เข้าสู่ระบบ"เราโทรไปตามเบอร์ที่เขาให้มาดีไหม บอกเขาว่าเราอยู่ที่นี่"
อิงจันทร์เสนอ "ได้ ๆ เดี๋ยวเราโทรให้" เกรซรีบกดเบอร์ตามที่ในข่าวได้แจ้งเอาไว้ ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็รับสาย "สวัสดีค่ะ ตอนนี้พวกเราประมาณ 20 คนติดอยู่บริเวณที่จัดงานมีตที่เป็นข่าวค่ะ เราหลบอยู่ห้องแต่งตัวนักแสดงที่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ข้าง ๆ ที่จัดแสดง ต้องการความช่วยเหลือด่วนค่ะ" เกรซบอกรายละเอียดทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และคาดหวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยเธอและทุกคนออกไป "พี่ต้องรีบมานะคะ พวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมด" เกรซกรอกเสียงลงไปในสายก่อนที่จะลดมือถือลงด้วยสีหน้าผิดหวัง "เขาว่าไงบ้าง" อิงจันทร์เอ่ยถามเพื่อนสนิท "เราอยู่จุดที่ไกลที่สุด กว่าเขาจะจัดการรอบนอกเสร็จจนกระชับพื้นที่เข้ามาถึงเราก็อาจจะใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน เขาบอกให้พวกเรารอแบบนี้ไปก่อน คนขอความช่วยเหลือเยอะ เจ้าหน้าที่มีไม่พอ" น้ำเสียงเกรซคล้ายอยากจะร้องไห้เต็มที เธอแค่อยากมาเจอศิลปินที่รักสักครั้งในชีวิตแต่กลับต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายจนเกินจะทนไหว "ไม่เป็นไรนะมึง ไม่เป็นไร อีกไม่นานมึง ไม่นาน เราจะปลอดภัย" อิงจันทร์กอดเพื่อนเอาไว้แน่น สภาพสิ้นหวังของเกรซสร้างความหดหู่ให้กับหลายคนไม่น้อย "คุณว่าที่หมอ ไหนพี่คุณละที่จะมาป่านนี้ยังไม่เห็น" ธารน้ำหันไปหาลัคกี้เพื่อทวงถามถึงคนที่ลัคกี้ติดต่อให้มาช่วยเหลือ "ที่คุยล่าสุดเขาใกล้ถึงมากแล้ว แต่มือถือเราแบตหมดไปก่อน พี่เขามาแน่ ๆ พวกเธอก็ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ" เสียงฝนด้านนอกค่อย ๆ ซาลง ลัคกี้ลุกขึ้นไปตรงหน้าต่างแล้วพยายามเปิดมันออกให้เบาที่สุด กลุ่มซอมบี้ด้านนอกหายไปหมดแล้ว ส่วนบริเวณโดยรอบก็เงียบสงบไร้ผู้คน "พวกมันไปไหนกันหมด" "ทางนี้ก็ไม่มีครับ หรือพวกมันจะไปที่อื่นกันหมดแล้ว" เป้ คือหนึ่งในทีมงานผู้รอดชีวิต เขาเป็นเพื่อนกับเอก มาหลายปี ทำงานเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากมาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งชีวิตของเขาต้องมาพบเจออะไรแบบนี้ เขาสูญเสียเพื่อน และยังต้องมาหนีตาย โดยที่ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้หรือไม่ "นั่น รถพี่เขามาแล้วค่ะ" รถตู้สีขาว สกรีนชื่อศูนย์กู้ภัยขับตรงเข้ามาจอดด้านในตามที่ได้รับข้อมูลจากน้องสาวคนสนิท เจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินลงจากรถ พร้อมกับมองหาจุดที่ลัคกี้ได้แจ้งเอาไว้ "ปิ่นยืมมือถือหน่อย" ปิ่นรีบส่งมือถือให้เพื่อนสาว ลัคกี้จัดการเปิดแฟลช ก่อนจะส่องไปทางทีมกู้ภัย ไม่นานก็เขาก็สังเกตเห็น "เขามาแล้ว ทุกคนใจเย็น ๆ นะคะ" ลัคกี้ตรงไปเปิดประตูให้ทีมกู้ภัย "คนเยอะกว่าที่คิด พี่คงต้องเคลียร์ของหลังรถก่อนไม่อย่างนั้นคงพาไปไม่หมดแน่" "ค่ะพี่บอม แล้วข้างนอกตอนนี้เป็นไงบ้างคะ" "พวกกู้ภัยกระจายออกไปช่วยคนรอดชีวิต เห็นบอกว่าตอนนี้มันลามออกไปไกลพอสมควร ทหารตำรวจก็ทำงานโคตรช้า กว่าจะสั่งการแต่ละอย่าง ไม่รู้ว่ารออะไรกัน" "ช่างมัน เอาเป็นว่ากี้ขอบคุณมากนะคะ" "อืมไม่เป็นไร...ทุกคนครับ รอผมตรงนี้สักครู่นะครับ ผมจำเป็นต้องเคลียร์ด้านหลังรถ เพื่อพาทุกคนออกไปได้ทั้งหมด" "อย่าเสียงดังมากนะพี่ กี้ไม่รู้ว่าพวกมันยังอยู่แถวนี้หรือเปล่า" "อืม โอเค เดี๋ยวมารับนะ" บอมจากทีมหน่วยกู้ภัยเดินกลับออกไปอีกครั้ง ทุกคนในห้องต่างยืนมองจากด้านหลังประตูด้วยความหวังที่จะได้กลับบ้าน เวลาผ่านไปราวๆ 10 นาที เจ้าหน้าที่คนเดิมก็กลับมาอีกครั้ง "เดี๋ยวผมพาไปทีละห้าคนนะครับ จะได้จัดระเบียบง่าย ๆ เดี๋ยวห้าคนแรกมาก่อนเลยครับ" "พาพวกผู้หญิงออกไปก่อนเลยครับ" วายุเสนอ ฟาร์มกระชากแขนวายุเต็มแรงด้วยความไม่พอใจ "มึงหยุดเสนอหน้าสักทีเหอะวายุ" "กูไม่ได้เสนอหน้าแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ" "เอ่อ... น้อง ๆ นักแสดงออกกันไปก่อนเลยก็ได้ค่ะ" "ไม่เป็นไรครับ" "ขอบคุณครับ" ฟาร์ม อาร์ตี้เดินแทรกออกไปข้างหน้า พร้อมด้วยสิงหา ส่วนคนอื่น ๆ ยังคงยืนอยู่ที่เดิม "ไปกันก่อนเลยครับ" วายุเอ่ยขึ้นอีกครั้ง จนได้ข้อสรุปเป็นกลุ่มแรก คือ ฟาร์ม สิงหา อาร์ตี้ ธารน้ำ แป้งเพื่อนของธารน้ำ ทั้งห้าคนค่อย ๆ เดินตามหลังบอม ออกไปอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะมองไม่เห็นฝูงซอมบี้อยู่แถวนั้นแต่ทุกคนก็ยังไม่ไว้วางใจ "กลุ่มต่อมาเชิญครับ" อิงจันทร์ เกรซ เป้ ปิ่น และแพรว เดินตามกันออกไป เหตุการณ์ดูเหมือนจะเป็นปกติดี จนกระทั่ง..มาถึงกลุ่มห้าคนสุดท้าย คือวายุ นาที ลัคกี้และผู้รอดชีวิตอีกสองคน เพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้นที่ทั้งห้าคนจะไปถึงรถกู้ภัยตรงหน้า แต่ทว่า จู่ ๆ ก็มีเสียงสัญญาณเตือนภัยจากรถที่จอดอยู่บริเวณนั้นดังขึ้น วินาทีของความเป็นความตายที่ทุกคนรู้ดี เสียงฝีเท้า เสียงขู่คำราม ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว "ทุกคนวิ่ง!!!" ทั้งหกคนรีบวิ่งตรงไปที่รถ ในขณะที่คนบนรถก็หวาดกลัวว่าภัยจะมาถึงตัวเอง "ออกรถเลยเร็ว" สิงหาตะโกนบอก ก่อนที่อาร์ตี้จะปีนขึ้นไปนั่งที่คนขับแล้วสตาร์ตรถทันที "อาร์ตี้จะทำอะไรนะ รอพวกเขาก่อน" ปิ่นพยายามห้ามแต่กลับถูกคนอื่น ๆ รั้งตัวเอาไว้ "ปล่อยนะไอ้พวกเห็นแก่ตัว พี่เขาอุตส่าห์มาช่วยเรานะ" "อยากช่วยมันนักก็ลงไปเลยไป!!" ธารน้ำผลักปิ่นเต็มแรงจนเธอกระเด็นตกจากรถก่อนจะเลื่อนปิดประตูและทิ้งปิ่นเอาไว้ตรงนั้น "ปิ่น..." "กี้..." "วิ่ง!!!!" "ทางนี้ครับเร็วเข้าครับพวกมันมากันแล้ว" ทุกคนช่วยกันมองหาจุดที่ใกล้ที่สุด ซึ่งห้องเดิมไม่สามารถวิ่งกลับไปได้แล้ว "ทางนี้" วายุคว้ามือของลัคกี้ก่อนจะพาทุกคนวิ่งมายังอีกด้านของลานจอดรถ ที่มีห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ "เข้าไปเร็วๆๆๆ" ประตูถูกปิดอย่างรวดเร็ว "แล้ว.." ชู่ววววว วายุยกมือขึ้นปิดปากลัคกี้ที่เหมือนกำลังพูดอะไรบางอย่าง เพราะในตอนนี้ด้านนอกมีเสียงของพวกมันเดินวนอยู่เต็มไปหมด ทั้ง 7 คนค่อย ๆ นั่งลงอย่างระมัดระวังและทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุด พลางนึกในใจถึงคนที่เห็นแก่ตัวพวกนั้น เอี๊ยดดดดดดดดด เสียงเบรกลากยาวดังมาจากข้างนอก ตามมาด้วยเสียงสัญญาณไซเรนฉุกเฉินดังขึ้น ไม่นานเสียงฝีเท้าของฝูงคนกระหายเลือดที่วนเวียนอยู่โดยรอบก็ดังไกลออกไป วายุยืนขึ้นก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูช้า ๆ รถกู้ภัยชนเข้ากับรั้วทางออก กลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากหน้ารถ วายุเห็นคนปีนออกมาจากท้ายรถแล้ววิ่งหนีกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ณ เวลานั่นเขาไม่แม้แต่จะพูดอะไรออกมา เพียงแค่นั่งลงเงียบ ๆ ฟังเสียงกรีดร้องที่ดังสะท้อนขึ้นอีกครั้ง"ทุกคนนอนพักได้เลยนะคะ เดี๋ยวใกล้ถึงแพรวปลุกเอง"เมื่อเห็นว่าคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฟาร์ม และ ธารน้ำเองก็รู้สึกเพลียมากเช่นกันเลยค่อย ๆ เอนตัวลงนอนความเงียบปกคลุมในรถ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ดังอยู่แพรวยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า หนทางในครั้งนี้ช่างแสนยาวไกลเหลือเกินในความรู้สึกของเธอกึก กึก กึก กึกเสียงแปลกปลอมดังขึ้นในรถ"คุณตาล...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ"แพรวหันมามองต้นตอของเสียง เห็นว่าตาลนอนเอาเสื้อคลุมหน้าเอาไว้เธอเอื้อมมือไปสะกิดฟาร์มเบา ๆ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้น"คุณตาล.....คุณตาลเขา.."แพรวสบตากับฟาร์มโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรฟาร์มก็เข้าใจดี ในขณะที่ธารน้ำที่ตื่นขึ้นมายังมีอาการสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีของแพรวและฟาร์มเธอก็สัมผัสได้ทันทีว่าคนข้างตัวเธอไม่ใช่ตาลเพื่อนของเธออีกต่อไปฟาร์มเอื้อมมืออันสั่นเทาไปจับที่เสื้อคลุมก่อนจะกระชากออกอย่างแรงเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีด ดวงตาขาวโพลน และเลือดที่ไหลออกมาจากปากและจมูกเสียงฟันกระทบกันอย่างหิวกระหายในบางสิ่ง ไม่ทันได้ตั้งตัว ตาลกระโจนใส่ธารน้ำซึ่งเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ธารน้ำล้
"เราต้องหารถ ในนี้มีใครขับรถมาบ้าง"ธารน้ำเสนอความเห็นหลังจากที่อ่านข้อความของปิ่นซ้ำไปซ้ำมา มันคงเป็นทางเลือกเดียวที่มีตอนนี้"แพรวขับมาค่ะ จอดอยู่ลานจอดรถด้านหลัง""แล้วพวกมันอยู่ข้างนอกเต็มไปหมดขนาดนั้น จะออกไปยังไง อีกอย่างขับรถน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ"ฟาร์มพยายามทักท้วงเมื่อเขานึกถึงความพยายามที่จะออกไปล่าสุดล้มเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่"แต่เราก็ไม่มีทางอื่นแล้วนะคะ ถ้าจะไม่ใช้รถ กว่าจะเดินฝ่าไปถึงสนามบินไม่เหนื่อยตายก็ถูกพวกมันรุมกัดตายอยู่ดี หรือจะนอนรอความตายอยู่ที่นี่... มีแต่ตายกับตายอยู่ที่ว่าจะเลือกตายทางไหนกัน"แพรวอธิบายถึงความน่าจะเป็น เธอเข้าใจดีว่าฟาร์มรู้สึกอย่างไร ภาพของอาร์ตี้ที่กลายร่างเป็นซอมบี้ก็ยังคงติดตาเธอไม่หายเช่นกัน แค่เวลาไม่กี่ชั่วโมงเธอพบเห็นคนตายมานับครั้งไม่ถ้วน ที่มีสติประคองตัวเองได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้วเป้เดินตรงไปที่ประตูบานใหญ่ด้านหน้าก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก"พวกมันไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพวกเรารีบออกไปอาจจะทัน....รถคุณแพรวอยู่ตรงไหนนำไปเลยครับ""ไปค่ะ ใครจะอยู่ก็เชิญแต่แพรวขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอย่างน้อยก็ยังมีความหวัง"เป
บอมลากลัคกี้เข้าไปด้านในแล้วปิดล็อคประตูกระจกอย่างรวดเร็ว ว๊ายยยยยย เสียงกรีดร้องของครีมทำเอาทุกคนตกใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าเธอเพียงตกใจซากของซอมบี้ที่นอนตายอยู่บนพื้นเท่านั้น ปึก ปึก ปึก ปึก เสียงกลุ่มซอมบี้ที่กำลังเอาหัวเคาะอยู่ที่ประตูเพื่อจะหาทางเข้ามาด้านใน เสียงขู่คำราม และเสียงของซี่ฟันที่กระทบกันกลายเป็นเสียงหลอกหลอนทุกคนในทุกวินาที "เอากระดาษมาปิดรอบ ๆ พวกมันจะได้ไม่เห็นอะไร เดี๋ยวก็คงไปเอง" ทุกคนลุกขึ้นไปหยิบหนังสือพิมบนชั้นพร้อมด้วยกาวที่วางขายเอาไว้ ก่อนจะทาลงบนกระดาษละติดไปที่ผนังกระจกรอบร้าน ไม่ใช่แค่ไม่ให้พวกมันเห็นพวกเขา แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเผชิญหน้ากับพวกมันเช่นกัน ไม่นาน รอบร้านก็ถูกปิดจนทึบมองไม่เห็นด้านนอกอีกต่อไป มีเพียงเสียงฝีเท้าเดินไปมาเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันยังอยู่ "แล้วอีกคนที่มากับเราละคะ เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นหันไปถามครีมที่ในตอนนี้เธอยังดูหวาดกลัวไม่หาย "แจนค่ะ เขาชื่อแจน เราพาเขาไปเข้าห้องน้ำ แล้วตอนนั้นเราก็ดันปวดฉี่พอดีเลยขอให้เขารอ ตอนเรากำลังใส่กางเกงเราได้ยินเสียงแจนร้องเรียก ตอนนั้นเรากลัวมาก เราขอโทษที่เราไม่กล้าเปิ
'ผมเจอรถแล้ว ด้านหลังปลอดภัยดี พวกซอมบี้น่าจะเข้าไปในชุมชนกันหมดแล้ว'ข้อความจากบอมส่งเข้ามาในมือถือของวายุ ทุกคนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว อุปกรณ์ในห้องที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ ถูกหยิบขึ้นมาเตรียมไว้เพื่อความไม่ประมาท"เดี๋ยวกี้ปิดท้ายให้เองค่ะ คุณวายุนำไปได้เลย"ห้าผู้รอดชีวิต เดินเรียงแถวออกจากห้องเก็บของช้า ๆ ทุกคนพยายามก้มตัวให้ต่ำที่สุดถึงแม้จะพอรู้ว่าพวกซอมบี้ไล่ล่าจากเสียงแต่ก็ไม่ได้มีความมั่นใจว่าสายตาของพวกมันสามารถมองเห็นในระยะแค่ไหน ทุก ๆ ก้าวที่เดินจึงต้องระมัดระวังอย่างถึงที่สุดพรึ่บ....วายุยกมือขึ้นเป็นสัญญาณเพื่อให้ทุกคนหยุดเดิน เมื่อข้างหน้ากำลังมีซอมบี้สองตัวเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่น่าโมโหก็คือมันเป็นเส้นทางเดียวที่จะพาทุกคนไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้นิดเดียวเท่านั้น"รถผมอยู่ตรงนั้น คันสีแดง"วายุกระซิบอย่างเบาที่สุดแล้วชี้ไปที่รถคันสีแดงโดดเด่นกลางลานจอด"เดี๋ยวผมจะล่อพวกมันไปอีกทาง ถ้าภายใน 5 นาทีผมไม่กลับมาทุกคนไม่ต้องรอผม โอเคนะครับ"ลัคกี้คว้าแขนวายุเอาไว้"กี้มีวิธีที่ดีกว่านั้นโดยที่เราไม่ต้องเสี่ยงเลยค่ะ"ก้อนหินขนาดกลางถูกหยิบขึ้นมาในมือ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าลัคกี้กำลั
"เราจะทำยังไงกันต่อไป"หลังจากได้สติจากเหตุการณ์ที่อาร์ตี้กลายเป็นซอมบี้ ธารน้ำจึงลองเอ่ยถามคนอื่นๆ เพราะยังไม่ความคืบหน้าของการช่วยเหลือใด ๆ ส่งมาถึงเสียทีทางรอดเดียวที่เคยมีก็กลายเป็นซากถูกซอมบี้รุมกัดแทะอยู่ด้านนอกไปเสียแล้ว"เหนื่อยมากจริง ๆ เราควรนอนพักกันหน่อยไหม ไม่ไหวแล้ว"เป้หันไปบอกทุกคน "ใครจะไปหลับลงซอมบี้อยู่ข้างนอกเป็นร้อยขนาดนั้น"ธารน้ำก็ยังเป็นธารน้ำที่ทำตัวขวางโลกจนน่าเอือมระอา"เธอจะยืนแหกปากหรืออะไรก็ตามใจ พวกเราเจออะไรกันมาตั้งเยอะและไม่รู้มันจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนฉันขอตัวไปนอนเอาแรงก่อน อย่างน้อยถ้าพรุ่งนี้ต้องวิ่งหนีซอมบี้ฉันก็คงจะมีแรงมากพอไม่ถูกมันกัดตาย"แพรวเองก็คงหมดความอดทนกับความนิสัยเสียของผู้หญิงคนนี้เต็มที เธอหามุมที่ดูปลอดภัยที่สุดและมีคราบเลือดน้อยที่สุดก่อนจะเอนตัวลงหลับตานอนไม่นานคนอื่น ๆ ก็เห็นด้วยในสิ่งที่ แพรวพูด จึงพากันแยกย้ายหามุมของตัวเองเพื่อพักผ่อนเวลาผ่านไป แสงสว่างจากพระอาทิตย์ด้านนอกสาดส่องเข้ามา กลุ่มคนหนีตายค่อย ๆ ตื่นลืมตา พลางสำรวจว่าตัวเองยังอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้กลายเป็นตัวประหลาดไปอีกคน"เดี๋ยวเราลองเช็คข่าวในมือถือไหมว่ามีอะไรคื
ฟาร์มใช้เก้าอี้ฟาดไปที่ใบหน้าของ 1 ในซอมบี้เต็มแรงจนมันล้มลง แต่มันก็เพียงไม่นาน เมื่อร่างกายของพวกมันค่อย ๆ บิดหมุนและกลับลุกขึ้นมายืนได้อีกครั้ง"ในหนังมันเน้นฆ่ากันที่หัว ตีที่หัวมันเลย"อาร์ตี้ตะโกนบอกเมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนจึงใช้เก้าอี้ช่วยกันฟาดลงไปที่ศีรษะของซอมบี้ทั้งสามตัวเต็มแรง และเมื่อมันล้มลงก็ยังทุบลงไปซ้ำ ๆ จนใบหน้าของซอมบี้เละเทะ สมองกระจัดกระจาย เลือดสีแดงไหลนองเต็มพื้นไปหมด ทุกคนยังคงกระหน่ำตีลงไปซ้ำ ๆ อย่างบ้าคลั่งเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ลุกขึ้นมากัดใครได้อีก"ช่วยด้วย"จู่ ๆ ก็มีซอมบี้อีกตัวพุ่งมาที่อาร์ตี้อย่างรวดเร็วอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี อาร์ตี้ล้มลงไปนอนกับพื้น เขายกแขนขึ้นกันคมเขี้ยวของมันจนถูกกัดเป็นรอยเหวอะ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะมาดึงซอมบี้ออกไป แล้วจัดการฆ่ามันในทันที"อาร์ตี้!!"ฟาร์มทิ้งเก้าอี้ลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งเข้าไปดูเพื่อน ในขณะที่คนอื่น ๆ ถอยออกมา เพราะทุกคนจำได้ดี กับภาพของอะตอมที่ถูกกัด แล้วค่อย ๆ กลายไปเป็นพวกมัน ซึ่งฟาร์มเป็นคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นเขาจึงไม่รู้ชะตากรรม ว่าอีกไม่นานมันจะเกิดอะไรขึ้นฟาร์มฉีกชายเสื้อมาพันแผลที่แขนของอ







