Share

บทที่ 30 : หมัดถ่วงสวรรค์

Penulis: L.sunanta
last update Tanggal publikasi: 2026-07-22 21:04:58

แรงสั่นสะเทือนกระเพื่อมเข้าไปถึงตับม้าม เหยียบย่ำลงมาทีมีแต่คำถามว่าจะเอาชีวิตรอดออกไปได้เยี่ยงไร ชั่วยามนี้ที่ท่านเง็กเซียนวิ่งพล่านอยู่ในสนามฟุตบอล แต่หารู้ไม่ว่าในสายตาแกนั้นเหมือนตนเองกำลังโดนโขลกอยู่ในครกบดโอสถก็มิปาน! แข้งขากับฝ่าเท้ายักษ์ต่างระดมทิ่มลงมาจากฟากฟ้ามิหยุดหย่อน! กระทั่งมารู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่องค์ท่านวิ่งมาถึงวงกลมตรงกลางสนามแล้ว!

.

"แฮ่ก ๆ , แฮ่ก ๆ , เส้นสีขาวนี้คือสิ่งใด? ไฉนถึงโค้งเป็นวงคล้ายกับอาคมค่ายกลเช่นนี้?"

ความฉงนสนเท่ห์นี้เองที่ทำให้ท่านเง็กเซียนหยุดวิ่ง แกมิรู้หรอกว่าวงกลมตรงกลางสนามบอลมีที่มาที่ไปเช่นไร แล้วก็มิรู้ด้วยซ้ำว่าฟุตบอลคืออะไร? รู้แค่ว่าผืนหญ้าตรงนี้มีเส้นสีขาวตีเป็นวงกลม ซึ่งเหมาะมากที่จะให้แกได้ใช้วิชาสวรรค์เพื่อโต้กลับ

.

"ขนาดรูปร่างกำลังพอเหมาะเลย เช่นนี้ก็จะร่นเวลาลงได้บ้างโดยมิต้องกังวลเรื่องความปราณีตนัก!

เหงื่อนองเต็มหน้าทั้งยังหอบแฮ่ก ๆ แต่ถึงกาลนี้แล้วจะออกหน้าไหนก็มีแต่ต้องทำ

.

" 生 (เซิ่ง) , 老 (เหล่า) , 病 (ปิ้ง) , 死 (สื่อ) , 善 (ซ่าน) , 恶 (เอ้อ) , 高 (เกา) , 低 (ตี) ผนึกจงเปิด! จงออกมาเคล็ดวิชาหมัดถ่วงสวรรค์!"

ขณะเปล่งวาจาร่ายอาคมด้วยน้ำเสียงอันดังก้อง สองนิ้วชี้กับนิ้วกลางที่ขนาบนาบกันเป็นมุทรากระบี่ก็ป่ายปัดออกด้านข้างวาดเป็นวงกลม มือซ้ายกับมือขวาของท่านเง็กเซียนสอดคล้องกันเป็นพลวัต โดยอ้างอิงเอาเส้นกลางสนามสีขาวเป็นแกนหลัก เพราะมันแท้ ๆ ที่ทำให้กระบวนการนี้รวดเร็วยิ่งขึ้น

.

ด้วยขนาดและความโค้ง 360 องศาของเส้นขาวทำให้องค์เง็กเซียนสร้างวงแหวนอาคมขึ้นมาได้ทันท่วงที จากปกติที่กว่าจะวาดให้กลมได้ต้องใช้ความปราณีตสูงมาก แต่พอมีเส้นขาวเป็นแนวสายตามหาวิชาหมัดถ่วงสวรรค์จึงบังเกิดขึ้นอย่างอลังการ!

.

ม่านอาคมสีทองอร่ามปรากกฏเด่นเป็นวงโค้งเหนือศีรษะ อักษรจีนแปดตัวที่กล่าวในข้างต้นเปล่งประกายเรียงร้อยอยู่ภายใน ลักษณะมันคล้ายกับค่ายกลเคลื่อนย้ายแต่หนนี้กลับมิได้วาดอยู่บนพื้น แต่มาลอยอยู่เหนือเศียรขององค์จักรพรรดิสวรรค์แทน แล้วหลังจากนั้นพระองค์ก็ได้ใช้สองนิ้วขนาบนาบจากมือขวาฟันฉับลงมาเบื้องหน้า! โดยเจตนาเล็งไปยังฝ่าเท้ายักษ์หลายสิบข้างที่กำลังจะย่ำลงมาใส่!

.

"ฟึบบบ!"

.

พริบตาที่แสงจากปลายนิ้วส่องเจิดจ้าวงแหวนอาคมที่เต็มไปด้วยอักขระยึกยือก็เริ่มเคลื่อนที่ มันเคลื่อนที่จากแนวราบโน้มเอียงลงมาเป็นแนวเฉียงจนระดับองศานั้นสอดคล้องกับปลายนิ้วที่ล็อคเป้าไว้ ด้วยความสัตย์จริงว่ากระบวนการทั้งหมดทั้งสิ้นแม้จะใช้การบรรยายที่เนิ่นนาน แต่องค์จักรพรรดิสวรรค์กลับใช้เวลาในมิติมายาฝันเพียงแค่เสี้ยวอึดใจเท่านั้น แกทำทุกอย่างรวดเร็วมาก เร็วกว่าฝ่าเท้าข้างใด ๆ จะขยี้แกให้บี้แบนได้

.

"พึบ! , พับ! , พึบ! , พึบ!"

.

"ได้การณ์ล่ะ! เท่านี้ก็ถึงตาข้าแล้ว! จงรับไปเจ้ามนุษย์ผู้ต่ำต้อย! , หมัดถ่วงสวรรค์พันชั้นฟ้า!!!! , ย๊ากกกก!!!!"

.

"ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก!"

"ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก!"

"ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก! , ย๊าก!"

.

"ฮึ๊ยยยย! , ย๊ากกกกก!!!!"

.

ให้ตายเถอะ! นึกไม่ถึงว่าจะบ้าบอผยองโทสะได้ถึงเพียงนี้! หลังเข่าทั้งสองข้างถูกย่อลงจนมั่นคง แสงจากปลายนิ้วที่เคยอยู่ในรูปลักษณ์ของมุทรากระบี่ก็ถูกดึงกลับเข้าไปไว้ในกำปั้นทั้งสองข้าง! ปล่อยหนวดยาวที่เคยขาดให้พัดโบกปลิวไสว และเมื่อเกิดสภาวะจิตที่มั่นใจกำปั้นเรืองแสงเป็นล้าน ๆ จึงประเคนต่อยใส่ม่านอาคมตรงหน้าแบบสุดแรงเกิด!

.

"ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก!"

"ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก!"

"ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก! , ปั๊ก!"

เสียงกระดูกหัวไหล่ดังสู้กับเสียงมวลอากาศที่เสียดสีกับกำปั้น

.

ท่านเง็กเซียนกัดฟันเน้นสุดกำลังเหงื่อไหลต่างน้ำแต่แกก็หยุดมิได้ ครั้นจะให้วิ่งหนีต่อไปก็ดูจะเสียบุคลิกมิสู้วัดใจกันไปเลยดูจะมีสง่าราศีสมบารมีมากกว่า ซึ่งหลังจากนั้นเคล็ดวิชาหมัดถ่วงสวรรค์ขั้นพระกาฬก็สำแดงพิษสงอันแท้จริงออกมา!

.

ม่านอาคมตะแคงข้างเริ่มซึมซับพลังงาน อักษรจีนแปดตัวจำนวนมหาศาลยึกยือลอยวนอยู่ภายใน พวกมันต่างกระเพื่อมเป็นวงบุ๋ม ๆ บุบ ๆ บี้ ๆ ไปตามจังหวะในการต่อย ต่อยแรงก็บุบมากต่อยเบาก็บุบน้อย ต่อยร้อยยุบร้อยต่อยล้านก็ยุบล้าน!

.

ทว่าในฟากฝั่งตรงข้ามของม่านอาคม แรงต่อยทั้งหมดกลับถูกแปรสภาพให้กลายเป็นรูปลักษณ์ของปราณกำปั้นขนาดยักษ์! หมัดนับล้าน ๆ ถูกอาคมทำให้ขยายใหญ่ขึ้นนับพันเท่า! ว่ากันว่าอานุภาพความรุนแรงของมันสามารถขย่มสวรรค์ให้สั่นไหวได้เลย เพราะฉะนั้นการที่ท่านเง็กเซียนต่อยหมัดออกไป จึงมิต่างจากการเติมกระสุนให้แก่มหาอาคมหมัดถ่วงสวรรค์ เกมก็เลยพลิกบัดนี้แข้งขาฝ่าเท้าของพวกจางอี้เฟิงจึงต้องเผชิญกับปราณกำปั้นขนาดมหึมา ที่พุ่งสวนอากาศกระหน่ำโหมเข้ามาใส่เป็นชุด ๆ !

.

"ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! "

"ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! "

"ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! , ตู้มตู้มตู้ม! "

.

ห่าพายุหมัดทะยานออกมาเป็นระลอกคลื่น จังหวะการต่อยหนึ่งสองฮุคสลับแย็บของท่านเง็กเซียนส่งปราณกำปั้นยักษ์พุ่งปะทะกับรองเท้าสตั๊ดบิ๊กเบิ้มราวกับมวยถูกคู่! หลายลำขาถึงกับแตกสลายกลายเป็นผงธุลี! บางขาก็ล้มลงหงายท้องไปกับผืนหญ้าสั่นสะเทือนฝุ่นตลบ! เรียกได้ว่าท่านเง็กเซียนน่าจะมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะหมัดไม้ตายสุดท้ายที่แกมักจะชอบตะโกนแล้วก็โถมน้ำหนักใส่แบบทั้งไหล่

.

"เป็นไงล่ะพวกเจ้า! คิดจะต่อกรกับข้าก็บอกแล้วไงว่ายังเร็วไปหมื่นปี! จงรับกำปั้นสุดท้ายนี้ไปซะข้าจะได้ออกไปจากที่นี่เสียที! , ย๊ากกกกกก!!!!"

.

"ตูมมมมมมม!!!!"

.

อุปมาเหมือนหมัดขวาตรงของคุณไซตามะแห่งการ์ตูน ONE PUNCH MAN ก็มิปาน! องค์เง็กเซียนใส่แบบไม่ยั้งชนิดที่ไม่แคร์ว่าขาตัวเองจะขวิดแล้วลื่นล้ม หมัด ๆ นี้เหมือนเป็นการเดิมพันเพราะแกต่อยแบบลากเอาม่านอาคมให้พังพินาศตามไปด้วย! กำปั้นสุดท้ายนี้จึงพิเศษกว่าใคร ๆ เพราะมิใช่แค่ใหญ่และเป็นปราณสังหารสีทอง แต่มันยังลากเอาอักขระอาคมที่ทั้งขลังและติดบัฟสรรพคุณขยายส่วนไปกับปราณกำปั้นนี้ไปด้วย!

.

ซึ่งทันทีที่พุ่งไปสัมผัสโดนเป้าหมายเข้า ขาของจางอี้เฟิงในมิติฝันก็อยู่ในสภาพนี้ไปเลย!

.

"บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง! , บุ๋ง!"

มันมิได้แตกสลายกลายเป็นผุยผง แต่กลับปูดบวมขึ้นตามจุดต่าง ๆ ราวกับเม็ดฝีที่ใกล้จะแตก!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 40 : ลงทีมซ้อม!

    สัมผัสแรกที่หยิบพู่กันหมึกทมิฬขึ้นมาถือ ก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลราวกับพู่กันนี้มีชีวิต จางอี้เฟิงเข้าใจทันทีว่าทวยเทพทั้งหลายต้องแบกรับสิ่งนี้อยู่ตลอดเวลาเมื่อยามที่ใช้สมบัติเวทย์ เขารู้สึกได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยและพลังทางกายภาพที่ค่อย ๆ เสื่อมถอยลงไปทั้งที่ยังมิได้ขยับตัวใด ๆ แต่ครานั้นก็ยังกัดฟันสู้ ตั้งสติและทำหน้าที่การเป็นเฮดโค้ชเฉพาะกิจของตนต่อไป.ฝีแปรงแรกจึงถูกตวัดลงบนแผ่นกระดาษยักษ์ เพื่อลากเส้นทำเป็นกรอบสนาม เส้นข้าง เส้นกึ่งกลางวงกลม และกรอบประตู."ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"เบาราวกับขนนกประหนึ่งเพียงห้วงจิตคิด พู่กันวิเศษนี้ก็ลากไปจุดนั้นจุดนี้ได้เอง."เอาล่ะครับทุกท่านหลังบรรยายให้ฟังแบบปากเปล่า คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นอีกขั้นนะครับ ภาพที่เห็นอยู่นี้คือสนามฟุตบอลเมื่อมองจากมุมสูง จุดทั้ง 11 จุดเทียบได้กับตำแหน่งของผู้เล่น 11 คน โดยจะแบ่งความรับผิดชอบออกเป็น 3 แดน 3 บทบาท ได้แก่กองหน้า , กองกลาง , กองหลังและผู้รักษาประตู".""ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ! , ฉึบ!"ปาดพู่กันสะบัดวาดเป็นวงกลม แบบที่ไม่เหมือนกับในเนื้อเพลงเอาปากกามาวงของ เบล-วริศรา หากแต่เป็นการวงใน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 39 : ฟุตบอลของแท้

    "เอาล่ะข้าได้ทำกิจของข้าแล้วเสร็จแล้ว สหายหยานเซิงหลังพ้นยามเว่ย (未时) ค่ายกลนี้จะเสียสมดุล ถึงตอนนั้นท่านก็นำผังค่ายกลกลับไปคืนข้าที่ถ้ำเซียนด้วยแล้วกัน ข้าขอตัวไปที่หอเทียนอี (天医殿) ก่อนยังมีผู้ป่วยที่ข้าต้องดูแลต่ออีกมาก"เทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นสั่งเสียราวกับแถลงการณ์."โห.. ท่านพูดซะทำให้ข้าดูแย่ไปเลย~!"สวนทางกับอาจารย์หยานเซิงที่บ่นอุบด้วยคีย์เสียงเดียวกับพี่ยัต เฟดเฟ่ที่ออกรายการโหนกระแส.แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ดวงไฟปฐมจิตของเฟินอวิ๋นพุ่งโค้งแหวกอากาศเป็นสีแดงและหายวับลับขอบฟ้าไป เหลือไว้แต่ทวยเทพด้านล่างราว 20 องค์กับจางอี้เฟิงที่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียว ฉะนั้นจากนี้ไปอำนาจเต็มก็น่าจะตกอยู่ที่เขา เหลือจะเชื่อแต่ก็จริงที่จู่ ๆ จางอี้เฟิงก็เป็นใหญ่กว่าเทพเซียนบนสวรรค์ไปเสียแล้ว.ภายในโดมอาคมของค่ายกลชีวาตาลปัตร.อากาศในนี้นับว่าปลอดโปร่งเย็นสบายอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวผืนหญ้าจะมีความอุ่นร้อนอยู่สักหน่อย แต่ก็มิได้เป็นปัญหาในการลงน้ำหนักเท้าแต่อย่างใด ยังคงเหยียบย่ำได้และคอนโทรลได้ทั้งยังสปรินท์ใส่สปีดได้เต็มที่อีกต่างหาก จางอี้เฟิงสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดพลันเดิน

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 38 : อั๊วะจะได้เตะตอนไหน?

    บรรยากาศที่ดูร้อนอยู่แล้วยิ่งทวีองศามากยิ่งขึ้น ในชุดคลุมกันไฟทุกสายตาต่างก็เพ่งมองไปยังจุด ๆ เดียวที่อยู่กลางฟากฟ้า แล้วก็เป็นเทพโอสถเพลิงเฟินอวิ๋นที่ได้แสดงความสามารถให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ สิ่งที่ลอยอยู่เหนือมือแกแท้ที่จริงก็คือผังค่ายกลของค่ายกล "ชีวาตาลปัตร" (逆生回元阵) เดิมทีมันคืออุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาคนไข้ แต่เฟินอวิ๋นกลับลอบนำมาใช้ในทางส่วนตัว."หึ! หากพวกเจ้ารู้แล้วก็อย่าริอาจไปบอกใครเสียล่ะ! ค่ายกลนี้แม้จะดีแต่ก็ใช่จะใช้ได้นาน เวลาของพวกเจ้าย่อมมีจำกัด , ฮึ่ยยย! , ย่ะ!"เปลี่ยนจากมุทรากระบี่กลายเป็นฝ่ามือ เฟินอวิ๋นในชุดคลุมสีชาดหงายฝ่ามือขึ้น เพื่อส่งผังค่ายกลให้ลอยขึ้นเหนือหัว."กริก! ๆ , กริก! ๆ".ต่อด้วยการขับปราณอัคคีใส่เข้าไปจนผังค่ายแยกตัวออกจากกันเป็นชั้น และหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง! มีธงค่ายจำนวนมากพุ่งสวนออกมาเป็นพรวน! ลักษ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 37 : สนามซ้อมร้อนชิบเป๋ง!

    "วิงค์~!"ครู่สั้นต่อมาเทพโอสถเพลิงผู้สถาปนาตนเป็นอาจารย์ ก็วาร์ปร่างมาปรากฏตัวอยู่ด้านข้างจางอี้เฟิง."ศิษย์เอ๋ยเป็นเช่นไรบ้าง? ท่าทางเยี่ยงนี้แปลว่าเจ้าพร้อมจะดำเนินการฝึกแล้วใช่หรือไม่? อันที่จริงข้าพร้อมยิ่งกว่าเจ้าเสียอีกนะ ข้าไปตามพรรคพวกเซียนที่ข้ารู้จักมาร่วมอีกเพียบเลย อ๊อ! แม้แต่สหายเฟินอวิ๋นที่ใช้ฝ่ามืออัคคีรักษาเจ้าก็จะมาเช่นกัน เรือนถ้ำของเขาอยู่บนเขาฝั่งตรงข้ามนี้เองอีกมินานก็น่าจะมาถึง!"."อุ๊ย! ข้านี่ตื่นเต้นเสียจริง! นานทีปีหนบางทีอาจจะเกินร้อยปีแล้วกระมังที่ขาข้ามิได้ใช้งานเลย สิ่งที่เจ้าจะสอนเขาเรียกว่าอะไรนะ "ฟุตบอล" รึ? วรยุทธพิสดารที่ใช้เท้าควบวัตถุทรงกลม รุกรับพร้อมกันและหากทำได้ถูกจังหวะตามลำดับขั้น ก็จะใช้โจมตีศัตรูได้ราวกับการปล่อยเวทย์ , อื้อหือ! หากได้ใช้ร่วมกับปราณวิญญาณธาตุไฟของข้าล่ะก็ พวกเทียนซิ่งจงมีหรือจะกล้ากำแหง , ฮ่า ๆ ๆ ๆ!".จบประโยคบอกเล่าอันยืดยาวด้วยการหัวเราะอย่างกับพวกคนชั่วอีกเช่นเดิม อาจารย์สายเพลิงผู้มัดมือชกรายนี้มีนามว่า "หยานเซิง" ที่หากจะแปลก็น่าจะแปลว่า "ไฟแห่งชีวิต" เพราะแกเป็นเทพแห่งการรักษาอาคมที่ใช้จึงมิได้มีไว้ทำลาย แต่มีไว้เผา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 36 : ถ้ำเซียนแห่งเปลวไฟ

    ลักษณะการพุ่งประหนึ่งกลุ่มควันของจรวด Space X ของ อีลอน มัสก์ ผสมกับบั้งไฟล้านแห่งเมืองยโสธร สาบานได้ว่าจางอี้เฟิงมิเคยเห็นการผายลมครั้งใดจะสะเทือนตับไตได้เท่ากับครั้งนี้ และครู่สั้นที่เขาชำเลืองมาทางท่านเซียนโอสถเพลิงผู้เป็นเจ้าของรูตูด เขาก็รู้ได้โดยพลันว่าเจ้าตัวเองก็มิได้ปลาบปลื้มไปกับกิริยาล่วงละเมิดทางทวารนี้สักเท่าไหร่."ปู้ห่าว! (不好!) เสว่เบงยู่วปู้วเฮา! (這樣做不好!)""แหกหัวข้าเป็นสองซีกก็หนหนึ่งแล้ว! นี่ยังมาแหกรูตูดข้าแล้วขับตัวหนีไปอีก! ท่านเห็นข้าเป็นก้อนริดสีดวงหรือเยี่ยงไรปู่ซืออี้จะรังแกกันเกินไปแล้ว! , ฮึ่ยยย!"แช่งชักหักกระดูกสบถคำด่าผรุสวาทไล่หลังราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดูท่าความอับอายนี้จะยากเกินพรรณนา ใครเห็นเข้าก็มีแต่จะขบขันมีอย่างที่ไหนทางไปดี ๆ มีตั้งมากมายแต่กลับเลือกที่จะทำให้ผู้อื่นเกิดความลำบากใจ.เดือดร้อนไปถึงสหายเทพโอสถเพลิงองค์ที่ถือถาดน้ำชาที่ต้องเร่งเข้ามาปลอบ."เรื่องผ่านไปแล้วเจ้าก็อย่าได้ถือสาหาความเลย ผู้อาวุโสซืออี้แกก็เป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร การที่เจ้าถูกทำอาคมแฝงร่างใส่ก็เพราะปู่แกอ่อนแอเป็นทุนเดิม ผลจากการฝึกวิชากับอ่างคันฉ่องเนตรธาราพลั้งพลา

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 35 : ฟอร์มทีมจากกองไฟ

    สาเหตุที่เรียกตำหนักเทียนอี (天医殿) ว่าโรงถ้ำแทนที่จะเป็นโถงถ้ำ ก็เพราะว่าสถานที่แห่งนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่ถูกสร้างขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งแคว้นตะวันเพลิงที่ใช้อาคมเวทย์สังเคราะห์ขึ้นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของสำนักแพทย์เทวะแห่งนี้เทียบได้กับความเมตตาของบรรพบุรุษ ผนังทุกด้านจวบจนเพดานสร้างขึ้นจากศิลากันไฟ ส่วนพื้นหินที่เหยียบอยู่เบื้องล่างก็หลอมขึ้นจากกองซากศพของเหล่าเซียนที่หมดอายุขัย ดวงวิญญาณดับสลายหากแต่ร่างกายกลับคืนเป็นฐานรากให้แก่เซียนรุ่นหลังที่ทุพพลภาพ.ด้วยเหตุนี้ตำหนักเทียนอี (天医殿) จึงเป็นสถานที่เดียวในแคว้นที่กักปราณโลกัณฑ์ได้ พวกเขาจะควบรวมไฟวิญญาณมิให้ผู้ที่รักษาได้รับผลกระทบเกินไป หรือหากต้องการจะเพิ่มพลังไฟก็ได้ แล้วแต่ว่าจะอยู่ในระดับไหนของการบาดเจ็บ หากธาตุหยางมากไปกายก็หลอมละลาย หากธาตุหยินเยอะไปจิตมารก็จะเข้าแทรกแล้วอาการก็จะทรุดหนัก.เหล่าเทพโอสถเพลิงที่ทำงานที่นี่จึงค่อนข้างสำคัญ จำนวนของพวกเขาน่าจะเทียบได้กับจำนวนของช่างหลอมอาวุธที่ตั้งสำนักอยู่ใกล้กับหุบเขาเพลิงสุริยัน หนำซ้ำยังแต่งตัวเหมือนกันด้วยการสวมใส่เสื้อคลุมกันไฟที่เรียกว่า "หานอวี้เผา (寒玉袍)" ไว

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 26 : ไหนดูซิ?!

    ความรกร้างว่างเปล่าปรากฏแก่สายตา เต็นท์พลับพลากลับกลายเป็นตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งทุ่งหมาหลง เป็นเคราะห์ดีในโชคดีหรือจะว่าเป็นเพราะบารมีที่บำเพ็ญตบะมาอย่างถึงพร้อมขององค์เง็กเซียนก็ว่าได้ ที่ทำให้ห้วงเวลาที่วาร์ปมานี้เป็นจังหวะที่เทียนซิ่งจงพากันถอยทัพหนีกันหมดแล้ว พวกเขาไม่เหลืออะไรไว้เลยนอก

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 25 : ท่านเง็กเซียนลงสนามรบ

    ภาพเหตุการณ์ตัดมายังสถานที่แห่งหนึ่งในแคว้นเซียนแสงจันทร์ (月华仙洲) อาณาบริเวณนี้อยู่ลึกเข้าไปจากสมรภูมิเป็นระยะทางหลายลี้ มันถูกจัดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพลับพลาชั่วคราวของท่านเง็กเซียนประดิษฐานอยู่ เทพหลายองค์ยกย่องว่าที่นี่เป็นดั่งศูนย์กลางการบังคับบัญชา เป็นเต็นท์ของเหล่า

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 24 : ถอนทัพ

    จางอี้เฟิงมิเคยเห็นปรากฏการณ์เฉกเช่นนี้มาก่อน เขาเคยแต่เป็นมนุษย์ผู้อยู่ใต้ฟ้า ก็เลยมิอยากจะเชื่อสายตาว่าฟ้าเหนือฟ้าก็ยังมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ด้วย ค่ายกลลูกหนัง 18 ทิศถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ! ประกายแฉกสายฟ้าสีม่วงอินทนิลที่เคยกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จู่ ๆ ก็หดตัวกลับคืนไปราวกับกำลังวิ่งถอยหลัง! นักบ

  • เทพเซียนบอลเย้ยยุทธจักร (Nc 18+)   บทที่ 23 : กุนซือ

    ท่ามกลางร่างในชุดเกราะเหล็กของสหายร่วมรบที่กระเด็นกระดอน บางศพโดนบอลอัดกลางหน้าท้องแล้วลากผ่านหน้าจางอี้เฟิงไปเลยก็มี ชายหนุ่มอยู่ในสถานการณ์ที่จะพลาดมิได้อีกแล้ว ยิ่งปล่อยไว้นานยิ่งมีแต่การสูญเสีย มิหนำซ้ำขึ้นชื่อว่านักบอลแล้วไซร้การถูกตราหน้าว่าทำให้ทีมแพ้ยิ่งเป็นอะไรที่รับไม่ได้.การยอมจำนนมิใช่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status