LOGINเวกัสลุกขึ้นมาในตอนสายของวันอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เที่ยงแล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็เกือบเช้าไม่แปลกที่จะตื่นเอาป่านนี้ พอตื่นขึ้นมาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังอยู่ข้างเตียงจึงรีบรับสายเพราะปลายสายที่โทรมาสายนี้ไม่รับไม่ได้จริงๆ
" ครับมัม " " เพิ่งตื่นหรอลูก เสียงงัวเงียเชียว เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะลูก มัมนัดน้องๆมากินข้าวด้วยกัน แล้วมัมก็มีธุระสำคัญจะคุยกับเราด้วย " ผู้เป็นมารดาเอ่ยบอกกับลูกชาย เพราะไม่บ่อยนักที่ทุกคนจะว่างตรงกัน ถึงแม้ว่าทุกคนจะแยกย้ายกันไปอยู่บ้านของตัวเองบ้างคอนโดบ้างแต่ทุกคนก็ยังเป็นชายโสดชนิดหาตัวจับยาก " ได้ครับมัม เดี๋ยวเย็นๆผมเข้าไป เดี๋ยวขอเคลียร์งานที่ผับแป๊บนึงครับ " เวกัสรับปากมารดาออกไปเพราะเมื่อคืนมีเรื่องชกต่อยกันที่นี่ เขาจึงต้องวิ่งเต้นปิดข่าวเสียหน่อยไม่อย่างนั้นผับของเขาจะเสียหาย เดี๋ยวแขกไม่มาใช้บริการจะแย่เอา " ได้ลูกไปทำงานเถอะ เจอกันเย็นนี้นะ " เมื่อวางสายจากมารดาเวกัสก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับไปจัดการธุระของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยเพราะคืนนี้อาจต้องนอนค้างที่คฤหาสน์วรเชษณ์กิจสุวรรณ์ ...... .... .. คฤหาสน์วรเชษณ์กิจสุวรรณ์ " สวัสดีครับแด๊ด สวัสดีครับมัม " เวกัสที่มาถึงเป็นคนสุดท้ายเดินเข้าไปกอดแด๊ดของตัวเองพร้อมกับสวมกอดผู้เป็นแม่เอาไว้ด้วย " คิดถึงที่สุดเลย แต่มัมขัดใจรอยสักของเราจริงๆ เห็นทีไรก็ขัดตา แล้วนี่หน้าไปโดนอะไรมาลูก ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา " ผู้เป็นแม่อย่างมาร์กี้บ่นเมื่อเห็นรอยสักบนแผงคอของลูกชายคนโตของตัวเองอีกทั้งรอยแตกทั้งหน้าอีกแม้จะเป็นแบบนี้บ่อยแต่เธอก็ไม่เคยชิน แม้ว่าทรงผมที่ดูเป็นทางการพร้อมกับชุดเสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูดีตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่เหมือนนักเลงข้างถนน แต่คนเป็นแม่อย่างเธอก็ยังขัดใจกับรอยสักนั่นอยู่ดีบอกให้ลบกี่ครั้งก็ไม่ยอมทำ " โถ่ มัมครับ มันเป็นความชอบส่วนตัวครับ ผมขอแค่เรื่องเดียว ส่วนหน้าก็เหมือนเดิมครับ ชินได้แล้วนะครับมัม " เวกัสบอกออกไปถึงแม้ว่าเขาจะสักจนเต็มพื้นที่บนร่างกายแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแต่งตัวมิดชิดพร้อมกับแต่งตัวดูภูมิฐานก็เหมือนนักธุรกิจทั่วไป ทรงผมรองทรงสูงที่เซ็ตเป็นอย่างดีบวกกับเสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงและกางเกงตัวแพงเข้ารูป แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วกับการที่มารดาของเขาจะไม่ต้องตกใจกับพฤติกรรมของเขามากนัก " ไม่ชินย่ะ แล้วมัมจะขัดอะไรได้ในเมื่อตอนนี้ก็มีเต็มตัวแล้วนี่ เฮ้อ! ก็ยังดีที่ยังรู้จักไว้หน้ามัมบ้าง ข่าวคั่วสาวของแกไม่เว้นแต่ละวันมัมเพลียจิตนะ " " ข่าวมันก็จริงครึ่งนึงใส่ไข่ครึ่งนึงนั่นแหละครับมัม อย่าไปสนใจเลย ไง สบายดีนะ ไอ้เวียร์ วินซ์ ไวซ์ วิคเตอร์ " เวกัสแก้ตัวออกไปพร้อมกับเบี่ยงเบนประเด็นทันทีเพื่อเอาตัวรอดด้วยการทักทายน้องๆของตัวเองที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วพร้อมกับรอยยิ้มเลศนัยอย่างรู้กัน " ครับพี่เวย์ รีบมากินข้าวกันเถอะ คืนนี้เราจะได้ปาร์ตี้กัน ผมเตรียมไวน์ราคาแพงมาด้วยนะ " เวียร์น้องชายคนรองคลานตามกันมาต่อจากเขาพ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารธุรกิจโรงแรมของที่บ้านพูดขึ้นมา " กี่ขวดวะไอ้ท่านประธาน บอกเลยขวดเดียวไม่พอนะเว้ย " วินซ์น้องชายลำดับถัดมาพูดขึ้นมาเพื่อแซวพี่ชายของตัวเอง เขาเองนิสัยมุทะลุเหมือนพี่เวย์ไม่มีผิด เพราะเขาก็เปิดผับบาร์และคาสิโนเหมือนกันกับพี่เวย์ นิสัยจึงค่อนข้างเหมือนกัน " เออ พี่เอามาเป็นกระตั๊ก แดกนี่ให้หมดก่อน ถ้ายังไม่พอเดี๋ยวพี่จะขนมาทั้งโรงแรมเลย " เวียร์บอกน้องชายออกไปอย่างขำๆ เขาคือผู้ชายที่พูดน้อยต่อยหนักมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แล้วก็ได้รับเสียงหัวเราะมาจากทุกคน " เสียดายจังวันนี้ผมขอจิบๆนะครับ พรุ่งนี้มีถ่ายละครแต่เช้า " ไวซ์น้องชายลำดับที่ 4 พ่วงด้วยตำแหน่งดาราดังตัวร้ายสุดฮอตของวงการที่ฮอตยิ่งกว่าพระเอกหลายๆคนโพล่งขึ้นมา นึกเสียดายหากพรุ่งนี้ไม่มีงานคืนนี้เขาก็คงเต็มแม็กกับพวกพี่ๆเหมือนกัน " หล่อขึ้นนะเราไปทำอะไรมา มีความรักหรอ " เวกัสถามน้องชายออกไป ใช่ว่าเขาจะไม่ตามดูข่าวของน้องชายเสียเมื่อไหร่เห็นออกสื่อบ่อยๆไปเกี่ยวกับความเจ้าชู้ไก่แจ้ของมัน " โถ่พี่เวย์ครับ ผมเป็นดารานะก็ต้องดูแลตัวเองหน่อยสิ เรื่องความรักอย่าพูดถึงมันเลยครับน่ากลัว แค่พูดถึงห่วงที่จะต้องมาคล้องคอก็ขนลุกแล้ว " ไวซ์ดาราตัวร้ายสุดฮอตในนาทีนี้ พูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ความรักกับคนอย่างเขาน่ะหรอไม่เข้ากันสักนิด อยู่เป็นโสดแบบนี้ดีกว่าจะกินผู้หญิงกี่คนก็ได้ " ว่าแต่พี่เวย์เถอะแซวพี่ไวซ์ตัวเองล่ะมีความรักแล้วหรือยัง ผมรออุ้มหลานไม่ไหวแล้วเนี่ย " วิคเตอร์น้องชายคนสุดท้องของตระกูลวรเชษณ์กิจสุวรรณ์พูดขึ้นมา ตอนนี้วิคเตอร์บริหารงานเกี่ยวกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์แล้วก็ดูแลที่ดินทำเลทองหลายแห่งของตระกูล เห็นมันนิ่งๆแบบนั้นก็เปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น เวกัสถึงกับขนลุกก็รู้อยู่หรอกว่าช่วงอายุมันเหมาะสมที่จะมีครอบครัวแล้วแต่เขายังไม่พร้อมนี่นา " พอเลยไอ้วิคเตอร์หาเรื่องให้พี่นะแกนี่ " เวกัสบ่นน้องชายออกไปไม่จริงจังนักแล้วก็ได้รับเพียงแค่รอยยิ้มมุมปากอย่างกวนๆตอบกลับมาเท่านั้น มาร์กี้ผู้เป็นแม่มองดูลูกชายทั้ง 5 คนของตัวเองคุยกันอย่างสนุกสนานด้วยความสุขและรอยยิ้ม เธอกับสามีลูกดกมากๆได้ผู้ชายมาตั้ง 5 คน แม้ว่าจะหวังเล็กๆว่าหนึ่งในห้านี้จะเป็นผู้หญิงแต่เมื่อได้ลูกชายมาจนครบทั้ง 5 คนแล้วก็ปิดอู่ทันทีแม้จะเสียดายนิดๆที่อยากมีโอกาสอุ้มลูกสาวก็ตาม " แล้วมัมมีธุระอะไรจะคุยกับผมหรอครับ เห็นตอนกลางวันบอกว่ามีธุระสำคัญ " เวกัสถามมารดาออกไปในขณะที่กำลังตักอาหารแสนอร่อยเข้าปาก แต่เมื่อได้ฟังคำตอบของมารดาก็ถึงกับอยากสำลักข้าวที่อยู่ในปากออกมาทันที " ตอนนี้มัมก็มีเรื่องเดียวที่ยังหนักใจนั่นแหละลูก เรื่องแต่งงานของลูกไง มัมอยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาสักที แต่ดูๆแล้วอายุขนาดนี้ 36 ปีแล้วนะลูกยังไม่มีใครเป็นรั้วเป็นพายสักที มัมคิดว่าลูกควรจะออกเดท " น้องๆทุกคนหันมาที่เวกัสเป็นตาเดียวพร้อมกับขนลุกเกรียวกราว พี่ชายของเขาโดนเข้าให้แล้ว " มัมครับ 36 ปีแล้วยังไงผมยังไม่แก่สักหน่อย ดูสิยังแข็งแรงเหมือนวัยรุ่นทั่วไปอยู่เลย " เวกัสปฏิเสธออกไปอย่างนุ่มนวล เพราะมัมของเขาเป็นคนอ่อนหวานหากโพล่งพูดออกไปแบบไม่รักษาน้ำใจของมัมคงโดนแด๊ดดุแน่นอน " ไม่รู้ล่ะ มัมนัดเดทเอาไว้ให้แล้ว คราวนี้ห้ามปฏิเสธ เพราะคนนี้มัมรักและเอ็นดูมากจริงๆ หวังให้แต่งกับคนนี้ " เวกัสแทบหูดับกับคำพูดของมารดา ใครกันที่ทำให้มารดาของเขารักมากขนาดนี้ เขาเองก็ปฏิเสธการคลุมถุงชนแบบนี้มาตลอดแต่ตอนนี้ดูจากสายตาของมารดาแล้วท่าทางจะรอดยากแล้วสิ " คราวนี้ใครอีกแล้วครับมัม " เป็นเวียร์ที่ถามให้กับพี่ชายของตัวเองเพราะดูเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เพราะโดนจับคลุมถุงชนแบบนี้มาตลอด " หนูสายขิม ลูกสาวคนเล็กของเพื่อนแม่ ลูกห้ามปฏิเสธเด็ดขาดนะเวย์ คนนี้มัมจริงจัง " มาร์กี้ผู้เป็นมารดาบอกออกไปเพราะมีเหตุผลหลักๆที่ใหญ่มากกว่านั้นและคราวนี้เธอจริงจังกว่าทุกครั้ง จนลูกชายอย่างเวกัสลอบถอนหายใจ " ลองเดทดูก่อนก็ได้ครับมัม แต่ผมบอกไว้ก่อนนะว่าถ้าผมไม่ชอบผมก็ไม่มีทางแต่งแน่ " เวกัสยืนยันหนักแน่นแต่ก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อคนเป็นแม่ยื่นคำขาดออกมา " ไม่ได้จ่ะ คนนี้มัมไม่ให้ปฏิเสธจริงๆ ต่อให้ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องเป็นคนนี้ "เวกัสพาคนตัวเล็กมาที่ห้องน้ำพร้อมกับวางเธอลงที่อ่างอาบน้ำที่มีน้ำเต็มอ่าง อีกทั้งเมื่อมองไปรอบๆบริเวณมันกลับเป็นกระจกใสที่สามารถมองออกไปเห็นวิวทะเลที่แสนโรแมนติกอีกด้วย ณ ตอนนี้มันเปิดออกกว้างจนทำให้สายขิมเบิกตากว้างด้วยความตกใจแม้ตอนนี้จะเป็นตอนกลางคืนแต่เธอก็อายเป็นนะ" พี่เวย์ไม่ปิดม่านก่อนหรอคะ เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นเราหมดหรอก อายเขาแย่ " ร่างเล็กบอกออกไปด้วยหัวใจที่เต้นถี่แรงเพราะกลัวว่าจะมีคนมองมาและเห็นพวกเธอสองคนทำอะไรแบบนี้กัน แม้ว่ามองออกไปจะไม่เจอใครเลยก็ตาม" ไม่เห็นหรอกครับที่รัก พี่ไม่มีทางให้ใครได้เห็นเรือนร่างสวยงามของหนูได้เป็นอันขาด กระจกนี่แม้ว่าเราจะมองออกไปแล้วมันจะใสแต่คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่นอน "" พี่รู้ได้ยังไงคะ " เขมิกาถามออกไปเขาและเธอก็มาถึงพร้อมกันไม่ใช่หรือ เขาไปเอาความรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน" ไอ้วินซ์มันเป็นคนจองห้องพักที่นี่มันบอกพี่มาอีกที มันบอกว่าเผื่อว่าพี่อยากปั๊มน้องให้เจ้า 4 ก้อนนั่น " เวกัสพูดออกไปอย่างเจ้าเล่ห์ น้องชายของเขาบอกมาแบบนี้จริงๆตอนที่กำลังปาร์ตี้กันอยู่มันบอกว่าเลือกที่นี่ให้กับเขาโดยเฉพาะ ช่างเป็นน้องชายที่รู้ใจพ
5 ปีผ่านไป ไวต้ากับแวมไพร์ตอนนี้ได้ 5 ขวบแล้วอีกทั้งยังมีน้องอีกตั้ง 2 คนซึ่งเขาก็ได้ลูกสาวเพิ่มมาอีก 2 คนแต่ไม่ใช่แฝดชื่ิอว่า วิวาห์กับเวนิส ซึ่งคลานตามเจ้าไว้ต้ากับแวมไพร์มาติดๆแบบปีต่อปี หลังจากนั้นเขาก็ปิดอู่ในทันทีเพราะภรรยาไม่สามารถมีให้เขาได้อีกแล้ว คำแนะนำของคุณหมอคือควรปิดอู่ไว้เท่านี้เพื่อความปลอดภัย" เด็กๆอย่าวิ่งเร็วนักสิลูก " สายขิมปรามลูกชายวัย 5 ขวบทั้งสองคนที่ตอนนี้เริ่มโตแล้วอีกทั้งยังพาน้องๆวัย 3 ขวบและ 2 ขวบวิ่งไปที่รถตู้คันใหญ่ ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวทะเล" ค่าบ / ค่ะ คุณแม่ " เด็กๆรับปากแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังวิ่งกันจ้าละหวั่นอยู่ดี จนเกือบจะถึงรถตู้คันหรูเวนิสน้องคนสุดท้องก็สะดุดล้มจนได้" ...แง้....น้องเวนิสเจ็บ คุณพ่อขา.....แง้....อึก! " เวนิสลูกสาวคนเล็กของเธอที่ดูจะเอาแต่ใจกว่าใครเพราะด้วยความที่เป็นลูกคนเล็กร้องโวยวายออกมาทั้งๆที่ล้มแค่นิดเดียวเท่านั้น แต่เวกัสคนเป็นพ่อก็รีบเข้าชาร์จถึงตัวลูกสาวทันที" โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะครับลูกรัก ไหนเจ็บตรงไหนบอกพ่อซิ " เวกัสรีบวิ่งเข้ามาอุ้มลูกสาวทันที ลูกสาวคนเล็กเขาหวงอย่างกับอะไรดี ชนิดที่ว่
เวกัสพาสายขิมกลับมาเมืองไทยด้วยกัน หลังจากที่เขาปรับความเข้าใจกับเธออยู่เป็นสัปดาห์ จริงๆก็เข้าใจตั้งแต่วันแรกนั่นแหละแต่เขาอยากอยู่พาเธอเที่ยวเสียก่อน เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยก็เจอกับครอบครัวของเขาและครอบครัวของเธอที่นั่งรอกันอยู่ก่อนแล้ว โดยที่เจ้าไวซ์ที่เพิ่งกลับมาจากถ่ายละครอยู่ต่างจังหวัดแวะรับเขากับภรรยาที่สนามบิน" มากันแล้วหรอลูก ไหนเป็นยังไงบ้างลูกสะใภ้ของมัม ดูสิหน้าท้องนูนออกมาหมดแล้ว 5 เดือนแล้วใช่ไหมลูก " มาร์กี้ถามออกไปอย่างเอ็นดู หลังจากที่รีบลุกขึ้นมารับลูกสะใภ้ของตัวเองประคองมานั่งบนโซฟาตัวหรู" 5 เดือนแล้วค่ะคุณแม่ เจ้าก้อนแฝดโตเร็วมากๆเลยค่ะ " สายขิมพูดออกไปพร้อมกับลงไปนั่งที่โซฟาและยกมือขึ้นสวัสดีทักทายทุกคนในห้อง รวมไปถึงน้องของเขาทุกคนด้วยที่เป็นรุ่นพี่ของเธอทั้งหมด" คราวนี้พี่เวย์ได้กลายเป็นคุณพ่อลูกดกจริงๆแล้วนะครับมีทีเดียวก็เบิ้ลเลย " เวียร์พูดออกมาอย่างล้อเลียน พลันนึกถึงตอนนั้นพี่ชายของเขาคัดค้านหัวชนฝาจนถึงขั้นคิดแผนการจะทำยังไงก็ได้ไม่ให้พี่สะใภ้ของเขารู้สึกดีตั้งแต่แรกเจอ ลงทุนตัดผมสุดเกรียน ทั้งเปลี่ยนการแต่งตัวให้ดูทรงเสี่ย พอมาดูตอนนี้ส
เวกัสบดจูบอย่างหนักหน่วงด้วยความคิดถึงมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ความคิดถึงนี้ส่งผ่านไปยังอ้อมกอดและการจูบอย่างเร่าร้อนทั้งหมดส่งไปให้เธอ เขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่ดูจะมีน้ำมีนวลขึ้นมามากพร้อมกับมือหนาที่มาหยุดอยู่ตรงที่หน้าท้องนูนเด่นของเธอพร้อมกับลูบไล้ไปมา และพึมพำในใจว่าท้องของเธอใหญ่มากจริงๆ มือหนากระตุกปมผ้าขนหนูออกอย่างรวดเร็วทำให้ตอนนี้เธอร่างกายเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา เขาละจูบออกมาพร้อมกับสบตากับคนตัวเล็กนิ่งๆ และมอบรอยยิ้มชนิดที่ว่าหวานมากขนาดนี้มีแค่เธอที่ได้เห็น" คิดถึงมากรู้ไหม " เวกัสที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะบอกคิดถึงผู้หญิงคนไหนก็พูดออกมาตรงๆ ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องกักเก็บมันเอาไว้อีก ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาทำผิดพลาดไปหลายอย่างแล้ว กว่าจะแก้ไขทุกอย่างให้เสร็จสิ้นเขาก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาเจอเมียของตัวเองในสภาพแบบนี้แทนที่เขาจะดูแลเธอได้อย่างดีแต่แรกแต่มันกลับไม่ใช่ สายขิมไม่กล้าจะบอกความในใจของตัวเองออกไปว่าเธอก็คิดถึงเขามากเช่นกัน เพราะเรื่องราวทุกอย่างมันยังไม่กระจ่าง เขามีคนของเขาอยู่แล้วแต่หัวใจของเธอมันก็ไม่รักดีเพียงแค่เขาเข้ามาใกล้เธอก็โอนอ่อนต
วิทยาและเชฟนุ่นเดินขึ้นมาส่งว่าที่คุณแม่ถึงหน้าห้องหลังจากที่ทั้งสองคนเพิ่งมาถึงเมื่อ 2-3 วันนี้เอง ตั้งใจจะมาเยี่ยมสายขิมพร้อมกับมาเที่ยวตามประสาคู่รัก พวกเขาทั้งสองคนพักอยู่ชั้นแรกส่วนสายขิมพักอยู่ชั้นที่ 5 ของโรงแรม" ไม่เห็นต้องเดินมาส่งขิมเลยค่ะ แค่นี้เอง " ว่าที่คุณแม่เอ่ยออกไปหลังจากที่ได้นั่งคุยกันอย่างสบายใจกับทั้งสองคนมาทั้งวันแล้ว" ไม่ได้สิว่าที่คุณแม่ท้องโตแล้วนะจริงๆต้องมีคนดูแลด้วยซ้ำ ไม่จ้างแม่บ้านสักคนจริงๆหรอขิม " นุ่นถามออกไปอย่างเป็นห่วง เพราะเห็นหน้าท้องที่ลอยเด่นขึ้นมาไม่เหมือนท้องสาวเลยสักนิด ถ้าไม่บอกว่า 5 เดือนเธอนึกว่าคนท้องไกล้คลอดแล้วเสียอีก" ขิมยังดูแลตัวเองได้สบายมาก กลับไปพักผ่อนกันเถอะมาเที่ยวพักผ่อนก็ควรมีเวลาจู๋จี๋กันบ้างนะ " สายขิมบอกออกไปเพราะตั้งแต่มาที่นี่ทั้งสองคนก็มาเฝ้าเธอตลอดจนเธอรู้สึกเกรงใจไปหมด เธอไม่ได้เหงาขนาดนั้นสักหน่อย เอ่อ...ก็เหงาแหละแต่ทนได้" งั้นพวกพี่ไปก่อนนะครับ มีอะไรโทรมานะ " วิทยาบอกออกไปเพราะตอนนี้เพิ่งเป็นเวลาแค่ทุ่มกว่าๆเขากะว่าจะพาแฟนสาวออกไปดินเนอร์ต่อด้วยฟังเพลงแถวนี้สักหน่อย ชวนว่าที่คุณแม่แล้วแต่เ
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างที่มันพันรอบตัวของเขาไปหมดคลี่คลายลงแล้วทำให้ตอนนี้เขาเป็นอิสระจากทุกอย่างและสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือไปง้อเมีย เวกัสมาถึงบ้านของเขมิกาก็พบว่ายังไม่มีใครกลับมาเลยสงสัยเธอจะยังทำงานอยู่ที่โรงแรมแน่เลย แต่เมื่อเขาเตรียมตัวจะกลับออกไปก็เจอเข้ากับรันกนกพี่สาวต่างแม่ของเธอที่กำลังแต่งตัวสวยออกไปข้างนอก เธอมองมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ เพราะสำหรับเธอเวกัสไม่ใช่เป้าหมายที่เธอต้องการอีกต่อไป" สวัสดีค่ะคุณเวกัส ไม่เจอกันนานเลยนะคะตั้งใจมาหารันหรอ " รันกนกถามออกไปอย่างดีใจและทำท่าทีเขินอายเพราะที่นี่ก็ไม่มีใครที่เขาสามารถมาหาได้แล้วนอกจากเธอ นังขิมมันกลับไปที่ของมันตั้งนานแล้ว" ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมต้องมาหาคุณนะ ผมมาหาสายขิม " เมื่อเจอคำพูดที่แสนจะตรงออกไปแบบนั้นก็ทำให้รันกนกไม่พอใจ ชิ คิดว่าเธอสนใจมากหรือไงตอนนี้เธอมีที่เกาะใหม่แล้ว ลูกชายนักการเมืองอย่างคุณฮาเล่ย์ต่างหากที่เธอควรจะต้องสนใจ หากเป็นแต่ก่อนเธอคงสนใจเขามากอยู่แต่ตอนนี้ดูสภาพเขาสิโทรมอย่างกับอะไรดี และเธอก็เลิกคิดที่จะแย่งผู้ชายคนนี้จากนังขิมตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามีผู้หญิงท้องโย้ถึง 2 คนไปให้เขา







