เสียงล้อเหล็กบดเบียดกับรางรถไฟดังกังวานเป็นจังหวะเนิบนาบครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถไฟทางไกลหัวจักรดีเซลสีเขียวเข้มหรือที่ผู้คนในยุคเก้าศูนย์เรียกขานกันว่าลวี่ผีเชอ จะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าเทียบชานชาลาของสถานีรถไฟปักกิ่งอย่างเชื่องช้า มวลหมอกควันและไอน้ำคละคลุ้งลอยพวยพุ่งขึ้นสู่หลังคาโครงเหล็กมหึมาของสถานี บดบังแสงแดดจัดจ้าในยามสายให้กลายเป็นเงาสลัวราง บรรยากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลและยิ่งใหญ่สมกับฐานะเมืองหลวงของประเทศ ทันทีที่ขบวนรถหยุดนิ่งสนิท ประตูเหล็กของแต่ละตู้โดยสารก็ถูกเปิดออกพร้อมกับคลื่นมนุษย์นับพันชีวิตที่หลั่งไหลทะลักออกมาประดุจเขื่อนแตก เสียงตะโกนเรียกขานด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งสำเนียงทางเหนือที่ห้วนสั้นและสำเนียงทางใต้ที่อ่อนหวาน ดังประสานปนเปไปกับเสียงฝีเท้าที่ลากยาวบนพื้นคอนกรีต บรรดากรรมกรและชาวบ้านจากต่างมณฑลต่างพากันแบกกระสอบป่านและถุงผ้าใบยักษ์เดินเบียดเสียดชนไหล่กันอย่างไม่ยอมความ ทุกคนต่างมีแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและความหวาดหวั่นต่อเมืองหลวงอันกว้างใหญ่แห่งนี้ มันคือภาพสะท้อนของยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ขวักไขว่และไร้ระเบียบ ทว่า
Leer más