LOGINคงไม่เคยบอกไป แล้วก็ไม่คิดจะบอกใครด้วยว่ะ
ไม่ว่าผู้หญิงสักกี่คนที่ผ่านมาก็ไม่เคยรู้
ว่ากู
“น้องมนต์ ตั้งสติหน่อยดิวะ” กูห้ามอย่างใจเย็น แต่มือไม่กล้าแม้แต่จะแตะส่วนไหนของเธอเลย แค่เห็นหน้ายั่วๆ ของน้องก็ทำเอาไปไม่เป็นแล้วกู ถ้าแตะอารมณ์มันได้แน่ แม่งต้องขึ้นแน่นอน “มองพี่ไว้ พี่ไม่ใช่แฟนหนูนะ”
“พี่ขวดคะ...” เสียงหวานหูแบบไม่แคร์จะฟังมาพร้อมกับร่างบางๆ ที่ไหลขึ้นมาคร่อมทับบนตัวใหญ่ๆ ของกูได้สำเร็จ เธอเม้มปากแบบโคตรเซ็กซี่ต่อใจ แค่เธอเรียกกูว่าพี่ขวดคะ แค่นั้นก็ทำให้ใจสั่นไปได้ชาติเศษ “อึก... หนูร้อนมากๆ เลยค่ะ”
น้องทำสีหน้าทรมาน มือก็เปะปะไปทั่วตัวกู ดูเหมือนจะร้อนจริงๆ
“...”
“หนู... ต้องการพี่ขวดจริงๆ นะคะ” น้องพูดจาที่โคตรจะเสี่ยงตาย กูใจโคตรสั่นตอนที่เธอไล้มือขึ้นมาบนอก “ฮึก... ต้องการตอนนี้ ตอนนี้เลย”
“พี่ขอโทษ” กูตอบไปแค่นั้น น้องทำสีหน้าเหมือนกูทรยศความรู้สึกของเธอออกมาชัดมาก เหมือนกูทำให้น้องผิดหวัง
กูจะทำได้ไงวะ ถามหน่อย
“... ทำไม” เธอถามกูเสียงเครือ ทำท่าทางเป็นลูกแมวที่ซึมเพราะโดนกูปฏิเสธ “ทำไมไม่ได้คะ... ทำไมคะ”
“...”
“ทั้งที่หนู...”
“พี่ยังซิงครับ” กูแทรกขึ้นมาโดยที่เธอยังพูดไม่ทันจบดี ร่างเล็กเอียงคอ เหมือนไม่เข้าใจว่าคำที่พูดไปแม่งหมายความว่าอะไร กูตบหน้าผากตัวเองเสียงดังลั่น “พี่หมายถึง พี่ไม่เคยกับเรื่อง...” พูดแล้วเอามือสั่นๆ มาทำเป็นวงโอเคมือนึง อีกมือสวนเข้าไปในวง ถึงจะไม่จริงอยู่นิดหน่อยก็เหอะ
“อ้อ...” เสียงหวานครางรับ เหมือนจะรู้เรื่องว่ะ แต่ไม่ “... หนูก็ไม่เคยเหมือนกันนะ”
พูดง่ายๆ คือสติเธอหลุดไปเพราะไอ้ยาปลุกเวรนั่นแล้ว กูผงะเมื่อต่อมาน้องมนต์พยายามจะจูบกูต่อ เธอยื่นหน้าเข้ามาท่าทางเย้าๆ เหมือนจะโถมมาทั้งตัว กูไม่ขัดขืนเพราะกลัวน้องเจ็บจากแรงผลักของผู้ชาย แต่พอเห็นว่ายิ่งไม่ทำอะไรน้องก็ยิ่งได้ใจ
ร่างเล็กขึ้นมานั่งคร่อมกูได้สำเร็จ หน้าอกเล็กๆ ขยี้ไปมากับปกเสื้อ กูสะท้านไปทั้งตัวตอนที่น้องแนบปากลงมา แล้วจูบแบบคนจูบไม่เป็น
“อื้อ” เสียงครางหวานล้ำดังมาจากปากเธอ กูใจเต้นหนักหน่วงจนจะตายห่าแม่งไปซะตรงนั้น เธอบดเอวคลึงลงมาบนเป้ากางเกงแบบยั่วยวน กูหลับตาแน่น กำหมัดจนเส้นเลือดขึ้นที่ข้อมือ
ถามว่าเรื่องซิงเป็นเรื่องจริงไหม ก็พูดได้แค่ว่า ยังไม่มีใครที่ตอบสนองชัดจนกูอยากเป็นคนเริ่ม ให้พูดแบบเข้าใจง่ายกว่านี้คือกูชอบให้เขาเริ่ม แล้วปล้ำกูก่อน กูก็แค่พวกมาโซคิสต์คนนึงที่ชอบการถูกปล้ำจากผู้หญิงที่ชอบ แต่ต่อหน้าทุกคนทำเหมือนว่าเป็นฝ่ายรุกเพราะแม่งเป็นเรื่องน่าอาย
ที่เลิกกับแฟนเก่าส่วนนึงเพราะเรื่องรสนิยมตรงนี้ เพราะผู้หญิงส่วนมากที่คบชอบให้ผู้ชายเป็นฝ่ายรุกก่อนทั้งนั้น
ก็แค่อ้าง ก็แค่อยากเท่ในสายตาเพื่อน น้องๆ และผู้หญิง ที่เห็นว่าน้องมนต์ซิงแล้วกูไม่ทำวันนั้น ไม่ใช่แค่เพราะไม่กล้าพออย่างเดียว
กูก็แค่
“อื้อ... แข็งแล้ว” เธอพูดเรื่องที่ปกติจะไม่พูดออกมาหน้าตาเฉย นี่เป็นครั้งแรกที่กูสยบแทบเท้าผู้หญิงคนนึง กูหอบหายใจหนัก น้องมนต์ไถลลงไปด้านล่างเป้ากางเกง เสียดสีหน้าอกกับไอ้จุกชมพูๆ นั่นไปจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดในยีนส์
เธอรูดซิปลงอย่างรีบร้อน ในขณะที่กูจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“อย่ามาทำแบบนี้นะมนต์” กูเรียกชื่อเธอห้วนๆ เพราะอารมณ์ที่กำหนัด หน้าร้อนจนแทบจะเผาไหม้ “พี่ไม่เล่นด้วย”
“... หนูทนไม่ไหวแล้ว” เธอครางเสียงแผ่วตอนที่ยกข้อมือกูมาดูดที่ปลายนิ้ว ดูดลึกจนสุดโคนนิ้วกลาง
โคตรชอบเลย แต่ ไม่ได้ดิ
“น้องมนต์... อึก” กูกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเธอเริ่มเลียรอบนิ้วกลาง ดูดแบบไม่ประสีประสา แต่รู้สึกได้เลยว่านิ้วแฉะไปด้วยน้ำลายน้อง กูหายใจแรงขึ้น เธอเลยปล่อยมือกูลงเหมือนหมดประโยชน์ แล้วลูบมือไปตามเป้ากางเกงยีนส์ที่นูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ให้น้องมนต์...” เธอกระซิบตอนที่ไล้ปลายนิ้วชี้ไปบนจุดที่นูนที่สุดจนกูกระตุก ร่างเล็กคลี่ยิ้มตาหวานเยิ้มแบบไม่มีสติ “ให้น้องมนต์ชิมมันนะคะ”
นั่นทำให้กูคิดได้แค่คำว่า เวรเอ้ย
เวรเอ้ย!!
ปึง!
แต่ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงประตูเปิดผ่างออกมาดังขึ้นข้างหลัง พี่กิ๊กเดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้อง เห็นสภาพของกูกับร่างเล็กชัดเจนทั้งหมด
“!!!” กูผวารีบกอดทั้งตัวน้องมนต์เอาไว้เพราะเธอเปลือยอกอยู่เพราะพี่กิ๊กเอาลูกน้องมาด้วย พี่กิ๊กเองก็รีบผลักลูกน้องสองสามคนที่ผงะไปเพราะสภาพของเราสองคนออกไปนอกห้อง แล้วปิดประตู
“ขอบใจมากพี่กิ๊ก” กูพูดออกมาทันที พี่กิ๊กเดินเข้ามา แล้วยกมือมาปิดตากูไว้แน่น
“เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะ” พี่กิ๊กแซวเสียงเข้ม กูที่โดนปิดตาไว้ลนลานทันที “หลานนายกจังหวัดด้วย ไม่น่าจบแค่ที่โดนกระทืบปางตายหรอก”
“อย่าพูดให้ใจสั่นดิพี่” กูตอบกลับไป ก่อนที่จะดึงมือพี่กิ๊กออกแล้วปิดตาไว้ด้วยตัวเอง “สาดน้ำแรงๆ สักทีก็คงตื่นมั้ง”
“แล้วทำไมไม่ทำล่ะ อยู่หลวมตัวให้เด็กเมายาปล้ำทำไม”
“อุบัติเหตุครับ” กูกลอกตาหาข้ออ้าง แต่ในใจแบบว่า แม่งไม่ใช่อุบัติเหตุหรอก... ก็เด็กมันยั่ว
“มึงชอบเขา นั่นไม่น่าเรียกว่าอุบัติเหตุหรอก” กูพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ไม่เคยเชื่อกันเลยไง ก็ตามที่บอกไป ว่ากูซิงอ่ะ “มึงอ่ะตัวอันตรายที่สุด”
เหอะ มีแต่คนไม่เชื่อ อาจเพราะอดีตกูที่ไม่ได้ดี
“อย่าแซวกันแรงแบบนั้นครับพี่” กูพูดในขณะที่เดินออกไปยืนหันหน้าพิงประตูอย่างรู้งานว่าพี่กิ๊กจะจับสภาพน้องมนต์ที่เปลือยนมเข้าไปสาดน้ำแรงๆ สักทีเข้าหน้า แล้วจะช่วยน้องจนกว่าน้องจะเหนื่อยและเสร็จไปเอง
ช่วยที่ว่านั่นก็คือ
กูจะต้องได้ยินเสียงครางของน้องจนกว่าจะเสร็จด้วยมือพี่กิ๊ก... ทั้งคืนนี้
แค่เสียงครางก็พอแล้ว หน้าชาแล้วเวรเอ้ย
“มาเฝ้าหน้าห้องน้ำด้วย” พี่กิ๊กสั่งมาจากด้านในห้องน้ำตอนพยุงน้องมนต์ที่ครางอืออาให้เข้าไปข้างใน เสียงท่าทางทรมานจัดดังมาจากในห้องน้ำ กูเดินไปยืนหันหลังให้ประตู พยายามตั้งสติสตังให้เข้าทาง “เด็กดี พี่จะช่วยเองนะ”
คำพูดที่ดูไม่เหมือนเพศแม่ของอีพี่กิ๊กทำเอากูแทบสำลักน้ำลาย มันตามมาด้วยเสียงเจ๊าะแจ๊ะแล้วตามด้วยเสียงหอบหายใจหวานๆ ของน้อง
“ฮื้อ... อะ อื้อ อื้มมม”
เสียงครางโคตรหวานล้ำดังออกมาข้างนอก นิ้วพี่กิ๊กคงจะดี ใจกูสั่นมาก
ทำไมกูต้องมารับรู้เหี้ยไรนี่ด้วย
กูเอานิ้วกลางมาถูจมูกแบบลืมตัว รู้สึกหน้าร้อนยิบๆ ชาๆ ไปทั้งมือ เหมือนระทวยกับเสียงที่เหมือนจะเสร็จไม่รู้กี่ครั้งของร่างเล็กข้างในห้องน้ำ เธอครางเสียงสั่นเพราะแรงมือพี่กิ๊ก พอได้ยินเสียงก็ยิ่งจินตนาการไปไกล
ตลกดีว่ะ
กูไหลตัวลงมานั่งยองๆ หน้าประตูห้องน้ำ เสียงครางหวามๆ ของน้องยังดังอยู่เรื่อย กูหน้าแดงจัดตอนที่จุดบุหรี่ติดๆ ดับๆ ขึ้นสูบเหมือนคนไปไม่เป็น
แอร์ 21 องศา แต่ทำไมโคตรร้อนเลย
“น้องหลับไปแล้ว”
นานประมาณสิบห้านาที พี่กิ๊กช้อนตัวอุ้มน้องมนต์ที่ร่างอ่อนละลายแนบอกของเจ๊แกออกมา น้องอยู่ในชุดของพี่กิ๊ก ส่วนตัวเธอใส่เสื้อกล้าม พี่กิ๊กในบางมุมก็ใจดี บางมุมก็น่ากลัวเอาเรื่อง เธอเซทำท่าจะล้มจนกูต้องไปรับตัวน้องมนต์มาอุ้มแทน “หนัก”
ก็นะ ร่างพี่กิ๊กก็ไม่ได้ถึกบึกบึนแบบทรงสาวห้าว ออกจะบางๆ ผอมๆ แห้งๆ
“เคยทำบ่อยเหรอครับ” กูหมายถึงเรื่องในห้องน้ำ พี่กิ๊กกอดอก
“ก็เด็กๆ ในผับเส็งนั่นแหละ ส่วนมากโดนยาปลุกแบบน้องคนนี้ วิธีนี้รวดเร็วสุดแล้ว” เจ๊แกพูดแล้วหรี่ตามองกูที่อุ้มตัวน้องมนต์ได้สบายๆ เหมือนแบกกระดาษ “ปกติจะไม่ให้เด็กๆ ผู้ชายมาเฝ้าหน้าห้องหรอกนะ แต่รอบนี้เห็นว่ามึงชอบน้อง”
“เชี่ย หมายความว่าไง” กูถึงกับเสียอาการเมื่อรู้ความหมาย
“กำไรเล็กๆ น้อยๆ” พี่กิ๊กยิ้มหวาน “เกือบแล้วเนอะ”
“พอ” กูรีบเบรกไว้ก่อนที่พี่กิ๊กจะทันได้ล้อเลียนอะไรต่อ วางน้องมนต์ลงกับเตียงนอน “แล้วเอาไงต่อพี่ ผมไม่รู้บ้านน้อง เสี่ยเสร็จกิจยังไม่รู้”
“เรื่องเสี่ยเดี๋ยวส่งคนไปดูแลให้ เส็งคงไม่ว่าหรอก” พี่กิ๊กจุดบุหรี่เย็นขึ้นดูดอย่างสบายอารมณ์ “ขับรถพี่ไปก็ได้ มึงขับเป็นใช่ไหม ยาริส”
“ได้” กูพูดแล้วนิ่ง “แปลว่าผมต้องไปเจอท่านนายกปะพี่?”
“อื้ม” และคำตอบแบบขอไปทีของพี่กิ๊กก็ทำกูไปต่อไม่ถูก
เอาจริงดิ
หนูไม่รู้ว่าพี่ขวดทำไมถึงมีท่าทีแปลกไป แววตาของเขาแพรวพราวไปหมด“มะ... มาเอาที่หนูเองดีกว่านะคะ” และเพราะหนูไม่อยากตกหลุมพรางอีกแล้ว หนูจะไม่ยอมให้เขาจูบแล้วทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหวมากๆ แบบนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้อีกแล้ว หนูเลยเลือกที่จะบอกให้เขาเดินมาหาหนูเองดีกว่า“ตามนั้นครับ แต่ว่า” เขาฉีกยิ้ม ในขณะที่จะสาวเท้ายาวๆ แปปเดียวก็ประชิดตัวหนู หนูสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อ แผงอกที่ชื้นเล็กๆ จนเห็นว่าเหมือนจะเป็นเหงื่อแต่ไม่ใช่ จริงๆ ก็คือน้ำสะอาดจากสายยางที่หนูเผลอฉีดใส่หน้าเขาจนเปียกซ่กไปทั้งตัว “ไม่ต่างกันเท่าไหร่”“อะ” หนูห่อไหล่เมื่อรู้สึกได้ว่าเขายื่นมือข้างหนึ่งไปด้านหลังจนเราใกล้กันกว่าเดิม แล้วก็มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อเขาใช้มือข้างนั้นคว้าลูกบิดแล้วปิดประตูห้องดังปึง“เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่ชอบให้ใครดู” เขาให้เหตุผล แล้วหนูก็ยิ่งหน้าแดงก่ำ“งะ งั้นหนูก็ไม่ควรอยู่ดูด้วยนะคะ”“สำหรับน้องมนต์ ยกเว้นได้ครับ” หนูเบะปากทันที คนอะไรกันนะ ชอบทำให้หนูทำตัวไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย“แต่หนูไม่อยากดูค่ะ” หนูเมินหน้าไปทางอื่นเมื่อเขาเลื่อนตัวใหญ่ๆ นั่นเข้ามาใกล้อีกจนแทบชิดกัน หัวใจหนูเ
ใจหนูเต้นแรง แรงมากที่สุดตั้งแต่ที่เคยเต้นมา หนูไม่ได้กลัว แต่เพราะฤทธิ์เมาของเจ้าแก้วน้ำใบนั้น ทำให้หนูหลับตาแน่น แล้วสัมผัสได้ถึงกลีบปากที่แห้งขาดการดูแลของผู้ชายที่แนบลงมาตัวหนูชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อพี่ขวดพยายามเลียรอบริมฝีปากหนูเพื่อเปิดปากหนูออก หนูพยายามอ้าปากออกน้อยๆ ด้วยความมึนงง ร่างสูงแทรกลิ้นร้อนๆ เข้ามาแล้วแลกลมหายใจกับหนูเหมือนเคยทำมาก่อนลมหายใจที่แทรกมาด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ของเราทั้งคู่สอดประสานกัน หนูรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแรงจนต้องคว้าเสื้อของพี่ขวดเอาไว้ เขารั้งเอวบางๆ ของหนูเข้ามาจนชิดกันทุกสัดส่วน พี่ขวดตักตวงความหอมหวานจากปากของหนูจนเขาผละออกมา มีน้ำลายสองเส้นจางๆ ยืดออกมาระหว่างริมฝีปากของเราทั้งคู่หนูเห็นเขาเลียริมฝีปากรับน้ำลายของหนูเข้าไป หนูหน้าแดงก่ำกว่าเดิมอีก ซุกหน้าลงกับอกเขา ใบหูแนบลงกับอกข้างซ้ายของเขา ได้กลิ่นบุหรี่จางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นแรงของพี่ขวดพี่ขวดกอดหนูแน่น เขาคงเมามากแล้วล่ะ หนูเองก็เมาเหมือนกัน“... ขอโทษจริงๆ” เขากระซิบข้างหูเสียงหนัก ในหัวหนูเบาโหวง ขาวโพลน อธิบายไม่ถูกเลยค่ะ แต่ขาสั่นจนเหมือนจะล้มแล้วจริงๆ“ยะ อย่าให้คุณลุงรู
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”อยู่ดีๆ เจ้าตัวเล็กก็พูดขึ้นมาระหว่างกูชงเหล้าให้ตัวเองเพราะไม่มีรุ่นพี่คนไหนกล้าชงให้ ส่วนข้างหน้าน้องมนต์มีแต่แก้วเหล้าแก้วค็อกเทลเต็มไปหมด สงสัยพวกผู้ชายพยายามยัดเยียดให้แดกเพราะน้องช่างน่ารักขยี้ใจ แต่เธอไม่แตะสักแก้วกูแอบยิ้มเพราะรู้สึกดีที่เธอไม่กิน แล้วทำหน้านิ่งกลบเกลื่อนเมื่อเธอเหล่มอง“เหรอ” กูพูดแบบเซ่อๆ แล้วกระดกเหล้าลงคอ น้องมนต์ที่มองไปทางอื่นอมลมเข้าปากจนแก้มป่อง ก่อนที่จะหันมาค้อนกูด้วยสายตา“พูดว่าเหรอคืออะไรเหรอคะ ไม่เชื่อใช่มั้ยคะ” เธอพูดเสียงแหลมขึ้นจมูก กูที่เริ่มกรึ่มๆ มองหน้าจิ้มลิ้มที่ฉายแววโกรธอะไรไม่ทราบเพลินตามากไม่ยอมตอบอะไร จนเธอกอดอกแบบเก้ๆ กังๆ “ทำสายตาแบบนั้นหมายความว่ายังไงคะ นะ... หนูไม่ชอบนะ”ขนาดโกรธเสียงยังสั่นเพราะกลัวกู น่ารักดีเนอะ“ผมก็ไม่ได้ว่าว่าน้องมนต์เป็นเด็กนี่ครับ” กูพูดไปตรงๆ แล้วใช้นิ้วชี้วนเหล้าในแก้ว “น้องมนต์โตขึ้นเยอะกว่าตอนนั้น ทั้งขนาดตัว และขนาด...”กูหุบปากทันทีเพราะจะเผลอพูดว่าขนาดหน้าอก เชี่ย พูดมากไป“ขนาดอะไรอีกคะ?” เธอหันขวับมาจ้องตากูที่เริ่มอึกอัก“ผมหมายถึง” กูพยายามเบี่ยงเบนประเด็นลามกที่กำลังถ
สรุปก็คือกูเรียนไม่รู้เรื่อง จำได้ลางๆ ว่าน้องจะสอนเรื่องยิ้มยังไงให้ดูเป็นมิตร หัวเราะยังไงให้ไม่โผงผาง กับพูดคุยยังไงให้ดูไม่หยาบคายเอาจริงๆ ตอนนี้กูก็ไม่หยาบล่ะ มั้ง แค่กับน้องมนต์อ่ะ“คราวนี้ลองทักทายแบบสามัญดูก่อนนะคะ” เธอพูดในขณะที่ขยับกรอบแว่น เหมือนน้องมนต์จะสายตาสั้นมั้ง แต่ไม่ค่อยได้เห็นมุมนี้ ใส่แว่นยิ่งเพิ่มความน่ารักสุดขยี้ใจ ใจบางแล้ว “สวัสดี นายชื่ออะไร”“ผมชื่อขวดครับ”“อื้ม ส่วนผมชื่อมนต์ครับ นายอายุเท่าไหร่” เธอพูดครับแล้วช้อนสายตาขึ้นมามองแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่แบบว่าอย่าพูดครับกับพี่เลย พูดค่ะก็ดีอยู่แล้ว“น้องมนต์ครับ” กูยกมือขึ้นเหมือนตอนสมัยเรียนแล้วเธอเป็นครู ร่างเล็กผงกหน้าขึ้นมามองอย่างสงสัย “ผมว่าบทสนทนามันดูจะไม่มีในชีวิตจริงเลย ผู้ชายมันไม่คุยแบบนี้”“อะ เหรอคะ” เธอทำหน้าตาตื่น “แต่ที่โรงเรียนผู้ชายเขาก็...”“ถ้าในมุมคุยกับผู้หญิงก็คงใช่” กูฉีกยิ้มตอนที่นั่งกอดอกเอนตัวไปพิงกับโต๊ะหนังสือข้างหลังตอนนี้น้องมนต์เหมือนพยายามจะเข้ากับกูให้ได้ มองออกด้วยสายตา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่กูก็พยายามสร้างระยะเหมือนกันเพราะเธอก็เป็นหลานนายก เลยกลายเป็นว่าเราแม่งนั่งเผชิญห
[พาร์ท : ตะขวด]‘ขึ้น-มา-หา-หนู-ที่-ห้อง-ด้วย-นะ-คะ’ใจกูเต้นหนักหน่วงเป็นจังหวะเรกเก้ตอนจับใจความที่น้องมนต์พูดแบบไม่มีเสียงได้จากปากเธอตอนนั้น เป็นคำว่า มาหาหนูที่ห้องด้วยนะคะ หัวใจทำงานหนักจนรู้สึกเหมือนจะตายตอนที่ร่างเล็กหมุนตัววิ่งตึงตังขึ้นบันไดไม้สักไปเหมือนอายอย่าว่าแต่เธอที่อายเลย ดูแบบนี้กูก็เขินเป็นเหมือนกันอะไรวะ ไอ้คำพูดเชิญชวนกูแบบนั้นอ่ะ อยากโดนขยี้เหรอ มารุกพี่แบบนี้ระวังกับดักมาโซคิสต์ทางเซ็กซ์มันจะทำงานโดยไม่รู้ตัว“เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า? เหมือนหนูมนต์จะลงมาข้างล่างนะ” เสียงของท่านณรงค์ดังขึ้นตรงหน้า กูหลุดจากภวังค์โรคจิต รู้ได้ในทันทีว่าแม่งคงหมายถึงเสียงวิ่งขึ้นบันไดของเจ้าตัวเล็ก กูฉีกยิ้มแห้งออกมา“ไม่ได้ยินครับ” พูดพร้อมหยัดตัวลุกขึ้นยืนแบบเก้ๆ กังๆ “ผมต้องกลับแล้ว ลาเลยนะครับท่าน”แค่พูดคงไม่พอว่ากำลังจะไปจริง กูยกมือไหว้แล้วเดินก้าวยาวๆ ออกไปทางหลังห้องโถงท่ามกลางสายตาแปลกใจของท่านนายก ซ่อนตัวอยู่ใต้บันไดจนกระทั่งพี่อดิพาลุงณรงค์ออกไปจากบ้านหลังใหญ่ ได้ยินลางๆ ว่าท่านมีนัดตรวจพื้นที่แถวๆ นั้นจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ากูคิดอุตริจะขึ้นไปอยู่ในห้องกับหลานนา
[พาร์ท : ตะขวด]ท่านนายกที่กูรู้ชื่อมาว่าชื่อจริงคือณรงค์บอกเรื่องน่าตกใจกับกูหลังจากตกปากรับคำว่าจะทำงานกับน้องมนต์ได้สองอาทิตย์ เหตุผลง่ายๆ คือกูก็แค่อยากอยู่ใกล้เธอแค่นั้น แทบไม่ได้คิดถึงผลพลอยได้เหี้ยไรเลยก็หลังจากเห็นน้องโดนวางยา ก็คิดว่าถ้าไม่มีกูเธอคงแทบไม่ทันผู้ชายคนไหนเลยอ่ะดิตอนแรกก็คิดว่าจะให้ทำงานเป็นลูกน้องเฉยๆ แต่ท่านณรงค์อยากให้กูตามจับตาดูทุกอากัปกิริยาของร่างเล็ก เลยส่งกูเข้าไปเรียนมหาลัยเดียวกับเธอด้วยนี่ดิตอนแรกกูก็แย้งแน่นอน เพราะไม่มีปัญญาหาค่าเทอมหลายหมื่นขนาดนั้นแน่ แต่ท่านณรงค์กลับพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยว่า จะออกให้ทุกอย่าง เพื่อหลานสาวคนเดียวฉันทำได้ก็เชี่ยดิ ไม่เคยเรียนมหาลัยมาก่อนด้วยและที่น่าเชี่ยกว่า คือท่านนายกยกรถให้ฟรี คอยขับไปรับส่งน้องมนต์ กูนี่ยืนอึ้งเลยจะให้พูดก็เศรษฐีเก่าดีๆ นี่เอง แค่บีเอ็มคงไม่เกินขนหน้าแข้งขนาดนั้นแต่ให้มาขับฟรีๆ แบบนี้ก็แอบประหม่าว่ะ“ฉันเข้าใจว่าเธอคงเลิกทำงานเดิมไม่ได้ และเธอคงตกใจที่ฉันไว้ใจเธอทั้งที่เจอกันแค่สองครั้ง” กูนั่งกัดเล็บกระดิกตีนอย่างร้อนรนอย่างคนไม่เคยเจอของแพงเงยหน้าขึ้นมองท่าน หลังจากที่โดนเรียกตัวให้มาค







