ANMELDEN"หยุดเรียกฉันว่าเมียได้ไหม แล้วจำเอาไว้ ฉันโสด..."
"งั้นเหรอมิ้นท์" ผมยกยิ้มที่มุมปาก พลางกวาดสายตาไปทั่วทั้งใบหน้างดงาม "งั้นเธอควรฟังฉันนะ คนโสด คือคนที่ไม่มีผัว แต่คนที่มีผัว เขาไม่เรียกว่าโสด!" "ว๊ายยย!" จบประโยค ผมก็พลิกร่างของคนที่นั่งอยู่บนหน้าตัก ลงไปกับเตียง พร้อมๆกับการประกบทับลงไป กางเกงบ็อกเซอร์ที่ผมใส่ ก็ถอดง่ายฉิบหาย ส่วนเสื้อยืดตัวเดียวของผมที่เธอเอาไปใส่ ในตอนนี้ก็ร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาว พอผมแยกขาเรียวออกจากกันเท่านั้น กลีบกุหลาบบานแย้ม อวบนูนที่มีแค่ผมที่ได้สัมผัส ก็ปรากฎแก่สายตา ผมโน้มตัวลงไปหา พร้อมๆกับการชักรูดแก่นกายใหญ่ ที่ตั้งเป็นลำท้าทายตั้งแต่ตอนที่อีกคนนั่งอยู่บนหน้าตัก ก่อนจะเลื่อนไปถูไถที่ช่องทางรัก และอัดกระแทกเข้าไปจนสุดความยาวของมัน สวบบบบ~ "กรี๊ดดดดดดด!" "อ๊าาา แน่นว่ะ" ยอมรับตรงๆเลยว่า ไม่เคยมีร่างกายของผู้หญิงคนไหน ทำให้ผมมีความสุขได้เท่ากับคนที่อยู่ใต้ร่างของผมในตอนนี้ ทุกอย่างที่เป็นมิ้นท์มันโครตดี เป็นแบบที่ตรงสเปคผมหมดเลย มิ้นท์ทุบต้นแขนของผมถี่ๆ ก่อนที่ผมจะขยับ เพื่ออัดกระแทกเข้าไปให้ลึกยิ่งกว่าเดิม ปึก! ปึก! "จะ เจ็บ ฉันเจ็บ!" มิ้นท์เอี้ยวหน้ามามองยังจุดเชื่อมประสาน มือบางดันอกแกร่งเปลือยเปล่าของผมเอาไว้ น้ำตาเม็ดใสคลอหน่วยออกมาจากนัยน์ตากลมโตคู่นั้น ผมแม่ง ไม่เคยอ่อนโยนกับเธอได้เลย "ละ เลว นายมันคนเลว!" "ด่าผัวตัวเองก็ได้ด้วยเหรอมิ้นท์" ผมยกมือสางผมตัวเองที่ตกลงมาปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะแยกเรียวขาขาวออกกว้างๆ แล้วขยับเข้าออกแบบที่ต้องการ เพราะกายสาวที่ตอดรัดแก่นกายของผมถี่ๆ มันทำให้ยากเกินกว่าที่จะควบคุม ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! มิ้นท์ใช้มือข้างหนึ่ง ทุบต้นขาของผม แล้วใช้มืออีกข้าง เพื่อดันหน้าท้องของผม เพื่อไม่ให้ผมขยับเข้าใส่แบบที่เรียกว่าเอาแต่ใจ คนอย่างผม เรื่องรสรัก ไม่เคยชอบความอ่อนโยน ทุกอย่างมันต้องจัดหนัก มันถึงจะเรียกว่าฟิน แต่ผมปัดมือนั้นออกห่าง แล้วอัดกระแทกความยิ่งใหญ่เข้าใส่ช่องรักคับแคบอย่างหนักหน่วงและรุนแรง ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! "อื้ออออออ!" เธอกัดปากตัวเองแน่น และพยายามจะยกมือมาดันหน้าท้องแกร่งของผมอีกครั้ง ผมจึงปัดมือเธอออกห่าง แล้วโน้มตัวเข้าไปประกบเรียวปากอวบอิ่มแทน ความหอมหวานแบบนี้ กับความถูกใจและพอใจแบบนี้ ไม่บ่อยเลยที่ผมจะรู้สึกกับผู้หญิงคนไหน และผมก็ยังสนุกจนเลยเถิด จนเกิดความพิเศษที่ถึงขั้นเรียกเธอว่า 'เมีย' ผมสอดลิ้นเข้าไปในโพลงปาก พลางตวัดควานหาความหวานที่ต้องการ กลิ่นกายหอมอ่อนๆของผู้หญิงคนนี้ กลิ่นลมหายใจ กลิ่นหอมของเส้นผม ซอกคอ หรือแม้กระทั่งเนื้อตัว มันทำผมแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้ใกล้กัน ใครมันจะไปทนได้วะ "นะ ไหนว่าจะไม่เอาไง อื้ออออ!" มิ้นท์ร้องค้าน ในจังหวะที่ผมซุกใบหน้าเข้าไปคลอเคลียซอกคอขาว ขบเม้มที่กกหูเบาๆ แล้วเลื่อนไปดูดที่ซอกคอขาว ประกาศกร้าว ว่านี่เมียกู! "อยู่ๆก็อยากขึ้นมา!" ผมเลื่อนใบหน้าเข้าหา แล้วจูบแนบแก้มขาวหนักๆ จากนั้นก็หันไประรานอกอิ่มแทน มือข้างหนึ่งบีบคั้น ส่วนอีกข้าง เลื่อนริมฝีปากไปครอบครอง คนใต้ร่างดิ้นพล่าน แอ่นอกเพราะความเสียวซ่านที่ผมมอบให้ ปลายลิ้นร้อนตวัดโลมเลียยอดอกสีสวย ก่อนจะดูดดุน ขบเม้ม จนบริเวณนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย "หลงเธอฉิบหาย..." ผมเผลอครางออกมาอย่างพอใจ คลอเคลียหน้าอกทั้งสองข้างอย่างพอใจ ก่อนจะเลื่อนมือไปจับที่เอวคอดกิ่ว แล้วขยับเอวสอบรัวเร็วเน้นๆเข้าไป ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! "อื้ออออ ละ ลึกเกินไปแล้ว" มิ้นท์ส่ายหน้าไปมา ในจังหวะที่ผมเลื่อนปลายนิ้วไปเล่นงานที่จุดกระสัน สีหน้าของเธอเวลาที่มันเสียวมากๆ แม่ง เซ็กซี่ฉิบหาย แล้วแบบนี้จะไม่ให้ตามเช้าตามเย็นได้ยังไง แล้วผู้ชายแบบผม หวงของที่เป็นของผมฉิบหายเลย "พอ ฉันบอกให้พอ!" แต่คิดเหรอ ว่าผมจะฟัง ผมเชิดหน้า เปล่งเสียงคำรามลั่น เมื่อกายสาว ตอดรัดที่ตัวตนของผมถี่ๆ ผมดันเรียวขาขาวมาพาดบ่า ก่อนที่จะกระแทกกระทั้นเข้าออกซ้ำๆ จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วทั้งห้องนอน ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามรักชั่วคราว พรั่บบๆๆๆๆ พรั่บบบบๆๆๆ "อ๊าาาส..." ผมเชิดหน้า พลางเลื่อนมือมากดที่หน้าท้องแบนราบ กายสาวที่ตอดจนผมจะแตก บ่งบอกว่าผมใกล้แตะขอบสวรรค์เต็มที ผมรัวเอวสอบ ขยับเข้าออกถี่ๆ ก่อนที่จะตอกแรงๆ หนักๆ เน้นๆ อยู่สองสามครั้ง จากนั้นก็ปลดปล่อยหลักฐานแห่งความสุขสม เข้าใส่กายสาวทุกหยาดหยด "อ๊าาาาาาาาาส" เวลาผันผ่าน ผมเริ่มรู้สึกว่า ตั้งแต่วันที่ได้สานสัมผัสกับคนที่อยู่ใต้ร่าง ผมรู้สึกเต็มอิ่มสุดๆไปเลย "ทำไมนายชอบปล่อยในตัวฉันนักหนา ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบ" มิ้นท์ดันตัวผมออก ส่งผลให้แก่นกายใหญ่ที่แข็งเป็นลำหลุดออกมา "แค่รู้สึกว่ามันฟินดี" ผมเหลียวมองใบหน้าขาวอมชมพูที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ แม้เครื่องปรับอากาศจะกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอยู่ก็ตาม "เห็นแก่ตัวน่ะสิ ไม่คิดว่าฉันจะกลัวเลยหรือไง!" เธอตวาดใส่ ตรงๆ แรงๆ ไม่กลัวใคร นี่แหละตัวตนของเธอ "กลัวไร ถ้าหมายถึงโรค กับคนอื่น ฉันป้องกันทุกครั้ง แล้วฉันก็ตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ" "แล้วสักวัน ฉันคงต้องป่องมาประจานหน้านาย!" มิ้นท์ตะคอกใส่ แล้วรีบลุกออกไป ทิ้งให้ผมอึ้งกับคำพูดที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย ป่องที่แปลว่าท้องงั้นเหรอ? ผมมองตามหลังร่างของอีกคนที่หายเข้าห้องน้ำไป รู้อยู่แก่ใจ ว่ากับยัยนี่ ผมไม่เคยป้องกันเลย เวลาผ่านไป "อย่าลีลา จะขึ้นมานอนก็มาดีๆ" ผมจ้องที่อีกคน ที่นั่งอยู่บนฟูกหนาหน้าเตียง สีหน้าบึ้งตึง ไม่ได้ทำให้ความน่ามองของยัยนี่ลดลงไปเลย "ฉันอยากได้ที่ชาร์จแบต" มิ้นท์ชูมือถือในมือ ที่เหมือนจะแบตหมด พลางปรายตามองผมเพียงนิด "สั่งอย่างกับเป็นเมียฉันเลยนะ" ผมยกยิ้มออกมา สายตาไม่ได้ละออกไปจากใบหน้างดงามนั่นเลย "ฉันอยากได้ที่ชาร์จแบต แล้วฉันก็ต้องการยาคุมฉุกเฉินเดี๋ยวนี้" "อย่างหลังที่เธออยากได้ ฉันไม่มี ส่วนที่ชาร์จ วางโทรศัพท์ไว้ แล้วขึ้นมานอน ฉันจะชาร์จให้เอง!" "นี่นาย!" "อยากทำหน้าที่เมียอีกรอบหรือไง!" มิ้นท์เบิกตากว้าง เธอทำท่าฟึดฟัดไม่พอใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าสะพาย พลางยกมือสางผมตัวเองในท่าที่หงุดหงิด เห็นแล้วเซ็กซี่ฉิบหายเลย "ออกไปห่างๆ" ผมยอมขยับอย่างว่าง่าย แต่พออีกคนขึ้นมาอยู่ข้างกาย ผมจึงตวัดท่อนขาไปก่ายไว้ทันที "นี่นาย!" "จำเอาไว้ว่าอย่าเข้าใกล้ผู้ชายหน้าไหน ถ้าเธอไม่อยากจุกจนเดินไม่ไหว!" ผมออกคำสั่งอย่างจริงจัง จะพยศ หรือดื้อแค่ไหน ผมรับมือได้ แต่ถ้าเข้าใกล้ผู้ชายหน้าไหน ผมจะคลั่งให้ดู "ไม่ตอบ ฉันจะจูบเธอ" "เออ!" ยัยนั่นตะโกนใส่หน้าผม พลางดันขาของผมออกห่างอย่างแรง ก่อนจะพลิกกายหันหลังให้ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าโครตไม่พอใจ ผมยกยิ้มตอบรับสิ่งที่เห็น ก่อนจะโน้มกายไปที่ฝั่งของมิ้นท์ เพื่อปิดไฟ และจงใจให้ปลายจมูกเฉียดชนแก้มขาวๆ แม้แค่แว๊บเดียวก็เอา เสียงฟึดฟัดไม่พอ ยิ่งทำให้ผมอมยิ้มใหญ่ ยัยนี่แม่ง น่ารักฉิบหายเลย แล้วในขณะที่ผมกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรา Lineeee~ เพราะดึกมาก ผมจึงคิดว่า คนที่ไลน์มา อาจจะมีเรื่องด่วนอะไร [ แม็กซ์เวลล์ : เพื่อนของเมียกูหาย กัสกำลังร้อนใจ มิ้นท์อยู่กับมึงใช่ไหม ] ผมมองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะลอบมองคนที่หลับอยู่บนเตียงกว้าง เห็นเพียงเสี้ยวใบหน้าขาวเนียนที่โผล่พ้นออกมา [ นิกกี้ : เออ ] [ แม็กซ์เวลล์ : คนนี้เหมือนจะนานกว่าทุกคนนะ กูกำลังจะเห็นเสือสิ้นลายใช่ไหมวะ ] [ นิกกี้ : เสือก! ] ผมตอบสั้นๆ แล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ตำแหน่งเดิม เสือสิ้นลาย ที่หมายความว่า ยอมทุกอย่าง และหยุดทุกอย่าง ซึ่งผมมองว่า คำนั้น มันยังไม่เหมาะกับผม คนอย่างผม ยังไม่ได้คิดที่จะหยุดที่ใคร ตอนนี้แค่รู้สึกว่า ขี้เกียจหาผู้หญิงคนใหม่เท่านั้นเอง ผมทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างมิ้นท์อีกครั้ง จริงๆคนอย่างผม ไม่เคยไม่ได้ ในสิ่งที่ต้องการ กลับกัน หากสิ่งไหนที่ผมต้องการ ใครก็เอาไปจากผมไม่ได้เช่นกัน"ที่จริงกูก็ไม่ได้เหี้ยอะไร กูแค่ยังไม่คิดที่จะหยุดที่ใครสักคนแค่นั้นเอง" ผมยกยิ้มออกมา ไม่เห็นว่าสิ่งที่ผมพึ่งจะพูดออกไป มันจะผิดตรงไหน ผู้ชายแบบผม รักชีวิตโสด ชอบความอิสระ ไม่ชอบผูกมัด ไม่ชอบโดนบงการ และไม่ชอบการโดนเป็นเจ้าของจากใครสักคน"อย่าพลาดไปรู้สึกกับเขาก็แล้วกัน เพราะบางทีผู้หญิงแบบยัยนั่น อาจจะมีความคิดที่ชอบความโสด รักความอิสระแบบที่มึงชอบก็ได้ ก็อย่างว่า ขนาดมึงตามติดเป็นเดือนๆ ล่วงเข้าไปไม่รู้กี่เดือน กูยังไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทีที่บ่งบอกว่ารู้สึกอะไรกับมึงเลย" ไอ้แม็กซ์มองหน้าผม มันยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าไปมาผมไม่ได้แคร์หรอกนะ ว่ามิ้นท์จะรู้สึกกับผมแบบไหน แม้ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ มันจะเกิดขึ้นเพราะความเอาแต่ใจของผมฝ่ายเดียว แต่แล้วไง สุดท้ายคนแบบผม อยากได้อะไรก็ต้องได้อยู่ดี"ที่ชวนกูมาเนี่ย จะให้กูช่วยอะไร""ใกล้จะถึงวันเกิดของกัสแล้ว วันเกิดของกัสกับวันเกิดของมิลิน เป็นวันเดียวกัน กูต้องหาของขวัญวันเกิดคูณสอง แล้ววันนี้กูก็ต้องทำหน้าที่พ่อ ซื้อของเข้าบ้านแทนเมีย""เหอะ มีเมียแล้วยุ่งยากฉิบหาย มีลูกยิ่งแล้วใหญ่" ผมบ่นออกไปตามความคิด ทั้งที่จริงแล้ว
ฉันรู้สึกตัวในช่วงสายของอีกวัน อาการครั่นเนื้อครั่นตัวทำให้ฉันขยับกายอย่างเชื่องช้า เหนื่อยๆ มีอาการปวดหัวคล้ายคนจะมีไข้ ไอเย็นของเครื่องปรับอากาศที่กระทบลงมายังพื้นที่ข้างเตียง ที่ฉันสัมผัสอย่างบังเอิญตอนที่กำลังขยับแขน ทำให้รู้ ว่าฉันนอนอยู่กลางเตียง หมายความว่า ฉันนอนแนบกายชิดกันกับหมอนั่นทั้งคืนรู้สึกตัวตอนที่ตื่น ก็บอกไม่ถูกเลยว่าฉันควรรู้สึกยังไง เสียตัวให้ผู้ชายคนแรก ชีวิตของฉันก็เหมือนจะเปลี่ยนไปตลอดกาล"ขี้เซาจังเลยนะ" เสียงของคนที่ดังอยู่ข้างๆ ทำให้ฉันหันไปยังต้นเสียงนั้นทันที เห็นนายนิกกี้นุ่งผ้าขนหนูสีขาวพันรอบเอวไว้พอหมิ่นเหม่ ในขณะที่มือยังคงวุ่นวายกับการใช้ผ้าเช็ดผมที่เปียกหมาด ๆ หมอนั่นอาจจะพึ่งออกจากห้องน้ำมา"เตียงของฉันคงทำให้เธอนอนหลับสบาย จริงๆฉันเป็นคนตื่นง่าย แต่ไม่เห็นเธอมีอาการนอนกระสับกระส่าย หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเลย บางที เตียงนอนของฉัน มันอาจจะเหมาะกับเธอ" ฉันปรายตามองเจ้าของคำพูดเพียงนิด ก่อนจะเมินหน้าหนี ไม่ได้คิดที่จะใส่ใจ"และแอร์ห้องของฉันมันก็คงจะเย็นมาก ๆ จนทำให้เธอหนาวมากจนต้องกอดฉันไว้ทั้งคืน" ฉันถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ทันทีที่มีโอกาสได้พูดค
"หยุดเรียกฉันว่าเมียได้ไหม แล้วจำเอาไว้ ฉันโสด..." "งั้นเหรอมิ้นท์" ผมยกยิ้มที่มุมปาก พลางกวาดสายตาไปทั่วทั้งใบหน้างดงาม"งั้นเธอควรฟังฉันนะ คนโสด คือคนที่ไม่มีผัว แต่คนที่มีผัว เขาไม่เรียกว่าโสด!" "ว๊ายยย!" จบประโยค ผมก็พลิกร่างของคนที่นั่งอยู่บนหน้าตัก ลงไปกับเตียง พร้อมๆกับการประกบทับลงไป กางเกงบ็อกเซอร์ที่ผมใส่ ก็ถอดง่ายฉิบหาย ส่วนเสื้อยืดตัวเดียวของผมที่เธอเอาไปใส่ ในตอนนี้ก็ร่นขึ้นจนเห็นต้นขาขาว พอผมแยกขาเรียวออกจากกันเท่านั้น กลีบกุหลาบบานแย้ม อวบนูนที่มีแค่ผมที่ได้สัมผัส ก็ปรากฎแก่สายตาผมโน้มตัวลงไปหา พร้อมๆกับการชักรูดแก่นกายใหญ่ ที่ตั้งเป็นลำท้าทายตั้งแต่ตอนที่อีกคนนั่งอยู่บนหน้าตัก ก่อนจะเลื่อนไปถูไถที่ช่องทางรัก และอัดกระแทกเข้าไปจนสุดความยาวของมันสวบบบบ~"กรี๊ดดดดดดด!" "อ๊าาา แน่นว่ะ" ยอมรับตรงๆเลยว่า ไม่เคยมีร่างกายของผู้หญิงคนไหน ทำให้ผมมีความสุขได้เท่ากับคนที่อยู่ใต้ร่างของผมในตอนนี้ทุกอย่างที่เป็นมิ้นท์มันโครตดี เป็นแบบที่ตรงสเปคผมหมดเลยมิ้นท์ทุบต้นแขนของผมถี่ๆ ก่อนที่ผมจะขยับ เพื่ออัดกระแทกเข้าไปให้ลึกยิ่งกว่าเดิมปึก! ปึก! "จะ เจ็บ ฉันเจ็บ!" มิ้นท์เอี้ยวหน้า
ผมกระชากร่างของมิ้นท์ลุกจากเตียง แล้วดึงเธอเข้าไปในห้องน้ำ ฉีกกระชากเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อย่างเอาแต่ใจ เพียงแค่ เธอทำให้ผมหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ไหวแล้วเพียงไม่นาน ทั้งผมและเธอ ก็เปลือยเปล่าไปด้วยกันซ่าาาาาาาาาา~"กรี๊ดดดดดดด ทำบ้าอะไรของนาย!" สายน้ำที่ไหลออกจากฝักบัว ทำให้มิ้นท์ถดถอยหายหนี แต่ผมก็เลือกที่จะคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ แล้วใช้ฝักบัวฉีกไปทั่วทั้งร่างกายขาวผ่องด้วยตัวเอง"บ้า นายมันบ้าไปแล้ว!""เหอะ...!" ผมแสยะยิ้มออกมา พลางมองท่าทีเกรี้ยวกราดของอีกคนอย่างไม่ใส่ใจที่ผมต้องบ้า แล้วใครกันวะ ที่มันทำให้ผมต้องบ้า"นะ หนาว ฉันหนาวแล้ว!""ทน!" ผมบอกแค่นั้น พลางคว้าขวดแชมพูสระผมมาบีบใส่มือ แล้วชะโลมลงไปบนเส้นผมสลวย"พอ ฉันบอกให้พอ!""ไม่พอ เหม็น ฉันเหม็นกลิ่นผู้ชายคนอื่นจากตัวของเธอ!" ซ่าาาาา~"บ้า นายมันบ้าไปแล้ว!"ผมไม่ได้สนในสิ่งที่อีกคนโวยวาย หลังจากที่สระผมให้ ผมก็ใช้ครีมอาบน้ำ แล้วลูบไล้ไปทั่วร่างขาวเนียนของคนต้องหน้า มือไหนที่เธอใช้จับมือมัน ผมถูไถแรงๆ ไม่สนว่าอีกคนจะโวยวายแค่ไหนก็ตาม"เอาแต่ใจ นายมันเป็นผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเอง!" เออ ผมคงเป็นแบบนั้น แบบที่เธอว่าจร
แขนของฉันถูกกระชากอย่างแรง จนมันเจ็บแปล๊บขึ้นมา สีหน้าที่เกรี้ยวกราด เขาแสดงมันออกมาต่อหน้าฉัน แต่นายตี๋ก็กล้ามากพอที่จะช่วยฉัน ช่วยด้วยการกระชากแขนของฉันกลับคืน"เลิกยุ่งกับฉันสักที!" ฉันตะโกนออกไปอย่างเหลืออด และคว้าแขนนายตี๋ไว้เป็นเกราะป้องกัน แม้นายตี๋จะรั้งฉันเข้าสู่อ้อมกอด แม้ฉันจะไม่ชอบวิธีแบบนั้น แต่ถ้าฉันขัดขืน แล้วไม่ปล่อยเลยตามเลย สิ่งที่ฉันพยายามในวันนี้ มันจะสูญเปล่าทันที"ผู้หญิงเขาไม่เอา มึงก็ควรยอมรับความจริงไหมวะ" "อย่าปีนเกลียวให้มากไอ้สัส!" นายนิกกี้พูดจาร้ายกาจมาก หมอนั่นคว้าขวดเหล้าที่อยู่ในมือมาถือเอาไว้ ความตกใจทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก แต่นายตี๋ที่มีสติกว่า คว้าร่างของฉันแล้วดันไปหลบที่ทางด้านหลัง และสิ่งที่ฉันไม่คิดฝันมันก็เกิดขึ้นเพล้งงงงงงง! "กรี้ดดดดดดดดดด!" เสียงกรีดร้องดังไปทั่วบริเวณนั้น เมื่อขวดเหล้าที่อยู่ในมือของนิกกี้ ฟาดลงที่ ศีรษะของนายตี๋ทันทีเลือดสดๆ สีแดง ไหลออกมาต่อหน้าต่อตาของฉัน นายตี๋ในจังหวะนั้น อาจจะเป็นเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่คิดว่าอีกคนจะกล้าทำฉันเข้าประคองนายตี๋ ที่อาจจะมีความรู้สึกมึนงง ฉันวางมือของฉัน แปะลงบนหน้าผากของหมอนั่น เ
ฉันทิ้งตัวลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างเหนื่อยล้า ทั้งที่วันนี้ฉันไม่ได้สนใจที่จะทำอะไรสักอย่าง ไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรทั้งนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยมากจริงๆ"แกดูเหนื่อยๆ นะมิ้นท์ ไม่ค่อยได้นอนหรือไง" ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินอ่อน โดยใช้แขนรองหน้าผากเอาไว้ ไม่มีแม้กระทั้งอารมณ์จะตอบอะไรออกไป"หรือเมื่อวานพี่นิกกี้เขาทำอะไรแก" ชื่อของผู้ชายคนนั้น ที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนฉัน ทำให้ฉันลืมตาทันที"ที่เขาพูดเมื่อวาน มันมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม แล้วที่ฉันไลน์ไปถามแกเมื่อวาน แล้วแกบอกว่าไม่มีอะไรทั้งนั้น หรือแกแค่โกหกฉัน" "..." ฉันเลือกที่จะเงียบปาก แล้วฟุบหน้าอยู่กับแขนของตัวเองอย่างเดิม"หรือว่าแกกับพี่นิกกี้...""หมอนั่นเป็นแค่ผู้ชายที่เห็นแก่ตัว!" ฉันโพลงออกไป พร้อมกับการเงยหน้าขึ้นมาเผชิญกับความจริง ฉันยกมือสางผมตัวเองไปทางด้านหลังลวกๆ ยอมรับว่า ยังรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ชีวิตของฉัน มีนายคนนั้นเขามาเกี่ยวข้อง"เขาทำอะไรแก แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับแก" "ตอนแรกมันเป็นแค่เรื่องผิดพลาดเว้ย ฉันมีอะไรกับหมอนั่น แต่ฉันก็พยายามที่จะโทษ ว่ามันก็เป็นความผิดของฉัน ที่ฉันเมาจนไม่สามา







