แชร์

ยิ้มสู้

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:35:13

กึก!

ฉีเฟยเฟิ่งดึงแขนพี่สาวให้หยุดเดิน เพราะมองเห็นบุรุษคู่กรณีกำลังยืนเลือกอาภรณ์อยู่กับผู้ช่วยของเขา

“พี่ใหญ่ไปร้านอื่นดีหรือไม่”

“เฟิ่งเอ๋อร์เจ้าทำตัวตามปกติ พวกเราเป็นเด็กต้องเข้าไปทักทายผู้ใหญ่ ตัดใจก็ส่วนหนึ่งแต่บุญคุณต่อกันย่อมมิอาจปล่อยผ่าน”

ฉีเหม่ยหลันมองเห็นคนผู้นั้นไม่ต่างกัน ในใจรู้สึกเจ็บแปลบเพียงชั่วครู่ จากนั้นจึงปรับอารมณ์ของตนให้เป็นปกติ

สองขาก้าวเดินอย่างมั่นคงตรงเข้าหาผู้ใหญ่ ที่ตนต้องแสดงความเคารพเฉกเช่นชาวเมืองคนอื่น ๆ

น้ำเสียงสุภาพนอบน้อมไม่คุ้นหู เอ่ยทักทายคนที่กำลังก้มหน้าเลือกอาภรณ์ด้วยความตั้งใจ

“คารวะท่านเสนาบดีเจ้าค่ะ”

คุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองตระกูลฉี ก้มหัวลงเล็กน้อยแล้วกล่าวทักทายผู้ใหญ่ตามมารยาท

ด้วยทิศทางที่ต้องเดินไปเลือกอาภรณ์ จำเป็นต้องผ่านจุดที่เขายืนอยู่ จึงต้องเข้าไปทักทายเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท

“อะ…อืม”

ซ่งจือหานเงยหน้าขึ้นมองตามทิศทางของน้ำเสียงสุภาพเกินกว่าเหตุ หมายจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสตรีอาภรณ์สีม่วง แต่เขาต้องผิดหวังเพราะทั้งสองพี่น้องก้มหน้าก้มตาไม่ต่างกัน

“ข้ากับน้องสาวขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

น้ำเสียงสุภาพยังคงกล่าวขณะก้มหน้าอยู่แบบนั้น สองมือเรียวยาวกอบกุมวางประสานตรงกลางลำตัว คนพี่ปฏิบัติเช่นไรคนน้องย่อมปฏิบัติตามไม่มีตกหล่น

พูดคุยกับคนตำแหน่งใหญ่โตพวกนางต้องมีมารยาทให้มาก จะได้ไม่มีใครตามมากล่าวหาในภายหลัง นับจากนี้ชื่อเสียงของบุตรีเสนาบดีฉีจินผิงต้องไม่มีผู้ใดว่ากล่าวครหาได้อีก

“อืม”

สตรีทั้งสองเดินจากไปด้วยฝีเท้าแผ่วเบาตามหลักของสตรีชนชั้นสูงทุกประการ ไร้ซึ่งท่าทีโกรธเคืองอย่างที่เขานึกเป็นกังวล บ้านใกล้เรือนเคียงโกรธเคืองกันมีแต่ผลเสียทั้งนั้น

“ฉินเซียว”

“….” 

เงียบไร้เสียงตอบรับ เพราะฉินเซียวกำลังตกตะลึงในใบหน้างดงามล่มเมืองล่มแคว้น และกิริยาท่าทีซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยมารยาทของคุณหนูใหญ่ตระกูลฉี ที่เขาพบเห็นวีรกรรมเด็ดดวงมานานหลายปี

ในใจได้แต่ย้ำถามตนเองว่าคุณหนูฉีเหม่ยหลันที่เขารู้จัก คือคนเดียวกันกับสตรีคนเมื่อครู่นี้แน่หรือ

“ฉินเซียว!” เสียงเข้มเอ่ยซ้ำเมื่อผู้ช่วยข้างกายไม่ขานรับคำสั่งการ

“ขอรับ ๆ”

“จิตใจเหม่อลอยไปที่ใด นำอาภรณ์ชุดนี้ไปให้พนักงานห่อกลับ ไม่เห็นหรือว่าข้าเลือกด้วยความตั้งใจ ย่อมถูกใจมากกว่าชุดอื่น”

เสียงเข้มสั่งการไม่เบาเลย เพราะเห็นชายอาภรณ์สีม่วงยังคงเดินไปเดินมาอยู่บนชั้นสองของร้าน

“เอ่อ ใต้เท้าเลือกซื้อไปให้ผู้ใดสวมใส่ขอรับ”

ฉินเซียวถามเพราะเสนาบดีซ่งไม่มีญาติพี่น้องให้ห่วงใย เจ้านายต้องการซื้ออาภรณ์ของเด็กหนุ่มไปให้ผู้ใดกันแน่ หรือว่าจะเลี้ยงต้อยเด็กหนุ่มไว้ใช้งานในที่ลับ!

สายตาของผู้ช่วยข้างกายหลุกหลิกไปมาอย่างหวาดระแวง ทั้งยังจ้องมองผู้เป็นนายสลับอาภรณ์ในมือ

“ถามแปลก ข้าเลือกเองย่อมซื้อไปใส่เอง” ซ่งจือหานไม่ได้เข้าใจท่าทีของผู้ช่วยเลยแม้แต่น้อย

“ใต้เท้าไม่น่าจะสวมได้นะขอรับ เพราะแขนขาของอาภรณ์ชุดนี้สั้นกว่าขนาดอาภรณ์เดิม ๆ ของใต้เท้าทั้งนั้นเลย”

ฉินเซียวรู้สึกโล่งอกอยู่ไม่น้อย มุมปากยังแอบยกยิ้มอย่างขบขัน เจ้านายคงรีบมากกระมังเลยหยิบจับไปเรื่อยเช่นนี้

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร เจ้ารู้ก็รีบไปเลือกเร็วเข้า ยืนเหม่อลอยอยู่ทำไมเล่า”

“ใต้เท้าหรือไม่ที่เหม่อลอย” ฉินเซียวบ่นพึมพำเสียงเบา

“เจ้าว่าอย่างไรนะฉินเซียว”

“ไม่ได้กล่าวอันใดเลยขอรับ ใต้เท้าน่าจะฟังผิด”

“รีบไปเลือกเลย ข้ามีกิจธุระหลายอย่างต้องไปจัดการ อีกไม่กี่วันต้องออกเดินทางไปเมืองถัง”

ประโยคหลังคล้ายกำลังสื่อสารให้คนอื่นได้ยิน ฉินเซียวกวาดมองไปทั่วบริเวณชั้นสอง ก็เห็นเพียงคุณหนูตระกูลฉีสองพี่น้อง ซึ่งยามนี้กำลังเลือกอาภรณ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“ขอรับ ๆ”

ทางฝั่งสองพี่น้องได้ยินทุกคำกล่าวของผู้ใหญ่ข้างจวน ฉีเฟยเฟิ่งจึงเข้าเดินเข้ามากระซิบถามพี่สาวด้วยความสงสัย

“พี่ใหญ่บุรุษพูดจาเสียงดังเช่นนี้ทุกคนหรือ”

“คงเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน รีบเลือกเถิดพวกเราต้องไปร้านขายยากันต่อ”

สองมือรีบหยิบจับอาภรณ์จำเป็น ถึงแม้จะได้ยินคำกล่าวของคนผู้นั้นไม่ต่างจากน้องสาว แต่นางไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลใจเลยสักนิด

เพราะหน้าที่รับผิดชอบของคนในโรงครัวกับเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ของแคว้น ย่อมไม่มีเรื่องใดให้พูดคุยหรือเกี่ยวข้องกัน

“ข้าเริ่มตั้งเป้าหมายเลยว่าบุรุษของข้าต้องห้ามเสียงดังในร้านค้า” 

แค่นึกภาพบุรุษตะโกนปาว ๆ ว่าอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ ฉีเฟยเฟิ่งก็รู้สึกอับล่วงหน้าเลย

“หึ หึ หากพึงใจแล้วนั้น เขาเป็นเช่นไรเจ้าย่อมรับได้ทั้งหมด”

“อาจจะจริง พี่ใหญ่อาภรณ์เท่านี้ก็เพียงพอแล้วพวกเราไปที่ร้านอื่นกันเถิด ท่านเลิกทำหน้าเศร้าได้แล้ว”

“ข้าทำหน้าเศร้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

คนพี่เลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงน เพราะมั่นใจว่าตนเก็บสีหน้าและท่าทางได้ดีเยี่ยม

“ตั้งแต่เจอคนผู้นั้นเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ยิ้มเข้าไว้ท่านงดงามมาก เผลอ ๆ อาจจะต้องตาต้องใจองค์ชายสักคน ท่านพ่อเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ สักวันหนึ่งอาจมีสมรสพระราชทานมาเยือนตระกูลฉี”

คนน้องพูดปลอบใจไปตามเรื่อง ไม่ได้หวังให้พี่สาวแต่งเข้าเป็นพระชายาแต่อย่างใด

“พอเลย ข้าไม่ชอบใช้ชีวิตในวัง”

“ท่านต้องรีบหาบุรุษในดวงใจให้พบ ไม่อยากนั้นคงหนีไม่พ้นเข้าสักวัน”

หากอายุเกินยี่สิบปีแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะออกเรือน บิดาย่อมอยู่ไม่สุขเป็นแน่

“ท่านพ่อไม่กล้าบังคับพวกเราหรอก ตาแก่ผู้นั้นกลัวลูกหลานไม่รักมากกว่ากลัวถูกฝ่าบาทลงทัณฑ์”

เสียงหวานเอ่ยย้ำด้วยท่าทีมั่นใจ บิดารักพวกนางมากไม่เคยเห็นบังคับเลยสักเรื่อง

พวกนางอายุสิบแปดสิบเก้าปีกันทั้งคู่ แต่ยังไม่มีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลใด ท่านยังไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ

“ท่านพ่อดีที่สุด”

“ใช่พวกเราต้องช่วยกันไม่ให้ท่านพ่อจากไปก่อนวัยอันควร”

สองพี่น้องพูดคุยกระซิบกันเสียงเบา คนที่เงี่ยหูฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่ได้ยินด้วยเลยสักประโยค!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status