Partager

บทที่ 4

Auteur: มังกรเร้นรุ้งยาว
องค์หญิงกับซูจือจือเป็นสหายสนิทกัน เห็นนางอารมณ์ไม่ดี จึงเรียกเหล่านางรำมาเพิ่มความสนุกสนาน

ซูจือจือมองการร่ายระบำตรงหน้า ทว่าไม่อาจปกปิดความกลัดกลุ้มภายในใจได้เลย

นางเงยหน้ากระดกสุรากลั่นไหที่สามลงไป ของเหลวที่เผ็ดร้อนแสบคอ ทำให้นางสำลักจนดวงตาแดงก่ำ

ซูจือจือผลักนางระบำบนแท่นการแสดงออกไปอย่างแรง ก่อนไปเปลี่ยนชุดระบำ แล้วเข้าไปด้านหลังฉากกั้น

ครู่ถัดมา ทุกคนเห็นเพียงเงาร่างอรชรบอบบางร่างหนึ่ง ร่ายรำขึ้นอย่างช้า ๆ ไปตามทำนองบทเพลงที่บรรเลง แขนเสื้อกว้างพริ้วไหวดั่งเมฆสีเรืองรองโปรยปราย เครื่องประดับมุกบนศีรษะส่งเสียงกรุ้งกริ๊ง สายลมยามรัตติกาลพัดโชย กลีบบุปผานับไม่ถ้วนปลิวเฉียดปอยผมข้างแก้มของนาง ก่อนจะร่วงลงมาบนเอวอันบอบบาง.....

เสียงอุทานเพราะความงดงามอันน่าทึ่งดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่ซูจือจือเหลือบตามองไปทางเหยียนจี๋สือ กลับเห็นสายตาของเขามองซูฉางเล่ออยู่ตลอด

ซูฉางเล่อไม่รู้ว่าโน้มไปกระซิบอันใดข้างหูเหยียนจี๋สือ ชายผู้เย็นชาดุจดั่งน้ำแข็งมาโดยตลอดผู้นั้น กลับใบหูแดงขึ้นอย่างหาได้ยาก

ซูจือจือนิ่งอึ้งไป จู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์สุด ๆ

นางโยนชุดระบำทิ้งอย่างไม่ลังเล ย่างเท้าก้าวลงแท่นการแสดงทันที

ในขณะเดียวกันนั้นเอง บรรดาผู้มีอำนาจผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายพากันกรูเข้ามาราวกับแมลงวันก็มิปาน

“แม่นางก็คือซูจือจือสตรีงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงกระมัง พอจะให้เกียรติดื่มกับข้าสักจอกได้หรือไม่?”

“ได้ยินมานานแล้วว่าการร่ายรำของแม่นางเป็นที่น่าทึ่งไปทั่วทั้งเมือง วันนี้ได้เห็น ถึงได้รู้ว่าฟังร้อยครั้งไม่เท่าเห็นด้วยตาครั้งเดียวหมายความเช่นไร!”

“แม่นางออกเรือนหรือยัง ไม่ทราบว่าให้โอกาสข้าน้อยสักครั้งได้หรือไม่?”

บรรดาคุณชายในเมืองหลวงเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าถูกความงามของซูจือจือทำให้ทึ่ง มาขวางนางที่หลังฉากกั้น

เห็นนางมึนเมาเล็กน้อยจึงคิดจะลวนลามนาง

ซูจือจือรีบตะโกนขึ้น “เหยียนจี๋สือ!”

เขาที่เอาแต่อยู่ข้างกายซูฉางเล่อตลอดเพิ่งจะสังเกตเห็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของซูจือจือ แหวกทุกคนออกด้วยสีหน้าเย็นชา รูปร่างสูงสง่าของเขาทั้งยังอยู่ในตำแหน่งสูงมานาน เพียงกดสายตาและคิ้วลงก็ทำให้คนรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง

เหล่าคุณชายที่อยู่บริเวณรอบต่างพากันถอยไป

“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นชายบำเรอของใคร?” น้ำเสียงของซูจือจือเย็นชา ดึงผ้าโปร่งบางตรงอกของตัวเองออกเล็กน้อย

สายตาของเหยียนจี๋สือถูกดึงดูดโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่นานนักก็ผินสายตาหนี “ขออภัยด้วยคุณหนูใหญ่ เมื่อครู่ข้าไม่ทันได้สังเกต”

“อย่างนั้นหรือ?”

ซูจือจืออาศัยความเมาขยับเข้าไปใกล้ ยกมือดั่งหยกเชยคางของเขา

“เช่นนั้น ท่านกำลังสังเกตผู้ใดอยู่ล่ะ?”

ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจของซูจือจือแผ่วหวานดั่งกลิ่นกล้วยไม้ ทำให้ในหัวของเหยียนจี๋สือนึกถึงท่าทีเย้ายวนของนางยามอยู่บนเตียงโดยไม่รู้ตัว

อึก~

ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย ก่อนจะก้มหลบสายตา

“คุณหนูใหญ่ ท่านเมาแล้ว”

ซูจือจือกลับยิ้มขึ้น “ข้าไม่ได้เมา ข้ามีสติชัดเจนกว่าครั้งไหน ๆ……อย่าได้ใจร้อนไปเลย หลังข้าแต่งงานออกเรือนไป ข้าทำให้ท่านสมความปรารถนาแน่”

แต่ประโยคครึ่งหลังของนาง ก็ถูกกลบหายไปด้วยเสียงอุทานตกใจของทุกคน

ชายร่างสูงโปร่งสวมอาภรณ์แบบต่างแดนผู้หนึ่งแบกกรงเหล็กขนาดใหญ่กรงหนึ่งเดินขึ้นมา เขายิ้มอย่างลึกลับ ก่อนจะดึงผ้าแพรไหมสีแดงด้านบนออก

“พระเจ้า นี่มันงูหนิ่!” คุณหนูท่านหนึ่งอุทานขึ้น

ซูจือจือมองไปในกรงเหล็กนั้น ปรากฏว่าเห็นงูยักษ์ตัวหนึ่ง กำลังแลบลิ้นขู่ฟ่อใส่ผู้คน

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เห็นงูยักษ์นี้แล้วจะขนลุกอยู่บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นความตั้งใจดีขององค์หญิง

ทว่าความอันตรายก็เกิดขึ้นภายในชั่วพริบตา

คิดไม่ถึงเลยว่างูยักษ์ตัวนั้นจะพุ่งออกมาในขณะที่ชาวต่างแดนผู้นั้นเปิดกรงเหล็ก!

เสียงกรีดร้องดังขึ้นระงม

“เหยียนจี๋สือ!”

ในยามคับขัน ซูจือจือหลุดปากเรียกชื่อนี้ออกมา

ทว่า ในยามนี้ เหยียนจี๋สือพุ่งไปที่ซูฉางเล่ออย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ใช้ร่างของตัวเองปกป้องซูฉางเล่อให้ปลอดภัยราวกับเป็นสัญชาตญาณก็มิปาน

เขากลับลืมไปแล้วว่าคนที่อยู่ใกล้งูยักษ์มากที่สุดคือซูจือจือ

ซูจือจือคิดไม่ถึงเลยว่างูยักษ์พุ่งตัวรวดเร็วถึงเพียงนี้ ปากที่อ้ากว้างราวกับอ่างโลหิตนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นคาวอันเหม็นโฉ่จากปากงูพุ่งมาอย่างฉับพลัน

“อ๊า……”

นางส่งเสียงกรีดร้องขึ้น

ครู่ถัดมา ซูจือจือถึงขั้นรู้สึกได้ว่างูยักษ์กัดทะลุไหล่ของนาง เสียงฉีกขาดของเลือดเนื้อดังขึ้นอย่างน่าสะพรึง

นางล้มทรุดลงกับพื้น มองงูยักษ์ที่พุ่งลำตัวมาถึงชายกระโปรง อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินนางในคราเดียว!

ฟึ่บ!

คมธนูดอกหนึ่งพุ่งตัดผ่านอากาศ งูยักษ์แหงนหัวขึ้นกะทันหัน การโจมตีซูจือจือก็ชะงักลงทันที

ก่อนซูจือจือจะหมดสติไป ภาพสุดท้ายที่เห็นคือดวงตาคู่นั้นของเหยียนจี๋สือในขณะที่ยกคันธนูปกป้องซูฉางเล่อ

ทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ปลายจมูกของซูจือจืออบอวลไปด้วยกลิ่นยาที่ขมจัด นางเผลอลุกพรวดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว กลับพบว่าไหล่ของตนเองเจ็บแปลบราวกับถูกเข็มทิ่มแทง

นางเจ็บปวดจนขมวดคิ้วแน่น ทว่าครู่ถัดมาความเจ็บปวดภายในใจก็กดทับความเจ็บปวดทางกายไปจนหมด

ซูฉางเล่อที่น้ำตานองหน้าโผซบอบเหยียนจี๋สือ

“พี่ใหญ่เหยียน ท่านเป็นคนของพี่หญิงใหญ่แท้ ๆ เหตุใดถึงช่วยข้าล่ะเจ้าคะ พี่หญิงใหญ่ฟื้นขึ้นมาต้องลงโทษท่านเป็นแน่......”

บ่านางสั่นเล็กน้อย ขนตาที่ยังเปียกจากคราบน้ำตาแดงระเรื่อ ท่าทางน่าสงสารยิ่งนัก

เหยียนจี๋สือสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของหญิงสาวในอ้อมกอด ราวกับกำลังมองสิ่งของอันล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง เอ่ยคำมั่นสัญญาว่า

“คุณหนูรองไม่จำเป็นต้องโทษตัวเอง ต่อให้ย้อนเวลากลับไปเป็นหมื่นพันครั้ง ข้าก็ยังเลือกทำเช่นเดิม”

“เพราะเหตุใดเจ้าคะ?” ซูฉางเล่อเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาเอ่อคลอเบ้า

ดวงตาดำขลับของเหยียนจี๋สือลุ่มลึก เขาจ้องตานางพลางกล่าว “เพราะว่าข้ามีใจ......”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 20

    เช้าวันสุดท้าย พาซูจือจือออกนอกเมือง มาถึงศาลเยว่เหล่าใกล้หน้าผา“ตามตำนาน ใครก็ตามที่ทำสัญญาแต่งงานที่ศาลเยว่เหล่า จะอยู่ด้วยกันชั่วชีวิต……”เขามองซูจือจือด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ซูจือจือเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขาก็มิปาน“เหยียนจี๋สือ เจ้าบอกว่าครบสามวัน เจ้าจะปล่อยข้าไป”“ข้าก็พูดเช่นนั้นจริง” ดวงตาของมืดลง จ้องตรงไปที่นาง “แต่วันนี้ ตรงนี้ ข้าอยากให้เจ้าตัดสินใจเลือกเป็นครั้งสุดท้าย ข้ากับอินเฉิงอวี้…”“ข้าเลือกอินเฉิงอวี้” ซูจือจือพูดขัดคำพูดของเขาโดยตรงตั้งแต่วินาทีที่เหยียนจี๋สือทำร้ายตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะซูฉางเล่อ นางก็ได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่หันกลับไปอีกร่างของเหยียนจี๋สือสั่นสะท้าน หัวใจราวกับถูกมีดคมแทงอย่างแรง เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวฉับ ๆ ไปยืนตรงขอบหน้าผา!ใต้เท้าของเขาคือเหวลึกหมื่นจั้ง แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งอย่างยิ่ง“จือจือ มีเขา ก็ไม่มีข้า”ความหมายของเขาชัดเจนมาก ซูจือจือต้องเลือกเขา หากจากเขาไป สิ่งที่รออยู่ใต้เท้าของเขาก็คือเหวลึกไร้ก้นบึ้ง!สีหน้าของซูจือจือเปลี่ยนไปฉับพลัน “เหยียนจี๋สือ เจ้ากำลังใช้ชีวิตของตัวเองมาข่มขู่ข้

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 19

    เหยียนจี๋สือจมดิ่งเข้าสู่ความฝันเวลาย้อนกลับไปสามปีก่อน เขาบาดเจ็บสาหัสและร่วงตกจากหลังม้ามีหญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบหรู ปักปิ่นหยกกวนอิมบนศีรษะ เห็นเขาก็ตกใจร้องออกมา“เจ้าบาดเจ็บหรือ?”ต่อมา นางยกปลายเท้าเบา ๆ คล้ายกวางน้อยแสนคล่องตัว กระโดดลงจากรถม้ามาเพื่อทำแผลให้เขานางขมวดคิ้วสวยอย่างระมัดระวัง ทายาให้เขาทีละขั้นตอน ก่อนจะเป่าให้เบา ๆ“เจ้าประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แต่ก็ถือว่าเจ้าดวงดี ยาหยกดำของข้าดีที่สุดแล้วนะ!”ในความฝัน เขาได้มองเห็นใบหน้าของซูจือจืออย่างชัดเจนนั่นคือใบหน้าที่สดใส เปล่งประกาย และเต็มไปด้วยพลังชีวิตเหยียนจี๋สือใช้แรงทั้งหมดดึงนางไว้แล้วพูดว่า “แม่นาง ข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกเห็น ข้าอยากสู่ขอเจ้าแต่งงาน……”ขอแต่งงานอย่างนั้นหรือ?ซูจือจือเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หูแดงระเรื่อ ทำเป็นหยิ่งกล่าวว่า“ขะ ข้าหน่ะ มีคนมาชอบเยอะนะ เจ้าคิดว่าจะแต่งกับข้าได้ง่าย ๆ หรือไง?”เหยียนจี๋สือมองนางด้วยสายตาแหลมคม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจที่ไม่เคยมีมาก่อน“ข้ารู้ว่ามีคนชอบเจ้าเยอะ แต่ข้าจะเป็นคนที่จริงใจที่สุดผู้นั้น”“จริงหรือ?”“สวรรค์เป็นพยาน ตะวันจันทราก็เ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 18

    หัวใจของเหยียนจี๋สือหดรัดลงอย่างกะทันหัน กอดซูจือจือไว้แน่น พูดกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวว่า“ไม่ เราต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แน่!”ซูจือจือกลับหัวเราะขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อย่างนั้นหรือ?บาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นางบอบช้ำจนแทบแหลกสลายกระจกที่แตกร้าวจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างไรกัน?นางสะบัดเหยียนจี๋สือออก เดินกลับห้องโดยไม่หันหลังมามองเลยแต่ไม่นานนักเหยียนจี๋สือก็เคาะประตูเดินตามเข้ามาเขาหอบผ้าไหมสีอ่อนเรียบหรูมาหลายพับ แขนเสื้อถูกพับขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกล้ามแขนที่ได้รูป ผ้าไหมเหล่านั้นพลิ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย นุ่มนวลและเปล่งประกาย เพียงมองก็รู้ว่าเป็นของล้ำค่าอย่างยิ่งซูจือจือเลิกคิ้วพลางถาม “เตรียมให้ข้าหรือ?”“อืม ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะชอบ” แววตาเหยียนจี๋สือเปล่งประกายเล็กน้อยซูจือจือกล่าวเย้ยหยันว่า “ผิดแล้วหล่ะ คนที่ชอบสีเช่นนี้คือซูฉางเล่อต่างหาก”เหยียนจี๋สือตัวแข็งทื่อเล็กน้อย เจ็บปวดหัวใจจี๊ด “จือจือ ขอร้องเจ้าอย่าได้เอ่ยถึงนางอีก ในใจข้ามีเพียงเจ้าแค่คนเดียว……”ซูจือจือกลับจงใจพูดแทงใจเขา“ทำไมล่ะ กลัวข้าเอ่ย

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 17

    ทำให้สมความปรารถนาหนึ่งประการอย่างนั้นหรือผู้คนพากันแตกตื่นในทันที ต้องรู้ไว้เลยว่าเหยียนจี๋สือนั้นเป็นถึงอ๋อง คำมั่นของอ๋องหนึ่งคำ มีน้ำหนักยิ่งนัก!มือขาวผ่องของซูจือจือกำอาภรณ์เจ้าสาวแน่น นางตระหนักดีว่าคำพูดนั้นของเหยียนจี๋สือมีน้ำหนักมากคำสัญญาของผู้เป็นอ๋อง อินเฉิงอวี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธในขณะที่นางคิดว่าอินเฉิงอวี้ก็จะทอดทิ้งนางเหมือนกับคนอื่นนั้นเองจู่ ๆ อินเฉิงอวี้ก็ยิ้มอย่างเย้ยหยัน “จิ้นอ๋องดูถูกข้าน้อยเกินไปแล้ว”เขาเดินไปข้างกายซูจือจือ จับมือนางแน่น“จือจือเป็นภรรยาของข้าน้อยอินเฉิงอวี้ ไม่ใช่สิ่งของที่จะหยิบมาแลกเปลี่ยนได้ตามใจ จิ้นอ๋องโปรดสำรวมตนด้วย”เหยียนจี๋สือจะปล่อยโทสะออกมา ทว่าสถานะของอินเฉิงอวี้ผู้นี้ไม่ธรรมดาเขาเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาท อำนาจครอบงำไปทั่วทั้งราชสำนักตลอดสามปีที่ตนเองยกทัพออกรบ เขากลับยิ่งกุมอำนาจขุนนางส่วนใหญ่ไว้ในมือ ตอนนี้จะกล่าวว่าเขาอยู่ใต้อำนาจฮ่องเต้เพียงองค์เดียว อยู่เหนือผู้คนนับหมื่น ก็ไม่เกินจริงเลยโดยเฉพาะกองทหารม้าเหล็กที่อยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ฆ่าหมดไม่สนผู้ใด แม้แต่ทหารรักษาพระองค์ก็ต้องเกรงใจเ

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 16

    ทุกคนต่างตกตะลึง และพากันหันไปมองยังเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียงเมื่อเห็นผู้ที่ย่างกรายมาผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนสีไปทันที“จิ้นอ๋อง เขามาที่นี่ได้อย่างไร?”“นั่นหน่ะสิ แล้วเมื่อครู่เขาพูดอันใดกัน จือจือ อย่าตอบตกลง หรือว่า……”คนด้านล่างมองไปยังสามคนนั้นด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทันทีซูจือจือได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ร่างกายแข็งทื่อ และค่อย ๆ หันไปเหยียนจี๋สือ……เขาจะทำอันใดกันแน่ เขาก็สมดั่งปรารถนาแล้วมิใช่หรือ?ดวงตาเหยียนจี๋สือเต็มไปด้วยเส้นเลือด ข้อนิ้วเกร็งจนเห็นเป็นสันขาว ราวกับกำลังควบคุมอันใดบางอย่างอยู่“จือจือ อย่าแต่งกับเขา” พอเขาเอ่ยปากพูด น้ำเสียงก็แหบแห้งมากซูจือจือรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว นางมองชายตรงหน้า คนที่เคยแนบชิดกับนาง คนที่นางเคยรักจริงจัง และคนที่เคยทำร้ายนางอย่างรุนแรง ปลายนิ้วของนางสั่นไหวขึ้น“เจ้ามาทำอันใด ข้าทำให้เจ้าสมความปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ?”ประโยคสุดท้าย เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินหัวใจของเหยียนจี๋สือเหมือนถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบแน่นจนแทบขาดใจ“ไม่ ความปรารถนาของข้าไม่เคยเป็นซูฉางเล่อเลย เมื่อสามปีก่อน ข้าตกม้าจนบาดเจ็บสาหัส เจ้าเป็น

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 15

    จวนสกุลอินซูจือจือสวมชุดมงคลสีแดงสด ศีรษะประดับปิ่นปักผมเฟิ่งหวงเก้าหัว นั่งอย่างสง่างามอยู่ในห้องใหม่ ราวกับอยู่อีกโลกหนึ่งก็มิปานนางคิดมาตลอดว่าตนเองเข้ามาอยู่ในจวนสกุลอินต้องถูกทรมานแน่อย่างไรเสียข่าวก็ร่ำลือไปทั่วยุทธภพว่าอินเฉิงอวี้ผู้นี้เป็นปีศาจ สนุกกับการทรมานหญิงสาวที่แต่งเข้าจวนเป็นที่สุด สตรีที่แต่งเข้ามาไม่มีใครเอาชีวิตรอดพ้นคืนเข้าหอไปได้เลยแต่ใครจะคิดล่ะ ว่าวันนั้นที่นางเพิ่งมาถึงจวนก็บังเอิญเจออินเฉิงอวี้กำลังแช่อ่างอาบน้ำอยู่พอดีชายผู้นั้นคิ้วงามดั่งขุนเขา ใบหน้าดั่งหยก โครงหน้าคมกลับเย็นชา ขนานกับลำตัวกำยำรูปงาม ภายใต้หมอกไอน้ำ ผมยาวราวกับหยดลงตามเอวที่เรียวกระชับ เย็นชาอย่างมิอาจล่วงเกินได้แม้แต่ซูจือจือที่เคยเห็นชายรูปงามก็อดตะลึงไม่ได้แต่ไม่นาน นางก็อดเสียดายไม่ได้ ในใจคิดว่า สวรรค์ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ชายรูปงามเช่นนี้ กลับมีสถานะเป็นขันที!แต่พริบตาถัดมา อินเฉิงอวี้ก็ลุกขึ้นจากหมอกไอน้ำภายใต้หมอกไอน้ำที่ปกคลุมรอบ ทั้งคู่สบสายตากันสายตาของซูจือจือกวาดมองลงไป จากนั้นก็“อ๊า!!”ด้านล่างของชายผู้นั้น…...กลับเผยความปรารถนาลำใหญ่นางกรีดร้องด้วยความต

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 8

    “คุณหนูรอง นี่หากคุณชายเหยียนรู้เข้า......” สาวใช้พูดอย่างระมัดระวัง“รู้แล้วอย่างไร?” ซูฉางเล่อเป่าเล็บที่เรียวยาวราวกับต้นหอมของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ “อย่างไรเสียเขาก็รักข้าจะตาย แค่ข้ากระดิกนิ้วหนึ่งที เขาก็วิ่งมาหาเหมือนสุนัขแล้ว”ซูจือจือที่ยืนอยู่หลังกำแพงได้แค่หัวเราะเยาะเหยียนจี๋สือ นี่นะห

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 3

    ทุกคนบริเวณรอบต่างตกใจคุณหนูท่านหนึ่งกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ม้าพ่วงสิบแปดตัวเลยหรือ? นะ......นี่ไม่ใช่จวนอ๋องหรือที่มีขบวนเกี้ยวเช่นนี้ได้?”คนบังคับรถม้าอธิบาย “ไม่ผิดหรอก ข้าเป็นคนของจวนจิ้นอ๋อง จิ้นอ๋องมีคำสั่ง ให้ใช้ขบวนเกี้ยวส่วนตัวมารับคุณหนูรองซูไปที่จวนองค์หญิง!”คำพูดนี้ทำให้ทุกคนแตกตื

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 2

    ดวงตาอันเย็นชาของเหยียนจี๋สือเงยขึ้นซูจือจือหรี่ตาลง ยืนขวางหน้าเขา“เหยียนจี๋สือ ความกล้าของเจ้านับวันยิ่งมากขึ้นแล้วจริง ๆ กล้าพาใครก็ไม่รู้เข้ามาในห้องของข้า”อาจเป็นเพราะตัวเขาเป็นผู้มีตำแหน่งสูงส่ง ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าซูจือจือจะบังเอิญมาเห็นอันใดเหยียนจี๋สือส่งสัญญาณให้องครักษ์เงากลับไป ส

  • ทั่วภูผาแผ่นดิน คะนึงถึงคนไกล   บทที่ 1

    “เหยียนจี๋สือ เมื่อไหร่เจ้าจะรับข้าเป็นภรรยา?”ซูจือจือร่างเปลือยกาย ถูกบุรุษที่สูงกว่าหนึ่งศีรษะกดทับบนตั่งนอน เสียงขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะดังอย่างต่อเนื่องกรามของบุรุษเกร็งตึง เหงื่อร้อนผ่าวหยดลงบนแผ่นหลังของนาง กล่าวเสียงต่ำว่า “ขอแค่เจ้าตกลง ฉางเล่อ……”ฉางเล่อซูจือจือที่เดิมทีเคลิบเคลิ้มอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status