Semua Bab ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ: Bab 1 - Bab 10

155 Bab

บทนำ 2/4

ยายเฒ่าผู้หนึ่งที่เพิ่งจับจูงหลานตัวน้อยออกมาร่วมดูชมขบวนเจ้าสาวซึ่งมีถึงสองเกี้ยวแสนจะยิ่งใหญ่ถามขึ้น เพราะเกี้ยวหลังโตที่นำหน้าอันงดงามนั้นดูจะสูงศักดิ์มิใช่น้อย  “ข้าได้ฟังมาว่าเป็นธิดาพระองค์หนึ่งในจวินกั๋วกงแห่งต้านโจว ซึ่งมีชายแดนติดกับเผ่าซีเป่ย แต่ไม่ทราบได้ว่าเป็นลำดับที่เท่าใด เห็นมีข่าวลือหนาหูว่าสมรสคราวนี้เป็นพระประสงค์ขององค์ไทเฮาเลยทีเดียวว่าเช่นไรพระชายาเอกนั้นจะต้องเป็นท่านหญิงน้อยแห่งต้านโจวนางนั้นจะผิดไปมิได้เลยทีเดียว”  เมื่อได้มีผู้หนึ่งเปิดปากสอบถาม ย่อมมีอีกผู้คอยโต้ตอบคืน ซึ่งก็มิอาจทราบได้ว่าพวกท่านป้าและท่านยายทั้งหลายเหล่านี้พวกเขานั้นช่างคิดไปหาความจริงจากที่ใดมาตอบโต้กันประหนึ่งว่าไปแอบซ่อนกายสืบความเคลื่อนไหวภายในตำหนักชินหวาง และตำหนักไทเฮาด้วยตนเองอย่างไรอย่างนั้น  "ข้ายังได้ฟังมาอีกว่าท่านหญิงน้อยพระองค์นี้นางมีวัยเพียงหกขวบปีเท่านั้น ยังมิทันใกล้วัยปักปิ่นเช่นสตรีชาวจงหยวนที่พร้อมตบแต่งออกเรือนแม้แต่น้อย"  พอขบวนเกี้ยวเจ้าสาวทั้งสองนางเพิ่งผ่านเลยไปยิ่งไกล วงสนทนาของเหล่าหญิงชราผู้ว่างงานทั้งหลายกลับยิ่งขยายกว้างอย่างไม่กลัวตายที่บังอาจซุบซิบนินทา
Baca selengkapnya

บทนำ 3/4

ผู้เป็นเจ้าบ่าวนั้นสบถแล้วสบถอีกเกรงว่านับไม่ถ้วนเสียแล้วนับตั้งแต่เขาได้รู้ว่าเจ้าสาวผู้จะมาเป็นพระชายาเอกมีวัยเยาว์จนแทบจะเป็นบุตรสาวของเขาได้อยู่แล้ว ก็ห่างกันถึงสิบสามหนาว หากเขาตบแต่งพระชายาตั้งแต่วัยเยาว์เกรงว่าบุตรของเขาวัยคงน้อยกว่าธิดาในจวินกั๋วกงไม่กี่หนาวเป็นแน่ บุรุษผู้รู้เพียงการรบย่อม มิรู้จักการทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงเด็กเช่นนี้จะมิให้เขาโมโหเดือดไปได้อย่างไรกัน  ซึ่งหากเสด็จแม่จะประทานเจ้าสาวโตเต็มวัยมาให้เขา หานไท่หมิงผู้เป็นจอมทัพใหญ่คงไม่อารมณ์ขุ่นมัวถึงเพียงนี้ ทว่าไม่อาจทราบได้ว่าพระมารดาและฝ่าบาทนั้นคิดการใดกันจึงตบแต่งเด็กน้อยผู้ยังกอดตุ๊กตาผ้าเก่าเน่าหนึ่งตัวขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวมาด้วยเช่นนี้  'เลือกเอาเถิดชินหวางว่าเจ้าจะรับเอาเสี่ยวปิงไปร่วมตำหนัก โดยที่เปิ่นกงยินดีให้เจ้าตบแต่งจางหลานเย่ไปเป็นพระชายารองได้ หรือ...เจ้าปฏิเสธเสี่ยวปิง แล้วเปิ่นกงจะประทานสมรสให้จางหลานเย่ตบแต่งออกไปกับคนต่างเผ่า ชินหวางย่อมรู้เปิ่นกงสามารถกระทำสิ่งใดได้อยู่บ้าง'  เช่นนั้นต่อให้หานไท่หมิงทั้งโกรธและแค้นเคืองต่อโชคชะตา ทว่าก็จำต้องทำตามใจขององค์ไทเฮาผู้เป็นมารดาและองค์จักรพรรดิ
Baca selengkapnya

บทนำ 4/4

“ชินหวางเฟยเกรงใจไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”  เฉินเซินเร่งคุกเข่าลงกับพื้นแล้วก้มศีรษะต่ำไม่กล้าแหงนเงยใบหน้าขึ้นสบดวงตาทองอร่ามสว่างไสวงดงามตรงหน้า ทั้งที่กายน้อยนั้นพอท่านองครักษ์เฉินคุกเข่าลง เลยทำให้กายเจ้าสาวชุดงดงามเจิดจรัสเลยพอจะสูงขึ้นมาเท่ากับหัวไหล่ท่านองครักษ์หนุ่มเล็กน้อย เฉียวปิงเซียวเลยถอยห่างเพราะตกใจที่บุรุษตัวโตมาก้มศีรษะให้ตนเองเช่นนี้  “เอ่อ ท่านองครักษ์เฉิน ท่านอย่าคิดมากเลย ท่านหญิงหกของข้านั้นนางอายุก็เพียงเท่านี้ จึงยังไม่อาจแจ้งใจต่อฐานะตนเองจึงแสดงกิริยาไม่ระวัง เช่นไรต่อไปเสี่ยวเตี๋ยนั้นจะพยายามสั่งสอนนางให้รู้ความขึ้นในภายหน้าอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”  เสี่ยวเตี๋ยผู้รู้เรื่องราวทุกสิ่งดีเร่งห้ามทัพไม่ให้ทั้งนายน้อยของนางและท่านองครักษ์ผู้เป็นหัวหน้าขบวนรับตัวเจ้าสาวมาจากแคว้นต้านโจวได้ผลัดกันขอบคุณไม่เลิกเสียที หาไม่จะไม่ทันฤกษ์มงคลเป็นแน่ ที่สำคัญแม่นมซางเหนียงจือนางกำลังหันกลับมามองด้วยดวงตาเรืองแสงสีเขียวขุ่นเร่งนางและนายน้อยของตนเองแล้ว  “มาเถิดเจ้าค่ะท่านหญิงหก ใกล้ฤกษ์เต็มทน มาจัดอาภรณ์ให้ดีอีกหน่อยนะเจ้าคะ”  เสี่ยวเตี๋ยจัดการงานตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว เพียงครู่นาง
Baca selengkapnya

ตอนที่1 1/4

ตอนที่ 1...ราตรีร่วมหอของสามเรา...พลั่ก! ...  "แอ๊ก!”  หลังจากผ่านด่านแรกประตูสู่ขุมนรกของท่านหญิงตัวน้อยก็มาถึงด่านต่อไปทันที และเพราะเด็กน้อยมัวแต่คิดระวังกิริยาเลยไม่ทันตั้งตัวและสติเข้าที่ดี เฉียวปิงเซียวก็ถูกจางหลานเย่เจ้าสาวอีกคนกระแทกจนล้มลงไปนั่งจุกตัวงอ แล้วพระชายารองก็แย่งที่ซึ่งสมควรเป็นของพระชายาเอกเอาไปครอบครองอย่างไม่ละอายใจสักนิด  ...ไม่เป็นไรหรอกก็เพียงตำแหน่งที่ยืนเท่านั้น เช่นไรพระชายาเอกเช่นนางก็มีอำนาจเหนือกว่าพี่สาวปากแดงผู้นี้ วันนี้นางจะต่อให้หนึ่งก้าวไปก่อนก็ได้...  เจ้าสาวตัวน้อยส่งยิ้มแฉ่งแสนจะจริงใจไปให้อีกฝ่าย เลยถูกขว้างสายตาอำมหิตคืนสนองมาหนึ่งสาย...พี่สาวช่างเป็นคนดีเสียจริง...เป็นคนดีอย่างยิ่ง...เสี่ยวปิงซาบซึ้งใจเหลือเกิน...  พิธีกราบไหว้บรรพชนผ่านพ้น ก็กราบไหว้ฟ้าและดิน กราบไหว้ญาติผู้ใหญ่ ที่มีไทเฮาและองค์จักรพรรดินั่งเด่นเป็นสง่า จนไปถึงยกน้ำชา ตลอดทุกขั้นตอนแทนที่เจ้าบ่าวจะช่วยเหลือเจ้าสาวผู้เป็นเด็กวัยเพียงหกหนาว กลับกลายเป็นองครักษ์หลวงหน้านิ่ง กับนางกำนัลสาวตัวน้อยเพียงเท่านั้น ส่วนเจ้าบ่าวนั้นหรือ? ...เขาก็สนใจแต่เพียงช่วยเหลือพระชายารอง
Baca selengkapnya

ตอนที่1 2/4

"ได้!”  คำตอบเดียวที่คลี่คลายทุกสิ่ง คนของไทเฮาล่าถอย แม่นมซางเหนียงจือนางเองก็ออกไปเช่นกัน บัดนี้ภายในห้องหอที่สมควรจะมีเพียงบ่าวสาวให้ได้เสพสุขกันอย่างหวานชื่น กลับดูชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพราะมีมือที่สามมานั่งตาใสอยู่กลางห้องพร้อมตุ๊กตาผ้าแสนเก่ามอมแมมหนึ่งตัว  "เชิญพวกท่านตามสะดวกเสี่ยวปิงง่วงไม่ไหวแล้ว"  เสียงเล็กบอกเสร็จนางก็ปีนขึ้นเตียงหลังโตแล้วกายน้อยก็ทิ้งดิ่งลงนอนแผ่หลาเต็มเตียง ไม่สนใจสองหนุ่มสาวที่ยืนมองหน้ากันไปมาเลยสักนิด เมื่อเป็นเช่นนั้น จางหลานเย่จึงคิดว่านางเด็กมารน้อยคงหลับไปแล้ว นางจึงคิดใช้เวลาเช่นนี้สานต่อเรื่องที่เพิ่งค้างคาเอาไว้เมื่อครู่ก่อนหน้าให้จบ  กายงดงามจึงขยับเข้าไปโอบกอดลูบไล้กายกำยำแล้วเบียดเข้าหาเชิญชวนอีกฝ่ายอย่างมากมายจริตมารยา สมกับที่นางถูกมารดาฝึกฝนมาอย่างดีก่อนออกเรือนถึงสามเดือน เช่นนี้บุรุษวัยฉกรรจ์ที่โลหิตกำลังเดือดพล่านเช่นหานไท่หมิงมีหรือจะไม่อ่อนไหวจึงดึงนางเข้ามากดจุมพิตเร่าร้อนเต็มอารมณ์  ...ซ่า...  สองร่างที่กำลังนัวเนียจุมพิตกันจนอาภรณ์หลุดลุ่ยถึงกับผวาผละออกจากกันดังกับสุนัขที่กำลังกัดกันแล้วถูกน้ำสาดเข้าห้ามมิแตกต่าง เห็น
Baca selengkapnya

ตอนที่1 3/4

ความจริงที่ทุกผู้ในตำหนักรู้แจ้งก็คือ...ผู้ที่ลงมือและลงเท้าเหี้ยมโหดล้วนเป็นชินหวางเฟยตัวน้อยแก้มแดงนั่นเอง...ก็ตลอดทั้งราตรีพอนางกินอิ่มทิ้งกายดิ่งลงไปบนที่นอนซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นตรงกลางเตียงไม่ขาดไปจากคำสั่งไทเฮา ทุกหนึ่งเค่อนางก็ถีบสลับฝั่งระหว่างกายกำยำของสวามีที่นอนอยู่ด้านนอก ถึงไม่อาจทำให้เขาตกเตียง แต่ก็เจ็บใช่น้อย ทุกคราวที่มือบ้างเท้าบ้างพาดลงที่ใบหน้า...กลางลำตัว...สีข้าง...แต่ที่สาหัสที่สุดก็คงเพียงเท้าที่พาดโครมเข้าใส่ส่วนสงวนของบุรุษโดยไร้ปรานี เจ็บแทบขาดใจทว่าไม่ถึงตายเป็นเช่นไรสิบเก้าหนาวที่ผ่านมาหานไท่หมิงไม่เคยรู้แจ้ง หากแต่เมื่อราตรีเข้าหอที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงรู้ซึ้ง คาดว่าตายไปอีกสามชาติก็ยากจะลืมเลือนราตรีที่ผ่านมาได้ลงเสียเป็นแน่  ...เวรกรรมอันใดเช่นนี้? ...นั่นน่ะสิ เวรกรรมอันใดของเจ้าบ่าวเช่นเขากัน!...  ส่วนฟากฝั่งของพระชายารองจางหลานเย่เองนั้น นางก็มีหรือจะน้อยหน้า เพราะหลักฐานในยามสายหลังจากนางก้าวติดตามพระสวามีออกมาจากห้องหอมันฟ้องชัดเจนไม่ว่าจะเป็นปากอวบอิ่มนั้นมันอิ่มจนบวมปูดเพียงมุมซ้ายด้านเดียว  ส่วนที่เบ้าตาข้างเดียวกันก็มีสีเขียวปนม่วงแตะแต้มเห็นแ
Baca selengkapnya

ตอนที่1 4/4

เด็กตัวกลมแก้มป่องทำท่าทางคิดหนัก จากนั้นจึงยิ้มหวาน แล้วส่งนิ้วก้อยสั้นป้อมไปตรงหน้า ‘เฉินเก่อเกอ’ ทันทีบอกชัดเจนว่านางต้องการทำสัญญาก่อนที่จะถูกแม่นมมาหิ้วไปเสียก่อน  “ได้...เสี่ยวปิงสัญญาวันนี้จะเป็นเด็กดีไม่ลงมือกับแม่นมซางจนนางร่ำไห้อีก แต่เฉินเก่อเกอต้องสัญญาก่อนว่าจะพาเสี่ยวปิงไปท่องเที่ยวจริง”  เฉินเซินอดจะยิ้มตามนางเสียมิได้ ก็แต่ละคราวที่นางยิ้มโลกสีดำของเขาก็สว่างไสวดังกับมีดวงอาทิตย์สักสองดวงส่องแสงเข้ามาในหัวใจอันเหน็บหนาวของเขา จนอบอุ่นในช่องอกทุกครั้งที่ได้พบเห็น คนผู้นั้นช่างมีดวงตาแต่ไร้แววเสียจริงมีอัญมณีล้ำค่ากลับไม่รักษา ไปฝักใฝ่แต่กับงูพิษ!  “กระหม่อมสัญญา มิใช่เพียงวันนี้ ทว่าจะเป็นทุกวันที่ชินหวางเฟยต้องการ”  ปลายนิ้วเรียวยาวขาวสะอาดส่งมาเกี่ยวก้อยร้อยรัดกับนิ้วแสนสั้นดุ๊กดิ๊กน่าเอ็นดูตรงหน้าแล้วจึงส่งยิ้มที่อบอุ่นให้นายน้อยคนใหม่ของตนอีกครั้ง...เพียงนางยังมีรอยยิ้มสดใสทุกวันเขาล้วนพึงใจเหลือเกิน...  “ชินหวางเฟยเพคะ”  ซางเหนียงจือเข้ามายืนโค้งกายด้านซ้ายมือให้แก่เด็กน้อยตัวกลมดุ๊กดิ๊กน่ารัก หากแต่ดวงตาของนางมองตรงไปที่องครักษ์หนุ่มรุ่นน้องด้วยสายตาตำหนิชัด
Baca selengkapnya

ตอนที่2 1/7

ตอนที่ 2แล้วก็มาถึงช่วงเช้าของวันที่สามหลังงานวิวาห์ ซึ่งได้เวลาที่หานไท่หมิงจะต้องพาพระชายาทั้งสองเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิตามราชประเพณีของชาวหนานสุ่ย แล้วเป็นเช่นเดิม วันนี้มีรถม้ามารอที่หน้าตำหนักสองคันดังกับวันที่เกี้ยวเจ้าสาวสองหลังมาเทียบที่หน้าตำหนักชินหวางแห่งหนานสุ่ย มิต้องคาดเดาให้เหนื่อยเฉียวปิงเซียวเด็กน้อยนางก็รู้ตัวดีว่าตนเองจะต้องไปนั่งคันที่เล็กกว่า และคงมีเพียงเสี่ยวเตี๋ยกับแม่นมซางเท่านั้นที่ร่วมนั่งไปด้วยกัน  ...แต่ย่อมดีอย่างยิ่ง นางล้วนพึงใจเหลือเกิน...  เด็กน้อยกลับคิดในใจด้วยชมชอบและยิ่งกว่ายินดี เพราะชินหวางสำหรับนางแล้วตัวโตราวยักษ์ เพียงเขานั่งร่วมด้วยนางอาจต้องถูกเบียดจนแบนดังผักดองตากแห้งเสียเป็นแน่ ให้พี่สาวคนงามแบนไปผู้เดียวย่อมดีกว่า เด็กน้อยมองสวามีตัวโตอุ้มพี่สาวคนงามขึ้นรถม้าด้วยสายตาไม่เข้าใจนัก เพราะตลอดมานางก็เห็นพี่สาวเดินเหินได้ปกติ เพียงจะก้าวขึ้นรถม้าเองคงไม่น่าจะยาก ไม่เหมือนตนเองที่ขานั้นสั้นกว่ามาก ไยชินหวางเลือกปฏิบัติเช่นนี้  "ชินหวางเฟย ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ"  เป็นเฉินเซินนั่นเองที่เข้ามาจับเอวเล็กยกส่งขึ้นไปบนรถม้า เพราะเห็นนางยืนมองชินหวางที
Baca selengkapnya

บทที่2 2/7

เท้าเล็กปลดรองเท้าออกแล้วหย่อนสองเท้าเล็กจิ๋วลงไปในบ่อแกว่งตีน้ำเล่นไปมา ซึ่งแน่นอนว่าก่อนที่นางจะทำเช่นนั้นเฉียวปิงเซียวก็ต้องหันมองจนทั่วว่าจะมีผู้อื่นมาพบเห็นหรือไม่ การอยู่ในวังหนึ่งเดือนสอนให้เด็กน้อยระวังไปเสียทุกสิ่ง เพราะหากนางไม่ระวังก็จะไม่พ้นถูกลงโทษ ถึงจะเป็นเพียงถูกไม้เรียว แต่นางก็ไม่ชอบหรอกนะ ก็มันยิ่งเล็กกลับยิ่งเจ็บบาดลึกไปหลายวันนี่นา  แต่ถึงเด็กน้อยจะระวังอย่างดีเท่าใดมีหรือจะรอดพ้นสายตาของคนที่มันจ้องจะทำร้าย และคอยหาโอกาสลงมือในทุกลมหายใจไปได้  ซึ่งแน่นอนว่าคนผู้นั้นย่อมจะต้องเป็นฝ่ายของพระชายารองจางหลานเย่ที่วางเอาไว้สอดแนม ไทเฮาที่เฝ้าจับตามองดูตั้งแต่ชินหวางเฟยตัวน้อยนางเข้าวังมาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งมันได้เห็นทุกสิ่งตั้งแต่เด็กน้อยแอบย่องหนีออกมาจากโถงกลางในตำหนักไทเฮา จนตราบที่นางนั่งทอดอารมณ์ยังริมบ่อปลาคาร์ปยิ่งใหญ่กว้างขวางกินเนื้อที่ดินเกินยี่สิบหมู่ (1 หมู่ เท่ากับ 1 ไร่) มันจึงหรี่ดวงตาจนแคบลงหกส่วนประเมินดูความลึกของน้ำกับขนาดร่างกายของเด็กหญิงวัยเพียงหกหนาวแล้วเปิดรอยยิ้มเหี้ยมโหดมิสนว่า 'เหยื่อ' ตรงหน้านางจะเป็นเพียงเด็กน้อยเท่านั้น  ดวงตาเรียวรีดังดวงตาข
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
16
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status