เข้าสู่ระบบบทที่ 3
ช่วงเย็น
“งั้นวันพรุ่งนี้น้องมิรามาแต่เช้ามืดเลยนะคะ พี่จะได้พาไปหาเลขาอีกท่านเพื่อที่จะได้ให้เขาสอนงานให้” เมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงพี่ผู้หญิงก็เอ่ยถึงตารางงานขึ้นมาและยังให้ฉันเริ่มงานในวันพรุ่งนี้เลย ฉันเองไม่ติดอะไรยิ่งเริ่มงานเร็วเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งจะได้เจอหน้ามันไวขึ้นเท่านั้น
“ได้ค่ะพี่ ขอบคุณค่ะ” ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วยกมือขึ้นไหว้เพื่อลาพี่เขาและหมายจะเดินออกจากห้องนี้ไปเมื่อการพูดคุยของเราจบลงหลังจากผ่านไปชั่วโมงกว่า ๆ
การสัมภาษณ์ไม่ได้ยากอะไรกว่าที่ฉันคิดไว้ ง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้ด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็ดีเหมือนฟ้ากำลังเป็นใจให้ฉันได้เข้ามาที่นี้จริง ๆ
“หน้าด้าน คงใช้เส้นสายเข้ามาสิท่า” เมื่อฉันปิดประตูห้องลงเสียงหมาที่นั่งเฝ้ารอหน้าประตูอย่างพวกนี้ก็เห่าขึ้นมา พูดแบบนี้แสดงว่าคงรู้สินะว่าฉันเป็นหลานของลุงนาย
“ใจเย็นหน่อยสิเมย์บี” เป็นผู้หญิงอีกคนพูดขึ้นมาห้ามปรามแทนแต่ถ้าจำไม่ผิดเธอคนนี้ก็สมัครเป็นเลขาเหมือนกันนิมาพร้อมกับเพื่อนอย่างยัยปากหมานี่นะเหรอ
เหอะ! ถ้าเดาไม่ผิดคงมาสมัครงั้น ๆ สินะเพื่อที่จะได้ให้เพื่อนตัวเองโดนเด่นกว่าและให้เลือกอีกคนมากกว่าตัวเอง ช่างเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ
“เงียบไปซะราตรี! ส่วนแก! จะเดินหนีไปไหนยะยัยเด็กเส้น!” เมื่อฉันเห็นว่าหมามันกำลังจะกัดกันเองก็เลยเดินออกไปแทนเพราะความรำคาญและแสบแก้วหูของเสียงแปดหลอดของยัยเมย์บีอะไรนั้นซะเหลือเกิน
แต่ก้าวขาเดินออกไปได้ไม่เท่าไหร่นางก็ตะแว้ดใส่ฉันซะแล้ว แก้วหูเกือบแตกแหนะ
“มีอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?” ต่อให้ฉันรำคาญนางนี่มากมายแค่ไหนแต่ก็ต้องคีพลุคเอาไว้เพราะตรงนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ฉันแต่มีคนอื่นที่กำลังแอบดูอยู่ด้วย คงจะมาสังเกตฉันสินะว่าฉันมีความอดทนมากพออย่างที่เคยพูดหรือเปล่า
“หน้าด้าน คงอยากเข้าหาพี่แดนจนตัวสั่นละสิท่า ถึงได้ให้ลุงของเธอช่วยฝากเข้าจนได้ทดลองงานแบบนี้” และอีกหนึ่งอย่างที่ฉันได้ยินมาก็คือ ผู้หญิงส่วนมากที่มาสมัครเลขาประธานก็ไม่พ้นเรื่องที่อยากจะเข้าใกล้หรือไม่ก็เป็นผู้หญิงในสต็อกของเขา ได้มาเห็นกับตาแล้วก็ตลกดี
“อย่าคิดแทนคนอื่นสิคะ เพราะทุกคนเขาไม่ได้คิดแบบเดียวกับคุณกันทุกคนหรอกนะคะ แต่ว่านะคะเขาว่ากันว่าถ้าคิดแบบไหนอยู่ก็จะพูดแบบนั้นออกมา งั้นแสดงว่าคุณเองที่มาสมัครก็เพื่ออยากเข้าใกล้คุณแดนงั้นเหรอคะ” ฉันพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งจนคนตรงหน้าแทบจะร้องกรี๊ดออกมาแต่คงอับอายคนแถวนี้สินะถึงทำได้แค่ถลึงตาใส่ฉันแทน
แต่ใครมันจะไปสนละเสียเวลาชีวิตชะมัด
“เมย์บีพอเถอะคนมองเยอะแล้ว” เมื่อฉันเห็นว่านางเมย์บีไม่ได้พูดอะไรต่อก็เลยหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนี้ทันที ก่อนที่ต่อมโมโหของตัวเองจะแตกจนไปโดดตบหน้านางเข้าให้
“หล่อมากมั้ง!” เมื่อเดินไปตามทางฉันก็พูดด่าคนที่อยู่บนบอร์ดติดผนัง ซึ่งเป็นรูปของตัวต้นเหตุนั้นเอง ไอ้แดน เอ๊ย! คุณแดนหรือที่รู้จักกันว่าเขาคือประธานบริษัทที่เก่งและอายุน้อยที่สุดแถมยังหล่อมากอีกด้วย
อันนี้ฉันไม่ได้พูดเอง แต่ไปอ่านมาเขาเขียนกันมาแบบนี้ซึ่งสำหรับฉันมันก็แค่ไอ้คนสารเลวคนหนึ่งที่สั่งฆ่าคนก็เท่านั้น
“สักวันฉันจะทำให้ทุกคนรู้ให้ได้ว่านายมันสารเลวมากแค่ไหน” ฉันพูดพร้อมกับกำมือตัวเองแน่นจ้องมองรูปบนบอร์ดด้วยสายตาอาฆาต ทุกเหตุการณ์ในวันนั้นฉันจำได้ไม่ลืมและจะไม่มีวันลืมเด็ดขาดว่าคนอย่างมันทำอะไรกับชีวิตฉันชีวิตพ่อของฉันบ้าง
“มิรา มิรา!” ในขณะที่ฉันกำลังยืนจ้องรูปนายแดนอะไรนั้นอยู่ก็มีเสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นมา
“แรนด้า!” พอหันกลับไปก็เห็นเป็นแรนด้าเพื่อนรักของฉันนั้นเอง ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาที่ไม่ได้เจอกันมันดูเปลี่ยนไปมากเลย
“มิราใช่แกจริงด้วย แกหายไปไหนมา!” แรนด้าเริ่มเสียงดังและฉันเองก็ยังไม่อยากให้ใครมารู้ตัวตนของฉัน ฉันว่าควรพานางไปหาที่คุยเงียบ ๆ ก่อนดีกว่า
“อย่าลืมทำให้พี่ด้วยสิครับ อืมม” พี่เขาเองก็จับแขนฉันให้เอามือไปจับยังส่วนลูกชายของเขาเช่นกันนานหลายนาทีที่เราทำแบบนี้ให้กันจนฉันและเขาปลดปล่อยออกมา“พะ...พี่แดน” ฉันเรียกชื่อพี่เขาที่นั่งอยู่ตรงระหว่างขาของฉัน“จะให้พี่หยุดไหม?” พี่เขาพูดพร้อมกับใช้น้องชายถูส่วนนั้นของฉันอยู่ แล้วแบบนี้จะถามเพื่ออะไรกัน“…” ฉันเงียบแทนและหันหน้าไปมองทางอื่น พอฉันทำแบบนี้พี่เขาก็หัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากที่แกล้งฉันสำเร็จ“ผ่อนคลายไว้นะครับ เจ็บแป๊บเดียว”ปึก!“อื้อ!” ฉันร้องออกมาเสียงดังด้วยความเจ็บปวดที่พี่เขากระแทกเข้ามาทีเดียวโดยที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมเขายังมาจูบฉันเอาไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ฉันร้องออกมาเสียงดังจนคนข้างนอกได้ยิน“อืม มิรา ~” พี่เขาเริ่มขยับส่วนตรงนั้นพลางเอ่ยเรียกชื่อฉันไปด้วย“อื้ออ อ๊า ~ บะ...เบาหน่อยพะ...พี่แดน” ฉันพูดออกไปไม่เป็นภาษาเมื่อแรงกระแทกของพี่เขามันรุนแรงมากขึ้นจนฉันต้องใช้มือจับที่ท้องน้อยของตัวเองด้วยความจุก“รัดพี่ขนาดนี้จะให้พี่ทำเบาได้ยังไง!” เราสองคนหอบหายใจเข้าออกอย่างแรงเหมือนกันหลายนาทีที่พี่เขาทำแบบนี้โดยเปลี่ยนท่าทางไปมา มีเพียงแค่เสียงหอบหายใจเสียงเ
“ครับแม่ ถ้าที่นู้นคงที่แล้วเมื่อไหร่ ผมก็จะกลับมาช่วยงานพ่อที่ไทยต่อครับ” ฉันยิ้มให้กับคำพูดของเขา“จริงเหรอลูก!” แม่ของเขาดูดีใจมาก เรื่องนี้ฉันรู้มาจากคุณปู่แล้วว่าพี่แดนเพื่อไปควบคุมคนและไปจัดการเรื่องการรับตำแหน่งนิดหน่อยนอกนั้นเขาก็สามารถไปกลับระหว่างไทยกับรัสเซียไทยถ้าเขาไม่เหนื่อยก่อนนะ“พ่อครับ...” รอบนี้เป็นพ่อของพี่แดนเองที่หันไปเรียกคุณปู่ที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ ฉันรู้ว่าปู่คงดีใจที่ลูกชายตัวเองหันมาเรียกพ่อแบบนั้นแต่แค่ปั้นหน้าเหมือนหลานตัวเองไม่มีผิดและที่พ่อของพี่แดนต้องหันไปหาปู่เพราะคงกำลังอยากรู้ว่าปู่จะปล่อยพี่แดนให้กลับมาได้จริงเหรอ“อะแฮ่ม! เออก็ตามที่มันพูดนั้นแหละ” ฉันได้แต่ยิ้มและส่ายหน้าออกไป“แม่ทานนี้หน่อยนะครับ” และพี่แดนก็เริ่มทำให้สิ่งที่ฉันไม่ได้ขอเอาไว้ นี่คงเป็นการทลายกำแพงที่เขามีแต่ครอบครัวของตัวเอง เขากำลังทำด้วยตัวเองโดยที่ฉันไม่ได้ขอก่อนหน้านั้นฉันขอให้เขาช่วยแสดงออกให้มากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยเรียกคำว่าแม่ด้วยใบหน้าที่เต็มใจและหันกลับมาคุยและสนใจท่านบ้างได้ไหม ฉันไม่ได้บังคับว่าพี่แดนจะต้องทำแต่ฉันแค่อยากให้พี่แดนแสดงมันออกมาเท่าที่พี่แดนทำได้ก็
การที่ปู่ของเขาเรียกฉันไปคุยมันเกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะต้องไปจากเขากันเพราะสิ่งที่ทำให้ฉันเสียใจและเศร้าคือเรื่องสมัยเด็กของเขาต่างหากที่ปู่ได้ทำผิดกับพ่อแม่เขาโดยการพรากเขาไปจากพ่อแม่ของตัวเองปู่ของเขาเล่าเรื่องที่ตัวท่านเองทำผิดทั้งหมดให้ฉันฟังเพื่อหวังระบายมันออกมาและปู่ก็อยากทำเพื่อหลานของตัวเองด้วยการที่อยากจะให้ฉันดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ฉันทำได้แต่เมื่อไหร่ถ้าหลานของท่านนอกใจหรือทำให้ฉันเสียใจปู่ก็บอกว่าฉันสามารถฟ้องท่านได้เลย เพราะท่านจะจัดการให้อย่างสาสมแต่ขอแค่ฉันรักหลานของท่านจริง ๆ เพราะเรื่องราววัยเด็กของเขามันช่างแตกต่างจากคนอื่นมากอีกอย่างฉันก็ต้องรับให้ได้ด้วยว่าเขาจะต้องกลับรัสเซียเพื่อไปรับตำแหน่ง มันจะทำให้เวลาของฉันกับพี่แดนมีน้อยลงมาก แต่ปู่ท่านเองก็บอกว่าฉันสามารถไปอยู่ที่นั้นได้ถ้าฉันต้องการเพราะแบบนี้สินะถึงได้ทำให้แม่ของเขามีสีหน้าแบบนั้นและสิ่งที่เขาทำกับแม่แบบห่างเหินเขาไม่ได้ตั้งใจทำ แต่แค่เขาไม่รู้ว่าควรจะปฏิบัติตัวยังไงกับมารดาของตัวเองมากกว่าเพราะตั้งแต่เด็กเขาอยู่กับปู่ที่เลี้ยงเขามาโดยตลอดเลยทำให้ความสัมพันธ์เขากับพ่อแม่ห่างหายไปเหมือนเป็นแค่คนแ
หรือปู่ท่านจะมาคุยกับฉันเรื่องที่ฉันทำกับหลานรักของตัวเองไว้งั้นเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่แดนไปฟ้องปู่เขาอะ“หลานข้าเป็นยังไงในความคิดของแม่หนู” ฉันมองคนตรงหน้าพร้อมกับตั้งคำถามภายในใจว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหนทำไมถึงได้ถามแบบนี้ออกมาแถมท่าทีก็เปลี่ยนไปจากข้างนอกเวลาอยู่ต่อหน้าสามคนข้างนอกปู่จะวางมาดน่ากลัวตลอด แต่ตอนนี้กับกำลังทำหน้าตาดีใจพร้อมกับถามฉันเรื่องของพี่แดนออกมา“ว่าไงล่ะเอ๊ะอย่าเงียบสิข้าถาม” ฉันละความคิดออกจากตัวเองที่เอาแต่ตั้งคำถามแล้วหันกลับมาตั้งสติตอบคนตรงหน้าที่เริ่มโมโหออกมาแล้วปู่กับหลานอารมณ์พอกันเลย“พี่เขาก็ขยันทำงานดีค่ะ” ฉันที่ไม่กล้าตอบด้านลบ ๆ ออกไปก็เลยพูดเรื่องดีแทน“แค่นี้? พูดมาสิข้อเสียมันมีอะไรบ้างไอ้เรื่องทำงานข้าเลี้ยงมันมาข้าก็ต้องสั่งสอนเรื่องนี้มาดีอยู่แล้ว” ปู่แกพูดด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ที่ฉันเอาแต่พูดชมหลานของเขาฉันเดาทางไม่ถูกละนะ“ให้หนูพูดข้อเสียเหรอคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง นี่เราไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม“ก็เออสิวะ!” ปู่เองก็ตอบออกมาด้วยเสียงที่ดังเหมือนกับกำลังโมโห“ถ้าข้อเสียก็คง...บ้างานไปหน่อยไม่สนใจความรู้สึกคนรอบข้างทำอะไรเกินตัวตลอดอย่างกับตัวเองเป็
“วันนี้คุณแดนดูมีความสุขจังเลยนะครับ” ฉันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทันได้ฟังเสียงของลุงที่ดูแลสวนของบ้านพูดขึ้นมาพอดี“งั้นเหรอครับ” เขาตอบลุงคนนั้นพร้อมกับยิ้มแล้วหันมามองที่ฉัน เป็นรอยยิ้มที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน จนฉันถึงกลับหยุดมองหน้าเขาไปนานหลายนาทีเลยตั้งแต่ที่ทำงานกับเขามา เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขายิ้มได้น่ารักแบบนี้ไม่สิฉันต้องอย่าหลงกลไม่รู้เขาจะแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า“พี่แดน! ลบออกเลยนะ” ฉันรีบวิ่งตามเขาเข้าไปในบ้านเมื่ออีกฝ่ายวิ่งหนีเข้าไปให้บ้านก่อนฉันแดน Talk“โอ๊ย! หยุดก็ไม่บอก” ระหว่างที่ผมวิ่งหนีมิราเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้มองเลยว่ามีใครกำลังนั่งอยู่ตรงห้องรับแขกบ้าง และเมื่อเห็นว่ามีคนสำคัญนั่งอยู่ผมจึงต้องปรับตัวใหม่อัตโนมัติจนทำให้อีกคนที่วิ่งตามผมเข้ามาต้องมาชนเข้ากับหลังของผมแทน“ไงหลานรักดูมีความสุขจังเลยนะ” ผมปั้นหน้านิ่งแบบที่ชอบทำเมื่อคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ตรงกลางโดยมีพ่อและแม่ผมนั่งทำหน้ากังวลกันคนละข้างอยู่จะเป็นปู่ที่เลี้ยงผมมาแต่เด็กปู่มักจะพูดกรอกหูผมตลอดว่าการมีความรักจะทำให้หน้าที่ของเราเสียเหมือนกับพ่อที่หนีไปกับแม่และย่าที่หนีปู่ไปเช่นกันจนปู่ถึงกับเสียการเสียง
“ว่าไง?” เขาถอนจูบออกเพื่อให้ฉันได้พักหายใจหายคอ แล้วเริ่มถามจี้ฉันอีกครั้งเพื่อให้ฉันตอบออกไปว่าตกลงจะยอมทำตามที่เขาบังคับมาไหมคือการตกลงคบกับเขาอย่างที่เขาพูดนั้นแหละ“เรื่องแบบนี้มันก็ต้องคะ...คิดกันก่อนสิคะ” ฉันดันหน้าอกของเขาเอาไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะก้มลงมาจูบอีกครั้งเมื่อฉันตอบไม่ตรงกับที่เขาต้องการสายตาของเขาเอาแต่มองมาที่ริมฝีปากของฉันจนฉันเริ่มขยับตัวไม่ถูกแล้ว“พี่ต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นมิราก็ต้องนั่งให้พี่จูบอยู่แบบนี่เนี่ยแหละจนกว่าพี่จะได้คำตอบที่ต้องการ” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็เริ่มรุกรานฉันขณะที่เรายังนั่งอยู่ในรถและในบ้านที่มีพ่อแม่ของเขาอยู่“ดะ...เดี๋ย- อื้อ” คำพูดของฉันถูกอีกคนกลืนกินไปเมื่อเขาประกับจูบลงมาอีกครั้ง ต่อให้ฉันใช้แรงดันเอาไว้อยู่ที่ตามแต่สุดท้ายแรงผู้ชาย ฉันก็ไม่สามารถสู้ได้“หรือมิราจะบอกว่าไม่ได้รักพี่?” เขาหยุดจูบแล้วเอ่ยถามฉัน“ใช่ค่ะ! มิราไม่ได้คิดกับพี่แบบนั้นเพราะงั้นปล่อยมิราได้แล้ว” เพื่อจบเรื่องนี้ฉันจึงต้องตอบโกหกออกไปพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นแทน“หึ ใบหน้าที่แดงเสียงเต้นของหัวใจและสุดท้ายสายตาที่ใช้มองพี่ เพียงแค่นี้ก็เป็นหลัก







