Share

บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

Author: L.sunanta
last update publish date: 2026-08-30 22:55:32

"เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"

เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์

.

"โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"

สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส

.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว

.

ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร

.

อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดินออกมายืนในตำแหน่งหน้าสุดต่อหน้าทวยเทพทุกองค์ ระดับความประหม่านั้นเรียกได้ว่าเข้าขั้นมหันตภัย น้ำเสียงของเขาจึงเต็มไปด้วยความสั่นเครือที่คล้ายกับคนที่กำลังเหน็บหนาว

.

"ต้าเจียห่าว (大家好) สวัสดีครับทุกท่านผมชื่อจางอี้เฟิง วันนี้ผมจะมานำเสนอกติกาการเล่นฟุตบอลและวิธีการเตะบอลขั้นพื้นฐานนะครับ รากฐานของตึกคืออิฐ รากฐานชีวิตคือการศึกษา ส่วนรากฐานกีฬาคือสนามหญ้าที่เราเหยียบอยู่นี้.."

พิษความตื่นเต้นกำเริบ ปกติเคยแต่เอาของไหว้ไปบูชาตามเทศกาลแต่ครั้งนี้กลับต้องมายืนพูดต่อหน้าทวยเทพที่ตนเคารพ

.

"สนามฟุตบอลพื้นฐานมีขนาดกว้างคูณยาวอยู่ที่ 105 x 68 เมตร ประกอบด้วยเสาเหล็กที่มีตาข่ายกั้นอยู่ด้านหลัง 2 อัน สิ่งนี้เรียกว่ากรอบประตู ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้มีอยู่อย่างเดียวคือลูกหนังทรงกลมที่มีลมอยู่ข้างใน.. "

.

จนกระทั่งเริ่มเห็นแล้วว่าเหล่าเซียนเองก็ออกจะเป็นมิตร นักบอลหนุ่มจึงลองออกคำสั่งดูบ้างโดยลงทุนเอาป้ายหยกที่ปู่ซืออี้ให้ไว้มาแขวนไว้ที่คอ แล้วสั่งจัดแถวหน้ากระดานเรียง 4 ! บอกให้ทุกคนนั่งเอาก้นสัมผัสกับผืนหญ้า!

.

การเตะฟุตบอลนั้นต้องซึมซับบรรยากาศ จะต้องมีการล้มกลิ้งล้มหงายบนพื้นผิว พวกเขาเป็นเซียนอาจจะมิรู้เรื่องเหล่านี้และหากมีใครรับไม่ได้ก็จะได้ถอนตัวออกไป อีกประการคือจางอี้เฟิงจำวิธีนี้มาจากผู้ฝึกสอนที่สำนักกีฬาลี่ฮือหลวง (李旭龙) เพราะไม่ใช่ว่าทุกสนามจะมีห้องพักนักกีฬาให้ เวลาจะแก้เกมตอนพักครึ่งโค้ชจึงมักจะมายืนข้างสนาม แล้วก็ให้นักฟุตบอลนั่งฟังกับพื้นหญ้าด้วยอิริยาบถดังกล่าว ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่ฟุตบอลจริง ๆ ควรจะเป็น

.

"อ๊อ! ผมขอเว้นท่านเทพสงครามอู่เซิ่นไว้องค์หนึ่งก็ได้ครับ ท่านมีสปิริตที่แรงกล้ามากแต่ด้วยอุปกรณ์เสริมของท่านที่สวมใส่มา ผมว่าท่านยืนต่อไปน่าจะเหมาะกว่านะครับ"

ไม่ได้แค่พูดแต่จางอี้เฟิงยังเดินเข้าไปสอบถามอาการของแกด้วย

.

ก่อนจะได้ความคร่าว ๆ ว่าสมบัติเวทย์คุ้มกายนี้เป็นผลงานของตำหนักเทียนอี (天医殿) อีกเช่นเคย มันคือกลไกลชุดขาเทียมที่ใช้ศิลาดาราเป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อน ประกอบด้วยชุดฟันเฟืองทองเหลือง โซ่ตรวนอัสนีสำหรับเชื่อมประสาน แล้วก็ใช้โลหะที่ตีขึ้นจากหุบเขาสุริยันสร้างบอดี้ทั้งหมด จนได้ออกเป็นชุดขากลพลังเวทย์ที่มีอานุภาพเหนือกว่าขาเดิมที่โดนตัดครึ่งท่อนไปเสียอีก

.

เขาประทับใจในสิ่งที่เห็นมาก เพราะแค่มองไปยังแววตาของเทพอู่เสิ่นผู้นี้ก็รู้แล้วว่าอยากจะถอนแค้นพวกเทียนซิ่งจงมากแค่ไหน หากแต่เพราะร่างกายที่ยังมิสมบูรณ์ดีนัก เลยได้แต่ขอร้องให้แกยืนดูคนอื่น ๆ ซ้อมไปพลางก่อน โอกาสของแกจะต้องมาถึงในสักวันหนึ่งซึ่งตัวเทพอู่เสิ่นเองก็เข้าใจดี

.

"แป๊ะ! , แป๊ะ! , แป๊ะ! , แป๊ะ!"

ตบมือเรียกพลังทำท่าเหมือนที่พวกโค้ชชอบทำกับลูกทีม

.

"เอาล่ะครับทุกคนเรามาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า เมื่อครู่ผมได้อธิบายไปแล้วว่าองค์ประกอบของฟุตบอลมีอะไรบ้าง ต่อไปจะเป็นการลงรายละเอียดในเรื่องของตำแหน่งการยืน เพราะขึ้นชื่อว่านักฟุตบอลแล้วยังไงก็ต้องวัดกันด้วยฝีเท้าในสนาม อาจารย์หยานเซิงครับขอเชิญด้านหน้าด้วย! ผมอยากได้ไวท์บอร์ด!"

ทั้งกวักมือเรียกทั้งพยักหน้าให้ โดยมิได้สนใจเลยว่าสวรรค์เขาใช้ศัพท์แสงเช่นนี้กันหรือไม่

.

เสินเมอะ?! (那是什麼?) เจ้าคิดว่าข้ารู้รึ? ว่ามันคืออะไรเจ้าลูกศิษย์?"

.

จางอี้เฟิงก็เลยต้องก้มหน้าลงไปกระซิบซุบซิบ ๆ ๆ ที่ใบหู และหยานเซิงก็ถึงบางอ้อ! แน่นอนว่ามิมีใครเผากงเต๊กกระดานไวท์บอร์ดขึ้นมาบนสวรรค์หรอก แต่อาจารย์หยานเซิงกลับมีสติปัญญาพอ ทั้งยังดึงคุณสมบัติย้อนเวลาของค่ายกลชีวาตาลปัตรออกมามาใช้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

.

"วิ๊งค์~!"

สองดัชนีคู่ตวัดมุทรากระบี่แบบเฉียงทะแยงมุม จนได้ออกมาเป็นยันต์กระดาษแผ่นหนึ่ง

.

แผ่นยันต์นี้มิได้มีราคาค่างวดอะไรเป็นยันต์เก่า ๆ ที่ใช้ศิลาดาราไม่ถึงครึ่งก้อนก็แลกได้ หากแต่หยานเซิงกลับต้องการใช้คุณสมบัติการเป็นกระดาษของมันซะมากกว่า เพราะหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้ทำการตวัดดัชนีป่ายปัดไปมาฟึบฟับ! เพื่อดึงเอาเศษเสี้ยวของพลังค่ายกลชีวาตาลปัตรด้านบน ให้ลงมาสถิตในกระดาษยันต์แผ่นเล็ก ๆ เบื้องล่าง

.

"พรึบ!!!"

.

โอ้แม่เจ้า! ประหนึ่งไฟฉายขยายส่วนของโดเรม่อนก็มิปาน! เมื่อจู่ ๆ กระดาษยันต์ก็ขยายใหญ่ขึ้นเท่ากับกระดานไวท์บอร์ดได้จริง ๆ ทั้งยังเป็นกระดาษขาวเปล่า ๆ ที่น่าเขียนน่าลูบไล้เสียด้วย ดูเหมือนว่าเบื้องหลังความอัศจรรย์จะมาจากอิทธิฤทธิ์ของค่ายกล เดิมทีมันมีหน้าที่ย้อนทุกสิ่งให้กลับไปเป็นของเมื่อครั้งอดีต! เพราะฉะนั้นแผ่นยันต์ดังกล่าวก็น่าจะถูกทำให้ย้อนกลับหลังจนกลับไปอยู่ในยุคเริ่มต้นของมัน เมื่อครั้งเป็นกระดาษแผ่นใหญ่ ๆ ที่ยังมิโดนตัด

.

แผ่นกระดาษนี้ลอยตั้งฉากให้เทพทั้ง 20 องค์เห็นอยู่ได้ ผ่านทางปราณเคลื่อนย้ายวัตถุของหยานเซิง มากไปกว่านั้นเขายังตวัดมุทรากระบี่ปล่อยแสงออกจากปลายนิ้ว เพื่อเรียกเอาพู่กันวิเศษอันหนึ่งออกมาส่งให้แก่จางอี้เฟิงด้วย

.

"วิ๊งค์~!"

.

"รับไปสิศิษย์รักของข้า ด้วยพู่กันหมึกทมิฬนี้ต่อให้เจ้าไม่จุ่มหมึกเลยสักครั้ง มันก็จะเขียนได้ต่อเนื่องแบบเป็นอนันต์ เหมาะมากสำหรับให้เจ้าใช้วาดเขียนบนกระดาษนี่เพื่อสั่งสอนเรา"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status