All Chapters of เกิดใหม่เป็นลูกกระจ๊อกของพระเอกในเกม SAVE FELIX!: Chapter 31 - Chapter 40

84 Chapters

บทที่ 27 หม้อไฟมาแล้ว!

บทที่ 27หม้อไฟมาแล้ว!เกราะขาวนวลแสนบริสุทธิ์กางออกเป็นรัศมีรอบกายนักบวชผู้ได้รับพรจากสวรรค์ ห่อหุ้มคณะผู้กล้าที่กระเสือกกระสนวิ่งเข้าไปข้างในได้ทันอย่างเฉียดฉิว เฟลิกซ์เรียกดาบลีอาธิลลอยมาอยู่ข้างกายปลอดภัยในเกราะ ปลายผ้าคลุมของเจมส์ที่มาถึงเป็นคนสุดท้ายถูกฝนพิษเม็ดแรกหยดลงมาถึงพอดี มันส่งเสียงดังฉ่าและสลายดั่งถูกกรดกร่อนไฮดรางอกหนามพิษออกมายาวเหยียดจนครบตลอดแนวสันหลังแล้วก็สะบัดกายอาละวาด แสงศักดิ์อันเป็นของแสลงสำหรับอสูรกายทำให้มันแสบเคืองไปหมด มันวาดหางหนามฟาดเข้าใส่กลุ่มคนที่หลบซ่อนอยู่ใต้เกราะขาวเรืองรองจนเกิดเสียงดังกัมปนาท หนามทุกแท่งดั่งตะปูเจาะให้เกราะกระเทือนไปหมด“เรม เกราะของท่านยื้อได้อีกแค่ไหนขอรับ?” เฟลิกซ์ถาม“ถ้ายังถูกฟาดอยู่แบบนี้ก็ได้อีกไม่นาน” เรมตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“ข้าจะใช้เวทมนตร์ควบคุมน้ำช่วยยื้อมันไว้” เอลดรอนผู้สภาพร่อแร่ที่สุดแม้จะไม่เคยถูกปะทะโดยตรงกล่าว“หยุดเลย เก็บเวทมนตร์ของเจ้าไว้เผาหัวของมันก็พอ” เรมเอ็ดเอล์ฟไม่เจียมสังขาร“แต่หากข้าไม่ทำอะไรสักอย่าง เกราะของเจ้าทนได้ไม่ถึงฝนพิษหมดไปแน่!” เอลดรอนเถียงกลับทันควันเจมส์สบถ เขาอยากมีสกิลบัฟพลัง
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 28 อุ๊ปส์ ระบบลืมแจ้งข้อมูลที่สำคัญที่สุดให้กับคุณ

บทที่ 28อุ๊ปส์ ระบบลืมแจ้งข้อมูลที่สำคัญที่สุดให้กับคุณ‘หม้อไฟลาวารีฟิลไม่อั้น’ ไอเทมในหมวดหมู่อาหารที่เจมส์เคยมองข้ามด้วยความไร้สาระไม่สมเหตุสมผลของมัน ในคำอธิบายบอกไว้ว่ามันคืออาหารแสนโอชะของเผ่ายักษ์ใต้พิภพ ช่วยให้อบอุ่นสบายท้องและช่วยการทำงานของระบบเผาผลาญ หม้อไฟนี้แท้จริงคือหินต้นเชื้อลาวา กำเนิดขึ้นจากการบ่มเพาะหินที่ถูกหลอมอยู่ใต้ภูเขาไฟปะทุมาช้านานตามด้วยการปลุกเสกด้วยเวทมนตร์ชั้นสูง จึงมีลาวาไหลออกมาตลอดเวลา เป็นไอเทมที่ยักษ์ใต้พิภพทุกตนควรจะมีติดตัวไว้ไอเทมที่ยักษ์ใต้พิภพควรมีแล้วเอามาขายให้เขาที่เป็นมนุษย์ทำไม?นอกจากนี้ ด้วยความที่มีวัตถุดิบกับกรรมวิธีการผลิตสุดแสนจะอลังการยังทำให้มันราคาแพงหูฉี่อีกต่างหาก ในเวลานั้นเจมส์จึงปัดผ่านมันไปอย่างไร้เยื่อใยไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นไอเทมช่วยชีวิตในวันนี้เฟลิกซ์ตกลงมาสู่อ้อมแขนของเจมส์ที่รอรับเขาไว้อีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หม้อไฟตกลงบนตอเนื้อตอสุดท้าย หม้อไฟพลิกคว่ำหมุนคว้าง ลาวาไหลออกมาเป็นสายเจิ่งนองทั่วทั้งตอเนื้อแผดเผาจนมันสุก ไฮดราดิ้นทุรนทุรายอย่างไม่ยอมรับชะตากรรม ลาวายังคงไหลลงมาจากหม้อไฟไม่หยุดยั้งสมชื่อรีฟิล
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 29 โชคดีของเจ้า

บทที่ 29โชคดีของเจ้าหลังจากทึ้งหัวตัวเองด้วยความเครียดอยู่นานสองนาน เจมส์ก็คิดได้แล้วว่าเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอให้เฟลิกซ์ฟื้นขึ้นมาเองเจมส์จามอย่างแรงจนน้ำมูกย้อย ในถ้ำแห่งนี้หนาวมากจริง ๆ เขาตัดสินใจออกไปหาฟืนมาเติมกองไฟ ระหว่างเก็บกิ่งไม้เขาก็พบกระท่อมร้างหลังน้อยที่อยู่ไม่ไกลนัก เจมส์เข้าไปสำรวจจนแน่ใจว่ากระท่อมหลังนี้ไม่มีผู้อยู่อาศัยมานานแล้ว ภายในยังอบอุ่นกว่าถ้ำที่พวกเขาพักอยู่อีกด้วย เจมส์จึงสวมจิตวิญญาณแห่งนักแบก แบกร่างของเพื่อนร่วมทางย้ายมายังกระท่อมทีละคนเจมส์ก่อไฟในเตาผิงและจัดวางสหายร่วมชะตาบนกองฟางต่างเตียงคนป่วยเรียบร้อยแล้ว เขาก็ควักคริสตัลอุ่นออกมาจากถุงผ้า วางแท่งหนึ่งไว้บนอกของเฟลิกซ์ แท่งหนึ่งไว้บนอกของเรม และแท่งสุดท้ายไว้บนอกของเอลดรอนเจมส์ไม่รู้ว่าอุณหภูมิร่างกายปกติของเอล์ฟควรเป็นเช่นไร แต่ยามนี้เอลดรอนตัวเย็นเฉียบจนไม่น่าจะใช้คำว่าปกติได้ อีกทั้งเจ้าเอล์ฟยังเนื้อตัวซีดเซียวจนน่าเปลี่ยนชื่อจากเอลดรอนแห่งพงไพรเป็นเอลดรอนแห่งขั้วโลกแทนเจมส์หยิบนกเรเวนที่ตอนแรกเขาว่าจะนำไปผึ่งไว้ข้างเตาผิงมาวางทับคริสตัลอุ่นบนอกเอลดรอนแทน แต่ดูท่านกตัวเดียวจะไม่สามารถให้ควา
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 30 โชคดีของข้า

บทที่ 30โชคดีของข้าคณะผู้กล้าจึงออกเดินทางออกจากเขาเข้าสู่เมือง เพื่อตามหานักเวทผู้ทรงพลังอำนาจมากพอที่จะชักนำพลังเวทมนตร์แห่งธรรมชาติได้ เฟลิกซ์ห้อยผ้าสะพายเรเวนไว้ดั่งกระเป๋าพาดลำตัว ส่วนเรมที่มักจะนอนให้เอลดรอนลากกลับกลายเป็นผู้แบกเอลดรอนขึ้นหลังเดินทางด้วยสีหน้าอมทุกข์ปนง่วงสุดขีดแทน แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธข้อเสนอของเฟลิกซ์ที่จะแบกเอลดรอนให้ แล้วก้าวเดินด้วยบรรยากาศอึมครึมต่อไปปีนขึ้นสูงไปหลายวัน หลังจากขึ้นไปถึงยอดก็ผ่านส่วนที่ยากที่สุดในการปีนเขาไปแล้ว ทางลาดลงสู่ด้านนอกของหุบเขาไม่ได้ลาดชันเท่าฝั่งด้านใน เพียงแต่เขาบริเวณนี้ทั้งรกชัฏและเต็มไปด้วยภยันตราย สัตว์อสูร พืชพิษ รวมไปถึงพืชกินเนื้อ พวกมันล้วนมีขนาดใหญ่และปรากฏให้เห็นอยู่ทุกที่ อันตรายเหล่านี้ทำให้คณะผู้กล้าไม่พบผู้คนระหว่างทางเลย ไม่แปลกใจที่หุบเขาเบื้องหลังจะได้ชื่อว่าหุบเขาเร้นลับคณะผู้กล้าเหลือผู้ใช้การได้เพียงมนุษย์ผู้อิดโรยสามคนเดินทางไป หลบหลีกไป ต่อสู้ไป หาที่พักแรมไป เจมส์เองก็ได้สะสมแต้มโชคดีเล็กน้อยด้วยการช่วยชีวิตเฟลิกซ์จากเหตุการณ์ธรรมดาที่กลายเป็นเรื่องร้ายแรงใหญ่โตถึงแก่ชีวิตเมื่อตกมาถึงตัวขยายความโชคร้า
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 31 ได้เวลาใช้สินสงคราม

บทที่ 31ได้เวลาใช้สินสงครามเจมส์เปิดประตูเข้าไปในร้านภารกิจ นักผจญภัยมากมายกำลังยืนจ่ออยู่หน้ากระดานลอยฟ้าเพื่อเลือกหาภารกิจที่ตนสามารถรับไปทำได้ เจมส์กับเฟลิกซ์ยังไม่ทันก้าวเข้าไปก็มีชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ท่าทางน่าเกรงขามมาสกัดกั้นพวกเขาไว้ก่อนชายผู้นั้นยื่นมือออกมา “ป้ายประจำตัว”เจมส์กับเฟลิกซ์มองหน้ากันด้วยความงุนงง“จะเข้าไปได้ ต้องเป็นสมาชิกเท่านั้นหรือขอรับ?” เฟลิกซ์ลองถามหยั่งเชิง“เหอะ! ที่นี่คือร้านภารกิจที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนักผจญภัยโดยตรง ผู้ที่จะรับภารกิจได้ก็ต้องเป็นสมาชิกสมาคมนักผจญภัยเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ใดก็รับได้ เช่นนั้นจะได้พิจารณาจากแรงก์ของเจ้าว่าเหมาะสมต่อความยากของภารกิจหรือไม่ เป็นการรับประกันกับผู้ว่าจ้างว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จสูง หากพวกเจ้าไม่ใช่สมาชิกก็รีบกลับไปเสีย เสียเวลาชะมัด”จริงอยู่ว่าตอนที่พวกเขาเข้าไปในร้านภารกิจในเมืองซาราห์คไม่ได้แสดงป้ายสมาชิก แต่พวกเขาก็ไม่ได้ไปรับภารกิจใดเช่นกัน อีกทั้งเมืองซาราห์คยังเป็นเมืองที่เล็กกว่าเมืองแห่งนี้มาก อาจจะไม่ได้มีกฎระเบียบคุมเข้มเท่าแต่นั่นไม่เป็นปัญหา เพราะพวกเขาไม่ได้จะมาหาภารกิจไปทำอยู่แล้ว “พ
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 32 มหาเวทกอนโดลอน

บทที่ 32มหาเวทกอนโดลอนการออกแบบพิณของเจ้าของร้านเครื่องดนตรีกินเวลาไปเกือบทั้งวัน เจมส์ทั้งเหน็ดเหนื่อยทั้งรำคาญความมากเรื่องของตาเฒ่า สงสารก็แต่เฟลิกซ์ที่ต้องมาทนนั่งฟังพวกเขาเถียงกันทั้งวันกว่าจะแล้วเสร็จเจมส์เดินคอตกอย่างอ่อนล้า แค่ออกแบบพิณทำไมกินแรงอย่างกับต่อสู้กับมอนสเตอร์ ตอนนี้เขาทั้งหิวทั้งง่วงงุน ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นฟูดีจากศึกหนักของเขาหนักอึ้งไปหมด “ไปหาอะไรกินกันเถอะ ข้าหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว”“ดีเลยขอรับ ข้าเองก็หิวแล้วเช่นกัน”ทั้งสองจึงเดินไปเขตตลาด ตลาดในเมืองใหญ่ช่างแตกต่างจากเมืองเล็กที่ผ่านมาจริง ๆ นอกจากจะไม่ได้เก็บร้านไวแล้ว ในยามนี้ที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วกลับคึกคักยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียอีก นี่มันไนต์มาร์เก็ต[1]ชัด ๆเจมส์เดินผ่านกลิ่นหอมยวนใจของอาหารหลากชนิด เขาเหลือบไปเห็นร้านขายหมึกปิ้ง หากเป็นก่อนหน้านี้เขาจะต้องกระโจนไปเกาะหน้าร้านซื้อมากินสักสองสามไม้ไปแล้ว แต่หลังจากสู้กับไฮดราเขาก็รู้สึกขยาดสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ หรืออะไรก็ตามที่ให้กลิ่นคาวกับสัมผัสเมือกลื่นแม้จะปรุงจนไม่เหลือสิ่งไม่พึงประสงค์เหล่านั้นแล้วก็ตาม เขาก็ยังมีความรู้สึกอยากหลีกเลี่ยงอยู
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 33 ธาตุที่หก จุดสูงสุดของเวทมนตร์

บทที่ 33ธาตุที่หก จุดสูงสุดของเวทมนตร์เจมส์ส่งหินเวทมนตร์ที่ซื้อมาให้กับเรม นักบวชหนุ่มนำหินเวทมนตร์เหล่านั้นไปวางบนฝ่ามือของเอลดรอนแล้วจึงสวดคาถา หินเวทมนตร์สลายกลายเป็นสายกระแสเวท ซึมซับเข้าไปในร่างของเอล์ฟผู้สลบไสล ไอเย็นที่เขาปล่อยออกมาลดลงทันตา ร่างของเอลดรอนเองก็อบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด“หินเวทมนตร์ช่วยยื้อไว้ได้เพียงครู่ พวกเจ้าว่ารู้ที่อยู่ของมหาเวท?” เรมสวดภาวนาเสร็จก็ลืมตาขึ้นมาถามเจมส์พยักหน้า “พวกข้ารู้เพียงว่าเขามีนามว่ามหาเวทกอนโดลอน อาศัยอยู่บนหอคอยสูงรอบนอกเมือง นอกจากนั้นก็ไม่รู้แล้ว”ไอเย็นสายหนึ่งปะทุขึ้นมาจากหว่างคิ้วของเอลดรอนก่อนมันจะสลายหายไปในอากาศ เรมเงยหน้าขึ้นมาจากผู้ไข้ “ไปถึงก็รู้เอง รีบไปกันเถอะ”ขณะที่เรมกำลังจะดึงตัวเอลดรอนขึ้นมาแบกบนหลัง เฟลิกซ์ก็เข้ามาขัดไว้ก่อน “เรม ท่านเพิ่งจะตื่นขึ้นมาจากความเป็นความตาย ร่างกายก็แทบจะยังไม่ได้พักผ่อนจากศึกหนัก ทั้งยังมิได้กินอะไร ข้ากับเจมส์ซื้ออาหารติดมือกลับมาด้วย ท่านกินระหว่างเดินทางเถิดขอรับ ข้าแบกเอลดรอนไปเอง”เรมดึงตัวเอล์ฟขึ้นมาต่อ เขาแบกเอลดรอนเหมือนที่เอลดรอนมักจะแบกเขาอยู่เสมอ “ไม่ต้อง ไว้จบเรื่องข้า
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 34 เอล์ฟแห่งพงไพร (ลบเอลดรอน)

บทที่ 34เอล์ฟแห่งพงไพร (ลบเอลดรอน)เรมอุ้มเอลดรอนไปวางบนแท่นหินกลางโถงชั้นบนสุดของหอคอยลอสต์วิงตามคำสั่ง มหาเวทกอนโดลอนท่องคาถาด้วยภาษาโบราณที่ไม่มีใครฟังออก แต่กลับชวนให้ผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความลึกล้ำแห่งโลกเวทมนตร์ ร่างของเอลดรอนลอยขึ้นมาจากแท่น มวลลมพัดหอบจากทุกทิศทางผ่านช่องว่างระหว่างเสาทั้งสิบสอง มนุษย์ที่เหลือรีบหาที่ยึดเกาะกันจ้าละหวั่น เฟลิกซ์ปักลีอาธิลยึดร่างไว้กับพื้น เจมส์เกาะเอวของเฟลิกซ์ไว้แน่นอีกที ส่วนเรมก็เกาะขาของเจมส์ไว้อีกต่อหนึ่งลมสิบสองสายพัดพาปะปนจนกลายเป็นร้อยสาย สายลมที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งโหมกระโชกหมุนวนรอบแท่นพิธีเป็นทิศเดียวกันดั่งฝูงปลาว่ายตามกระแสน้ำ เกิดเป็นลมหมุนหอบใหญ่ล้อมรอบร่างของเอลดรอนไว้ตรงกลางเวทมนตร์แห่งธรรมชาติไหลเวียนเข้าร่างของเอล์ฟผู้ไร้สติ ผิวกายซีดเซียวกลับมาขึ้นสีระเรื่อ ไอเย็นที่ลอยม้วนออกจากร่างของเขาสลายหายไปตามแรงลม แต่พายุหมุนรอบตัวเอลดรอนยังไม่คลายความรุนแรง เสื้อผ้าของเอลดรอนปลิวว่อนดั่งเขาติดอยู่ในวังวนแห่งลมกรดมหาเวทกอนโดลอนหยุดท่องมนตร์คาถา “ข้าชักนำลมอนันต์มาให้เขาดูดซับแล้ว แต่เพียงเท่านี้ไม่ช่วยอะไรเขานักหรอก อย่างไรกร
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 35 บุญคุณแห่งพงไพร (1)

บทที่ 35บุญคุณแห่งพงไพร (1)เฟลิกซ์เกี่ยวเอาสายเชือกโยงเรือลมที่หลุดมาจากส่วนหนึ่งของพายุมาด้วยระหว่างวิ่งตามมาสมทบกับเรม พายุหมุนที่กักขังร่างไร้สติของเอล์ฟตนหนึ่งไว้ภายในเคลื่อนตัวมาหยุดลงตรงหน้าเอล์ฟหญิง“เอลดรอนฝืนใช้เวทมนตร์จนกระแสเวทฉีกขาด ได้โปรดช่วยชีวิตเขาด้วยเถิดขอรับ” เฟลิกซ์ค้อมกายลงต่ำร้องขอด้วยความจริงใจเจมส์เห็นดังนั้นก็ก้มตัวตาม “กระแสเวทในกายของเอล์ฟแห่งพงไพร มีเพียงเอล์ฟแห่งพงไพรด้วยกันเท่านั้นที่เข้าใจ พวกข้าต้องพึ่งพาท่านแล้ว”เอล์ฟหญิงมองพิจารณาเอล์ฟในใจกลางพายุหมุนด้วยสายตาเยือกเย็นดังเดิม “เอลดรอน บุตรแห่งเอเลนอร์ เขาได้ออกนอกวิถีแห่งพงไพร ถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราเอล์ฟแห่งพงไพรอีก พาเขากลับไปเสีย”“กลับไม่ได้ เขากำลังจะตาย!” เรมแหวกใบหญ้าตะโกนมาจากเบื้องล่าง นักบวชขี้เซายามนี้กลับมิอยากนอนอิงผืนพสุธา เขาดิ้นรนสุดแรงแต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดไปจากพืชไม้ที่งอกมาใหม่เรื่อย ๆ ได้“ว่าไงนะ?!”“เอลดรอน...มิใช่ว่าเอล์ฟเป็นเผ่าพันธุ์อมตะหรอกหรือ?”เจมส์กับเฟลิกซ์เงยหน้าขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ พวกเขาพอรู้อยู่ว่าอาการของเอลดรอนในตอนนี้ร้ายแรงเข้า
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more

บทที่ 36 บุญคุณแห่งพงไพร (2) (1/2)

บทที่ 36บุญคุณแห่งพงไพร (2)“ข้ามีนามว่ารีฮานัสแห่งพงไพร ผู้เดินตามวิถีแห่งผู้รักษามาช้านาน เริ่มแรกเพียงรักษาชาวพงไพรในอาณาจักร ในยุครุ่งเรืองแห่งเวทมนตร์ อาณาจักรพงไพรได้เปิดรับผู้มาเยือนมากมาย ข้าได้รับรู้ว่าโลกภายนอกกว้างใหญ่ยิ่งนัก ทั้งวิถีรักษาของข้ายังคับแคบยิ่ง ข้าจึงตัดสินใจออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อศึกษาวิถีแห่งการรักษา“จนกระทั่งยุคแห่งเวทมนตร์ดำมาเยือน ตัวข้าเที่ยวรักษาผู้ไข้ซึ่งเป็นเหยื่อแห่งเวทมนตร์ดำตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่ในฐานะผู้รักษาข้าไม่สามารถที่จะปฏิเสธผู้ไข้ได้ เพราะฉะนั้นข้าจึงต้องรักษาอย่างเท่าเทียมกันหมดทุกฝ่าย เมื่อข้ารักษาผู้ใช้เวทมนตร์ดำหนึ่งคน ก็จะมีเหยื่อแห่งมนตร์ดำของเขามาหาข้าอีกนับสิบราย ข้าจึงเริ่มเกิดความสับสนในวิถีขึ้นในใจ ต่อมา ผู้คนรอบข้างข้าไม่ว่าจะเผ่าใด ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ที่ข้าเคยรักษาให้ เมื่อรู้ว่าข้ารักษาฝั่งผู้ใช้เวทมนตร์ดำด้วยก็ขับไล่ข้า หาว่าข้าเข้าพวกเป็นส่วนหนึ่งของผู้ใช้เวทมนตร์ดำไปแล้ว ข้าเบื่อหน่ายความขัดแย้งและเรื่องราวแสนโสมมที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นนำมาแปดเปื้อนจิตใจที่มุ่งเพียงการรักษาของข้า จึงได้กลับมายังอาณาจักรพงไพร“เมื่อมาถึงก
last updateLast Updated : 2026-02-04
Read more
PREV
1234569
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status