LOGINEpilogueปีศาจ... ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นปีศาจ!ต่อให้ออเดรย์เป็นฝ่ายออกปากก็เถอะว่าให้ทำได้จนกว่าจะพอใจ แต่เกรแฮมก็ต้องพึงระลึกไว้สักหน่อยว่าเขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ปีศาจที่จะทนต่อการร่วมรักทั้งวันทั้งคืนได้!นอกจากจะสะโพกไปทาง ขาไปทาง เดินไม่ตรง เป๋ไปเป๋มาราวกับคนพิกลพิการแล้ว ออเดรย์ยังใบหน้าซีดเผือดประหนึ่งว่าถูกสูบโลหิตไปจนหมดตัวอีก ท่าทางนั้นทำเอาบรรดาลูกเรือต่างเป็นกังวลนักหากกัปตันเรือเป็นอะไรขึ้นมา แล้วผู้ใดเล่าที่จะเป็นชายบำเรอให้กับปีศาจตนนั้น!?เอาเป็นว่าไม่ได้ห่วงออเดรย์เลยสักนิด ห่วงก็เพียงแต่ชีวิตของตนเองเท่านั้นแหละกระนั้นออเดรย์ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก เพียงแค่อ่อนล้าเฉยๆ หากได้พักอย่างเต็มตื่นก็คงจะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งเรื่องนั้นก็หาได้สำคัญเท่ากับการที่แผนที่เหล่าโจรสลัดแบล็กคราเคนได้วางแผนเอาไว้เอาเรือไปเทียบชายฝั่งให้ได้ แล้วหลังจากนั้นก็หาทางกำจัดเกรแฮมซะ!แต่...ดูเหมือนว่าแผนการจะล้มเหลว เรื่องที่ออเดรย์ดูไร้เรี่ยวแรงเพราะถูกร่วมรักจนแทบรากเลือดนั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือท่าทางของอดีตกัปตันดูเหมือนจะไม่อยากขึ้นฝั่งเสียแล้ว...“แล้วตกลงท่านจะออกคำสั่งไหมกัปตัน”
วูบหนึ่งออเดรย์ก็ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่เกรแฮมทำกับเขามันจะเป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ทุกการกระทำและทุกการสัมผัสของอีกฝ่ายเป็นไปด้วยความนิ่มนวลด้วยซ้ำ ทะนุถนอมเขาราวกับว่าเป็นแก้วเจียระไนที่เปราะบาง มิหนำซ้ำยังจะเป็นไปอย่างอ่อนโยน กอดตระกองราวกับว่าเขา...เป็นคนรักออเดรย์สลัดความคิดนั้นออกไป เขาไม่อยากจะคิดเข้าข้างตนเองนักหรอกว่าแท้จริงแล้วตนคือคนรักเมื่อห้าร้อยปีก่อนของเกรแฮม แต่เพราะความรู้สึกผูกพันประหลาดที่ผ่านแวบเข้ามาในจิตใจตั้งแต่เมื่อครั้งได้ร่วมอภิรมย์ครั้งแรกมันก็ทำให้เขาอดคิดขึ้นมาไม่ได้“ว่าแต่เจ้าถามข้าทำไมหรือ?”ได้สติกลับมาอีกครั้งเมื่อเกรแฮมเอ่ยปากถาม“ข้าก็แค่สงสัย”“อ่าฮะ”“แล้วก็อยากจะถามเจ้าอีกเรื่อง”“ถามว่า?”“สิ่งนี้...” ออเดรย์ชูจี้ที่ร้อยกับสร้อยในมือขึ้น “ใช่จี้ชิ้นเดียวกับที่เจ้ามอบให้คนรักของเจ้าหรือไม่?”รัศมีเปล่งประกายจากไม้กางเขนบนจี้นั้นมากระทบดวงตาของเกรแฮมอีกครา เขารีบยกมือขึ้นป้อง ถึงจะมองแค่ปราดเดียว เขาก็จำได้ทันทีว่ามันคือสิ่งเดียวกัน“เจ้าคิดว่ามันเหมือนกับรอยแผลเป็นบนฝ่ามือของข้าไหมล่ะ”ก็ไม่ได้บอกไปตามตรงอยู่ดี แต่ก็ทำให้ออเดรย์จ้องมองไปที่ฝ่ามือขอ
Chapter 6: Way back to loveคนรักของเกรแฮมชื่ออะไร?มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลของเขาหรือไม่?หน้าตาเป็นอย่างไร?และคำถามอีกมากมายผุดพรายขึ้นมาในหัวของออเดรย์ไม่หยุดหย่อน เขาขบคิดไม่ตกในเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว สายตาทอดมองจี้ในมือพลางครุ่นคิดหรือเขากับเกรแฮมจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน?แต่...มันก็ตั้งห้าร้อยกว่าปีมาแล้วนะ เขาเองก็ไม่เคยรู้จักกับเกรแฮมมาก่อนด้วย ถ้าไม่มีไอ้บ้าคนไหนมาร้องบอกว่าเจอหีบในห้องใต้ดินของคฤหาสน์นั่น เขาก็คงไม่อุตริให้แบกหีบขึ้นเรือจนได้มาเจอกับอีกฝ่ายอย่างนี้หรอกทว่ามันก็น่าฉงน...หรือโชคชะตากำลังจะเล่นตลกอะไร?“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เล่ากัปตัน”เสียงของจอห์นดังขึ้น เรียกให้ชายหนุ่มที่นั่งเอกเขนกอยู่บนกราบเรือหันไปมอง“มีอะไร”“ข้าจะมาบอกว่าอีกไม่กี่วันเราก็จะถึงฝั่งแล้ว ต้นหนกำหนดเส้นทางเรียบร้อย กำลังรอคำสั่งจากท่าน”ออเดรย์นิ่งไปครู่เข้าฝั่ง...จากนั้นก็จะหาหนทางกำจัดเกรแฮม นี่เป็นแผนการที่พวกเขาวางเอาไว้ แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว เขากลับลังเลที่จะกระทำอย่างนั้นมันเป็นเรื่องที่สมควรกระทำจริงๆ หรือ?ที่ลังเลก็เพราะส่วนหนึ่งนั้น เกรแฮมก็ไม่ได้ทำร้ายผู้ใดบนเร
หากแต่เกรแฮมไม่สน เขาเพียงยิ้มขบขัน“ออเดรย์ยอดรัก” จากนั้นก็ยกมือขึ้นประคองใบหน้าคร้ามอีกครา “ไปพักผ่อน ข้าเองก็จะพักบ้าง แสงแดดทำให้ข้าเหนื่อยล้า ไว้ราตรีนี้ค่อยเจอกัน”ท่าทางของเกรแฮมดูเหนื่อยล้าจริงๆ ถึงจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ แต่เขาก็ต้องแลกมากับคำสาปที่ต้องติดตัวเขาไปชั่วนิรันดร์ออเดรย์ดันตัวขึ้นลุกจากเตียง หากแต่มือของอีกฝ่ายยังคงประคองใบหน้าและลูบลากลงมาตามผิวตัวไม่เลิก เขาจึงเป็นฝ่ายจับข้อมือของเกรแฮมเอาไว้แล้วดึงออก“ไล่ให้ข้าไปพัก เจ้าก็หยุดลูบตัวข้าสักที”“บางทีข้าก็คิดถึงไออุ่นจากกายเจ้า”“เจ้ามันสมองหมู ในหัวมีแต่เรื่องลามก”อดไม่ได้ที่จะบริภาษ พลันทำท่าจะสะบัดมือของอีกฝ่ายทิ้ง ทว่าสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนฝ่ามือข้างนั้นเสียก่อน รูปทรงมันเหมือนกับไม้กางเขนที่มีประกายแสงโดยรอบเป็นทรงกลมมันเป็นรอยแผลเป็นที่...ดูคุ้นตาเหลือเกิน“นี่อะไร”แล้วก็ต้องออกปากถามอย่างสงสัย เกรแฮมเหลือบมองก่อนจะร้องอ๋อออกมาเบาๆ“แผลเป็น”ออเดรย์ชักสีหน้า “ข้ารู้ว่ามันคือแผลเป็น แต่มันเกิดขึ้นกับเจ้าได้อย่างไร อันนี้ต่างหากที่ข้าอยากรู้”เกรแฮมรู้แล้วว่าอีกฝ่ายอยากรู้เรื่องนี้ เขาก็แค่
Chapter 5: Returnมันก็น่าโมโหอยู่หรอกที่เกรแฮมเล่นลิ้นอย่างนั้น แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มตนนั้นแล้ว ออเดรย์ก็พลันรู้สึกคุ้นเคยขึ้นมาอย่างประหลาดจึงได้แต่เงียบงัน ไม่โต้ตอบใดๆ“อย่างที่เจ้ารู้ว่าข้าเป็นแวมไพร์เพราะพิธีกรรมของแม่มด” เกรแฮมเริ่มเปิดปากเล่า “เมื่อครั้งนั้นข้าเป็นลอร์ด ข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล ต้นตระกูลข้าหลวงของคฤหาสน์ที่เจ้าไปปล้น เจ้าคงรู้ใช่ไหมว่าการเป็นลอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”“แล้ว?”“ข้าเป็นบุตรชายคนเดียว จึงได้รับศักดินาต่อจากบิดา แต่เมื่อครั้งนั้นข้าออกจะชอบเรื่องเริงรมย์มากไปสักหน่อย บิดาข้าจึงหมั้นหมายบุตรสาวของดยุคตระกูลหนึ่งไว้ให้ ทายสิว่าข้าบอกกับบิดาว่าอะไร”“...เจ้าปฏิเสธที่จะหมั้นหมายกับนาง”“ถูกต้อง” เกรแฮมยกยิ้ม “แล้วพอจะเดาเหตุผลได้ไหม”“เจ้ามีคนรักอยู่แล้ว”เกรแฮมถึงกับหัวเราะ “เจ้าช่างรู้ดี”“ปัญหาของพวกชนชั้นสูงเช่นเจ้าจะมีอะไรมากมายไปกว่าเรื่องพรรค์นี้กันเล่า แล้วข้าก็เดาด้วยว่าคนรักของเจ้าก็คือคนรับใช้ในคฤหาสน์นั่นล่ะ”เกรแฮมพยักหน้า สิ่งที่ออเดรย์พูดไม่ใช่เรื่องผิดไปเลยแม้แต่น้อย“เขาเป็นคนเลี้ยงม้า”“เขา?”“เป็นผู
ที่ออเดรย์ผูกใจเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องถูกแวมไพร์ตนนั้นล่วงเกิน แต่เขาเจ็บใจที่ตนเองเผลอหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสของเกรแฮมต่างหาก อย่างที่รู้กันว่าตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เกรแฮมนั้นเป็นนักรัก อีกทั้งยังเป็นเทพบุตรจากสวรรค์ลงมาเดินดินด้วยรูปร่างหน้าตาของเขางดงามเกินกว่าที่บุรุษใดจะพึงมี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ออเดรย์เผลอไผลจนยอมพลีกายให้อีกฝ่ายโดยง่ายเสียหน่อย!ต้องมีเวทมนตร์...เจ้าแวมไพร์นั่นต้องมีเวทมนตร์อย่างแน่นอน!ออเดรย์พยายามบอกกับตัวเองว่าอย่างนั้น หากแต่ในความเป็นจริงก็ต้องยอมรับว่าที่เผลอไผลไปคงเป็นเพราะลีลารักของเกรแฮมมากกว่า ไหนจะรูปร่างหน้าตาที่แลดูจะยั่วยวนทั้งชายและหญิงให้ติดกับโดยง่ายนั่นเองเขาตกหลุมกับดักที่เกรแฮมทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยต่างหากเล่า!แต่คืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไผลเคลิบเคลิ้มไปกับใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสจากฝ่ามือหยาบกร้านเย็นเยียบของเกรแฮมอีกแล้ว ในเมื่อตัดสินใจเช่นนั้น ออเดรย์จึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อนทันที“เกิดสิ่งใดขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าถึงได้ร้อนรนอยากจะเอาใจข้านัก”เสียงแหบห้าวของเกรแฮมดังขึ้นระคนกระเส่า สายตาทอดมองไปยัง
Chapter 2: Pirates of Black Kraken shipหัวสมองของออเดรย์ยังประมวลผลอยู่ เขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่รู้อย่างแน่นอนคือลูกเรือของเขาหลายคนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณและถูกโยนลงทะเลไปแล้ว แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการที่ตอนนี้เขาจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นมือทั้งสองข้างจับข้อมือเย
การปล้นชายฝั่งของพอร์ตรอยัลและคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงในราตรีนี้สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี ทรัพย์สมบัติมากมายที่ถูกปล้นชิงมา ออเดรย์สั่งให้แจกจ่ายแบ่งปันกันไปถ้วนหน้า เสียงสรรเสริญยกยอกัปตันเรือดังขึ้นก้องทั่วทั้งทะเลไม่หยุดหย่อน ขณะที่งานเลี้ยงฉลองชัยชนะกำลังดำเนินไป ออเดรย์กลับไม่ได้พึงใจที่สร้างความเด
Chapter 1: Treasureทิวาอันตรธาน ราตรีกาลมาเยือน เหล่าโจรสลัดที่แฝงกายซุ่มรอจังหวะในการเข้าโจมตีชายฝั่งของพอร์ตรอยัลเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งจากผู้เป็นกัปตัน ออเดรย์ยังคงนิ่ง ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจับจ้องไปยังอาคารหลังหนึ่งเบื้องหน้ามันเป็นคฤหาสน์ของท่านข้าหลวงแห่งพอร์ตรอยัล...ท่านข้าหลวงที่ขูดรีดภาษีประ
กล่าวกันว่าสำหรับพวกโจรสลัดแล้ว พวกมันเชื่อว่าเรือคือบ้าน มหาสมุทรคือมาดร หากแต่ชายฝั่งคือขุมทรัพย์ จึงไม่แปลกหากเหล่าโจรสลัดผู้กระหายในสมบัติเงินตราจะออกล่าขุมทรัพย์ไปทั่วน่านน้ำของทะเลแคริบเบียน ทั้งปล้นชิง ทั้งไล่ฆ่า อาจหาญปล้นไม่เว้นแม้แต่กองเรือของทางรัฐ ทำเอาผืนทะเลอันกว้างใหญ่แปรสภาพเป็นดินแ







