Partager

ชมนกชมไม้

last update Date de publication: 2026-02-01 09:33:57

ร่างสูงใหญ่เดินวนไปวนมาอยู่ในเรือนนอนส่วนตัว นับจากวันที่เกิดเรื่องใหญ่ภายในจวนเขามักจะตื่นขึ้นมาในยามวิกาล หลังจากนั้นก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้อีก

ในวันเกิดเรื่องเสนาบดีหนุ่มให้สองพ่อลูกตระกูลซูกลับจวนไปก่อน ส่วนตัวเขารีบเดินตามหลานสาวข้างจวนไปติด ๆ  ทว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในจวนตระกูลฉีทุกกรณี

จึงได้แต่เก็บความห่วงใยไว้ภายในใจ รู้จักกันมาหลายปีใช่ว่าเขาจะอยากเห็นนางบาดเจ็บเสียเมื่อไหร่!

“ป่านนี้จะฟื้นคืนสติแล้วหรือยัง”

เสียงเข้มบ่นพึมพำกับตนเอง ในใจร้อนรนแปลกประหลาด ยิ่งภาพสุดท้ายที่เห็นเลือดอาบศีรษะเล็ก ยิ่งพาให้จิตใจจมดิ่งจนนอนไม่หลับเลยสักคืน

“อาการหนักแค่ไหน เหตุใดไม่มีคนส่งข่าวมาบ้างเลย”

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอ่อนกว่าวัยขมวดคิ้วมุ่น เพราะไม่รู้จะจัดการปัญหานี้อย่างไรดี

ซ่งจือหานเดินกลับขึ้นเตียงนอนหมายข่มตานอนให้หลับ ร่างกำยำนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่สักพัก ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับเฉกเช่นค่ำคืนที่ผ่านมา จึงหยิบเสื้อคลุมตัวหนาขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกไปนอกเรือนนอนด้วยฝีเท้าเงียบกริบ

คนตัวสูงกระโดดขึ้นไปนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างจวน สายตาทอดมองไปยังหลังคาเรือนนอนขนาดกลางหลังหนึ่ง มองไปมองมาจึงเผลอหลับอยู่บนนั้น

เช้าตรู่วันใหม่มาเยือน หลังจากฉีเหม่ยหลันจัดการชำระล้างร่างกายประจำวัน และสวมใส่อาภรณ์รัดกุมแล้วเสร็จ จึงเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าตรงสวนหย่อมหน้าเรือนนอนของตน

นางออกมาเพียงลำพังไร้ซึ่งสาวใช้ข้างกาย เพราะอยากชื่นชมธรรมชาติเงียบ ๆ เพื่อคิดอ่านแผนการใช้ชีวิตแบบใหม่

ดวงหน้าหวานปราศจากการแต่งแต้มสีสันยิ้มกว้าง เมื่อเห็นผีเสื้อหลายตัวบินมาเกาะดอกเหมยกุ้ยหลากสี ที่บิดาให้คนสวนหามาปลูกให้บุตรีทั้งสองอย่างเท่าเทียม

เรือนนอนส่วนตัวของฉีเหม่ยหลันอยู่ชิดขอบกำแพงจวนข้าง ๆ ภาพที่โฉมสะคราญออกมาเดินชมนมชมไม้ยามเช้า จึงตกอยู่ในสายตาของใครบางคน ซึ่งยามนี้กำลังนั่งห้อยขาอยู่บนต้นไม้ใหญ่ข้างจวน 

ดวงตาคมกริบซึ่งมองลอดผ่านช่องว่างระหว่างกิ่งไม้ กำลังจ้องมองใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยของใครบางคน เขาจ้องมองอยู่นานสองนานไม่มีทีท่าเบี่ยงหลบสายตา จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกขานจากผู้ช่วยคนสนิท

“ใต้เท้าขึ้นไปทำการใดบนนั้นขอรับ”

ฉินเซียวเอ่ยเรียกผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงที่เบาเกือบกระซิบ เพราะเกรงว่าบ่าวไพร่คนอื่น ๆ จะได้ยิน และมาเห็นภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมของท่านเสนาบดีฝ่ายขวา

ตุบ!

เสียงกระโดดลงจากต้นไม้ ร่างผึ่งผายลงมายืนตรงหน้าผู้ช่วยด้วยท่วงท่าสง่างาม

“เผลอหลับตั้งแต่เมื่อคืน เจ้าออกตามหาข้าแต่เช้ามีเรื่องใดกันแน่”

เขาไม่ได้อธิบายเหตุผลที่ขึ้นไปนอนบนต้นไม้ทั้งคืน แต่ย้อนถามกลับเพราะเห็นสีหน้าเป็นกังวลของผู้ช่วยคนสนิท

“เอ่อ…นายกองซูมู่หรง กับบุตรสาวมาขอพบขอรับ เห็นบอกว่าอยากรู้อาการบาดเจ็บของคุณหนูฉีเหม่ยหลัน”

“มาแต่เช้าเลยหรือ”

ชั่วขณะหนึ่งคำกล่าวของใครบางคนก็ดังก้องอยู่ในหู วันนี้เขาถูกปลุกเพื่อไปต้อนรับผู้มาเยือนตามคำกล่าวนั้นจริง ๆ 

“ขอรับ เห็นว่านอนไม่หลับมาสามวันแล้ว เลยรีบมาแต่เช้า”

“ฉินเซียว ให้คนไปแจ้งจวนนู้นว่าข้าขอไปเยี่ยมอาการคนบาดเจ็บ ส่วนสองพ่อลูกให้ไปรอที่ห้องโถง อีกสักครู่ข้าจะตามไป”

“ขอรับ”

หลังจากให้คนไปแจ้งที่จวนตระกูลฉี ฉินเซียวจึงไปยืนรอคำตอบจากจวนข้าง ๆ อยู่บริเวณด้านหน้าจวน

ยืนรอไม่นานเขาก็ได้รับคำตอบ ที่ทำให้รู้สึกหนักใจมากกว่าโล่งใจ จากนั้นจึงรีบเดินกลับมารายงานให้คนรอคอยรับรู้

“ใต้เท้าขอรับ”

เสียงกระซิบข้างหูผู้เป็นนาย เพราะยามนี้แขกผู้มาเยือนก็นั่งอยู่ตรงหน้ารอฟังข่าวไม่ต่างกัน แต่ฉินเซียวเลือกที่จะบอกกล่าวเจ้านายก่อน

“ว่าอย่างไร”

เสนาบดีซ่งจือหานกระซิบตอบกลับ เพราะอยากรู้ข่าวของคนบาดเจ็บก่อนผู้อื่น

ส่วนผู้มาเยือนที่มีความผิดไม่ต่างจากคนบาดเจ็บ ยังคงก้มหน้าก้มตาหลบเลี่ยงสายตาจ้องจับผิด แขนขาของนางสั่นเทากลัวความผิดวันนี้ยอมมาขอโทษคนบาดเจ็บ เพราะบิดายื่นคำขาดนั่นเอง

“คุณหนูใหญ่ปลอดภัยดี แต่ไม่สะดวกให้เข้าเยี่ยมขอรับ คุณหนูใหญ่ฝากบอกว่าไม่ต้องเป็นกังวล นางไม่ติดใจเอาเรื่องผู้ใดเพราะตนเองมีส่วนผิดมากกว่าครึ่ง”

“นางกล่าวเช่นนั้นเลยหรือ” น้ำเสียงเหลือเชื่อกระซิบถามกลับเสียงเบา

“คุณหนูใหญ่เป็นคนบอกกล่าวกับพ่อบ้านด้วยตนเอง พ่อบ้านบอกว่าคนป่วยมีใบหน้าสดใส และงดงามมากกว่าตอนไม่บาดเจ็บอีกขอรับ” 

ฉินเซียวกล่าวตามที่พ่อบ้านตระกูลซ่ง บอกเล่าท่าทีของคนป่วยอย่างครบถ้วน

“ไม่ติดใจเอาเรื่องเหตุใดไม่ให้เข้าเยี่ยม”

แล้วที่บอกว่างดงามมากกว่าเดิม คงมัวแต่จ้องหน้ากันเลยไม่สื่อสารให้เข้าใจหรืออย่างไร ว่าคนที่อยากเข้าเยี่ยมคือเขาไม่ใช่ซูชิงโม่

“นางตอบเพียงแค่ว่าไม่สะดวก คงเพราะบิดาไม่อยู่จวนกระมังขอรับ”

“เข้าใจแล้ว”

ครานี้เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะในใจกำลังนึกค่อนขอดคนป่วย

ท่าทีพูดคุยกันเสียงเบาคล้ายไม่อยากให้ผู้มาเยือนได้ยิน ทำให้นายกองซูมู่หรงรู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย หรือพวกเขากำลังอยู่ผิดที่ผิดทางกันแน่

“เอ่อ...ใต้เท้าขอรับ พวกข้าน้อยมารบกวนใต้เท้าหรือไม่”

“ไม่หรอก ส่วนคนบาดเจ็บยามนี้ปลอดภัยดี พวกท่านไม่ต้องกังวล แต่ควรระมัดระวังมากกว่านี้สักหน่อย พื้นห้องโถงเป็นพื้นขัดมันจะก้าวขาหรือทำการใดควรมองทางให้ดี”

น้ำเสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้น ไม่ต้องบอกก็พอเข้าใจว่าเขากำลังตำหนิสตรีต้นเหตุ ซึ่งยามนี้ยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาไม่ยอมเงยหน้ารับความจริง

“ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยอยากพาบุตรสาวไปขออภัยคุณหนูฉีด้วยตนเอง พอจะเป็นไปได้หรือไม่”

เรื่องในวันนั้นคงไม่ตึงเครียดขนาดนี้ หากบุตรีคนรองของเสนาบดีฉีจินผิง ไม่ตะโกนบอกกล่าวถึงสาเหตุของการล้มที่รุนแรง

เพราะมุมที่เกิดเรื่องเป็นมุมลับตา เสนาบดีซ่งจือหานจึงมองไม่ถนัด เขาเห็นแค่ตอนที่ฉีเหม่ยหลันล้มลงไปแล้วเท่านั้น

“นางไม่สะดวกต้อนรับผู้ใดเพราะบิดาไม่อยู่จวน พวกท่านกลับไปก่อนเถิด พบเจอกันเมื่อไหร่ค่อยแสดงความจริงใจต่อกันก็ยังไม่สาย” 

ประโยคหลังมาพร้อมกับสายตาคมกริบ ซึ่งกำลังจ้องมองสตรีผู้มาเยือน โดยไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่

“ขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยกับบุตรสาวขอตัวกลับก่อน”

“ข้าไม่ส่ง ทีหลังหากจะมาเยือนที่จวน ให้ส่งหนังสือมาบอกกล่าวกันล่วงหน้าสักหน่อย หากเป็นแบบครั้งนี้ข้าคงไม่สะดวกต้อนรับ”

อุตส่าห์อยากนั่งห้อยขาชมนกน้อยซึ่งกำลังทำรังบนต้นไม้ แต่กลับต้องถอยห่างเพียงเพราะมีแขกไม่ได้รับเชิญ

“ขออภัยขอรับ ครั้งหน้าข้าน้อยจะปฏิบัติให้รอบคอบมากกว่านี้” 

นายกองซูมู่หรงรีบดึงแขนบุตรสาวให้เดินตามออกไปทันที

ซู่ชิงโม่ทำเพียงก้มหัวบอกลาผู้มีอำนาจ นางไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำกล่าวใดออกไปทั้งนั้น เพราะรู้สึกหวั่นเกรงสีหน้าตึงเครียดเขม็งขึงขัง และน้ำเสียงที่ฟังดูตำหนิมากกว่าเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บุรุษในถ้ำ ตอนปลาย

    “ขอบใจท่านผู้ผ่านทางเจ้าค่ะ เอ่อ…ท่านออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าจะลุกขึ้นไปแต่งกาย”น้ำเสียงเหนื่อยหอบเอ่ยสั่งการคนที่นางใช้งานจนอาการดีขึ้น หากใส่ใจจ้องมองเข้าไปในความมืดมิด คงเห็นว่าผู้ผ่านทางที่นางเรียกขานกำลังแกะผ้าปิดปากออก“ใช้งานข้าเสร็จก็ผลักไสเลยหรือ ใจร้ายใจดำชะมัด!”มือข้างขวาเอื้อมไปกอบกุมป

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   มิตรภาพ ตอนปลาย

    กายสูงโปร่งเดินเข้าไปใกล้คนที่เขาห่วงใย จนลืมนึกไปว่าเขายังไม่เคยเข้าไปทำความรู้จักกับนางเลยสักครั้ง“พวกปากเสียเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณชายคือ…”ดวงตากลมโตคล้ายคนพี่ จ้องมองผู้มาใหม่อย่างนึกสงสัยว่ารู้จักกันด้วยหรือ“คุณชายสือเจอกันอีกแล้วนะเจ้าคะ”“พี่ใหญ่รู้จักกันหรือ” คนตัวเล็กหันไปกระซิบถามพี่สาว“เฟิ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ออกเดินทาง ตอนต้น

    เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงจวนตระกูลฉี ร่างสูงใหญ่ก็กระโดดลงมาก่อน เขายืนรอช่วยเหลือสตรีในรถม้าอย่างใจจดใจจ่อ และครั้งนี้ก็ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์“ข้าลงเองได้เจ้าค่ะ รถม้าไม่ได้สูงขนาดนั้น”น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้นชิดแผงอกหนั่นแน่น เพราะถูกวงแขนแกร่งตวัดรัดแล้วอุ้มลงจากรถม้าโดยไม่ทันตั้งตัว“ใช่เจ้าค่ะ รถ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ขี้เกีัยจปะทะ

    บริเวณชั้นล่างของร้านอาภรณ์ยามนี้เริ่มมีผู้คนเข้ามาเลือกซื้ออาภรณ์กันหลายราย รวมไปถึงบุตรีนายกองของแคว้นซึ่งมาพร้อมกับสหายอีกสองคนในจวนของขุนนางน้อยใหญ่ของแคว้นซ่ง ต่างได้รับหนังสือจากราชสำนักให้ส่งตัวแทนไปช่วยเหลือการก่อสร้างครั้งสำคัญ“ตำแหน่งยอดพธูของแคว้น จำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือราชสำนักด้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status