เสียงเปียโนในธีมเปิดของ 'ง่อก๊ก' ผสมกับซอจีนและกลองใหญ่ ทำให้ฉากเริ่มต้นมีน้ำหนักเหมือนกำลังอ่านบทรบในนิยายประวัติศาสตร์ชั้นดี ผมชอบที่ดนตรีไม่ได้ยึดติดกับแนวเดียว แต่กล้าใช้องค์ประกอบดั้งเดิมของจีน เช่น เอ้อหู (erhu),
กู่เจิง (guzheng) และฟลุตจีนผสมกับคอรัสหรือซินธิไซเซอร์ในบางจังหวะ การจัดวางแบบนี้ทำให้เพลงสามารถเปลี่ยนอารมณ์จากอ่อนโยนเป็นดุดันได้ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งเหมาะมากกับการเล่าเรื่องที่มีทั้งการเจรจาหน้ากระดานและสนามรบเต็มไปด้วยควันไฟ
แนวคิดในการฟังสำหรับแฟนที่อยากลงลึกคือเริ่มจากธีมหลัก แล้วตามด้วยชุดเพลงที่เป็น 'เพลงรบ' และต่อด้วยธีมของตัวละครสำคัญ วิธีนี้จะช่วยให้จับลูปเมโลดี้ที่ถูกนำกลับมาใช้ซ้ำในฉากอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น เสียงริฟฟ์หรือโมทีฟเล็ก ๆ ที่ปรากฏในฉากคุยเชิงกลยุทธ์มักจะกลับมาในเวอร์ชันเต็มตอนฉากรบสุดท้าย แนะนำให้ฟังในลำดับนี้เพื่อเข้าใจการบอกเล่าทางดนตรีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเรียบเรียงใหม่หรือมิกซ์ที่แฟน ๆ ทำขึ้นเอง ซึ่งมักจะเน้นจังหวะกลองหรือเสริมซินธ์ให้มีสีสันร่วมสมัยขึ้น ถ้าชอบความยิ่งใหญ่คล้ายบรรยากาศภาพยนตร์ ผมแนะนำลองเปรียบเทียบกับซาวด์แทร็กของ 'Red Cliff' เพื่อดูว่าทางเลือกเครื่องดนตรีและคอรัสช่วยยกระดับฉากรบได้ยังไง
มุมมองส่วนตัวคือมีเพลงสกอร์หนึ่งที่ผมมักฟังยามต้องการโฟกัสเป็นพิเศษ — เสียงสายเครื่องสายเบา ๆ ที่ค่อย ๆ ไต่ขึ้นจนถึงคอรัส ให้ความรู้สึกเหมือนแผนการกำลังคลี่คลายและแม้แต่คำพูดง่าย ๆ ก็มีน้ำหนัก การได้ยินท่อนนี้ในฉากเงียบ ๆ ของตัวละครทำให้ผมเห็นรายละเอียดของบทมากขึ้น ดนตรีของ 'ง่อก๊ก' จึงไม่ได้เป็นเพียงฉากประกอบ แต่เป็นเลเยอร์ที่ช่วยขับเคลื่อนอารมณ์และความหมายของเรื่องให้ชัดเจนกว่าเดิม ถ้าหากอยากเข้าใจเรื่องลึกขึ้น การฟังซาวด์แทร็กแบบตั้งใจจะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับบทและตัวละครอย่างไม่น่าเชื่อ