Partager

ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ
ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ
Auteur: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

บทนำ 1/4

last update Date de publication: 2026-02-13 18:26:09

บทนำ...เจ้าสาวตัวน้อย

เสียงเครื่องสายของชาวจงหยวนดังอึงมี่ก้องไปไกลคงราวร้อยลี้ จากนั้นไม่นานทุกสายตาก็ได้เห็นขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่โผล่พ้นหัวโค้งก่อนถึงตำหนักชินหวาง 'หานไท่หมิง' แห่งหนานสุ่ย ปีนี้คือรัชศกต้าเต๋อปีที่หก ปกครองโดยคนแซ่หาน พระนามว่า 'หานไท่สือ' องค์จักรพรรดิลำดับที่สามสิบหกในราชวงศ์หาน หลายหน้าหนาวที่ผ่านพ้น มหานครเทียนคงเฉิงแห่งนี้สงบสุขไร้ทุกข์ ทั้งภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ และโรคระบาดผ่านมาหลายหน้าหนาวที่มิได้เข้ามาแผ้วพานชาวเมืองเทียนคงเฉิง โดยการปกครองซึ่งเป็นธรรม และมากปัญญาขององค์จักรพรรดิหนุ่มวัยยี่สิบสองหนาว  

จึงทำให้หน้าหนาวปีนี้ เมืองหลวงแห่งหนานสุ่ยเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่ง ชาวประชาใบหน้าสดใส ข้าวเปลือกและพืชพรรณญญาหารในยุ้งฉางของแต่ละจวน และบ้านเรือนล้วนต่างเต็มแน่นไม่ขาดแคลน การค้าการขายก็ก้าวไกลไปหลายดินแดน มากมายไปด้วยพ่อค้าวาณิชต่างแดน ร้านค้าหรือก็มีมากขึ้น ขอทานและคนจนยากไร้ ผู้ที่ขาดที่อยู่อาศัยเร่ร่อนแทบจะไม่มีให้พบเจอภายในเมืองหลวงแห่งนี้เช่นในอดีตเมื่อหลายฤดูหนาวก่อน จึงกล่าวได้ว่าฮ่องเต้หรือองค์จักรพรรดิผู้นี้เป็นบุรุษผู้ทรงธรรมไม่น้อย  

และส่วนอีกหนึ่งผู้ที่ช่วยเหลือส่งเสริมให้การปกครองขององค์จักรพรรดิหนุ่มนั้นดำเนินไปได้โดยปกติสุขก็ยังมี 'ท่านอ๋องสิบแปด' หรือชินหวางแห่งหนานสุ่ย พระนาม ว่า 'หานไท่หมิง' บุรุษวัยเพียงสิบเก้าหนาว ทว่ากลับเป็นแม่ทัพใหญ่ของหนานสุ่ยมานับตั้งแต่เขามีวัยเพียงสิบสี่หนาวเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นศึกน้อยใหญ่ หรือศึกนอกดินแดนที่มารุกราน หรือเป็นศึกในจากพวกเหล่ากบฏ ชินหวางหนุ่มแน่นผู้นี้เขาก็ล้วนเผชิญหน้าปกป้องชาวหนานสุ่ยมาด้วยดีตลอดห้าฤดูหนาวที่ผ่านมา เคียงข้างผู้เป็นพี่ชายมิเคยย่อท้อต่อศึกใดเลยสักเพียงนิด  

ดังนั้นเมื่อมีการศึกใดบังเกิด หากเอ่ยถึงกองทัพกิเลนเพลิงพิฆาตที่มีจอมทัพผู้เป็นน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันเช่นชินหวางหานไท่หมิง หรือท่านอ๋องสิบแปดผู้นี้ออกหน้าเผชิญศึกคราวใด องค์จักรพรรดิหนุ่มแห่งหนานสุ่ยล้วนวางใจกินอิ่มนอนหลับ สบายใจปลอดโปร่งไร้กังวลใดมาแผ้วพาน  

เช่นนั้นในวันนี้มีข่าวว่าตำหนักชินหวางของจอมทัพหนุ่มวัยสิบเก้าหนาวนั้นกำลังจะมีงานมงคล ตบแต่งทั้งพระชายาเอกและพระชายารองพร้อมกันในวันเดียวนี้ ชาวบ้านจึงออกมาดูชม หวังใจว่าพวกเขาจะมีบุญวาสนาได้ยลโฉมท่านอ๋องสิบแปดผู้ถูกขนานนามว่าเป็นเทพแห่งสงครามของยุคนี้สักครา  

แล้วก็ไม่ผิดหวังพวกเขาต่างได้ยลโฉมของบุรุษที่มีร่างกายสูงสง่าซึ่งสวมอาภรณ์มงคลสีแดงเจิดจ้าสะท้อนแสงแดดอ่อนของต้นยามเฉิน ที่เพิ่งทอแสงลงมายังพื้นพิภพของมหานครเทียนคงเฉิงที่ยังคงมีหิมะปกคลุมพื้นถนน ส่องประกายแวววาวงดงามเกินจะบรรยาย ภาพเจ้าบ่าวผู้นำขบวนจึงหล่อเหลา และงามสง่าดังกับเขาคือเทพเซียนที่กำลังลงมาเยือนโลกมนุษย์มิผิดไป เพียงแต่หากใบหน้านั้นจะมีรอยยิ้มแตะแต้มสักนิด ความงดงามและหล่อเหลาที่ผสานกันอย่างลงตัวนั้นคงจะไม่ลดน้อยถอยลงไปถึงกึ่งหนึ่งเช่นนี้  

“เกิดมาหนึ่งชีวิตนับว่าข้าไม่สูญเปล่าแล้ว”    

แม่เฒ่านางหนึ่งพึมพำ ดวงตานั้นก็ยังคงจับจ้องติดตามขบวนเจ้าสาวทั้งสองไปด้วยสายตาตื้นตันจนถึงกับหลั่งน้ำตา บัดนี้เหล่าสาวงามต่างก็ล้วนริษยาเจ้าสาวทั้งสอง ส่วนบุรุษนั้นพวกเขาย่อมริษยาบุรุษผู้นั่งองอาจอยู่บนหลังอาชาศึกตัวโตสายพันธุ์ดีเฉกเช่นเดียวกันที่สามารถตบแต่งภรรยาเข้าเรือนได้ถึงสองนางในคราวเดียวกันเช่นนี้ นับว่าชินหวางแห่งหนานสุ่ยนี้มิธรรมดาจริงแท้  

“แต่ก็แปลกนะ ปกติแล้วเหล่าเชื้อพระวงศ์แห่งหนานสุ่ยของพวกเราหาได้เคยมีผู้ใดต้องออกมารับเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตนเองสักพระองค์ เหตุใดท่านอ๋องสิบแปดจึงแหวกม่านประเพณีเช่นนี้เล่า”  

มีคนชื่นชมย่อมต้องมีคนติฉินนินทาอยู่คู่ใต้หล้ามาเนิ่นนาน ดังนั้นพอขบวนเกี้ยวยิ่งใหญ่ผ่านเลยไปไม่ไกลก็บังเกิดเสียงหนึ่งดังขึ้นมากลางปล้องไม่กลัวตายสักนิดขึ้นทันใด  

“หุบปาก!”  

เป็นท่านป้าผู้หนึ่งที่คงจะอดคันริมฝีปากไม่ได้ จึงเผลอวิจารณ์ออกมาอย่างไม่รักชีวิต เดือดร้อนให้สามีของนางต้องเร่งมืออุดปากคนหาความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวทันที ก็นั่นเชื้อพระวงศ์ พวกเขาคือชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ มีสิทธิ์ใดไปก้าวก่ายกันเล่า  

“เห็นว่าเพราะคุณหนูรองสกุลจางผู้ถูกตบแต่งเข้ามาเป็นพระชายารองนั้นเป็นสตรีซึ่งท่านอ๋องสิบแปดผูกใจรักมั่นคงมานานหลายฤดูหนาวแล้ว ทว่าสุดท้ายท่านอ๋องมิอาจรับนางตบแต่งเป็นพระชายาเอกได้ วันนี้จึงเพียงเอาใจว่าที่พระชายารอง ท่านอ๋องสิบแปดถึงกับออกปากทูลขอต่อฝ่าบาทให้ละเว้นประเพณีของราชวงศ์ ชดเชยที่ไม่อาจตบแต่งคุณหนูรองแซ่จางผู้นั้นก็เพียงเท่านั้น”  

อย่างที่กล่าวคำคนเช่นไรก็ยากจะปิดบัง ดังนั้นจากเดิมเริ่มที่ท่านป้าไม่กลัวตายก็ขยายกว้างไปรวดเร็วยิ่งกว่าไฟไหม้ฟางกลางท้องทุ่งนาเสียอีก โดยเฉพาะเรื่องเหล่านั้นเป็นไปในทางที่เสื่อมเสีย เพราะถึงชินหวางผู้นี้จะมีพระคุณต่อแผ่นดินหนานสุ่ยไม่น้อย หากแต่นิสัยเอาแต่พระทัยตนเองเป็นใหญ่ กับอารมณ์ที่ทั้งร้อนและร้าย ชาวบ้านในเทียนคงเฉิงแห่งนี้รู้แจ้งกันมาเนิ่นนาน เช่นนั้นเพียงเขาอยากแหวกม่านประเพณีเช่นนี้จึงไม่นับว่าแปลกอันใดเลย ก็เขามีทั้งไทเฮาให้ท้าย องค์จักรพรรดิส่งเสริม จึงไม่แปลกที่หานไท่หมิงผู้นี้เขาจะทระนงตนเหนือผู้คนทั่วไปอยู่หลายส่วน  

...คนเรามีดีล้วนย่อมมีข้อเสียเป็นปกติวิสัยของปุถุชนมนุษย์ทั่วไป มิอาจละเช่นไปได้...  

“อ้าวเช่นนั้นวันนี้เป็นผู้ใดกันที่มากวาสนาได้ตบแต่งมาเป็นพระชายาเอกกระนั้นหรือยายเฒ่ากั๋ว”  

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนอววสาน 2/2

    "เสี่ยวปิง อาหมิง ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะจดจำคำสั่งเสียสุดท้ายของสืออีเอาไว้ให้จงดีนะ"นั่นคือสิ่งที่ฟ่านอิงเฉิงได้เอ่ยกับสองสามีภรรยาก่อนที่เขาจะจากไป ซึ่งแน่แท้ว่าเฉียวปิงเซียวและหานไท่หมิงย่อมไม่มีวันลืมว่ากว่าพวกตนจะมีวันนี้ต้องผ่านความยากลำบากอันใดมาบ้าง และต้องสูญเสียสิ่งใดไปบ้าง"เสี่ยวปิงย่อมมิอาจลืมเลือน"ซึ่งช่วงเวลาในโลกมนุษย์จะกล่าวว่ารวดเร็วนั้นก็ไม่เต็มที่ จะกล่าวว่าเนิบช้าก็มิอาจจะพูดได้เต็มปากนัก แต่ฮองเฮาเฉียวปิงเซียวกับฮ่องเต้หานกวงตี้ พวกเขานั้นก็เคียงข้างร่วมทั้งทุกข์และสุขปกครองหนานสุ่ยต่อมาอีกยี่สิบห้าหนาวก็สละราชบัลลังก์ให้แก่องค์ชายใหญ่หานกวงไถ่ได้ปกครองต่อไป ส่วนพวกเขาทั้งสองนั้นพากันหลบเร้นกายขึ้นสู่ยอดเขาอันหนิงซานในท้ายที่สุดและผ่านไปอีกสิบห้าหนาวก็มีข่าวว่าทั้งสองได้หวนคืนสวรรค์ไปไล่เลี่ยกัน ส่วนความจริงแล้วจะเป็นเช่นไรพวกเขาตายจากไปแล้วจริงหรือไม่ คงมีเพียงฮ่องเต้องค์ปัจจุบันกับชินหวางและจ่างกงจู่ผู้เป็นสายโลหิตของพวกเขาเท่านั้นที่รู้แจ้ง"เป็นเช่นไรบ้างเล่าเสี่ยวปิง บัดนี้ผ่านมาหนึ่งร้อยหนาวเจ้ายังเยาว์วัยดังดรุณีวัยสิบเจ็ดหนาว ส่วนเจ้าอาหมิง ดูสิ หลานชายหล

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนอววสาน 1/2

    ตอนอวสาน"เสี่ยวปิง"กายสูงใหญ่เร่งทรุดลงนั่งลงด้านบนศีรษะของเฉียวปิงเซียวที่กำลังทรมานอย่างถึงแก่น ทว่านางไร้ลมที่จะเบ่งคลอดเอาเสี่ยวหลัวโปให้ออกมาดูโลกภายนอกได้แล้ว"เสี่ยวปิงข้ารักเจ้านะ...เพราะรักจึงต้องทำเช่นนี้"กล่าวจบเขาก็ส่งเม็ดยานั้นเข้าปากตนเองแล้วบังคับบีบแก้มกลมให้นางอ้าปากออก จากนั้นเขาก็แนบริมฝีปากบังคับป้อนยาเม็ดนั้นให้นางกลืนลงไป เพราะใจนั้นกังวลไปแล้วว่าเฉียวปิงเซียวนางจะไม่ยอมกินโอสถทิพย์ที่แลกมาด้วยสามดวงจิต ทว่าเขาคิดผิด เพราะนอกจากเฉียวปิงเซียวนางจะยอมกินโดยดีแล้ว นางกลับกัดจนยาลูกกลอนเม็ดนั้นแตกเป็นสองแล้วป้อนคืนกลับให้หานไท่หมิงนั้นกินอีกด้วย"เจ้า!"คนที่ไม่ทันตั้งเตรียมใจเลยเผลอกลืนยาครึ่งเม็ดนั้นลงท้องไปเรียบร้อย จะดุนางจะว่ากล่าวนางก็ทำไม่ลง เพราะคนทำนั้นส่งยิ้มซีดเซียวนำหน้ามาก่อนจะกล่าวว่า"ท่านไม่รู้หรือว่าผู้กลืนกินโอสถทิพย์หากเป็นเทพก็จะมีปราณกล้าแกร่ง หากเป็นมนุษย์จะอายุยืนยาวกว่าคนปกติทั่วไป หากท่านคิดให้เสี่ยวปิงอายุยืนเราก็จะต้องอายุยืนไปด้วยกัน อย่ามาคิดเอาเปรียบกลับสวรรค์ก่อนกันสิเพคะ"ซึ่งหานไท่หมิงนั้นไม่มีเวลาถกเถียงกับเด็กดื้อตรงหน้า เพราะกล่

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนที่ 104 2/2

    นางกระซิบน้ำเสียงเหี้ยมโหด กว่าเสิ่นลี่เย่นางจะรู้ตนว่านางพลาดไปใหญ่หลวงก็เมื่อดวงจิตค่อย ๆ แตกกระจายกลายเป็นผงธุลีไปเสียแล้ว ทว่ากายของสืออีนั้นพอแตกสลายกลับกลายเป็นต้นกล้าของดอกรุ่ยเซียงหนึ่งต้น ฟ่านอิงเฉิงจึงใช้สองมือประคองต้นกล้าดังกล่าวแล้วร่ายมนตร์ลืมเลือนหนึ่งครั้งเพื่อให้ชาวประชาหลายพันชีวิตลืมเลือนเหตุการณ์เหนือธรรมชาติเมื่อครู่ไปเสีย จากนั้นเขาก็ป้อนความทรงจำใหม่ว่าเป็นฮองเฮาที่ครรภ์แก่เต็มทนเหน็ดเหนื่อยเกินไปกับพิธีการจึงเป็นลม แล้วให้หานไท่หมิงเร่งพากายอวบอั๋นเข้าไปพักที่ตำหนักด้านในโดยด่วน"ฝ่าบาททรงทราบใช่หรือไม่?"นั่นคือคำถามแรกที่เฉียวปิงเซียวนางเอ่ยถามท่านปีศาจกระทิงเฒ่าแสนจะมากเล่ห์ร้อยกลของตนเอง เพราะนางจับสังเกตได้ในยามที่เกิดเหตุฉุกเฉินแล้วเขาปกป้องนางได้ทันท่วงที โดยไม่ทำให้นางล้ม หรือกระทบกระเทือนไปถึงครรภ์เลยเช่นนี้"ยอมรับว่ารู้แจ้งที่เสิ่นลี่เย่นางสามารถหลบหนีออกมาจากน้ำเต้ากักปราณได้ จนถึงรู้ว่าเฉินเซินนั้นจะสละชีพตนเองในวันนี้ แต่เรื่องสืออีนั้นอยู่นอกเหนือแผนการทั้งสิ้น ข้าเองก็ไม่คิดว่านางจะ...จะสละชีพทั้งที่...ทั้งที่...""นางกำลังมีครรภ์อ่อน"เป็นฟ่าน

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนที่ 104 1/2

    ตอนที่ 104พอถึงฤกษ์ดีเหมาะสมแก่เวลา กายสูงสง่าของหานไท่หมิงที่สวมอาภรณ์วิจิตรทรงเครื่องครบครันตามราชประเพณีก็ก้าวเท้ามั่นคงขึ้นสู่บัลลังก์ทองนั้นด้วยกิริยาสงบเยือกเย็น สีหน้านั้นมิได้หวั่นไหวตกประหม่าต่อสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหลายมากมายมืดฟ้ามัวดินตรงหน้าสักนิด ซึ่งหากกะคำนวณด้วยสายตาคงร่วมสองถึงสามพันชีวิต ข้างกายเยื้องออกไปทางด้านหลังคือเฉินเซินในชุดองครักษ์ดูเคร่งขรึมการนี้มิใช่เพียงเหล่าขุนนางของหนานสุ่ยเท่านั้น ทว่ายังรวมเอาชาวเมืองมาพร้อมกันไม่น้อยอีกด้วย ซึ่งแน่แท้แล้วว่านอกจากชาวเมืองแล้วยังมีราชทูตของต่างดินแดนต่างเผ่ามาร่วมงานนี้ไม่น้อย พิธีการต่างผ่านไปด้วยดี จวบจนในยามที่กายสูงสง่าก้าวขึ้นไปนั่งลงบนบัลลังก์เสียงแซ่ซ้องกึกก้อง ใบหน้าหล่อนั้นเปิดรอยยิ้มจริงใจส่งไปให้ปวงประชา ถึงจะทราบดีว่าห่างไกลถึงเพียงนี้พวกเขาคงยากจะมองเห็น แต่เขาก็อยากจะยิ้มมอบให้ประชาชนของตนเองอยู่ดี ...ก่อนที่ดวงตาเรียวทรงดอกท้อนั้นจะดึงกลับมาจากลานด้านล่างแล้วลุกขึ้นเดินมุ่งตรงไปเบื้องหน้า เท้าแกร่งนั้นหยัดยืนขึ้นแช่มช้า จุดหมายคือหน้ามุขซึ่งเชื่อมต่อไปยังลานกว้างที่มีชาวหนานสุ่ยมากมายรอคอยยลโฉมพระ

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนที่ 103 2/2

    เช่นคราวนี้ที่หยางเทียนจวินถูกจับได้ว่าเขาถูกจิตมารเข้ากลืนกินปราณเทพอาวุโสจนถูกปลดจากอำนาจปลดลงจากตำแหน่ง ด้วยมติของสภาเทพอาวุโสและเหล่าเทพบรรพกาล และลงทัณฑ์ให้ลงมาเวียนว่ายตายเกิดยังภพมนุษย์ไปอีกหลายหมื่นปียากจะหลุดพ้นกลับคืนแดนเซียน ส่วนทางฝ่ายราชามารเช่นอวี่จงเจี้ยนนั้นต่อให้จะมิไร้หัวหรือขาดหาง แต่ก็มิได้แข็งแกร่งมากพอจะมาต่อกรกับแดนเผ่าสวรรค์ในเร็ววันนี้ดังนั้นทุกสิ่งในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาจึงสงบดีแล้วทั้งหกดินแดนสี่บรรจบ จะมีก็เพียงกลิ่นอายความแค้นของเสิ่นลี่เย่เท่านั้น นี่ต่างหากคือด่านเคราะห์อันแท้จริงของศิษย์รักหนึ่งเดียวของเขา...เฉียวปิงเซียว...หากวันนี้นางผ่านมันไปได้ อายุขัยของนางก็อาจจะยืนยาวต่อไป ทว่าหากไม่ ก็ถือว่าสองพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าชาติที่ผ่านมาบนโลกมนุษย์สูญเปล่า กับเวลาบนเผ่าเทพหนึ่งหมื่นหกพันปีสลายสิ้น เทพธิดาโอสถจะเหลือสภาพเพียงซากต้นโสมแดงหนึ่งหัวเท่านั้น มิอาจทราบได้ว่าจะต้องบำเพ็ญเพียรไปอีกกี่หมื่นกี่แสนปี นางจึงจะได้โอกาสหวนคืนทำเนียบเซียนอีกคราว"หมิงเกอ"นิ้วมือเล็กขาวนั้นถูกบีบกระชับจากฝ่ามือแกร่ง วันนี้สุดท้ายก็มาถึงจนได้ ซึ่งหานไท่หมิงเองเขาก็

  • ท่านอ๋องมิใช่เราหย่ากันแล้วหรอกหรือ   ตอนที่ 103 1/2

    ตอนที่ 103แต่เพราะบัดนี้นางสูญสิ้นอำนาจไม่พอ ท่านจอมปีศาจเนี่ยฉืออู่ผู้เป็น 'นายท่าน' ของนางเขายังถูกเจ้าเฒ่าเสวี่ยจิ่นคงจับกลับไปคุมขังยังดินแดนโลกันตร์รอรับโทษประหาร นางจึงขาดคนช่วยเหลือได้ทั้งหมด มีแต่ต้องช่วยตนเองในวันนี้ แต่ขาดกำลังผู้ช่วยเหลือนั่นยังไม่สำคัญเท่า นางไร้คนประกอบพิธีอาบโลหิตและดื่มกินดวงใจเด็กน้อยมาถึงสองรอบแล้วสภาพดวงจิตนี้อ่อนแอไม่น้อย ต่อให้นางไปยึดร่างกายมนุษย์ได้มา แต่ก็เป็นร่างกายของศพหญิงชราเท่านั้น เพียงสามวันที่ครอบครองซากศพนี้จึงมีแต่ถดถอยรอวันกายนี้เน่าสลายไปเท่านั้น เช่นนั้นเวลาของนางจึงใกล้จบสิ้นลงเต็มทน ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้เสิ่นลี่เย่นางยกความดีความชอบจนนางมิอาจปล่อยวางชำระแค้นไปได้ก็คือหนึ่งบุรุษกับหนึ่งสตรีไร้ยางอายเช่นเฉียวปิงเซียวที่มันกำลังจะสุขสมหวังทุกประการนั่นผู้เดียวเท่านั้น"หึ!...หากวันนี้เจ้ามิถูกข้าเผาผลาญจนสิ้นชาติกลายเป็นเพียงน้ำแข็งถูกสลายจนมิอาจหวนกลับคืนสวรรค์ ต้องกลายไปเป็นเพียงต้นโสมหนึ่งต้นก็อย่างได้มาเรียกข้าว่าเสิ่นลี่เย่อีกต่อไปเลยเฉียวปิงเซียว"ดวงตาคมของสตรีแก่ชราวัยใกล้เฉียดร้อยในสายตาของชาวบ้านที่พบเห็นนั้นจับจ้องไปที่เกี้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status