แชร์

นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน
นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน
ผู้แต่ง: หนูเหมยจ้า

บทนำ

ผู้เขียน: หนูเหมยจ้า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-01 09:29:59

ในช่วงเทศกาลหยวนเซียวประจำปีมาเยือน ณ ลานเอนกประสงค์ใจกลางเมืองหลวงแคว้นซ่ง ได้มีการจัดการแข่งขันประกวดยอดพธูผู้งามพร้อมประจำปี สตรีที่อยู่ในวัยแรกแย้มและยังไม่ออกเรือนทั้งหลาย ต่างมุ่งหน้าเข้ามาอวดโฉมประชันฝีมือกันอย่างล้นหลาม

การประกวดดำเนินผ่านพ้นไปครึ่งวัน ก็เข้าสู่โค้งสุดท้ายได้ผู้ชนะการแข่งขันสามอันดับแรก เพื่อเข้าร่วมแข่งขันประชันฝีมือการบรรเลงเพลงจากเครื่องดนตรีนามผีผาในรอบสุดท้าย ซึ่งจัดแสดงบนเวทีอันทรงเกียรติต่อหน้าผู้แทนพระองค์

ในปีนี้ซ่งจือหานบุรุษรูปงามวัย 35 ปี เสนาบดีฝ่ายขวาพระญาติของฮ่องเต้ รับหน้าที่เป็นผู้แทนพระองค์ร่วมรับชมการแข่งขันยอดพธูประจำปี และเป็นผู้ตัดสินแพ้ชนะการประกวดในครั้งนี้

“ถอนตัวเสียเถิด เพราะถึงอย่างไรเสนาบดีซ่งย่อมเลือกสตรีงดงาม ที่เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูลเช่นข้าอยู่แล้ว เจ้าอยู่ต่อไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ”

ฉีเหม่ยหลันกระซิบข้างหูสตรีคู่แข่ง ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันปนเกลียดชัง

เพราะสตรีแซ่ซูผู้นี้หมายปองบุรุษคนเดียวกันกับนาง ทั้ง ๆ ที่บิดาเป็นเพียงนายกองผู้หนึ่งเท่านั้น จะเอาสิ่งใดมาสู้บุตรีเสนาบดีกรมคลังผู้ร่ำรวย ซึ่งเข้านอกออกในจวนของสหายรุ่นน้องของบิดามาตั้งแต่เยาว์วัย

นางรู้จักและใกล้ชิดท่านอารูปงามตั้งแต่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่น จนปีนี้อายุ 19 ปีก็ยังไม่ยอมออกเรือน เพราะมีใจให้บุรุษที่คิดกับนางแค่ตำแหน่งคนรู้จักเท่านั้น

“ฉีเหม่ยหลันเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเสนาบดีซ่งจะเลือกเจ้า ข้าก็รูปโฉมงดงามเช่นกัน ศาสตร์ของสตรีทั้งสี่ด้านก็ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย อาจารย์ผู้สอนก็คนเดียวกัน มิหนำซ้ำยังได้คำชมมากกว่าทุกด้าน ส่วนเจ้าถูกเขารังเกียจยังไม่เจียมตัว ยังกล้าลงแข่งขันให้อับอายขายขี้หน้าวงศ์ตระกูล”

ซูชิงโม่กระซิบตอบกลับสตรีปากแดง ซึ่งแต่งหน้าจัดจ้านกว่าผู้ใดคงคิดว่างามนักหนาหรืออย่างไร

นางทั้งหมั่นไส้และอยากหัวเราะไปพร้อม ๆ กับวาจาโอ้อวดของคู่แข่ง ฉีเหม่ยหลันชนะจนเข้ามาถึงรอบสุดท้ายได้ทั้ง ๆ ที่ไม่คู่ควร คงไม่พ้นบารมีของบิดาผู้มากด้วยอำนาจเป็นแน่

ซูชิงโม่มั่นใจว่าตนเองงดงามเป็นหนึ่งในแคว้นซ่ง ตำแหน่งยอดพธูต้องตกเป็นของนางอย่างแน่นอน ยิ่งเห็นสายตาชื่นชมที่คนผู้นั้นจ้องมองมาก็ยิ่งมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“ซูชิงโม่ข้าเตือนเจ้าดี ๆ แล้วนะ”

ฉีเหม่ยหลันกัดฟันตอบกลับอย่างแค้นใจ เพราะทุกคำกล่าวตอบโต้ของศัตรูล้วนเป็นความจริง

แต่นางยังคงคิดหาวิธีเล่นงานศัตรูหัวใจ เหมือนอย่างที่เคยกระทำมาโดยตลอด และครั้งนี้ก็ต้องสำเร็จเช่นกัน

“สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าจะใช้เล่ห์กลใดอีก อย่าลืมว่าเสนาบดีซ่งกำลังจ้องมองมาทางนี้อยู่ เขามองข้าโดยไม่ละสายตาเลยทีเดียว”

ซูชิงโม่กล่าวไปตามที่ตนเห็นและเข้าใจ ซ้ำยังแอ่นหน้าอกที่พึ่งแตกสาวในวัย 18 ปี เพื่อให้บุรุษรูปงามตำแหน่งสูงเกียรติมองความงามให้ชัดเจน

ในใจยังนึกอิจฉาคู่แข่งที่มีบางอย่างล้นเหลือไม่เผื่อแผ่ผู้ใด ทั้ง ๆ ที่อายุใกล้เคียงกัน สวรรค์ช่างลำเอียงในเรื่องนี้ยิ่งนัก!

สตรีทั้งสองนางหันข้างไปกระซิบกระซาบกันอย่างแนบเนียน มีเพียงสตรีคู่แข่งอีกหนึ่งคนซึ่งนั่งอยู่ห่าง ๆ ไม่ได้อยู่ร่วมวงสนทนา

เพราะสตรีผู้ชนะลำดับที่สาม ไม่ได้อยู่ในสายตาของฉีเหม่ยหลันเลยแม้แต่น้อย บุตรีอนุภรรยาของบิดาจะเอาสิ่งใดมาต่อกรกับนางผู้ถือกำเนิดจากภรรยาเอก ที่กล้าตามมาแข่งขันในวันนี้เพราะนางอยากให้มาช่วยกันสตรีอื่นออกไปก็เท่านั้น

“ใต้เท้าสนใจหรือขอรับ นางคือซูชิงโม่ บุตรีคนโตของซูมู่หรง นายกองคนสำคัญของกองทัพประจำเมืองหลวง”

ฉินเซียวผู้ช่วยคนสนิทของซ่งจือหาน เอ่ยถามไปตามทิศทางสายตาของผู้เป็นนาย

ดวงตาคมกริบทรงพลังคู่นั้น หยุดมองตรงจุดที่ซูชิงโม่นั่งอยู่นานกว่าที่เคยมองสตรีใด ในใจของฉินเซียวเริ่มหวาดระแวงหวั่นเกรงเหตุร้ายซ้ำรอบเดิมจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

“บุตรีนายกองเช่นนั้นหรือ น่าสนใจไม่น้อย”

ประโยคหลังซ่งจือหานเอ่ยพึมพำเสียงเบาเพียงลำพัง

หากต้องการตัดขาดจากสตรีบางคน จำเป็นต้องมีสตรีอีกคนเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่ ในใจเริ่มสับสนในความคิดของตนเอง

“ขอรับ แต่ว่า เอ่อ…คุณหนูฉีเหม่ยหลันคงไม่ชอบใจสักเท่าไหร่”

“นางไม่ได้เป็นอะไรกับข้า เหตุใดต้องกล่าวถึงด้วยความเกรงใจเช่นนี้” น้ำเสียงเข้มเอ่ยปรามผู้ช่วยคนสนิท

มีเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่สายตาเฉยชาเป็นนิจ หันไปมองสตรีผู้แต่งหน้าจัดจ้านเกินกว่าใคร และเป็นอีกครั้งที่ได้รับรอยยิ้มกว้างตอบกลับมา

“ใต้เท้ารู้ดีกว่าใคร ว่าคุณหนูฉีเหม่ยหลันมีนิสัยอย่างไร หากนางรู้ว่าใต้เท้าสนใจซูชิงโม่คงไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน”

ฉินเซียวนึกขยาดจนต้องยกห่อไหล่เข้าหากัน เมื่อคิดย้อนไปถึงวีรกรรมหลากหลายเรื่องราว ที่ฉีเหม่ยหลันนำมาใช้จัดการสตรีที่กล้าเข้าใกล้เจ้านายของเขา

“สตรีตัวเล็ก ๆ จะทำการใดได้ หากข้าต้องการมีหรือจะขัดขวางได้สำเร็จ”

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยสนใจสตรีใด ฉีเหม่ยหลันจึงสามารถจัดการสตรีที่กล้าเข้าหาเขาได้ทุกคน ทว่าครั้งนี้คงไม่เหมือนกับทุกครั้ง

“อย่าลืมว่าฮ่องเต้ อยากให้ใต้เท้าแต่งงานกับนางนะขอรับ”

“ฝ่าบาทชื่นชอบฉีเหม่ยหลันจนออกนอกหน้า ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าข้าไม่ชอบสตรีร้ายกาจผู้นั้น วันนี้ข้าจะทำให้ผู้คนในเมืองหลวงประจักษ์แจ้ง ว่าสตรีใดกันแน่ที่คู่ควรอยู่ในสายตาของข้า ฝ่าบาทจะได้เลิกจับคู่ผิด ๆ เสียที”

“ใต้เท้าหมายถึง….”

“อืม หลังจากจบการแข่งขันบรรเลงผีผา เจ้าก็ไปจัดการเถิดข้าเลือกแล้ว”

“ขอรับ”

ถึงแม้จะขัดข้องใจอยู่บ้างเพราะการแข่งขันยังไม่เริ่มเลย แต่ฉินเซียวก็ไม่กล้าเอ่ยขัดแต่อย่างใด

ยิ่งมองเห็นสายตาเทิดทูนผู้เป็นนายอย่างล้นเหลือ จากสตรีที่ไม่ถูกเลือกเขายิ่งนึกสงสารมากกว่าเดิม

หากเรื่องราวกลายเป็นเช่นนี้ แสดงว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามของฉีเหม่ยหลันไม่ได้ผลิดอกออกผลเลยแม้แต่น้อย

“เจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของสตรีนิสัยเสียผู้นั้น ที่ผ่านมาข้าถือว่าให้นางเล่นสนุกมากพอแล้ว”

เป็นอีกครั้งที่ผู้เป็นนายเอ่ยย้ำให้ผู้ใต้ปกครองเข้าใจตรงกัน

“ขอรับ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเสษ 4 มีแค่สองเรา NC ตอนปลาย

    ดวงตากลมโตหลับลงพร้อมกับอ้าขาออกกว้างทั้ง ๆ ที่ยังรู้สึกเจ็บอยู่ไม่น้อย นางยินยอมรับตัวตนแข็งขืนให้เข้ามาลึกสุดทาง จนกระทั่งได้ยินเสียงส่วนปลายหัวหยักชนเข้ากับผนังร่องแคบ“เอาให้หนักจะได้ไม่หนีข้าไปที่ใดอีก เอาให้ติดใจจนไม่กล้าอยู่ห่างจากข้าอีก”ซ่งจือหานทั้งพูดทั้งขยับเข้าออกในโพรงคับแคบ ซึ่งบีบรัดแก่นกายของเขาจนอยากปลดปล่อยเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าเขาพอรู้อยู่บ้างว่าต้องอดทนก่อนยามนี้สตรีที่กำลังรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของบุรุษถูกโยกเขย่ากายจนหัวสั่นหัวคลอน เต้านมสองข้างโยกไหวไปตามแรงกระเพื่อมของร่างกาย เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างกำลังเพลิดเพลินไปกับรสรักของเขา บุรุษผู้กระหายน้ำจึงถอดถอนแก่นกายออก อีกเหตุผลคือยังไม่อยากสิ้นสุดโดยเร็วกายสูงใหญ่นั่งลงคุกเข่าต่อหน้ากลีบบุปผาสีชมพูอ่อน เพื่อลิ้มรสน้ำหวานซึ่งคราแรกเขาตั้งใจดื่มแก้กระหายน้ำ“อื้อ จือหาน มาทำต่อให้เสร็จ”“ขอดื่มน้ำหวานตรงนี้ก่อน ข้ากระหายน้ำจะแย่ และอยากเห็นกลีบบุปผาที่ข้าลงมือบดขยี้ด้วยตนเอง”“อ่า… ดื่มให้พอใจดื่มลงไปลึก ๆ อ๊ะ อา ตรงนั้น”เสียงหวานเอ่ยสั่งการบุรุษรูปงาม ที่ยามนี้กำลังก้มลิ้มรสกลีบอวบอูมซึ่งบวมเป่งจากการสอดใส่ในครั้งแร

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 3 มีแค่สองเราNC ตอนต้น

    “เหม่ยหลันขอจับได้หรือไม่ ข้าอยากทำเช่นนี้มานานแล้ว สองก้อนของเจ้ายั่วเย้าสายตาข้ามานานเหลือเกิน”“ท่านจับไปแล้วจะขอเพื่อการใดเล่า อ๊ะ! อา”เสียงหวานร้องครางออกมาทันที เผลอเพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลาก็มุดเข้าหาความนุ่มหยุ่นเสียแล้ว อาภรณ์ช่วงบนของนางถูกดึงลงมากองตรงเอวคอดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แบบนี้ยังเรียกว่าแค่จับอยู่หรือ!“ทั้งนุ่มทั้งหวาน เหม่ยหลันให้ข้ามอบความสุขให้เจ้าเถิด ข้าสัญญาว่านอกจากเจ้าข้าจะไม่แตะต้องสตรีใด”“จือหาน ท่านอือ..”“ขอจับ ขอดูดให้หนำใจ อยากนวดให้สองก้อนของเจ้ายืดย้วยติดมือติดปากข้าไปเลย”วาจาดิบเถื่อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและเงียบขรึมยิ่งสัมผัสนางสติของเขายิ่งเตลิดหายไปไกล เหลือเพียงอาการคลั่งรักของบุรุษที่มีต่อสตรีในดวงใจท่ามกลางแสงจันทร์ยามค่ำคืน กายอวบอัดถูกอุ้มไปนั่งบนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่างเรือนนอน ผู้มาเยือนดึงเก้าอี้มานั่งหันหน้าออกนอกหน้าต่างด้วยท่วงท่าสบายใจ ทางด้านเจ้าของตำหนักนั่งหันหลังให้แสงจันทร์สายตาร้อนแรงจ้องมองยอดถันชูชัน ซึ่งยามนี้ต้องแสงจันทร์มองให้เห็นเป็นเงาวาววับ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงด้วยความกระหายอยาก ก่อน

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 2 เรื่องระหว่างสองเทพ

    ณ ตำหนักบุปผาบนสรวงสวรรค์ชั้นสูง สายตาเรียบเฉยจ้องมองข้าวของเครื่องใช้ในตำหนัก ซึ่งถูกเก็บเข้าที่ดังเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อนจากไป ภาพของคนผู้นั้นเดินไปเดินมาเฉกเช่นตำหนักของตนเอง ยังคงติดตาไม่ได้เลือนหายไปอย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ผ่านมานานร่วมปีทว่ากลับมาคราวนี้จิตใจซึ่งเคยอ่อนไหวเจ็บปวดรวดร้าว ได้แปรเปลี่ยนเป็นเข้มแข็งขึ้นและไร้ซึ่งการผูกมัดพันธนาการใด ๆช่วงชีวิตก่อนนางทำดีด้วยจิตใจบริสุทธิ์ อีกทั้งยังอุทิศตนเพื่อส่วนรวมจนสิ้นชีพก่อนวัยอันควร ดวงจิตจึงได้ขึ้นมาบนสรรค์เพื่อประทับจิตลงบนกายหยาบซึ่งถูกปลุกพลังแห่งเทพฉีเหม่ยหลันหมั่นฝึกฝนพลัง และบำเพ็ญเพียรด้วยจิตใจแน่วแน่มาโดยตลอด เมื่อถึงกาลเหมาะสมจึงได้เป็นเทพสงครามหญิงดังใจปรารถนา นางมีเทพพี่เลี้ยงใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง คอยดูแลทุกเรื่องไม่ให้ขาดตกบกพร่องเมื่อครั้งยังเป็นเพียงเทพฝึกหัด นางเข้าใจว่าเทพทุกตนไร้ซึ่งความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ทว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรไปทั้งหมดเทพกับมนุษย์ไม่ต่างกันในแง่ความรู้สึกเลยสักนิด เพียงแค่ต่างในเรื่องการแยกแยะถูกผิดเท่านั้นหลังออกจากการเข้าตบะบำเพ็ญเพียรนานร่วมปี เทพสงครามหญิงจึงเดินทางกลั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   ตอนพิเศษ 1 ยังมีอีกถ้ำ

    หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีเดินหลงเข้าไปในป่าลึก เพียงเพราะอยากจับกระต่ายป่ามาเลี้ยงดูในฐานก่อสร้าง อีกเหตุผลคืออยากให้พี่สาวมีสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักจะได้หายเศร้าซึมเสียที ทั้งสองจึงวิ่งไล่สหายตัวจ้อยจนหลงป่าคนหวาดกลัวมองหาผู้คุ้มกันของตนทว่าไม่เจอแม้แต่เงา เพราะนางมาตรงที่สตรีมักจะมาเพียงลำพัง นับว่ายังดีที่ผู้คุ้มกันของผู้ร่วมชะตากรรมยังคงติดตามมาด้วยสองคนบุรุษข้างกายมาตรงจุดเฉพาะของสตรีได้ เพราะความหน้าหนาของเขาล้วน ๆ แต่ครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดีเสียอย่างนั้น“สือป๋อเหวินพวกเราเดินมาไกลมากแล้วนะ เหตุใดจึงไม่เจอทางกลับฐานเสียทีเล่า”“ข้าไม่รู้ เพิ่งเคยมาครั้งแรกเช่นกัน”แต่หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าคนพูดแอบส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันอย่างแนบเนียน“ข้าเจ็บเท้าอยากนั่งพักสักหน่อย”น้ำเสียงเหนื่อยล้าโดยแท้จริง หันไปบอกกล่าวบุรุษข้างกายฝ่าเท้าของนางเริ่มระบมจนรู้สึกแสบ เพราะเดินบนพื้นหินตามลำธารมาร่วมชั่วยาม อีกทั้งยังรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งขา หากได้นั่งพักเพื่อถอดรองเท้าออกผึ่งแดดสักหน่อย อาการเมื่อยล้าคงทุเลาเบาบางลงบ้าง“คุณชายขอรับ ตรงจุดนั้นมีถ้ำขนาดเล็ก ด้านในมีเสียงน้ำไหล น่าจะเหมาะสำหรั

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   บทส่งท้าย (ตอนจบ)

    ระหว่างทางเดินไปถ้ำแห่งสายน้ำ คู่รักชายหญิงก็จูงมือกันเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดคุยเรื่องราวในชีวิตของกันและกัน“ข้าจะบอกศิษย์พี่ด้วยตนเองอีกครั้ง ป่านนี้ไม่ตกใจหงายหลังไปแล้วหรือที่เจ้าไปบอกกล่าวตรง ๆ เช่นนั้น”“ฮ่า ฮ่า ตกใจจนน้ำชาติดคอเลยเจ้าค่ะ คงไม่คิดว่าท่านจะยอมข้าเช่นนี้”“ข้ายอมฮูหยินตัวน้อยทุกเรื่อง อยากมาน้ำตกข้าก็พามา” คำเรียกขานสนิทสนมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยบุ๋มข้างแก้มสาก“น่ารักยิ่งนัก แต่ตอนนี้พวกเราต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ข้าอยากทำในถ้ำจะแย่”“เด็กแสบ”“หรือท่านไม่อยากเจ้าคะ ตอนนั่งพักยังแอบล้วงหน้าอกข้าอยู่เลย หากไม่อายผู้คุ้มกันข้าคงเปิดให้ชิมไปแล้ว”คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสักนิด ระหว่างนั่งพักมือสากระคายยังแอบบีบเคล้นสองเต้าไม่ยอมห่าง เขาไม่ชอบให้นางสวมอาภรณ์เปิดหน้าอก แต่กลับบ่นทุกครั้งที่ล้วงหาของชอบได้ยากยิ่ง วันนี้นางเลยสวมอาภรณ์เบาสบายจะได้ถอดได้ล้วงง่าย ๆ ตามใจคนชอบบีบเคล้น“อือ ข้าอยากมาก พวกเรารีบไปกันเถิด”ในถ้ำแห่งสายน้ำซึ่งแต่เดิมเคยมืดสนิท ยามนี้มีตะเกียงไฟส่องสว่างครอบคลุมไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ซึ่งกลายเป็นสถานที่ระลึกถึงของคู่รักชายหญิงแผลบ! แผลบ!เสียงริมฝีปากระ

  • นางร้ายเช่นข้าก็เหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน   โอกาส ตอนปลาย NC

    “เจ้านอนละเมอมาลูบคลำจนข้าทนไม่ไหว ปล่อยน้ำรักออกมาเต็มอาภรณ์ไปหมด เจ้าบีบขยำจนข้าใจแตก หลังจากนั้นข้าก็คอยแต่จ้องหน้าอกอวบ ๆ อยู่ทุกวัน”“ถึงว่ากลิ่นแปลก ๆ แต่เย้ายวนอารมณ์พิลึก หากข้ารู้อาจจะขึ้นขย่มท่านไปนานแล้วก็ได้”“ซี๊ด! หลันเอ๋อร์ อ่าเด็กดื้อส่วนหัวเบา ๆ หน่อยเดี๋ยวข้าไม่ไหว”อ้อก! อ้อก!เสียงดันท่อนเนื้อใหญ่ยาวลงลำคอจนสุดทาง ดวงตากลมโตจ้องมองสีหน้าคนถูกกลืนกินไม่ยอมหลบตานางอยากรู้ว่าในช่วงเวลาสุขสมเช่นนี้ บุรุษตรงหน้าจะรูปงามมากเพียงไร และไม่ผิดหวังเลยสักนิดบุรุษของนางนั้น ทั้งรูปงามทั้งมีรูปกายที่ยั่วเย้าอารมณ์สาว เมื่อรู้สึกอดอยากไม่ต่างกัน เจ้าตัวจึงไม่รีรอสิ่งใดอีกต่อไปอยากก็ต้องลงแรงเอง ผู้ชายไม่ไหวผู้หญิงเลยต้องแข็งแกร่ง!ทันใดนั้นชายกระโปรงสวมใส่นอนตัวยาว จึงถูกตลบขึ้นไปกองบนเอวคอด จากนั้นเรียวขาก็ก้าวขึ้นคร่อมร่างสูงใหญ่ ไม่ต่างจากครั้งแรกที่หาญกล้ากระทำในถ้ำสายน้ำสวบ“อ๊า/อา”“แน่นยิ่งนักเจ้าค่ะ วันนี้ไม่เจ็บแล้ว อูย…ข้าชอบแท่งใหญ่ ๆ ของท่านพี่มากเลย”“เด็กดื้อข้ายังไม่ได้เลียตรงนั้นเลย”เสียงแหบพร่าทำทีโต้แย้งทั้ง ๆ ที่ชอบใจยิ่งนักที่แท่งร้อนประจำกายถูกเติมเติมเช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status