แชร์

โอกาสยังมีอยู่

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:31:31

เมื่อถูกคนที่ตนพึงใจตวาดเสียงดังลั่นลานการประลองฝีมือ ฉีเหม่ยหลันได้แต่ยืนแน่นิ่ง ดวงตาเหม่อลอยไม่ยอมรับคำพิพากษา

ภายในใจเจ็บปวดรวดร้าวเกินกว่าจะรับไหวแต่นางต้องรับให้ไหวเพราะเหลือโอกาสอีกสองครั้งจากสิบครั้ง ที่นางจะมอบให้เขาก่อนตัดใจอย่างถาวร

สตรีอื่นอาจจะนับความเสียใจแค่เพียงสามครั้งแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ แต่นางยอมให้โอกาสเขามากถึงสิบครั้ง เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียว ให้โอกาสเขาปฏิเสธให้พอ หากครบตามกำหนดนางจะยอมตัดใจแต่โดยดี

“ข้าไม่เรียก ข้าเรียกท่านว่าท่านอาตั้งแต่แรกพบ เพียงเพราะสตรีแสนเจ้าเล่ห์ผู้นี้ทำเรื่องต่อหน้าผู้คน ท่านอาเลยรังเกียจแม้กระทั่งคำเรียกขานที่ข้ามอบให้”

วาจาดื้อรั้นตอบกลับ เพราะทุกครั้งเขายอมอ่อนข้อให้มาโดยตลอดครั้งนี้คงไม่ต่างกันนักหรอก ถึงกระนั้นความไม่มั่นใจสายหนึ่งก็คืบคลานเข้าสู่หัวใจดวงน้อย

“ฉีเหม่ยหลัน กลับไปที่จวนของเจ้าก่อนที่ข้าจะโมโหไปมากกว่านี้!”

ดวงตาดุดันวาวโรจน์ลุกโชนขึ้น อย่างที่ไม่เคยเผยให้สตรีตรงหน้าพบเห็นมาก่อน

“เฟยเฟิ่งกลับจวน”

เมื่อเห็นแววตาดุดันเอาจริง ฉีเหม่ยหลันจึงรีบโอนอ่อนผ่อนปรนตามคำสั่ง ในใจยังคาดหวังให้บุรุษในดวงใจรักและเอ็นดูไม่ต่างจากวันวาน

ก่อนกลับยังไม่ลืมพาน้องสาวกลับจวนไปด้วยกัน นางไม่ได้ประกวดฉีเฟยเฟิ่งก็ห้ามประกวดเด็ดขาด!

“เจ้าค่ะ”

ร่างเล็กรีบเดินตามพี่สาวกลับไปยังจุดจอดรถม้าด้วยความเต็มใจ เพราะนางไม่ได้อยากอยู่ประกวดต่อเลยสักนิด

เมื่อเหตุการณ์อยู่ในความสงบ ฉินเซียวจึงเดินขึ้นไปสมทบบนเวทีการประกวด เพื่อกล่าวขออภัยชาวเมืองที่เกิดเหตุความวุ่นวายในครั้งนี้

ซ่งจือหานประคองซูชิงโม่ให้เดินลงจากเวทีการแสดง นางได้รับอนุญาตให้นั่งข้าง ๆ ท่านเสนาบดีฝ่ายขวาของแคว้น ท่ามกลางสายตาของชาวเมืองผู้มาร่วมงาน

ฉินเซียวรีบประกาศผู้ชนะการประกวดยอดพธูของเมืองหลวง ตามที่เจ้านายมอบหมายหน้าที่ให้จัดการโดยเร็ว

“ผู้ชนะการแข่งขันยอดพธูผู้งามพร้อมในปีนี้ได้แก่…คุณหนูซูชิงโม่ บุตรีของท่านนายกองซูมู่หรง ผู้มีคุณประโยชน์ต่อแว่นแคว้น”

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วลานอเนกประสงค์ สองพี่น้องที่กำลังเดินถอยห่างจากฝูงชนได้ยินคำตัดสินอย่างแจ่มชัด

ดวงตาของผู้พ่ายแพ้เต็มไปด้วยหยดน้ำตา สองขาของนางอ่อนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ถึงแม้จะพอรู้อยู่บ้างว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร แต่ยามนี้ใจดวงน้อยกลับยอมรับไม่ไหว เพราะสายตาของบุรุษในดวงใจมีสตรีคู่แค้นของนางอยู่เต็มสองตา

ทั้งสองจ้องมองกันด้วยแววตาหวานซึ้งตรึงใจ โดยเฉพาะท่านเสนาบดีผู้มีอุปนิสัยนิ่งเฉย ที่ยามนี้ทอดสายตามองซูชิงโม่อย่างอบอุ่น สายตาที่นางไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง

“พี่ใหญ่ เดินไหวหรือไม่”

น้องสาวเห็นอาการไม่สู้ดีของพี่สาว จึงรีบเดินเข้าไปประคองไม่ให้ร่างอวบอิ่มล้มลง

จุดนี้ผู้คนยังหนาแน่น หากพี่สาวล้มลงไปย่อมได้รับบาดเจ็บ เผลอ ๆ อาจกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านมากไปกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ปล่อยไม่ต้องมาสงสารข้า เจ้าก็คงสมน้ำหน้าข้าไม่ต่างจากคนพวกนั้น”

“ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น”

ฉีเฟยเฟิ่งยังคงกอดรัดต้นแขนเรียว เพื่อประคองพี่สาวไว้เต็มอ้อมแขน เพราะคนเสียใจใกล้จะล้มลงอยู่รอมร่อ

“เรียกคนมาช่วยข้าเดินไม่ไหวแล้ว”

“ข้าจะประคองท่านเอง รถม้าของจวนอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้ ท่านเป็นสตรีคงไม่ดีเท่าไหร่หากถูกบุรุษแตะเนื้อต้องกายท่ามกลางสายตาผู้คน”

“ดื้อด้าน ถูกด่าทอทุกวันยังอยากมีพี่สาว”

น้ำเสียงอ่อนแรงบ่นออกไป แต่เดิมนางก็ไม่ได้เกลียดชังฉีเฟยเฟิ่ง แค่อยากเป็นที่หนึ่งในใจบิดา เลยคอยกดข่มไม่ให้น้องสาวต่างมารดาโดดเด่นกว่า

“ท่านก็ดื้อไม่ต่างจากข้า ดื้อกว่ามากด้วย”

เสียงเล็ก ๆ เถียงกลับเป็นครั้งแรก เพราะรู้สึกได้ว่าพี่สาวเริ่มเปิดใจให้บ้างแล้ว

“ตัวก็ผอมบางยังกล้าหาญมาขอแบกข้า แค่ตรงนี้ก็หนักกว่าเจ้าครึ่งตัวแล้ว”

คนอ่อนแรงสูดอากาศเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติ จะได้ไม่เป็นภาระผู้อื่นมากจนเกินไป

“กินอาหารทุกวันไม่ไปลงส่วนอื่นเลยหรือ”

สายตาผู้เป็นน้องจ้องมองส่วนที่หนักกว่าส่วนอื่น หากเจ้าส่วนนี้ไม่โป่งนูนขนาดนั้น นางคงแบกพี่สาวได้เบาแรงขึ้น

“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร โน้มตัวลงข้าขึ้นหลังเจ้าแค่ครึ่งเดียวน่าจะง่ายกว่า”

สองพี่น้องจัดแจงช่วยกันเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้

เพราะพี่สาวเป็นสตรีงดงามแต่ชื่อเสียงไม่ค่อยดี ฉีเฟยเฟิ่งจึงไม่อยากเรียกคนของบิดาให้มาช่วยเหลือต่อหน้าชาวเมือง และคิดว่าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจึงจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง

ทางด้านซูชิงโม่หลังจากรับมอบของรางวัลจากทางการเสร็จสิ้น นางจึงเดินกลับมายืนต่อหน้าเสนาบดีซ่งจือหาน เพื่อกล่าวขอบคุณที่ตนได้รับเลือกในค่ำคืนนี้

“ขอบคุณท่านเสนาบดียิ่งนักเจ้าค่ะ ที่มอบตำแหน่งยอดพธูให้แก่ข้า ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีคนไม่พอใจในคำตัดสินในครั้งนี้”

“ผลการตัดสินอ้างอิงตามความเหมาะสม ผู้ใดจะกล้าไม่เห็นด้วย”

สายตาคมแอบชำเลืองมองซูชิงโม่โดยไม่ให้นางรู้ตัว 

รูปร่างหน้าตาของสตรีตรงหน้าถือได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง หากวันข้างหน้ารู้สึกพึงใจมากกว่านี้ คงสามารถก้าวข้ามไปสู่ตำแหน่งสำคัญได้ไม่ยาก

“เช้าวันรุ่งขึ้น ข้าขออนุญาตพาท่านพ่อนำของขวัญไปมอบให้ท่านเสนาบดีที่จวนได้หรือไม่เจ้าคะ”

ท่าทีเอียงอายมาพร้อมกับถ้อยคำขออนุญาตอย่างรู้ความ ไม่กระทำโดยพลการ

หากเขาตอบรับคำขออนุญาต เท่ากับว่าโอกาสชนะฉีเหม่ยหลันมีมากกว่าครึ่ง จะมีสิ่งใดสาแก่ใจมากกว่าการแย่งชิงบุรุษจากสตรีนิสัยเสียผู้นั้นได้สำเร็จ

“อืม มาช่วงสาย ๆ ก็ได้ เจ้ากับบิดาจะได้ไม่ลำบาก”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

กายบอบบางยืนบิดไปมาด้วยท่าทีเขินอาย เพราะการอนุญาตให้เข้าหาในครั้งนี้ เท่ากับว่าบุรุษตรงหน้าเริ่มตอบรับไมตรีของตนเข้าแล้ว 

ตำแหน่งฮูหยินของท่านเสนาบดีฝ่ายขวาอยู่ใกล้แค่เอื้อม จะเป็นฮูหยินเอกหรือฮูหยินรองนางรับได้ทั้งนั้น!

คล้อยหลังที่ซูชิงโม่เดินจากไป ฉินเซียวจึงเข้ามาสอบถามผู้เป็นนายด้วยความหวังดี หากวันข้างหน้ารู้สึกว่าไม่ใช่และไม่พึงใจ มีแต่จะสร้างความวุ่นวายให้ชีวิตเพิ่มมากขึ้น

“ใต้เท้าแน่ใจแล้วหรือขอรับ”

ถ้อยคำในใจบางอย่างที่เขาอยากเตือนแต่ยังไม่กล้ากล่าวเตือนจุกอยู่ตรงลำคอ เพราะบางช่วงในยามเผลอสายตาของผู้เป็นนาย ยังคอยวนเวียนมองหาคนที่ตนปฏิเสธอยู่เรื่อย

“ลองดูสักตั้ง หากครั้งนี้ไม่เห็นผล คงต้องปล่อยวางจนกว่านางจะเข้าใจ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status