LOGIN"หนาว...."
"ทำไมเธอหน้าซีดจัง" "หนาวมากเลย ช่วยด้วย" "เฮ้ย! อะตอม คุณโอเคหรือเปล่า" "รู้จักกันเหรอคะ" "เคยเจอตามงานอีเวนต์ค่ะ เขาชื่ออะตอม" ร่างกายของอะตอมสั่นเทา เหงื่อไหลผุดออกเต็มใบหน้า บาดแผลที่ต้นแขนเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ริมฝีปากของอะตอมเริ่มแห้งผากคล้ายว่าร่างกายกำลังมีอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง "คุณอะตอมไหวไหมคะ" "หนาว หิวน้ำ ใครมีน้ำไหมคะ" "ขอโทษนะคะมีใครพอจะมีเสื้อคลุมไหมคะแล้วก็ขอน้ำดื่มด้วยค่ะ" เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงต้องเอ่ยขอความช่วยเหลือ "เอาของเราไปก็ได้ค่ะ" เสื้อคลุมสีดำจากผู้ใจดีถูกยื่นมาให้ก่อนที่จะใช้มันคลุมไปที่ตัวของอะตอมที่ยังคงนั่งกอดเข่าตัวสั่นไม่หาย "ขอโทษนะคะเราชื่อลัคกี้ เราเรียนหมออยู่ เราขอดูอาการเขาหน่อยนะคะ เผื่อจะพอช่วยอะไรได้บ้าง" "ไอ้กี้ ทำอะไร" "เขาน่าจะป่วย กูพกยามา เดี๋ยวให้เขากินสักหน่อยน่าจะดีขึ้น กว่าตำรวจจะมาถึงคงอีกนาน" "อืม ๆ" ลัคกี้ หนึ่งในกลุ่มคนที่มางาน เธอนักศึกษาแพทย์ปีสี่ เหลือบมาเห็นความผิดปกติของอะตอมจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ "ทานยาหน่อยนะคะ" ยาเม็ดสีขาวพร้อมน้ำดื่มถูกยื่นให้คนป่วย หลังจากได้ยาไปอะตอมดูสงบลงเล็กน้อย เธอนอนหลับตาแน่นิ่ง สร้างความสบายใจให้กับทุกคนว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายลงไปกว่าที่เป็น คนภายนอกรับรู้เหตุการณ์เลวร้ายนี้แล้ว คงกำลังเข้ามาช่วยเหลือ ทุกคนตรงนี้ก็เพียงแค่ใจเย็นและเฝ้ารอเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย "จับเขานอนก็ได้ค่ะ น่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว" ลัคกี้หันไปบอก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังที่นั่งของตัวเอง "วิญญาณหมอเข้าสิงเหรอมึง" "ก็เขาป่วย..อีกอย่างดูก็รู้สึกมีประโยชน์กว่ามานั่งกรี๊ดศิลปินของมึงอีก นี่ถ้ามึงไม่ลากกูมา กูก็นอนตีพุงอยู่บ้านไม่ต้องมาติดอยู่ที่นี่แล้ว" "ความผิดกูที่ไหนล่ะ ใครจะรู้ว่าจะมีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้น แต่มึงเห็นภาพที่พวกข้างนอกวิ่งกรูเข้ามาปะ น่ากลัวยิ่งกว่าในหนังที่เคยดูอีกอะ" สีหน้าหวาดกลัวในยามที่พูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป มันคงยากที่จะลืมเลือน สองเพื่อนซี้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพใจกลางเมือง หลังจากที่ ปิ่น ลาก ลัคกี้เพื่อนสนิทมาเป็นเพื่อนกับงานวันนี้ทั้ง ๆ ที่เพื่อนของเธอไม่ได้ชื่นชอบงานอะไรแบบนี้เลยสักนิด ในตอนนี้ทุกคนต่างเช็กข่าวคราวที่เกิดขึ้นในช่องทางต่าง ๆ ที่ดูเหมือนจะมีบางคนสามารถเก็บภาพเหตุการณ์บางส่วนเอาไว้ แล้วโพสต์ลงโซเชียล ซึ่งสร้างความแตกตื่นได้ไม่น้อยที่จู่ ๆ คนธรรมดา จะกลายมาเป็นซอมบี้ไล่กัดคน คล้ายกับในภาพยนตร์ที่เคยดู "นี่มันคนที่เขาบอกว่าโกงเงินแฟนคลับนินา" "ไหนคะ" เนสยื่นมือถือให้อิงจันทร์ดูคลิปวิดีโอที่มีคนถ่ายเหตุการณ์เอาไว้ได้ "ใช่จริง ๆ ด้วย" "เหตุเกิดจาก...." เกรซอ่านข้อความเหนือคลิปวิดีโอ ที่กล่าวว่าคนคนนี้คือคนแรกที่มีอาการประหลาดแล้วไล่กัดคนอื่นๆ ก่อนที่อาการเหล่านั้นจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และคนที่ถูกกัดก็กลายเป็นซอมบี้อย่างที่เห็น "ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ละ" "มีอะไรหรือเปล่ามึง" เกรซเห็นใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ดูไม่ปกติหลังจากที่เห็นภาพในคลิปที่ถูกแชร์ออกไปหลายพันครั้ง "เกรซ...คือกู" อิงจันทร์จับมือเพื่อนสนิทเอาไว้แน่น แววตาคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง "มึงจะพูดอะไร" อิงจันทร์ตัวสั่นน้ำตาคลอ หันมองคลิปในมือถือของเนสสลับกับจ้องใบหน้าของเกรซ "มาตรงนี้มา" เกรซพาอิงจันทร์เดินมายังมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคน เพราะเธอคิดว่าเพื่อนของเธออาจจะอยากพูดอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้ใครได้ยิน "อะ ว่ามามึงมีอะไร" อิงจันทร์หยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า "กูบังเอิญไปเจอผู้หญิงคนนั้นหน้าห้องน้ำ แล้วกูก็หยดยานี่ใส่ในแก้วน้ำเขา" "อะไรนะ...แล้วมันเกี่ยวกับไอ้เรื่องคลิปบ้า ๆ นั่นได้ยังไง" "กูกำลังคิดว่าที่เขาเป็นแบบนั้นเพราะยาตัวนี้" "แล้วมันคือยาอะไรมึงซื้อมาจากไหน" "กูสั่งมาจาก web มันเด้งเข้ามาตอนกูนั่งเล่นคอมที่บ้าน เขาบอกเป็นยาที่ทำให้ร่างกายป่วยคล้ายภาวะคนขาดน้ำ กูแค่ตั้งใจจะให้มันเข้าโรงพยาบาลกูไม่คิดว่ามันจะ..." อิงจันทร์น้ำตาคลอ เธอรู้สึกหวาดกลัว และรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เธอเป็นต้นเหตุ "มันอาจจะไม่เกี่ยวกับยามึงก็ได้ " "แต่..." "อิง มึงใจเย็น ๆ มันไม่มีหรอกยาที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ มันน่าจะมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นมากกว่า อย่าคิดมากเลยมึง" "เกรซ กูไม่รู้ แต่กูมั่นใจว่ามันมาจากยากูแน่ ๆ กูกลัว กูไม่ได้ตั้งใจ" "โอเค มันจะใช่หรือไม่ใช่ช่างมันก่อน แต่ตอนนี้มึงต้องใจเย็น โอเคไหม เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยแล้ว และพอออกจากนี่เราจะบินกลับบ้านกันพรุ่งนี้ แล้วทิ้งเรื่องห่าเหวเอาไว้ที่นี่ โอเคไหม" "อืม...มึงอย่าทิ้งกูนะเกรซ กูไม่ได้ตั้งใจ" เกรซตบไหล่เพื่อนเบา ๆ ถึงแม้เธอเองก็ไม่สามารถหาสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เธอก็มั่นใจ ว่าในโลกนี้มันคงไม่มียาที่กินแล้วทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ได้ เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นน่าจะมีต้นเหตุมาจากอย่างอื่น และมันคงจะเปิดเผยหลังจากที่เรื่องนี้จบลง "ช่วยด้วยค่ะ....ช่วยด้วย ช่วยด้วย" กรี๊ดดดดดดดดดด "เฮ้ย ทำอะไรอะ!! ถอยไปนะ" จู่ ๆ อะตอมที่กินยาเข้าไปก็ลุกขึ้นยืน ร่างกายบิดเกร็งผิดธรรมชาติ ดวงตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ต้นคอขยับซ้ายขวาจนได้ยินเสียงของกระดูกที่เคลื่อนไหว เลือดสีแดงหยดไหลทะลักออกมาจากรูจมูก "ถอยไปนะ ไม่งั้นเราตีจริง ๆ ด้วย" กึก กึก กึก กลุ่มคนค่อย ๆ ถอยหลังหนี เมื่อรับรู้ได้ถึงความไม่ปลอดภัย ทุกสายตาจับจ้องมาที่อะตอม คนที่หนีตายมาจากด้านนอกรู้ดี ว่าเธอกำลังจะกลายเป็นพวกมัน ไม่ทันได้พักหายใจอะตอมก็วิ่งใส่ผู้คนอย่างบ้าคลั่ง ฝูงชนแตกฮือคล้ายผึ้งแตกรัง วิ่งกระเจิดกระเจิงไร้ทิศทาง คนดูแลงานพยายามหาวิธีหยุดความวุ่นวาย แม้รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ตระหนักในหน้าที่ของตัวเองจนวินาทีสุดท้าย กระบอง อาวุธคู่กายของชุดรักษาความปลอดภัยถูกเอาออกมาใช้ "ผมไม่อยากทำร้ายคุณนะครับ คุณหยุดอยู่ตรงนั้น อย่าเข้ามา" กลุ่มผู้รักษาความปลอดภัยร่างกายกำยำ พยายามเข้าจับตัวของอะตอมเพื่อหยุดความบ้าคลั่ง แม้จะเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่กลับมีแรงมหาศาล ดิ้นหลุดการจับล็อกแล้วกระโจนใส่คนที่อยู่ใกล้ตัวทันที ด้วยความไม่ทันตั้งตัว ฟันแหลมกัดเข้าต้นคอใน เลือดสีแดงสดพุ่งออกราวน้ำพุที่อยู่กลางสวนเพียงแต่มันไม่ได้สวยงามเช่นนั้น ตรงกันข้าม มันน่าสยดสยองเสียมากกว่า ร่างนั้นค่อย ๆ ล้มลงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ "ช่วยกันหาอะไรมาจับมันมัดไว้เร็ว" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะโกนลั่น แต่ในยามนี้ทุกคนต่างไร้สติเพราะกำลังตื่นตกใจกับความสยดสยองที่เกิดขึ้น เมื่อเหยื่อรายแรกนิ่งไปอะตอมก็หันมองหาเหยื่อรายต่อไป จาก 2 เป็น 4 เป็น 8 และดูเหมือนเชื้อกำลังแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อทุกร่างที่ถูกกัด มันกำลังลุกขึ้นมาอีกครั้ง และเริ่มการไล่ล่าเหยื่อนับร้อยด้วยความหิวกระหายในรสชาติของเลือดจากคนเป็น ๆ จึงเริ่มต้นขึ้นคล้ายกับพวกมันกำลังสนุกสนานกับเกมที่พวกมันคือผู้ล่า เมื่อตรงนี้ไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป ประตูทางออกถูกเปิดออกอีกครั้ง อย่างน้อยก็ได้ดิ้นรนกว่ารอความตายในห้องสี่เหลี่ยมนี่ ถึงแม้ข้างนอกจะต้องออกไปเจอกลุ่มซอมบี้อีกมากมายก็ตาม "ปิ่นเร็ววิ่ง อยากตายหรือไง" ลัคกี้ฉุดแขนเพื่อนที่ตอนนี้นั่งกรีดร้องอย่างเสียสติ "คุณอิง คุณเกรซรอด้วยค่ะ ว้าย!" เกรซที่หันไปเพื่อจะช่วยดึงแขนเนส แต่ไม่ทันกาลเมื่อเธอถูกหนึ่งในฝูงคนกลายพันธุ์กระชากตัวอย่างแรงแล้วกัดที่ใบหน้าของเธอพร้อมกับออกแรงกัดจนชิ้นเนื้อหลุดออกมาก่อนที่เนสจะถูกรุมกัดกินจากซอมบี้หลายสิบตัวหมดโอกาสรอดชีวิต อิงจันทร์ร้องอย่างคนเสียสติจนเกรซต้องลากเธอออกมา แฟนคลับในงานแตกกระจายไปคนละทิศคนละทาง "เข้าไปหลบในนี้กันก่อนทุกคนเร็ว ๆ" ลัคกี้ใช้มือดันประตูบานหนึ่ง ซึ่งลักษณะคล้ายกับตู้คอนเทนเนอร์ที่เอามาใช้ดัดแปลงเป็นห้องสำหรับรับรองผู้มาใช้บริการ "พวกคุณเข้ามาได้ยังไงคะ นี่มันห้องพักนักแสดง" "ข้างนอกเกิดเรื่องค่ะ รีบปิดประตูเร็ว" "ซาแซงหรือเปล่าพี่อร" "เกิดเรื่องอะไม่รู้แต่พวกคุณต้องออกไปค่ะ" อร เธอเป็นผู้จัดการที่คอยดูแลกลุ่มนักแสดงเหล่านี้รีบเข้ามากันกลุ่มคนหนีตายให้กลับออกไป "อย่าเปิดนะ!!!!" หลายชีวิตที่หนีเข้ามาพยายามห้ามอรที่กำลังเดินไปที่ประตู "พี่ขอให้พวกเราออกไปนะคะ ถ้าอยากเจอน้อง ๆ ศิลปินเอาไว้ไปเจอกันตามงานไม่ใช่มาบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวแบบนี้" อรค่อย ๆ เปิดประตูท่ามกลางเสียงร้องไห้ และเสียงกล่าวห้ามแต่เธอก็ไม่คิดจะรับฟังคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด ฉึกกกกกก กรี๊ดดดดดดดดดด เฮ๊ยยยย ไม่ทันได้ร้องขอชีวิต อรถูกดึงตัวออกไปจากห้องและคมเขี้ยวก็ฝั่งลงที่ต้นคอเธอไม่ต่างจากหลาย ๆ คนที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตานับสิบคู่ที่เห็นเหตุการณ์ ก่อนที่จะมีซอมบี้ตัวหนึ่งหลุดเข้ามาด้านใน "ตะ..ตัวอะไรวะ!!" "ออกไปเดี๋ยวนี้นะไอ้ตัวประหลาดดดด" ถังดับเพลิงในมือลัคกี้ฟาดเข้าไปที่ซอมบี้เต็มแรง จนมันกระเด็นออกไปด้านนอก ก่อนที่ทุกคนจะรีบเข้ามาช่วยกันปิดประตู แล้วจ้องมองกันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังสะท้อนท่ามกลางเสียงความวุ่นวายด้านนอก "พอจะบอกได้ไหมมันเกิดอะไรขึ้นข้างนอกเหรอครับ" วายุ หนึ่งในนักแสดงที่ดูเหมือนจะได้สติเป็นคนแรก "อาจจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ข้างนอกตอนนี้มีแต่ตัวประหลาดอย่างกับซอมบี้ในหนังกำลังไล่ฆ่าทุกคนอยู่ค่ะ และคนที่โดนมันกัดก็จะกลายเป็นเหมือนพวกมัน" เกรซอธิบาย "มันจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง นี่มันไม่ใช่หนังนะ" ฟาร์มพูดขึ้นอย่างหัวเสีย เขายังมองว่าแฟนคลับพวกนี้แค่สร้างสถานการณ์เพื่อหาทางใกล้ชิดศิลปิน ไม่ต่างจากครั้งอื่น ๆ ที่เขาเจอมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้เหตุการณ์เมื่อครู่นี้จะทำให้เขาตกใจไม่น้อยแต่เขาก็ยังปักใจไม่เชื่ออยู่ดี ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องจริง "ลองดูในโซเชียลก็ได้ค่ะ น่าจะมีหลักฐานที่พอจะทำให้ทุกคนเชื่อขึ้นมาได้บ้าง" ทันทีที่เกรซพูดจบทุกคนต่างหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู ก็พบว่าสิ่งที่เกรซบอกมันเกิดขึ้นจริง "ตอนนี้ กี้ว่าทุกคนอยู่เงียบ ๆ ก่อนดีกว่า ยังไงเราก็แจ้งตำรวจไปแล้วเดี๋ยวก็คงมีคนมาช่วยเราแน่ ๆ เท่าที่เห็นพวกที่กลายพันธุ์ไปเขามองไม่เห็นหรืออาจจะเห็นเพียงเลือนราง เพราะพวกมันวิ่งเข้าใส่ตามเสียงเป็นอันดับแรก ฉะนั้นการที่เราอยู่กันเงียบ ๆ กี้ว่าเรานะปลอดภัยนะคะ" ลัคกี้ดูจะเป็นคนที่มีสติกับเรื่องนี้มากที่สุด อาจจะเพราะว่าการเรียนหมอครอบครัวของเธอเองก็เป็นหมอเธอที่ตามพ่อกับแม่ไปทำงานบ่อย ๆ บวกกับช่วงเป็นเรียนก็พบเจอเลือด ความตายหรือเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย และสถานการณ์กดดันอยู่หลายครั้ง และถึงแม้ครั้งนี้จะหนักหนากว่าที่ผ่านมา แต่เธอก็ยังพอจะควบคุมสติของตัวเองได้บ้าง "ก็ขอให้มันเป็นแบบนั้นก็แล้วกัน" ฟาร์มพูดออกมาอย่างหงุดหงิด ตอนนี้ในห้องพักของนักแสดงมีผู้รอดชีวิตมารวมตัวกันอยู่เกือบสิบคน ทั้งลัคกี้ ปิ่น เกรซ อิงจันทร์ ธารน้ำ และเพื่อนแฟนคลับด้วยกันรวมถึงทีมงาน ที่วิ่งตามกันมา ทุกคนยังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวและภาวนาให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็ว"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







