บททั้งหมดของ นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน: บทที่ 1 - บทที่ 10

39

บทนำ

ในช่วงเทศกาลหยวนเซียวประจำปีมาเยือน ณ ลานเอนกประสงค์ใจกลางเมืองหลวงแคว้นซ่ง ได้มีการจัดการแข่งขันประกวดยอดพธูผู้งามพร้อมประจำปี สตรีที่อยู่ในวัยแรกแย้มและยังไม่ออกเรือนทั้งหลาย ต่างมุ่งหน้าเข้ามาอวดโฉมประชันฝีมือกันอย่างล้นหลามการประกวดดำเนินผ่านพ้นไปครึ่งวัน ก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายได้ผู้ชนะการแข่งขันสามอันดับแรก เพื่อเข้าร่วมแข่งขันประชันฝีมือการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีนามผีผาในรอบสุดท้าย ซึ่งจัดแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติต่อหน้าผู้แทนพระองค์ในปีนี้ซ่งจือหานบุรุษรูปงามวัย 35 ปี เสนาบดีฝ่ายขวาพระญาติของฮ่องเต้ รับหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ร่วมรับชมการแข่งขันยอดพธูประจำปี และเป็นผู้ตัดสินแพ้ชนะการประกวดในครั้งนี้“ถอนตัวเสียเถิด เพราะถึงอย่างไรเสนาบดีซ่งย่อมเลือกสตรีงดงาม ที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูลเช่นข้าอยู่แล้ว เจ้าอยู่ต่อไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ”ฉีเหม่ยหลันกระซิบข้างหูสตรีคู่แข่ง ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนเกลียดชังเพราะสตรีแซ่ซูผู้นี้หมายปองบุรุษคนเดียวกันกับนาง ทั้ง ๆ ที่บิดาเป็นเพียงนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น จะเอาสิ่งใดมาสู้บุตรีเสนาบดีกรมคลังผู้ร่ำรวย ซึ่งเข้านอกออกในจวนของสหายรุ่นน้อง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

เลือก

ซูชิงโม่บรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีผีผาจบลงอย่างสวยงามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ท่วงท่าและทำนองเพลงพลิ้วไหวไปตามสายลมในช่วงฤดูกาลที่อากาศกำลังเย็นสบายตามมาด้วยฉีเฟยเฟิ่งน้องสาวต่างมารดาของฉีเหม่ยหลัน ที่บรรเลงเพลงจบลงอย่างไพเราะสะกดใจคนฟังไม่แพ้กันสตรีงดงามทั้งสองสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนเฉกเช่นเดียวกัน ใบหน้าของคนทั้งคู่จิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ามองไม่ต่างกัน รูปร่างผอมบางตามวัย 18 ปี มองอย่างไรก็บางเฉียบราวกับกิ่งหลิวต้องลมเหลือเพียงฉีเหม่ยหลันที่ต้องขึ้นเวทีแสดงเป็นลำดับสุดท้าย วันนี้นางสวมอาภรณ์สีม่วงสลับเฉดสีอ่อนเข้มอย่างลงตัวช่วงบนของอาภรณ์เปิดโล่งเกาะเกี่ยวแนบชิดกับเรือนกายยั่วเย้างดงามเป็นหนึ่ง ส่วนอิ่มเอิบโผล่พ้นออกมาประชันโฉมให้ผู้คนประจักษ์แจ้ง ช่วงไหล่ห่อหุ้มคลุมทับด้วยเสื้อคลุมเนื้อบาง แต่ยังคงให้ความอบอุ่นเหมาะสมกับฤดูกาลนางงดงามอวบอิ่มมากถึงเพียงนี้ หากถูกตัดสินให้พ่ายแพ้ต่อสตรีอื่น เกรงว่าคนตัดสินจะลำเอียงเสียมากกว่า!ขณะกำลังทดสอบเสียงของเครื่องดนตรีแสนหวงแหนด้วยความตั้งใจ ฉีเหม่ยหลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง ถึงแม้จะถูกซ่อมแซมตบตาไว้ดังเดิมก็ตามทันใดนั้นร่างอรชรอวบอิ่มในอาภรณ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

โอกาสยังมีอยู่

เมื่อถูกคนที่ตนพึงใจตวาดเสียงดังลั่นลานการประลองฝีมือ ฉีเหม่ยหลันได้แต่ยืนแน่นิ่ง ดวงตาเหม่อลอยไม่ยอมรับคำพิพากษาภายในใจเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าจะรับไหวแต่นางต้องรับให้ไหวเพราะเหลือโอกาสอีกสองครั้งจากสิบครั้ง ที่นางจะมอบให้เขาก่อนตัดใจอย่างถาวรสตรีอื่นอาจจะนับความเสียใจแค่เพียงสามครั้งแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ แต่นางยอมให้โอกาสเขามากถึงสิบครั้ง เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว ให้โอกาสเขาปฏิเสธให้พอ หากครบตามกำหนดนางจะยอมตัดใจแต่โดยดี“ข้าไม่เรียก ข้าเรียกท่านว่าท่านอาตั้งแต่แรกพบ เพียงเพราะสตรีแสนเจ้าเล่ห์ผู้นี้ทำเรื่องต่อหน้าผู้คน ท่านอาเลยรังเกียจแม้กระทั่งคำเรียกขานที่ข้ามอบให้”วาจาดื้อรั้นตอบกลับ เพราะทุกครั้งเขายอมอ่อนข้อให้มาโดยตลอดครั้งนี้คงไม่ต่างกันนักหรอก ถึงกระนั้นความไม่มั่นใจสายหนึ่งก็คืบคลานเข้าสู่หัวใจดวงน้อย“ฉีเหม่ยหลัน กลับไปที่จวนของเจ้าก่อนที่ข้าจะโมโหไปมากกว่านี้!”ดวงตาดุดันวาวโรจน์ลุกโชนขึ้น อย่างที่ไม่เคยเผยให้สตรีตรงหน้าพบเห็นมาก่อน“เฟยเฟิ่งกลับจวน”เมื่อเห็นแววตาดุดันเอาจริง ฉีเหม่ยหลันจึงรีบโอนอ่อนผ่อนปรนตามคำสั่ง ในใจยังคาดหวังให้บุรุษในดวงใจรักและเอ็นดูไม่ต่างจากว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

ขอสู้อีกสักครั้ง

ระหว่างทางกลับจวนตระกูลฉี พี่สาวผู้ปากหนักยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ทว่าในใจกลับอ่อนลงอย่างมาก เมื่อเห็นน้ำใจของน้องสาวในยามคับขันร่างผอมบางแบกนางที่เดินไม่ไหวแล้วขึ้นบนหลัง จากนั้นก็พาเดินไปจนถึงรถม้าอย่างปลอดภัยหลังจากตั้งสติและทำใจได้เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ฉีเหม่ยหลันจึงกลับมามีเรี่ยวแรงดังเดิมขณะที่กำลังคิดเรื่องราวอยู่ในใจ ร่างอวบอิ่มต้องขยับกายถอยหลังอย่างประหม่า เมื่อน้องสาวขยับเข้ามากระซิบบอกกล่าวบางอย่าง“พี่ใหญ่ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าตามพวกเรามา”“เดี๋ยวคนของท่านพ่อคงช่วยจัดการ”ฉีเหม่ยหลันตอบกลับอย่างขอไปที บิดาส่งผู้คุ้มกันมาสองคนคงพอช่วยเหลือสอดส่องดูแลความปลอดภัยได้“แต่พี่ใหญ่เสียงม้าใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะเจ้าคะ”น้ำเสียงหวาดกลัวเป็นกังวลกล่าวย้ำข้างหูของพี่สาว กายบางสั่นเทาอย่างหนักเพราะช่วงเวลาเป็นเด็กน้อยพวกนางเคยถูกมือสังหารหลายคนตามประกบรถม้า เคราะห์ดีที่คนของบิดาฝีมือดีทุกคน สองพี่น้องเลยรอดชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้“เฟยเฟิ่งก้มหัวลงแล้วห้ามลุกขึ้นมาเด็ดขาด”พี่สาวซึ่งมีวิชาต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดเพียงเล็กน้อย รีบกดหัวน้องสาวให้นอนคว่ำหน้าไปกับพื้นรถม้า ส่วนตนเองด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

หวนคืน

สองคนพ่อลูกคู่นั้นยังคงนั่งเงียบสงบเสงี่ยมไร้วาจาโต้กลับ มีเพียงประกายเกลียดชังในแววตาของสตรีคู่แค้น ที่เผลอส่งกลับมาชั่วขณะหนึ่ง“เจ้าก็เป็นสตรี มิหนำซ้ำยังเดินมาเพียงลำพัง”เสียงเข้มเอ่ยเตือนหลานสาวข้างจวนอีกครั้ง ความอดทนของเขาเข้าใกล้ขีดสูงสุดเต็มทีหากไม่รู้ว่าบิดาของนางไปราชการแต่เช้ามืด เขาคงรีบให้คนไปบอกกล่าวเสนาบดีฉีจิงผิง ให้รีบมาพาตัวบุตรสาวกลับไปทันที“ข้าเดินเข้าออกจวนหลังนี้ตั้งแต่หกหนาว ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับสตรีที่เพิ่งเคยก้าวขาเข้ามา”ฉีเหม่ยหลันวางหม้อน้ำแกงไก่ลงตรงโต๊ะอาหารภายในห้องโถงรับรอง กายอวบอัดเดินเข้าไปใกล้บุรุษในดวงใจเหมือนทุกครั้งยามที่มาพบเขา“เอ่อ…ใต้เท้าซ่งข้าน้อยกับบุตรสาวคงต้องขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”นายกองซูมู่หรงบิดาของซูชิงโม่รีบกล่าวเพื่อตัดปัญหา เขาไม่อยากมีปัญหากับบุตรีเสนาบดีกรมคลังหากถูกคนผู้นั้นเขม่นรุนแรง แน่นอนว่าเส้นทางในตำแหน่งหน้าที่การงานอันทรงเกียรติ คงสิ้นสุดเพียงตำแหน่งนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น“ไม่ต้องหรอกนายกองซู อยู่ร่วมสำรับเช้ากันก่อน คนที่ต้องกลับออกไปไม่ใช่พวกท่านอย่างแน่นอน ฉินเซียว!”ท้ายประโยคเจ้าของจวนตะโกนเรียกหาผู้ช่วยคนสน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

ตัดใจ

“เฮือก!!!”เสียงสูดลมหายใจเสียงดังของคนป่วย ก่อนที่ร่างอวบอิ่มจะลุกพรวดพราดขึ้นนั่งพิงหัวเตียง เมื่อมองไปรอบ ๆ ก็เห็นน้องสาวนั่งฟุบหน้าหลับอยู่ข้างเตียง“เฟิ่งเอ๋อร์”เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกคนขี้เซา ง่วงนอนถึงเพียงนั้นเหตุใดไม่กลับไปนอนที่เรือน“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว จิบน้ำก่อนเจ้าค่ะ”สองมือลนลานควานหากาน้ำอุ่น ที่ตนเพิ่งถือเข้ามาไม่นาน แล้วเทลงจอกเล็ก ๆ ยื่นให้คนฟื้นคืนสติ“เฟิ่งเอ๋อร์ เจ้ายังไม่แต่งออกไปใช่หรือไม่”ความทรงจำหลายภพหลายชาติผสมปนเปกัน จนแยกไม่ออกว่ายามนี้ตนอยู่ในห้วงเวลาใดกันแน่ แต่ที่รู้อย่างแจ่มแจ้งแน่ชัด คือบุรุษผู้นั้นเป็นของต้องห้ามยิ่งกว่าของมืดของดำนางตายโดยมีเขาเป็นต้นเหตุทุกครั้ง ซวยซ้ำซวยซ้อนเพราะถูกตามติดทุกชาติภพ!“ใช่เจ้าค่ะ ข้ายังไม่ออกเรือน พี่ใหญ่ท่านจำอะไรไม่ได้เลยหรือ”ฉีเฟยเฟิ่งรู้สึกดีใจที่พี่สาวปลอดภัย อีกทั้งยังเรียกนางอย่างสนิทสนม ทว่าตกใจมากเช่นกันที่พี่สาวมีท่าทีแปลก ๆ คล้ายกับจดจำเรื่องราวไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น“ท่านพ่อ ท่านพ่ออยู่ที่ใด”เมื่อเห็นว่าน้องสาวปลอดภัยดี คนต่อมาคือบิดาที่นางต้องเร่งสอบถามความเป็นไป ไม่ได้ใส่ใจตอบคำถามเรื่องความทร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

ชมนกชมไม้

ร่างสูงใหญ่เดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนนอนส่วนตัว นับจากวันที่เกิดเรื่องใหญ่ภายในจวนเขามักจะตื่นขึ้นมาในยามวิกาล หลังจากนั้นก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้อีกในวันเกิดเรื่องเสนาบดีหนุ่มให้สองพ่อลูกตระกูลซูกลับจวนไปก่อน ส่วนตัวเขารีบเดินตามหลานสาวข้างจวนไปติด ๆ ทว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในจวนตระกูลฉีทุกกรณีจึงได้แต่เก็บความห่วงใยไว้ภายในใจ รู้จักกันมาหลายปีใช่ว่าเขาจะอยากเห็นนางบาดเจ็บเสียเมื่อไหร่!“ป่านนี้จะฟื้นคืนสติแล้วหรือยัง”เสียงเข้มบ่นพึมพำกับตนเอง ในใจร้อนรนแปลกประหลาด ยิ่งภาพสุดท้ายที่เห็นเลือดอาบศีรษะเล็ก ยิ่งพาให้จิตใจจมดิ่งจนนอนไม่หลับเลยสักคืน“อาการหนักแค่ไหน เหตุใดไม่มีคนส่งข่าวมาบ้างเลย”เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอ่อนกว่าวัยขมวดคิ้วมุ่น เพราะไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดีซ่งจือหานเดินกลับขึ้นเตียงนอนหมายข่มตานอนให้หลับ ร่างกำยำนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่สักพัก ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับเฉกเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา จึงหยิบเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกไปนอกเรือนนอนด้วยฝีเท้าเงียบกริบคนตัวสูงกระโดดขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างจวน สายตาทอดมองไปยังหลังคาเรือนนอนขนาดกลางหลังหนึ่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

เตรียมการก่อนออกเดินทาง

สามวันต่อมายังคงผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่าย ร่างกายของคนป่วยกลับมาแข็งแรงมากกว่าเดิม เพราะความทรงจำในห้วงสุดท้ายได้ปลุกจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งขึ้นมาด้วยหลังจากลองขยับร่างกายด้วยการฝึกต่อสู้เล็ก ๆ กับผู้คุ้มกันตามความคุ้นเคย เรี่ยวแรงมหาศาลในห้วงจิตวิญญาณเดิม จึงก่อเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจฉีเหม่ยหลันได้ปรับความเข้าใจกับฮูหยินรองของบิดา หรือแม่รองที่นางเรียกขานมาแต่เยาว์วัย สตรีต่างวัยสวมกอดและกล่าวขออภัยกันและกันอยู่นานสองนาน“ท่านแม่ได้บุตรสาวคนโตกลับสู่อ้อมแขนสมใจนึกแล้วนะเจ้าคะ พี่ใหญ่คงไม่รู้ว่าบางครั้งท่านแม่รักท่านมากกว่าข้าเสียอีก ตามใจกันจนนิสัยเสีย”ฉีเฟยเฟิ่งกล้าพูดกล้าแสดงออกต่อหน้าพี่สาว หลังจากได้รู้ความลับอันน่าพิสดารหลายเรื่อง ยามนี้สองสาวจึงเป็นทั้งพี่น้องและสหายร่วมชะตากรรม“ข้าหน้าตาน่ารักมากกว่าเจ้ากระมัง ท่านแม่เลยมีใจเอนเอียง”“เหอะ ท่านเอาส่วนดีไปหมด แต่ข้าไม่อิจฉาหรอกเพราะข้าฉลาดกว่าหลายเท่า ดูอย่างเรื่องบุรุษข้าไม่เคยเสียใจเรื่องบุรุษเลยสักครั้ง”“เด็กแสบกล้าว่าพี่สาวหรือ” ฉีเหม่ยหลันถลึงตาให้โตขึ้นเพื่อแกล้งน้องสาว“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกเจ้ารีบไปจัดเตรีย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

ยิ้มสู้

กึก!ฉีเฟยเฟิ่งดึงแขนพี่สาวให้หยุดเดิน เพราะมองเห็นบุรุษคู่กรณีกำลังยืนเลือกอาภรณ์อยู่กับผู้ช่วยของเขา“พี่ใหญ่ไปร้านอื่นดีหรือไม่”“เฟิ่งเอ๋อร์เจ้าทำตัวตามปกติ พวกเราเป็นเด็กต้องเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ ตัดใจก็ส่วนหนึ่งแต่บุญคุณต่อกันย่อมมิอาจปล่อยผ่าน”ฉีเหม่ยหลันมองเห็นคนผู้นั้นไม่ต่างกัน ในใจรู้สึกเจ็บแปลบเพียงชั่วครู่ จากนั้นจึงปรับอารมณ์ของตนให้เป็นปกติสองขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงเข้าหาผู้ใหญ่ ที่ตนต้องแสดงความเคารพเฉกเช่นชาวเมืองคนอื่น ๆน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมไม่คุ้นหู เอ่ยทักทายคนที่กำลังก้มหน้าเลือกอาภรณ์ด้วยความตั้งใจ“คารวะท่านเสนาบดีเจ้าค่ะ”คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองตระกูลฉี ก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วกล่าวทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาทด้วยทิศทางที่ต้องเดินไปเลือกอาภรณ์ จำเป็นต้องผ่านจุดที่เขายืนอยู่ จึงต้องเข้าไปทักทายเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท“อะ…อืม”ซ่งจือหานเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางของน้ำเสียงสุภาพเกินกว่าเหตุ หมายจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสตรีอาภรณ์สีม่วง แต่เขาต้องผิดหวังเพราะทั้งสองพี่น้องก้มหน้าก้มตาไม่ต่างกัน“ข้ากับน้องสาวขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”น้ำเสียงสุภาพยังคงกล่าวขณะก้มหน้าอยู่แบบนั้น สองมื
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม

ขี้เกีัยจปะทะ

บริเวณชั้นล่างของร้านอาภรณ์ยามนี้เริ่มมีผู้คนเข้ามาเลือกซื้ออาภรณ์กันหลายราย รวมไปถึงบุตรีนายกองของแคว้นซึ่งมาพร้อมกับสหายอีกสองคนในจวนของขุนนางน้อยใหญ่ของแคว้นซ่ง ต่างได้รับหนังสือจากราชสำนักให้ส่งตัวแทนไปช่วยเหลือการก่อสร้างครั้งสำคัญ“ตำแหน่งยอดพธูของแคว้น จำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือราชสำนักด้วยหรือ”สหายสนิทเอ่ยถามคนที่กำลังเลือกอาภรณ์สตรีสีหวานแหววเมื่อบิดาของพวกนางรู้ว่าซูชิงโม่อาสาไปช่วยเหลือการก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำที่เมืองถัง พวกนางจึงถูกบิดาส่งให้ไปทำความดีเอาหน้าไม่ต่างกัน“ข้าเข้าใจการขีดเขียนแบบ ท่านพ่อเลยอยากให้ไปช่วยเหลืองานด้านการขีดเขียนโครงสร้าง”ความสามารถที่เก็บงำมานานตั้งแต่พ้นวัยปักปิ่น ถึงครานำออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์เรื่องราวความโกรธแค้นศัตรูคู่อาฆาตคนเดิม ยังคงหมุนเวียนอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม นับวันยิ่งกระจ่างแจ้งว่าเหตุใดจึงรู้สึกเกลียดชังมากถึงเพียงนี้“ซูชิงโม่เจ้าช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ ไม่เหมือนใครบางคนที่ไปในฐานะคนครัว”พวกนางต่างก็รู้ว่าบุตรีเสนาบดีกรมคลังร่วมเดินทางไปด้วย จึงนัดหมายชวนกันมาเลือกซื้ออาภรณ์ใหม่ ต่อให้อยู่กลางป่ากลางเขาพวกนางต้อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-02-01
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status