลิงกับเปลวไฟ บริเวณหน้าสุดถึงเป็นบานประตูกลขนาดยักษ์สำหรับเข้าออก จางอี้เฟิงคิดว่ามันน่าจะทำขึ้นจากศิลากันไฟเช่นเดียวกับที่เห็นในหอเทียนอี (天医殿) เวลาที่พักอยู่ในนี้อุณหภูมิถึงเย็นลงราวกับอยู่คนละโลก และเวลาจะเข้าจะออกทีก็ต้องใช้อาคมเคลื่อนย้ายเพื่อถ่างพวกมันสองบานออกด้านข้าง ฉะนั้นด้วยแรงทางกายภาพเยี่ยงมนุษย์จึงเป็นไปมิได้เลยที่จะเข้าออกถ้ำแห่งนี้ได้โดยอัธยาศรัย

.

แล้วก็เป็นจุดนี้นี่แหละที่ทำให้จางอี้เฟิงรู้สึกตะขิดใจอยู่หน่อย ๆ เขากำลังคิดว่าตัวเองเหมือนโดนขังอยู่ในคุกก็มิปาน

.

"อืมนั่นสินะ! เราคิดว่าวันนี้ก็น่าจะได้ลงมือทำในสิ่งที่ปู่ซืออี้ฝากเสียงมากับแผ่นหยกนี้แล้วล่ะ ถึงเวลาที่เราจะต้องถ่ายทอดเคล็ดฟุตบอลให้กับพวกท่านเซียนเขาสักที"

จางอี้เฟิงควักเอาแผ่นหยกขึ้นมาถือไว้ในมือ เขาทำท่าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง

.

"แรกเริ่มเราก็ไม่ได้ขึ้นสวรรค์มาเพื่อจะเสพสุขอะไรอยู่แล้วนี่ มันคือสงคราม! คือการรบราฆ่าฟัน! เจ็บจริงตายจริง! อยู่แบบนี้ก็ดีกว่าตายล่ะเน๊อะแล้วจะทำเป็นบ่นเพื่อ?!"

กำป้ายหยกไว้แน่นพลันนึกย้อนกลับไปถึงข้อความ ขององค์เทพหออักษรเมื่อหลายชั่วยามก่อนที่ว่า

.

องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้มีบรรชาแต่งตั้งจางอี้เฟิงให้เข้ารับตำแหน่งแล้ว โดยเบื้องต้นเขาจะกลายเป็นครูฝึกแบบในนาม มีอำนาจเต็มในการเรียกใช้เหล่าทหารสวรรค์ , เทพสงครามอู่เสิ่น , ทวยเทพประจำแคว้น หรือแม้กระทั่งชาวสวรรค์ที่มีคุณสมบัติเหมาะจะเป็นผู้ใช้เพลงแข้งฝึกวรยุทธบาทาขย่มฟ้าอันมีนามว่า "ฟุตบอล" เป้าประสงค์หลักคือเทพทุกองค์จะต้องใช้เท้าเป็น! ต่อให้โจมตีมิได้แต่อย่างน้อยต้องใช้เท้ารับการโจมตีของพวกเทียนซิ่งจงได้! กำหนดเวลามิแน่นอนแต่จางอีเฟิงต้องมีทีมระดับพระกาฬที่พรั่งพร้อม หากเทียนซิ่งจงบุกมาพวกเขาจะเป็นหน่วยแรกที่เข้าประจัญบานทันที!

.

นึกถึงตรงนี้ป้ายหยกในมือก็ถึงกับร้อนฉ่าขึ้นมาเลย นักบอลหนุ่มตำแหน่งปีกขวาแห่งสำนักกีฬาลี่ฮือหลวง (李旭龙) กำลังจะได้ทำในสิ่งที่ถนัดที่สุดในชีวิตแล้ว! ใจแม่งร้อนกว่าไฟ! แคว้นตะวันเพลิงนี่แหละเหมาะกับคนมีไฟเช่นนี้เป็นที่สุด!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status