แชร์

หวนคืน

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:32:45

สองคนพ่อลูกคู่นั้นยังคงนั่งเงียบสงบเสงี่ยมไร้วาจาโต้กลับ มีเพียงประกายเกลียดชังในแววตาของสตรีคู่แค้น ที่เผลอส่งกลับมาชั่วขณะหนึ่ง

“เจ้าก็เป็นสตรี มิหนำซ้ำยังเดินมาเพียงลำพัง”

เสียงเข้มเอ่ยเตือนหลานสาวข้างจวนอีกครั้ง ความอดทนของเขาเข้าใกล้ขีดสูงสุดเต็มที

หากไม่รู้ว่าบิดาของนางไปราชการแต่เช้ามืด เขาคงรีบให้คนไปบอกกล่าวเสนาบดีฉีจิงผิง ให้รีบมาพาตัวบุตรสาวกลับไปทันที

“ข้าเดินเข้าออกจวนหลังนี้ตั้งแต่หกหนาว ย่อมไม่อาจเปรียบเทียบกับสตรีที่เพิ่งเคยก้าวขาเข้ามา”

ฉีเหม่ยหลันวางหม้อน้ำแกงไก่ลงตรงโต๊ะอาหารภายในห้องโถงรับรอง กายอวบอัดเดินเข้าไปใกล้บุรุษในดวงใจเหมือนทุกครั้งยามที่มาพบเขา

“เอ่อ…ใต้เท้าซ่งข้าน้อยกับบุตรสาวคงต้องขอตัวกลับก่อนนะขอรับ”

นายกองซูมู่หรงบิดาของซูชิงโม่รีบกล่าวเพื่อตัดปัญหา เขาไม่อยากมีปัญหากับบุตรีเสนาบดีกรมคลัง

หากถูกคนผู้นั้นเขม่นรุนแรง แน่นอนว่าเส้นทางในตำแหน่งหน้าที่การงานอันทรงเกียรติ คงสิ้นสุดเพียงตำแหน่งนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น

“ไม่ต้องหรอกนายกองซู อยู่ร่วมสำรับเช้ากันก่อน คนที่ต้องกลับออกไปไม่ใช่พวกท่านอย่างแน่นอน ฉินเซียว!”

ท้ายประโยคเจ้าของจวนตะโกนเรียกหาผู้ช่วยคนสนิท เพื่อสั่งการบางอย่างให้ทันท่วงที

ช่วงเวลาเหมาะสมเช่นนี้ เขาควรทำความรู้จักกับสตรีที่หมายตาเอาไว้ ไม่ใช่เสียเวลาปะทะคารมกับสตรีน่ารำคาญ

“ขอรับใต้เท้า”

ฉินเซียวรีบเดินเข้ามาในห้องโถงตามเสียงเรียก ซึ่งบ่งบอกถึงอารมณ์โมโหขีดสุด

“ไปส่งฉีเหม่ยหลันให้ถึงจวน เอาหม้อน้ำแกงนี้กลับไปด้วยข้าไม่กิน!”

“ไม่นะเจ้าคะ ข้าอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามืดมาทำน้ำแกงไก่ให้ท่านอา”

เจ้าของน้ำแกงไก่หม้อใหญ่ รีบปฏิเสธคำสั่งการอย่างไร้ความชอบธรรม ใบหน้าซึ่งแต่งแต้มประทินโฉมมาอย่างหนาเตอะ ส่ายไปมาเพื่อไม่ให้ฉินเซียวเดินเข้ามาใกล้

“ฉินเซียว!”

“เอ่อ…คุณหนูฉี กลับไปเถิดขอรับใต้เท้ากำลังอารมณ์ไม่ดี”

“ไม่ ข้าไม่กลับ สตรีไร้ยางอายผู้นี้อยู่ได้ ข้าก็จะอยู่เช่นกัน!”

กล่าวจบฉีเหม่ยหลันก็เดินเข้าหาซูชิงโม่ทันที เพราะอยากตบตีลงไม้ลงมือเหมือนเหตุการณ์ครั้งที่ผ่านมา

ในจังหวะก้าวเข้าหานั้นซูชิงโม่รู้ทัน ประกอบกับความโกรธแค้นเรื่องเมื่อวานเป็นทุนเดิม จึงยื่นขาออกมาขัดหมายกลั่นแกล้งให้ศัตรูหกล้มหัวคะมำอับอายผู้คน

ทว่าแรงของผู้โกรธแค้นทั้งสองคน เกิดการปะทะตรงพื้นซึ่งมันเงาจากการทำความสะอาดของบ่าวไพร่ ประกอบกับรองเท้าของฉีเหม่ยหลันโดนน้ำแกงไก่ ที่นางพยายามหอบหิ้วมาด้วยตนเอง

ทันใดนั้นเรื่องไม่คาดคิดจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อให้ใครบางคนพุ่งจู่โจมเข้าช่วยเหลือก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

ฉีเหม่ยหลันสะดุดล้มลงกับพื้นเสียงดัง ศีรษะของนางกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะแล้วหมดสติไปทันที

“พี่ใหญ่!”

“ส่งตัวนางมา ข้าจะพากลับเรือนเอง”

“กรุณาถอยออกไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าดูแลพี่สาวของข้าได้”

ฉีเฟยเฟิ่งกล่าววาจาหาญกล้าที่พี่สาวไม่มีโอกาสได้ยิน ในยามเช่นนี้นางไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงหน้าตาเคร่งขรึมของเจ้าบ้านเลยแม้แต่น้อย

ร่างผอมบางแบกพี่สาวขึ้นหลังเหมือนที่เคยทำยามคับขัน น่าแปลกที่ครั้งนี้นางทำได้คล่องแคล่วว่องไวยิ่งนัก

………………………………..

ในม่านหมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดวงตากลมโตกะพริบเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัดเจน

ฉีเหม่ยหลันมองเห็นบิดาถูกสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่พังลงมาทับจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ภาพของสตรีคู่แค้นจ้องมองความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทำให้มือสองข้างกำเข้าหากันใต้ผ้าห่ม

ภาพของน้องสาวเพียงคนเดียว ยอมแต่งออกไปอยู่ชนบทห่างไกล เพราะพี่สาวกังวลไม่อยากให้อยู่ใกล้สามีของตนเอง

ในท้ายที่สุดฉีเฟยเฟิ่งถูกบิดามารดาของสามี กดขี่ใช้แรงงานขณะตั้งครรภ์จนกระทั่งตกเลือดตาย

แม่เลี้ยงกลายเป็นสตรีเสียสติ เพราะสูญเสียทั้งสามีและบุตรสาวในเวลาไล่เลี่ยกัน น้ำตาของสตรีใจร้ายหลั่งรินทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา

ในเวลาต่อมาฉีเหม่ยหลันมองเห็นตนเองถูกสามีเมินเฉยแม้กระทั่งค่ำคืนเข้าหอ เขายอมออกไปนอนห้องหนังสือดีกว่ายอมหายใจร่วมกับฮูหยินที่ไม่พึงใจ

อยู่ร่วมชายคากันนานนับปี สามีไร้ใจไม่เคยเฉียดกายเข้าใกล้เลยสักครั้ง ยังดีที่เขาไม่แต่งสตรีอื่นเข้ามาหยามเกียรติซ้ำเติม หากเป็นเช่นนั้นความโกรธแค้นคงเผาผลาญให้นางลงมือหนักข้อตั้งแต่แรก

ทว่าเพียงเท่านั้นนางก็ถูกบ่าวไพร่ในจวนนินทาลับหลัง กลายเป็นแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่เป็นไร้ซึ่งคนเกรงใจ บ่าวไพร่ต่างต้อนรับสตรีอีกคนซึ่งไร้สถานะมากกว่านาง ผู้เป็นฮูหยินของเสนาบดีซ่งจือหาน

เมื่อความอดทนถึงขีดสุด แผนการชั่วร้ายจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อกำจัดสตรีในดวงใจสามีในเร็ววัน

ซูชิงโม่ถูกคนร้ายหลายคนฉุดไปข่มขืน และนำร่างเปลือยเปล่ามาทิ้งหน้าจวนตระกูลซ่ง!

ผู้อับอายทำใจไม่ได้ ที่บ่าวไพร่ในจวนตระกูลซ่งพบเห็นร่างเปลือยเปล่าของตน วันถัดมาจึงใช้ผ้าขาวผูกคอตนเองเสียชีวิตในเรือนนอน

ฉีเหม่ยหลันได้ยินข่าวการเสียชีวิตของศัตรูหัวใจจากชาวเมือง ไม่ได้พบเห็นศพด้วยตาตนเอง จึงไม่รู้เลยว่าเรื่องราวไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านั้น

ทางด้านคนร้ายถูกทางการจับได้ในเวลาต่อมา พวกมันให้การซัดทอดถึงสตรีผู้จ้างวาน อีกทั้งยังส่งมอบหลักฐานอย่างง่ายดาย ประหนึ่งเตรียมพร้อมไว้แล้วอย่างไรอย่างนั้น

ภาพตัดไปเพียงเท่านั้น ฉีเหม่ยหลันไม่รู้เลยว่าตนถูกลงโทษหรือไม่ แต่เดาว่าคงถูกประหารชีวิตเพราะหลักฐานเอาผิดชัดเจน ที่ภาพตัดไปคงเพราะสวรรค์ไม่อยากให้นางเห็นภาพน่ากลัวกระมัง!

เรื่องราวในม่านหมอกพานางข้ามเวลาไปยังดินแดนที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ ฉีเหม่ยหลันเห็นภาพตนเองสวมหมวกแข็งสีขาวเรืองแสง อีกทั้งยังแต่งกายรัดกุมแปลกตา นางกำลังยืนสั่งงานบุรุษหลายคนท่ามกลางสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ ผู้คนเรียกขานว่า ‘วิศวกร’

เมื่อเพ่งมองใบหน้าตนเองในภพชาติแห่งอนาคต ก็ต้องตกตะลึงเพราะงดงามมากทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทาแป้งสีขาว และไม่ได้ทาชาดสีแดง ดวงตาไร้ซึ่งการขีดเขียนใด ๆ ทั้งนั้น

งดงามจนถูกอิจฉา นางถูกสตรีคู่หมั้นของหัวหน้างานในองค์กร ว่าจ้างให้พวกกากเดนมนุษย์ลงมือจนถึงแก่ความตาย

เรื่องราวในม่านหมอกยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อหมอกสีขาวพาล่องลอยขึ้นบนที่สูง เห็นภาพตนเองแต่งกายชุดโบราณสีขาวงดงามตระการตา

สตรีในม่านหมอกครั้งนี้ งดงามยิ่งกว่าสตรีในดินแดนมนุษย์หลายร้อยเท่า แต่นางกลับถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้าพิโรธ เพราะมีโทษมหันต์!

เทพสงครามหญิงแอบลักลอบมีสัมพันธ์ลับ ๆ กับเทพสงครามชายผู้เป็นที่รัก ทั้งสองจึงถูกสายฟ้าฟาดส่งให้ลงมาเผชิญด่านเคราะห์บนโลกมนุษย์

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status