LOGIN"ดื่มน้ำกันหน่อยนะครับ ตอนนี้คงทำได้แค่รอจริง ๆ ข้างนอกเสียงก็เริ่มเงียบลงแล้ว"
วายุเป็นคนแรกที่เอ่ยปากขึ้นหลังจากที่ทุกคนนั่งเงียบกันอยู่นาน "ขอบคุณค่ะ" กลุ่มผู้หนีภัยรับน้ำดื่มจากวายุคนละขวด ในใจแม้ยังกลัวแต่ก็แอบตื่นเต้นไม่น้อยที่มาติดอยู่ในห้องเดียวกับดาราคนโปรดแบบนี้ "อาร์ตี้กับน้องฟาร์มเอาน้ำไหมคะ" อิงจันทร์เอ่ยถามขึ้น "ไม่เป็นไรครับ พวกพี่ดื่มกันเลยผมไม่หิวอีกอย่างพวกผมก็มีแก้วส่วนตัวแล้วครับ" บรรยากาศในตอนนี้ไกลจากสิ่งที่คาดหวังไว้มาก ศิลปินคนโปรดดูไม่เหมือนกับที่เคยเห็นผ่านหน้าจอแต่ทุกคนก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ สถานการณ์แบบนี้จะให้ปั้นหน้ามีความสุขก็คงจะยาก "แล้วนี่เราจะได้กลับบ้านตอนไหน มันก็จะสี่ทุ่มแล้วนะ ตำรวจยังไม่มาอีกเหรอ" สิงหา หนึ่งในทีมนักแสดงหันไปถามนาที เพื่อนนักแสดงที่นั่งอยู่ข้างกัน "ในโซเชียลตอนนี้มีแต่เรื่องนี้เต็มไปหมดเลยค่ะ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือเลย" ปิ่น ไล่อ่านข้อความในมือถือที่เต็มไปด้วยภาพของเหตุการณ์ที่เกิดซึ่งก็มีหลายคนที่ออกความเห็นว่าคลิปเหล่านี้เป็นเพียงคอนเทนต์ตัดต่อเรียกร้องความสนใจที่ถูกจัดฉากขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง และนั่นก็อาจจะเป็นไปได้ว่าตำรวจที่รับแจ้งความอาจจะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องปั่นประสาทจึงไม่คิดออกมาช่วยเหลือ "กี้มีพี่ที่รู้จักเขาเป็นกู้ภัย เดี๋ยวจะลองติดต่อดูนะคะ" ลัคกี้ไล่ดูเบอร์ในมือถือ อย่างน้อยการที่เป็นคนรู้จักกันอาจจะน่าเชื่อถือมากกว่า "ใครมีที่ชาร์ตบ้างคะ" "ผมมีครับ ใช้ด้วยกันได้ไหม" วายุรีบค้นกระเป๋าแล้วส่งที่ชาร์ตมือถือให้ลัคกี้ทันที มุมห้องมีปลั๊กไฟอยู่ลัคกี้รีบจัดการและกดเบอร์โทรออก "ไอ้วา มึงช่วยหยุดทำตัวเป็นพระเอกก่อนได้ไหม น้ำก็จะเอาไปให้ทำไมไม่รู้" "เขาก็คน เราก็คน ช่วยอะไรได้ก็ช่วย ถ้ามึงไม่ช่วยก็นั่งเฉย ๆ ไป ปั้นหน้าแบบที่มึงชอบทำ งานถนัดนิ เรื่องอื่นอย่ามายุ่งกับกู" อาร์ตี้หันไปกระซิบกับวายุเมื่อเห็นว่าเขากำลังทำอะไรเกินหน้าเกินตา "กี้แจ้งพี่เขาแล้วนะคะ เขากำลังมา คงต้องใช้เวลานิดหนึ่งเพราะจากในเมืองออกมาที่นี่ก็ไกลมากอยู่ ยังไงพวกเราอดทนกันอีกนิดนะคะ" ลัคกี้หันมาแจ้งความคืบหน้าให้กับทุกคน "ขอให้มาจริงเหอะ" "ไอ้ธาร" "อะไรละ ก็จริงนินา" "เขาเป็นพี่ที่สนิทกับกี้ เขามาแน่นอนค่ะ" ธารน้ำดูเหมือนจะไม่พอใจกับการแสดงตัวของลัคกี้เสียเท่าไหร่แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ลัคกี้จะสนใจเพราะเธอเองก็ไม่ใช่ประเภทมาให้ความสำคัญอะไรกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว เธอแค่ทำในสิ่งที่เธอคิดว่าสมควรทำและความตั้งใจเดียวของเธอคือการได้กลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ก็เท่านั้น ครืนนนนนน เสียงฟ้าร้องด้านนอกบ่งบอกว่าอีกไม่นานอาจจะมีฝนตกลงมา "ทุกคนมาดูนี่เร็ว" ปิ่นร้องเรียกเพื่อน ๆ หลังจากที่เธอเจออะไรบางอย่าง ภาพของคลิปวิดีโอจาก account หนึ่ง ความยาวเกือบสองนาทีเป็นคลิปที่ถูกอัดโดยเจ้าของ account ที่ได้คลิปมาจากแฟนคลับคนหนึ่งที่ live สดเมื่อไม่กี่นาที ก่อนที่ live นั้นจะถูกตัดไป ภาพที่ปรากฏคือภาพด้านใน hall ที่จัดแสดงงาน ในตอนนี้ไร้ผู้คน มีเพียงคราบเลือด เศษเนื้อหนังมนุษย์กระจายอยู่โดยรอบ เสียงหอบจากคนถ่ายดังเข้ามาภายใน live "เราแอบอยู่ใต้เวทีพวกมันเลยไม่เห็น แต่มีหลายคนคนถูกไอ้ตัวประหลาดมันกัด เสร็จแล้วก็ลุกขึ้นไล่กัดคนอื่นต่อ...ไม่รู้ว่ามีคนรอดออกไปได้กี่คน ตอนนี้เรากลัวมาก เราอยากกลับบ้าน ถ้าใครได้เห็น live นี้ ได้โปรดมาช่วยเราด้วย" น้ำเสียงสั่นเครือ บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของเสียงกำลังหวาดกลัวมากแค่ไหน "พวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด ใครที่แอบซ่อนตัวอยู่อย่าเสียงดังนะ หลบให้ดี รถเราจอดอยู่ไม่ไกล ถ้าเรากลับเข้าไปที่รถก็จะหนีออกไปได้ เราจะลองเสี่ยงดู ถ้าเราหนีไปได้เราจะตามคนมาช่วยทุกคนนะ" "พวกตำรวจมันไม่มาหรอกเราเห็นมีคนบอกว่าเขาไม่เชื่อ เขาหาว่าเป็นคลิปตัดต่อทำคอนเทนต์ไร้สาระ และถ้าพวกเขาไม่มาพวกเราอาจจะได้ตายกันหมดจริง ๆ เราจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น เราต้องรอดออกไป" มุมกล้องหันกลับมาที่เจ้าของ account ใบหน้าอันตื่นตระหนก มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่นิดหน่อย ก่อนที่จะมีเงาบางอย่างปรากฏที่ด้านหลังของเธอ ทุกคนที่หน้าจอต่างเฝ้ามองเธอด้วยความเห็นใจเพราะต่างก็รู้ดีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้ สาวเคราะร้ายเธอหยุดนิ่งด้วยรู้ว่าเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นที่ด้านหลัง "ทุกคนต้องได้กลับบ้านนะ....เราขอโทษ..." และนั่นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่กล้องจะตกลงและเหลือเพียงเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา มุมกล้องที่ตกเผยให้เห็นว่าด้านนอก มีกลุ่มซอมบี้เดินวนไปเวียนมา ตามหาเหยื่ออยู่ทั่วไปหมด เสียงสะอื้นจากคนที่ได้เห็นคลิปนั่นฟังดูแล้วหดหู่และสิ้นหวัง การได้เห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตามันยากเกินกว่าที่จะทนรับไหว "มีคนที่รอดออกไปได้บอกว่าตอนนี้พวกมันลามเข้าไปในเขตชุมชนแล้วด้วย" ปิ่นยังคงอ่านข้อความต่อไป "หยุดปั่นสักทีได้ไหม" ธารน้ำคว้ามือถือของปิ่นมาก่อนจะกดปิดหน้าจอแล้วโยนใส่หน้าปิ่นอย่างไร้มารยาท "เราไม่ได้ปั่น แค่เราก็อยากรู้ว่าข้างนอกเป็นยังไงบ้างจะได้หาวิธีรับมือ แล้วก็จะได้รู้ด้วยว่าเราจะออกไปได้ไหมถ้าหากมันจำเป็น" "ออกไป!!! เธออยากออกเหรอ ออกไปซิ จะได้กลายเป็นพวกมันไปอีกคน ก็คุณว่าที่หมอเขาบอกแล้วนิ ว่าเดี๋ยวจะมีคนมาช่วย จะทำตัวให้วุ่นวายทำไม อยากเป็นฮีโร่เหรอ" "ปากเหรอนั่นที่พูด ถ้าไม่คิดจะทำอะไรก็นั่งเฉย ๆ ไปซิ เสือกทำไม" "เอ้า อีนี่แบบนี้มันหาเรื่องกันนี่นา" "ทุก ๆ คนใจเย็นก่อนนะครับ เข้าใจว่าทุกคนกำลังเครียด แต่ตอนนี้สิ่งที่เราควรทำคือใจเย็นและรอบคอบที่สุด ถือว่าผมขอ โอเคนะครับ" สิงหาเป็นฝ่ายเข้าไปห้ามเพราะกลัวเหตุการณ์จะบานปลาย ลำพังแค่สถานการณ์ตอนนี่ก็เป็นปัญหามากพออยู่แล้ว "ไอ้ปิ่นมึงก็ใจเย็นมานั่งตรงนี้มา" ลัคกี้ลากปิ่นให้เดินแยกมาอีกทาง "เรื่องเช็กข่าวสารผมเองก็เห็น เพราะอย่างน้อยเราก็จะได้ตามสถานการณ์ได้ แต่เรื่องที่จะออกไปผมคงไม่เห็นด้วย เรารอคนมาช่วยอยู่ที่นี่จะดีที่สุด" เมื่อหมดข้อถกเถียงทุกคนจึงกลับไปนั่งที่มุมของตัวเองและรอคอยอย่างใจเย็น ไม่นานพายุฝนลูกใหญ่ก็ตกลงมา ช่องหน้าต่างเล็ก ๆ ถูกเปิดออก "กี้มึงจะทำอะไร" "มึงฟังดิ ฝนตกเสียงดังขนาดนี้ พวกมันแยกไม่ออกหรอก กูอยากดูข้างนอกหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง" ลัคกี้ชะเง้อหน้าออกไปข้างนอกแล้วสอดส่องสายตาออกไปรอบ ๆ รอบ ๆ ยังมีกลุ่มคนกลายร่างเดินวนไปเวียนมาไร้ทิศทาง พวกมันเงยหน้าสัมผัสน้ำฝนและวิ่งไป มาในทุก ๆ ครั้งที่เสียงฟ้าร้องดังขึ้น ปังๆๆๆๆๆๆๆ ลัคกี้สะดุ้งด้วยความตกใจก่อนจะรีบปิดหน้าต่าง เมื่อเสียงเคาะประตูจากใครบางคนที่อยู่ด้านนอก "ข้างในมีใครอยู่ไหมคะ ขอเราเข้าไปหน่อย" ปังๆๆๆๆ "อย่าเปิดนะ อาจจะเป็นพวกซอมบี้ก็ได้" ธารน้ำรีบห้าม "ถ้าเป็นพวกนั้นจริงคงไม่ตะโกนแบบนี้หรอก" "จะรู้ได้ไง ถ้าเกิดเป็นพวกมันจริง ๆ แล้วเข้ามากัดพวกเราตายกันหมดใครจะรับผิดชอบ" ธารน้ำรีบวิ่งไปกั้นประตูไว้ ในตอนนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเปิดประตูให้คนแปลกหน้าเข้ามา "แล้วถ้าเขาเป็นคนจริง ๆ เราจะปล่อยให้เขาตายเหรอ อย่าเห็นแก่ตัวซิ" เกรซพยายามดึงตัวธารน้ำออกจากประตู "เราจะไม่ยอมเสี่ยงอะไรทั้งนั้น ยังไงก็ไม่ให้เปิด" "โอ๊ย! ยายบ้านี่!!ถอย! ไอ้กี้เปิดเลย!" ปิ่นตรงเข้าไปช่วยเกรซกระชากธารน้ำเต็มแรงจนเธอกระเด็นออกไปจากหน้าประตู ก่อนที่ลัคกี้จะเปิดประตูดึงผู้รอดชีวิตด้านนอกอีกคนเข้ามา "ขอบคุณ ขอบคุณมากนะคะ นึกว่าจะไม่เหลือใครรอดตายแล้วเสียอีก" "ไม่เป็นไรค่ะ นี่คุณไม่ได้โดนกัดมาใช่ไหม" "ไม่ค่ะ ไม่โดน เราหนีไปหลบในห้องน้ำ พอฝนตกเราเห็นว่าพวกมันวิ่งไปมา ก็เลยหลบออกมาได้แต่ไม่กล้าวิ่งออกไปข้างหน้าเพราะตรงนั้นพวกมันอยู่กันเยอะเลยมาทางนี้" หญิงสาวเล่าไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เธอผ่านความเป็นความตายมาได้อย่างหวุดหวิด นับว่าเป็นโชคดีของเธอ "เราชื่อแพรว เราเห็นแสงไฟในนี้เลยคิดว่าน่าจะมีคนอยู่เลยลองเคาะดู ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ" "ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รออยู่ที่นี่ด้วยกัน กำลังมีคนมาช่วยแล้ว ไม่เป็นไรแล้วนะคะ" ลัคกี้บีบมือหญิงสาวเบา ๆ เป็นการส่งกำลังใจให้เธอได้รู้ว่าเธอจะไม่เป็นไร "ทำเป็นอวดเก่งกันเข้าไป ถ้ามันกลายเป็นซอมบี้กัดพวกเราขึ้นมา เธอจะจำไว้เลยนะว่าเธอคือต้นเหตุ" ธารน้ำลุกขึ้นโวยวายชี้หน้าด่ากราดทุกคนที่เห็นด้วยกับการเปิดประตู "หยุดโวยวายเพราะเห็นแก่ตัวก่อนได้ไหม ก็เห็น ๆ อยู่ว่าเขาเป็นคน" ปิ่นเริ่มหมดความอดทนกับคนนิสัยเสียเต็มที "หยุดโวยวายทุกคนนั่นแหละจะเสียงดังให้พวกมันได้ยินแล้วแห่กันมาหรือไง แหกปากเข้าไปซิคราวนี้จะได้ตามจริง ๆ แน่" เกรซ ที่ทนดูอยู่นานเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมกันเสียที "ไม่ชอบขี้หน้ากันก็แยกคนละมุมเงียบ ๆ กันไปเลย ต่างคนต่างอยู่" ธารน้ำหันมองหน้าปิ่นอีกครั้งก่อนจะเดินแยกไปอีกมุมของห้อง หญิงสาวที่วิ่งฝ่าสายฝนมองทุกคนด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันคงทำให้ได้เห็นธาตุแท้ของทุกคน "หนาวไหม เอาเสื้อคลุมไว้ก่อนนะ" "ขอบคุณค่ะ" นาทียื่นเสื้อคลุมให้แล้วกลับไปนั่งที่เดิมอย่างเงียบ ๆ พรึ่บ!!!!! จู่ ๆไฟก็ดับลง ทุกอย่างจึงตกอยู่ในความมืด "แค่ติดอยู่ในนี้ก็ลำบากมากพอแล้วไฟยังจะมาดับอีก" ฟาร์มเอ่ยขึ้นแบบเซ็ง ๆ "พี่เขาจะมาจริง ๆ ใช่ไหมกี้" "จริงดิ กูส่งรายละเอียดจุดที่เราซ่อนตัวไว้หมดแล้ว เขามาแน่นอน" ลัคกี้กอดปิ่นเอาไว้จนแน่น เธอรู้ดีว่าเพื่อนสนิทของเธอไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่เห็น และในตอนนี้กำลังใจคือสิ่งที่สำคัญที่สุด "ทุกคนคะ มีข่าวออกเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วค่ะ" อิงจันทร์ชูหน้าจอมือถือของช่องข่าวช่องหนึ่งที่กำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนรีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูด้วยความร้อนรน 'เหตุการณ์ซอมบี้กลางงานแฟนมีตของซีรีส์ดังที่เป็นข้อถกเถียงว่าเป็นเรื่องจริงหรือจัดฉากตอนนี้ได้รับการยืนยันแล้วนะคะว่าเป็นเรื่องจริงและการแพร่กระจายยังไม่มีรูปแบบที่แน่ชัด จากคำให้การของผู้รอดชีวิตบอกเพียงว่าคนที่โดนกัดเมื่อเสียชีวิตก็จะลุกขึ้นมากลายเป็นซอมบี้ คล้าย ๆ กับในภาพยนตร์ที่เคยดูกัน' 'ตอนนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และ ตำรวจทุกภาคส่วน กำลังปรึกษากันถึงวิธีการจัดการและระงับเหตุไม่ให้กระจายออกไปเป็นพื้นที่กว้างโดยสั่งให้ทำกำแพงโดยรอบเพื่อปิดล้อมเขตชานเมืองอันเป็นจุดแพร่เชื้อ โดยเจ้าหน้าที่จะค่อย ๆ กระชับพื้นที่ค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไป' 'แม้การทำงานจะค่อนข้างยากลำบากเพราะยังไม่สามารถระบุพื้นที่ที่กลุ่มซอมบี้หลุดออกไปได้ว่ามีพื้นที่ใดบ้าง รวมถึงสาเหตุของการแพร่เชื้อครั้งนี้มาจากที่ใด ทางเจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือประชาชน ส่งข้อมูล หรือติดต่อแจ้งข้อมูลที่หมายเลขฉุกเฉินพิเศษ 1191 ตลอด 24 ชั่วโมง' 'ความคืบหน้าล่าสุดตอนนี้คือกลุ่มผู้ติดเชื้อกำลังมุ่งหน้าไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทางเจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกันอย่างเร่งด่วน จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่หาจุดหลบซ่อนตัวเพื่อความปลอดภัยและรอประกาศในครั้งต่อไป' 'ทีมข่าวจะรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด..ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคะ' ภาพหน้าจอเปลี่ยนเป็นโฆษณาคั่นรายการ ในตอนนี้ทุกคนดูสิ้นหวัง เพราะไม่รู้ว่าความช่วยเหลือจะเข้ามาถึงพวกเขาตอนไหน"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







