เข้าสู่ระบบระหว่างทางกลับจวนตระกูลฉี พี่สาวผู้ปากหนักยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ทว่าในใจกลับอ่อนลงอย่างมาก เมื่อเห็นน้ำใจของน้องสาวในยามคับขัน
ร่างผอมบางแบกนางที่เดินไม่ไหวแล้วขึ้นบนหลัง จากนั้นก็พาเดินไปจนถึงรถม้าอย่างปลอดภัย
หลังจากตั้งสติและทำใจได้เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ฉีเหม่ยหลันจึงกลับมามีเรี่ยวแรงดังเดิม
ขณะที่กำลังคิดเรื่องราวอยู่ในใจ ร่างอวบอิ่มต้องขยับกายถอยหลังอย่างประหม่า เมื่อน้องสาวขยับเข้ามากระซิบบอกกล่าวบางอย่าง
“พี่ใหญ่ข้าได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าตามพวกเรามา”
“เดี๋ยวคนของท่านพ่อคงช่วยจัดการ”
ฉีเหม่ยหลันตอบกลับอย่างขอไปที บิดาส่งผู้คุ้มกันมาสองคนคงพอช่วยเหลือสอดส่องดูแลความปลอดภัยได้
“แต่พี่ใหญ่เสียงม้าใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะเจ้าคะ”
น้ำเสียงหวาดกลัวเป็นกังวลกล่าวย้ำข้างหูของพี่สาว กายบางสั่นเทาอย่างหนัก
เพราะช่วงเวลาเป็นเด็กน้อยพวกนางเคยถูกมือสังหารหลายคนตามประกบรถม้า เคราะห์ดีที่คนของบิดาฝีมือดีทุกคน สองพี่น้องเลยรอดชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้
“เฟยเฟิ่งก้มหัวลงแล้วห้ามลุกขึ้นมาเด็ดขาด”
พี่สาวซึ่งมีวิชาต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดเพียงเล็กน้อย รีบกดหัวน้องสาวให้นอนคว่ำหน้าไปกับพื้นรถม้า ส่วนตนเองดึงดาบที่สอดไว้บนเพดานรถม้าออกมาถือป้องกันตนเอง
ดวงตาดำขลับจ้องมองไปรอบ ๆ ทิศทาง เพื่อคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้คนขี้กลัว
“คุณหนูไม่ต้องกังวลนะขอรับ เป็นเพียงเสียงของผู้ผ่านทางมาก็เท่านั้น”
น้ำเสียงนิ่งขรึมของผู้คุ้มกันซึ่งรับหน้าที่บังคับรถม้าด้วย เอ่ยเรียกสติของสตรีทั้งสองคนให้หวนกลับคืน
สหายอีกคนออกไปตรวจตราและเห็นว่าเป็นเพียงผู้ผ่านทาง ทุกอย่างจึงกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
แต่พวกเขาไม่ได้วางใจไปเสียทีเดียว เพราะผู้ผ่านทางส่วนใหญ่ไม่บังคับม้าเบียดเสียดกันเช่นนี้
“อืม ฝากพวกท่านด้วย”
“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่สาว”
ร่างเล็กรีบลุกขึ้นนั่งดังเดิมเมื่อรู้ว่าสถานการณ์ปลอดภัย ฉีเฟยเฟิ่งจ้องมองพี่สาวอย่างซาบซึ้งใจ เพราะในยามคับขันพี่สาวไม่ได้ทอดทิ้งตน
สองแขนตรงเข้ากอดแขนเรียวอย่างหาที่พึ่ง ถึงจะหายกลัวบ้างแล้ว แต่นางยังไม่หายตกใจเลยสักนิด
“ข้าแค่ไม่อยากให้ใครมาตายในรถม้า” ดวงตาอ่อนแสงลงเมื่อเห็นท่าทีออดอ้อน
เช้าตรู่ของวันใหม่มาเยือน สตรีผู้ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เฉกเช่นเก้าครั้งที่ผ่านมา ตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเอาอกเอาใจคนหน้าดุ
ฉีเหม่ยหลันมุ่งตรงไปที่โรงครัวหลักของจวน เพราะอยากทำน้ำแกงไก่ไปมอบให้บุรุษข้างจวน เพื่อขอโทษขอขมาที่นางทำตัวไม่ดีในงานประกวดยอดพธู
ตำแหน่งพวกนั้นนางไม่ต้องการเลย ขอแค่เขาหายโกรธเพียงเท่านี้ก็ดีใจมากแล้ว
ความใจดีของท่านอาข้างจวนในวันวาน ยังคงฝังลึกในใจสตรีผู้ขาดมารดา เขาคอยปลอบโยนเมื่อครั้งสูญเสียมารดา จนนางกลับมาเข้มแข็งไม่ร้องไห้งอแงตามหาท่านแม่
วันวานผ่านไปวันแล้ววันเล่า ฉีเหม่ยหลันจึงยึดติดความใจดีไว้กับตัว ไม่อยากแบ่งปันความรักความอบอุ่นให้สตรีหน้าไหนทั้งนั้น
คุณหนูใหญ่ของจวนตั้งใจทำน้ำแกงไก่อยู่นานสองนานกว่าจะสำเร็จ ท่ามกลางความโล่งอกของแม่ครัวและสาวใช้ในโรงครัว
เศษผัก เศษเนื้อไก่ ตกเรี่ยราดตามพื้นโรงครัว เพราะเจ้าตัวไม่ถนัดด้านการทำอาหารเลยสักนิด
“เอ่อ…ให้บ่าวทำให้ดีหรือไม่เจ้าคะคุณหนูใหญ่”
“ไม่ต้อง ท่านอาคงอยากชิมฝีมือปรุงน้ำแกงไก่ของข้า”
ความเสียใจในเรื่องเมื่อวานเลือนหายไปชั่วข้ามคืน เฉกเช่นเก้าครั้งที่ถูกเขาตำหนิติเตียนเสียงดัง โอกาสครั้งที่สิบของนางต้องรักษาและพยายามให้ดีที่สุด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทำน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายชายที่รัก คุณหนูใหญ่ของจวนจึงเดินกลับเรือนนอน เพื่อผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่ตามความเหมาะสม
ฉีเหม่ยหลันเดินถือหม้อน้ำแกงไก่ด้วยตนเอง มุ่งหน้าสู่ประตูจวนหลังใหญ่ซึ่งอยู่ห่างเพียงแค่กำแพงกั้น
“พี่ใหญ่รีบไปที่ใดเจ้าคะท่านแม่ ข้าเห็นนางถือหม้อแกงใบใหญ่ไปด้วย”
ฉีเฟยเฟิ่งเดินเข้ามาสอบถามมารดา ซึ่งยามนี้กำลังนั่งจิบน้ำชายามเช้าตรงสวนหย่อมข้างจวน บิดาไม่ได้นั่งอยู่ด้วยเพราะออกไปราชการต่างเมืองตั้งแต่เช้ามืด
ยามนี้แคว้นซ่งกำลังก่อสร้างบ่อกักเก็บน้ำตรงหัวเมืองทางทิศเหนือ เสนาบดีฉีจินผิงเสนาบดีกรมคลัง จึงต้องออกเดินทางล่วงหน้าไปพร้อมเหล่าช่างมากฝีมือ เพื่อทำเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณในการก่อสร้างต่าง ๆ อีกไม่กี่วันเสนาบดีฝ่ายอื่น ๆ จึงจะเดินทางตามไปสมทบ
“ไปจวนนู้น เฮ้อ! แม่รู้สึกเป็นห่วงแปลก ๆ เฟิ่งเอ๋อร์เจ้ารีบตามพี่สาวของเจ้าไปเดี๋ยวนี้เลย”
น้ำเสียงเอื้ออาทรของมารดา บอกกล่าวให้บุตรีเพียงคนเดียวเดินตามไปดูแลลูกเลี้ยงที่ไม่เคยเห็นหัวตนเลยสักครั้ง
ต่อให้เป็นเช่นนั้นมานานแล้วก็เถิด แต่นางช่วยสามีเลี้ยงดูมาตั้งแต่เยาว์วัย ย่อมมองคนหัวรั้นเป็นบุตรสาวไม่ต่างจากบุตรสาวที่แท้จริง
“เจ้าค่ะ ท่านแม่วางใจได้ ข้าจะรีบตามไปดูเอง”
ทางด้านฉีเหม่ยหลัน ยามนี้กำลังเดินเข้าไปในจวนหลังใหญ่ไม่ต่างจากจวนตระกูลฉีด้วยหัวใจเบิกบาน
นางมาเพื่อสานฝันของตนเองให้สำเร็จ จึงไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวันวานให้รกพื้นที่ในใจ
ขณะที่กำลังก้าวเดินเข้าไปใกล้ห้องโถงของจวน หูก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันอย่างมีความสุข ช่างรายล้อมไปด้วยบรรยากาศของครอบครัวเปี่ยมสุข
ภาพตรงหน้าคือบุรุษในดวงใจกับสตรีคู่แค้นของนาง กำลังนั่งจิบน้ำชายามเช้าด้วยท่าทีเบิกบาน มุมปากเรียบตึงเป็นนิจยามนี้แย้มยิ้มเต็มใบหน้าหล่อเหลา
เจ็บยิ่งกว่าถูกเขาตำหนิติเตียน คือเห็นเขายิ้มแย้มให้สตรีอื่น!
เมื่อมองไปทางด้านข้างก็เห็นชายวัยกลางคน ซึ่งแต่งกายด้วยอาภรณ์ของกองทัพหลวง นายกองผู้นั้นยิ้มแย้มมีความสุขเมื่อเห็นท่าทีของชายหญิงตรงหน้า
“ท่านอาให้คนนอกเข้ามาหาแต่เช้าเลยหรือเจ้าคะ เสียมารยาทยิ่งนัก หากเจ้าบ้านตื่นสายคงสั่งให้คนไปปลุกมาต้อนรับพวกตนกระมัง”
วาจาไม่เป็นมิตรเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไร้มารยาทเพราะความโกรธแค้นเสียใจทวีคูณ ยิ่งเห็นเขาพูดคุยกับซูชิงโม่ด้วยสายตาเป็นประกายนางยิ่งรับไม่ได้
เมื่อเพ่งมองให้ดีจึงพบว่าเหตุการณ์ตรงหน้า คล้ายกับพิธีดูตัวอย่างไรอย่างนั้น!
“ฉีเหม่ยหลันอย่าเสียมารยาท”
“ข้ากล่าวเรื่องจริง เป็นสตรีแต่กลับพาบิดามาจวนบุรุษตั้งแต่เช้า”
วาจาเย้ยหยันหันไปกล่าวกับสองพ่อลูก ซึ่งยามนี้นั่งนิ่งไม่พูดจาโต้กลับแต่อย่างใด ฉลาดไม่เบาปล่อยให้นางกลายเป็นผีบ้าอยู่คนเดียว!
ถึงแม้จะรู้ทันคนอื่นทุกเรื่อง แต่ด้วยนิสัยใจร้อนจึงแสดงออกแบบไร้หัวคิดมาโดยตลอด
ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร
“เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน
ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั
หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั
ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ
“เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช







