แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: มังกรเร้นรุ้งยาว
องค์หญิงกับซูจือจือเป็นสหายสนิทกัน เห็นนางอารมณ์ไม่ดี จึงเรียกเหล่านางรำมาเพิ่มความสนุกสนาน

ซูจือจือมองการร่ายระบำตรงหน้า ทว่าไม่อาจปกปิดความกลัดกลุ้มภายในใจได้เลย

นางเงยหน้ากระดกสุรากลั่นไหที่สามลงไป ของเหลวที่เผ็ดร้อนแสบคอ ทำให้นางสำลักจนดวงตาแดงก่ำ

ซูจือจือผลักนางระบำบนแท่นการแสดงออกไปอย่างแรง ก่อนไปเปลี่ยนชุดระบำ แล้วเข้าไปด้านหลังฉากกั้น

ครู่ถัดมา ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างอรชรบอบบางร่างหนึ่ง ร่ายรำขึ้นอย่างช้า ๆ ไปตามทำนองบทเพลงที่บรรเลง แขนเสื้อกว้างพริ้วไหวดั่งเมฆสีเรืองรองโปรยปราย เครื่องประดับมุกบนศีรษะส่งเสียงกรุ้งกริ๊ง สายลมยามรัตติกาลพัดโชย กลีบบุปผานับไม่ถ้วนปลิวเฉียดปอยผมข้างแก้มของนาง ก่อนจะร่วงลงมาบนเอวอันบอบบาง.....

เสียงอุทานเพราะความงดงามอันน่าทึ่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ซูจือจือเหลือบตามองไปทางเหยียนจี๋สือ กลับเห็นสายตาของเขามองซูฉางเล่ออยู่ตลอด

ซูฉางเล่อไม่รู้ว่าโน้มไปกระซิบอันใดข้างหูเหยียนจี๋สือ ชายผู้เย็นชาดุจดั่งน้ำแข็งมาโดยตลอดผู้นั้น กลับใบหูแดงขึ้นอย่างหาได้ยาก

ซูจือจือนิ่งอึ้งไป จู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์สุด ๆ

นางโยนชุดระบำทิ้งอย่างไม่ลังเล ย่างเท้าก้าวลงแท่นการแสดงทันที

ในขณะเดียวกันนั้นเอง บรรดาผู้มีอำนาจผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพากันกรูเข้ามาราวกับแมลงวันก็มิปาน

“แม่นางก็คือซูจือจือสตรีงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงกระมัง พอจะให้เกียรติดื่มกับข้าสักจอกได้หรือไม่?”

“ได้ยินมานานแล้วว่าการร่ายรำของแม่นางเป็นที่น่าทึ่งไปทั่วทั้งเมือง วันนี้ได้เห็น ถึงได้รู้ว่าฟังร้อยครั้งไม่เท่าเห็นด้วยตาครั้งเดียวหมายความเช่นไร!”

“แม่นางออกเรือนหรือยัง ไม่ทราบว่าให้โอกาสข้าน้อยสักครั้งได้หรือไม่?”

บรรดาคุณชายในเมืองหลวงเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าถูกความงามของซูจือจือทำให้ทึ่ง มาขวางนางที่หลังฉากกั้น

เห็นนางมึนเมาเล็กน้อยจึงคิดจะลวนลามนาง

ซูจือจือรีบตะโกนขึ้น “เหยียนจี๋สือ!”

เขาที่เอาแต่อยู่ข้างกายซูฉางเล่อตลอดเพิ่งจะสังเกตเห็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของซูจือจือ แหวกทุกคนออกด้วยสีหน้าเย็นชา รูปร่างสูงสง่าของเขาทั้งยังอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน เพียงกดสายตาและคิ้วลงก็ทำให้คนรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง

เหล่าคุณชายที่อยู่บริเวณรอบต่างพากันถอยไป

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นชายบำเรอของใคร?” น้ำเสียงของซูจือจือเย็นชา ดึงผ้าโปร่งบางตรงอกของตัวเองออกเล็กน้อย

สายตาของเหยียนจี๋สือถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่นานนักก็ผินสายตาหนี “ขออภัยด้วยคุณหนูใหญ่ เมื่อครู่ข้าไม่ทันได้สังเกต”

“อย่างนั้นหรือ?”

ซูจือจืออาศัยความเมาขยับเข้าไปใกล้ ยกมือดั่งหยกเชยคางของเขา

“เช่นนั้น ท่านกำลังสังเกตผู้ใดอยู่ล่ะ?”

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจของซูจือจือแผ่วหวานดั่งกลิ่นกล้วยไม้ ทำให้ในหัวของเหยียนจี๋สือนึกถึงท่าทีเย้ายวนของนางยามอยู่บนเตียงโดยไม่รู้ตัว

อึก~

ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย ก่อนจะก้มหลบสายตา

“คุณหนูใหญ่ ท่านเมาแล้ว”

ซูจือจือกลับยิ้มขึ้น “ข้าไม่ได้เมา ข้ามีสติชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ……อย่าได้ใจร้อนไปเลย หลังข้าแต่งงานออกเรือนไป ข้าทำให้ท่านสมความปรารถนาแน่”

แต่ประโยคครึ่งหลังของนาง ก็ถูกกลบหายไปด้วยเสียงอุทานตกใจของทุกคน

ชายร่างสูงโปร่งสวมอาภรณ์แบบต่างแดนผู้หนึ่งแบกกรงเหล็กขนาดใหญ่กรงหนึ่งเดินขึ้นมา เขายิ้มอย่างลึกลับ ก่อนจะดึงผ้าแพรไหมสีแดงด้านบนออก

“พระเจ้า นี่มันงูหนิ่!” คุณหนูท่านหนึ่งอุทานขึ้น

ซูจือจือมองไปในกรงเหล็กนั้น ปรากฏว่าเห็นงูยักษ์ตัวหนึ่ง กำลังแลบลิ้นขู่ฟ่อใส่ผู้คน

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เห็นงูยักษ์นี้แล้วจะขนลุกอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นความตั้งใจดีขององค์หญิง

ทว่าความอันตรายก็เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตา

คิดไม่ถึงเลยว่างูยักษ์ตัวนั้นจะพุ่งออกมาในขณะที่ชาวต่างแดนผู้นั้นเปิดกรงเหล็ก!

เสียงกรีดร้องดังขึ้นระงม

“เหยียนจี๋สือ!”

ในยามคับขัน ซูจือจือหลุดปากเรียกชื่อนี้ออกมา

ทว่า ในยามนี้ เหยียนจี๋สือพุ่งไปที่ซูฉางเล่ออย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ใช้ร่างของตัวเองปกป้องซูฉางเล่อให้ปลอดภัยราวกับเป็นสัญชาตญาณก็มิปาน

เขากลับลืมไปแล้วว่าคนที่อยู่ใกล้งูยักษ์มากที่สุดคือซูจือจือ

ซูจือจือคิดไม่ถึงเลยว่างูยักษ์พุ่งตัวรวดเร็วถึงเพียงนี้ ปากที่อ้ากว้างราวกับอ่างโลหิตนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นคาวอันเหม็นโฉ่จากปากงูพุ่งมาอย่างฉับพลัน

“อ๊า……”

นางส่งเสียงกรีดร้องขึ้น

ครู่ถัดมา ซูจือจือถึงขั้นรู้สึกได้ว่างูยักษ์กัดทะลุไหล่ของนาง เสียงฉีกขาดของเลือดเนื้อดังขึ้นอย่างน่าสะพรึง

นางล้มทรุดลงกับพื้น มองงูยักษ์ที่พุ่งลำตัวมาถึงชายกระโปรง อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินนางในคราเดียว!

ฟึ่บ!

คมธนูดอกหนึ่งพุ่งตัดผ่านอากาศ งูยักษ์แหงนหัวขึ้นกะทันหัน การโจมตีซูจือจือก็ชะงักลงทันที

ก่อนซูจือจือจะหมดสติไป ภาพสุดท้ายที่เห็นคือดวงตาคู่นั้นของเหยียนจี๋สือในขณะที่ยกคันธนูปกป้องซูฉางเล่อ

ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ปลายจมูกของซูจือจืออบอวลไปด้วยกลิ่นยาที่ขมจัด นางเผลอลุกพรวดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว กลับพบว่าไหล่ของตนเองเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง

นางเจ็บปวดจนขมวดคิ้วแน่น ทว่าครู่ถัดมาความเจ็บปวดภายในใจก็กดทับความเจ็บปวดทางกายไปจนหมด

ซูฉางเล่อที่น้ำตานองหน้าโผซบอบเหยียนจี๋สือ

“พี่ใหญ่เหยียน ท่านเป็นคนของพี่หญิงใหญ่แท้ ๆ เหตุใดถึงช่วยข้าล่ะเจ้าคะ พี่หญิงใหญ่ฟื้นขึ้นมาต้องลงโทษท่านเป็นแน่......”

บ่านางสั่นเล็กน้อย ขนตาที่ยังเปียกจากคราบน้ำตาแดงระเรื่อ ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก

เหยียนจี๋สือสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของหญิงสาวในอ้อมกอด ราวกับกำลังมองสิ่งของอันล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง เอ่ยคำมั่นสัญญาว่า

“คุณหนูรองไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง ต่อให้ย้อนเวลากลับไปเป็นหมื่นพันครั้ง ข้าก็ยังเลือกทำเช่นเดิม”

“เพราะเหตุใดเจ้าคะ?” ซูฉางเล่อเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาเอ่อคลอเบ้า

ดวงตาดำขลับของเหยียนจี๋สือลุ่มลึก เขาจ้องตานางพลางกล่าว “เพราะว่าข้ามีใจ......”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status