Partager

เตรียมการก่อนออกเดินทาง

last update Date de publication: 2026-02-01 09:34:38

สามวันต่อมายังคงผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่าย ร่างกายของคนป่วยกลับมาแข็งแรงมากกว่าเดิม เพราะความทรงจำในห้วงสุดท้ายได้ปลุกจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งขึ้นมาด้วย

หลังจากลองขยับร่างกายด้วยการฝึกต่อสู้เล็ก ๆ กับผู้คุ้มกันตามความคุ้นเคย เรี่ยวแรงมหาศาลในห้วงจิตวิญญาณเดิม จึงก่อเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

ฉีเหม่ยหลันได้ปรับความเข้าใจกับฮูหยินรองของบิดา หรือแม่รองที่นางเรียกขานมาแต่เยาว์วัย สตรีต่างวัยสวมกอดและกล่าวขออภัยกันและกันอยู่นานสองนาน

“ท่านแม่ได้บุตรสาวคนโตกลับสู่อ้อมแขนสมใจนึกแล้วนะเจ้าคะ พี่ใหญ่คงไม่รู้ว่าบางครั้งท่านแม่รักท่านมากกว่าข้าเสียอีก ตามใจกันจนนิสัยเสีย”

ฉีเฟยเฟิ่งกล้าพูดกล้าแสดงออกต่อหน้าพี่สาว หลังจากได้รู้ความลับอันน่าพิสดารหลายเรื่อง ยามนี้สองสาวจึงเป็นทั้งพี่น้องและสหายร่วมชะตากรรม

“ข้าหน้าตาน่ารักมากกว่าเจ้ากระมัง ท่านแม่เลยมีใจเอนเอียง”

“เหอะ ท่านเอาส่วนดีไปหมด แต่ข้าไม่อิจฉาหรอกเพราะข้าฉลาดกว่าหลายเท่า ดูอย่างเรื่องบุรุษข้าไม่เคยเสียใจเรื่องบุรุษเลยสักครั้ง”

“เด็กแสบกล้าว่าพี่สาวหรือ” ฉีเหม่ยหลันถลึงตาให้โตขึ้นเพื่อแกล้งน้องสาว

“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกเจ้ารีบไปจัดเตรียมของใช้จำเป็นเถิด วันเดินทางจะได้ไม่มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง”

เมื่อเช้ามีประกาศจากทางราชสำนักส่งมาที่จวน เพื่อขอความร่วมมือด้านการสนับสนุนงานก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำสองพี่น้องจึงอาสาเดินทางไปช่วยเหลือบิดาตามความตั้งใจ

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“เรียกกันคล่องปากเลยนะ”

ฉีเฟยเฟิ่งทำทีหวงแหนมารดา แต่ใบหน้ากลับยิ้มกว้างมากที่สุดในชีวิต

“ฮ่า ฮ่า อีกหน่อยเจ้าจะกลายเป็นเด็กหัวเน่า ข้าจะยึดครองทั้งท่านพ่อและท่านแม่เลยคอยดู”

สองแขนตรงเข้าโอบรัดร่างนุ่มนิ่มของมารดาคนที่สอง

ในค่ำคืนที่สามหลังจากฟื้นคืนสติ นางหวนระลึกถึงเรื่องราวภายในจวนตระกูลฉีอย่างแจ่มชัด เลยรู้สึกซึ้งใจและรู้สึกผิดกับผู้มีพระคุณยิ่งนัก

“ตามสบายเถิด ข้าจะหาบุรุษหนุ่มรูปร่างกำยำมากอดแทนท่านพ่อท่านแม่เอง อบอุ่นกว่าเป็นไหน ๆ อิอิ”

คนน้องกระซิบเสียงเบา เพราะเกรงมารดาจะได้ยินวาจาก๋ากั่นของตน

“ท่านแม่เฟิ่งเอ๋อร์กล่าวว่าจะหาบุรุษมากอดเจ้าค่ะ”

แปะ!

เสียงฝ่ามือมือกระทบแขนบุตรสาวเบา ๆ เพื่อย้ำเตือนให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

“เฟิ่งเอ๋อร์ ห้ามพูดจาแบบนี้นอกจวนเข้าใจหรือไม่ มันไม่งามเจ้าเป็นสตรี พี่สาวเตือนต้องเชื่อฟังให้มาก” 

มารดาฟาดฝ่ามือกระทบสองแขนของคนก๋ากั่น ทางด้านพี่สาวเอาแต่ยิ้มกว้างอย่างขบขันที่ตนเป็นฝ่ายชนะอีกครั้ง

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

“เป็นเด็กเป็นเล็กห้ามกล่าวถึงบุรุษ” น้ำเสียงหวานกระซิบยั่วยุด้วยท่าทีน่าหมั่นเขี้ยว

“ขี้ฟ้อง ข้าอายุน้อยกว่าแค่ปีเดียว อีกอย่างข้าแค่กล่าวถึงบุรุษแต่ท่านทำมาแล้วทุกอย่างเลย”

“หึ หึ วันนี้พวกเราออกไปเลือกซื้ออาภรณ์ตัวใหม่กันเถิด อาภรณ์ของข้าเปิดหน้าอกมากเกินไป คงไม่เหมาะสวมใส่ไปทำงานในโรงครัว” 

นอกจากอาภรณ์ยังมีจำพวกยาต้มที่ต้องเตรียมไปให้พร้อม ไม่เว้นแม้กระทั่งพวกยาลับ ๆ ที่ต้องแอบเตรียมไม่ให้มารดารู้

อยู่ห่างจากจวนตระกูลฉีรอบด้านมีแต่อันตราย หากพลาดพลั้งด้วยเหตุสุดวิสัย อย่างน้อยต้องไม่โง่เขลาประจานตนเอง

“ดีเจ้าค่ะ ข้าเห็นด้วย ประเดี๋ยวพวกบุรุษไม่เป็นอันทำงาน”

ช่วงบ่ายของวันสองพี่น้องตระกูลฉี พร้อมกับสาวใช้ข้างกายและผู้คุ้มกันอีกสองคน ก็เดินทางมาถึงย่านใจกลางการค้าของเมืองหลวง

นับตั้งแต่ก้าวขาเดินลงจากรถม้า ผู้คนที่กำลังจับจ่ายซื้อของต่างจ้องมองมายังโฉมสะคราญคนพี่ ซึ่งยามนี้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีม่วงอ่อนสีโปรดปรานเฉกเช่นทุกครั้งที่ออกมาข้างนอกจวน

ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างออกไป เพราะนางไม่ได้แต่งแต้มใบหน้าจัดจ้านดังเดิม ไม่ได้ตั้งใจงดงามเพื่อให้ใครเสียดาย นางแค่ขี้เกียจเสียเวลาตรงส่วนนั้น!

ใบหน้าสวยหวานผัดแป้งขาวลงผิวขาวใสเพียงบางเบา ริมฝีปากแตะสีของชาดเพียงเล็กน้อย เพื่อขยี้สีแดงสดเกลี่ยไปมาพอให้มีสีสันจากด้านในริมฝีปาก

ดวงตากลมโตดำขลับแวววาว ประดับด้วยแพขนตาหนาและงอนยาวมีเสน่ห์ ไร้การแต่งแต้มหนาหนักให้รำคาญใจ

ตรงจุดนี้เมื่อก่อนนางมักจะโถมสีเข้มเข้าใส่ทั้งขอบตาบนล่าง เพราะเข้าใจว่ายิ่งแต่งแต้มให้คมเข้มยิ่งงดงาม

แต่เมื่อได้ความทรงจำในภพชาติที่เกิดเป็นสตรีชาวไท่กั๋ว จึงรู้สึกชื่นชอบการเปิดเปลือยดวงตามากกว่า ทั้งประหยัดเวลาและไม่ระคายเคืองตาเลยสักนิด

“พี่ใหญ่คนมองเพราะท่านงดงามมากเกินไป”

ฉีเฟยเฟิ่งกล่าวไปตามที่เห็น ส่วนนางรูปร่างหน้าตาเหมือนเดิมทุกประการ ผู้คนเลยไม่ได้สนใจกล่าวถึง

“เข้าใจได้เพราะข้ายังอดชื่นชมตนเองไม่ได้เลย”

ผู้คุ้มกันสองคนที่เดินตามมาติด ๆ ถึงกับอมยิ้มในวาจาน่าหมั่นเขี้ยวของคุณหนูใหญ่ หลังจากนางหายป่วยไข้พวกเขาก็ได้เห็นมุมน่ารักเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง

ภาพชายหญิงเดินตามกันติด ๆ อีกทั้งใบหน้ายังแย้มยิ้มมีความสุข เริ่มกระทบกับอารมณ์ของใครบางคน ซึ่งยามนี้กำลังเลือกซื้ออาภรณ์อยู่บนชั้นสองของร้าน

ตึกตัก! ตึกตัก!

เสียงหัวใจเต้นระรัวประหนึ่งได้ยินเสียงกองประกาศชัยชนะจากกองทัพ

สายตาคมกล้าจ้องมองคนที่เขาไม่ได้พบหน้าหลายวันโดยไม่ละสายตาไปที่ใด ผู้ช่วยคนสนิทเห็นทุกอากัปกิริยาของผู้เป็นนาย เขาได้แต่ส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เข้าใจ

สองพี่น้องรีบเดินเข้าไปยังร้านอาภรณ์ขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นร้านที่ไม่ได้แบ่งแยกอาภรณ์สำหรับชายหญิง

ฉีเหม่ยหลันอยากได้อาภรณ์รัดกุมคล้ายคลึงของบุรุษ หากไปหาซื้อที่ร้านอาภรณ์สตรีโดยเฉพาะ มักจะมีแบบให้เลือกไม่มากต้องสั่งตัด แต่นางกับน้องสาวต้องการใช้อย่างเร่งด่วน เลยเลือกซื้อเป็นอาภรณ์สำเร็จแทน

“พี่ใหญ่เมื่อก่อนท่านก็งดงามมาก แค่แต่งหน้าหนาไปหน่อย ปากแดงนึกว่าดื่มเลือด หน้าขาวจนมองไม่เห็นผิวพรรณที่แท้จริง ทาตาดำนึกว่าอดนอนทั้ง ๆ ที่ของเดิมงดงามมากอยู่แล้ว”

ฉีเฟยเฟิ่งกล่าววาจาประหนึ่งสหาย ไม่ได้ขาดเขลาดั่งวันวาน

หลังจากคุณหนูใหญ่ตระกูลฉีหายป่วย บรรยากาศภายในจวนก็เป็นไปในแบบที่นางชื่นชอบมากที่สุด

คนในครอบครัวสนิทสนมและกล้ากล่าวเตือนกันทุกเรื่อง อยากซุกอกอวบเพื่ออ้อนคนพี่เมื่อไหร่ก็สามารถทำได้ตามใจ

“ใช่ ทำไปเพื่อการใดข้าเองยังสงสัย รีบเดินเข้าไปในร้านกันเถิด ถูกจ้องมองมาก ๆ ข้าเริ่มจะไม่คุ้นแล้วเช่นกัน”

“หากไม่สบายใจก็สวมผ้าคลุมใบหน้า ในร้านมีให้เลือกหลายสีหลายแบบ”

“ไม่เป็นไร ข้าอึดอัดหายใจไม่ค่อยคล่อง ประเดี๋ยวจะลำบากให้เจ้าแบกขึ้นหลังอีก”

ร่างอรชรเดินนำหน้าน้องสาวขึ้นไปบนชั้นสอง เพราะชั้นนั้นมีอาภรณ์ในแบบที่นางต้องการให้เลือกหลายแบบ ส่วนผู้คุ้มกันกับสาวใช้รอคอยอยู่ด้านหน้าไม่ได้ตามเข้ามาด้วย

เมื่อเห็นว่าสองพี่น้องกำลังเดินขึ้นมาบนชั้นสองของร้าน คนที่แอบอยู่หลังผ้าม่านรีบเดินมาหยิบอาภรณ์สีเข้มใกล้มือ แล้วก้มมองประหนึ่งกำลังตั้งอกตั้งใจคัดเลือกเนื้อผ้า

ทั้ง ๆ ที่ขนาดของอาภรณ์ชุดนั้น เขาไม่สามารถยัดแขนขาเข้าไปได้เลย เพราะเป็นอาภรณ์ของเด็กหนุ่มวัยไม่เกินสิบแปดปี!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บุรุษในถ้ำ ตอนปลาย

    “ขอบใจท่านผู้ผ่านทางเจ้าค่ะ เอ่อ…ท่านออกไปก่อนได้หรือไม่ ข้าจะลุกขึ้นไปแต่งกาย”น้ำเสียงเหนื่อยหอบเอ่ยสั่งการคนที่นางใช้งานจนอาการดีขึ้น หากใส่ใจจ้องมองเข้าไปในความมืดมิด คงเห็นว่าผู้ผ่านทางที่นางเรียกขานกำลังแกะผ้าปิดปากออก“ใช้งานข้าเสร็จก็ผลักไสเลยหรือ ใจร้ายใจดำชะมัด!”มือข้างขวาเอื้อมไปกอบกุมป

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-27
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   มิตรภาพ ตอนปลาย

    กายสูงโปร่งเดินเข้าไปใกล้คนที่เขาห่วงใย จนลืมนึกไปว่าเขายังไม่เคยเข้าไปทำความรู้จักกับนางเลยสักครั้ง“พวกปากเสียเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณชายคือ…”ดวงตากลมโตคล้ายคนพี่ จ้องมองผู้มาใหม่อย่างนึกสงสัยว่ารู้จักกันด้วยหรือ“คุณชายสือเจอกันอีกแล้วนะเจ้าคะ”“พี่ใหญ่รู้จักกันหรือ” คนตัวเล็กหันไปกระซิบถามพี่สาว“เฟิ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-24
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ออกเดินทาง ตอนต้น

    เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงจวนตระกูลฉี ร่างสูงใหญ่ก็กระโดดลงมาก่อน เขายืนรอช่วยเหลือสตรีในรถม้าอย่างใจจดใจจ่อ และครั้งนี้ก็ไม่ผิดไปจากที่คาดการณ์“ข้าลงเองได้เจ้าค่ะ รถม้าไม่ได้สูงขนาดนั้น”น้ำเสียงแผ่วเบาดังขึ้นชิดแผงอกหนั่นแน่น เพราะถูกวงแขนแกร่งตวัดรัดแล้วอุ้มลงจากรถม้าโดยไม่ทันตั้งตัว“ใช่เจ้าค่ะ รถ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-18
  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ขี้เกีัยจปะทะ

    บริเวณชั้นล่างของร้านอาภรณ์ยามนี้เริ่มมีผู้คนเข้ามาเลือกซื้ออาภรณ์กันหลายราย รวมไปถึงบุตรีนายกองของแคว้นซึ่งมาพร้อมกับสหายอีกสองคนในจวนของขุนนางน้อยใหญ่ของแคว้นซ่ง ต่างได้รับหนังสือจากราชสำนักให้ส่งตัวแทนไปช่วยเหลือการก่อสร้างครั้งสำคัญ“ตำแหน่งยอดพธูของแคว้น จำเป็นต้องเดินทางไปช่วยเหลือราชสำนักด้

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status