Masukทันทีที่สิ้นคำสารภาพนั้น ความเจ็บปวดที่ฉายชัดบนใบหน้าของเธอ ทำให้ธีร์ไม่สามารถทนมองอยู่เฉยได้อีกต่อไป เขายื่นมือข้ามคอนโซลรถไปข้างตัวคนขับ แล้วประคองใบหน้าสวยที่เปื้อนน้ำตาของเธอไว้ด้วยความอ่อนโยน
ธีร์ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาออกจากแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สบตากับเธออย่างลึกซึ้ง พยายามสื่อสารความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีผ่านดวงตา
“ฟังผมนะปลายฟ้า” ธีร์พูดเสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบ ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้
เขาไม่พูดอะไรต่ออีก เพียงแค่ กดจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบาและยาวนาน เป็นจูบที่ไม่เร่งเร้า แต่เต็มไปด้วยความเคารพ ความเข้าใจ และการยอมรับในทุกสิ่งที่เธอเป็น
จูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผากนั้นยาวนานพอที่จะหยุดโลกทั้งใบของปลายฟ้าเอาไว้ได้ น้ำตาที่กำลังไหลเป็นสายหยุดชะงักทันทีด้วยความตกใจอย่างที่สุด เธอเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
ธีร์เองก็ผละออกห่างเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เขาตกใจกับการกระทำของตัวเองไม่แพ้กัน
ตอนแรกเขาตั้งใจเพียงจะใช้คำพูดปลอบโยน แต่เมื่อเห็นเธอเปราะบางราวกับแก้วที่กำลังจะแตกสลาย และรู้สึกว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่สามารถเยียวยาบาดแผลในใจของเธอได้ สัญชาตญาณบางอย่างจึงสั่งให้เขายื่นมือเข้าไป และจูบนั้นก็เกิดขึ้น อย่างไม่ได้คาดคิด
“ผมขอโทษครับ” ธีร์เอ่ยเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลาดูประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เขาถอนมือออกจากใบหน้าของเธอ แต่สายตายังคงจับจ้องที่เธอไม่วาง
ปลายฟ้ารู้สึกเหมือนร่างกายถูกช็อต คำว่า 'ขอโทษ' ไม่ได้ทำให้เธอโกรธ แต่กลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ใจในการกระทำนั้น
ธีร์สูดหายใจลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาอย่างหนักแน่น
“ผมอยากให้คุณจำไว้” เขาย้ำคำพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ไม่ว่าคุณจะเคยผ่านอะไรมาก็ตาม คุณไม่สกปรก”
“การที่คุณถูกคนอื่นทำร้าย การที่คุณต้องเจอเรื่องแย่ๆ ในอดีต มันไม่ได้ทำให้คุณมีค่าน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่สกปรกคือความคิดและคำพูดของคนอื่นต่างหาก”
เขาจับมือเธอขึ้นมากุมไว้หลวมๆ พลางใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม
“ส่วนเรื่องที่เราเคยมีกัน มันเป็นเรื่องของเราสองคน และผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหรือสิ่งสกปรกเลย ปลายฟ้า คุณก็รู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ ดังนั้น อย่าใช้คำพูดของคนนอกมาทำลายคุณค่าของตัวเอง”
น้ำตาของปลายฟ้าไหลออกมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพราะความเสียใจหรือความรู้สึกสกปรก แต่เป็นเพราะความตื้นตันใจและความเข้าใจที่เขามอบให้ ธีร์ไม่ได้ตัดสินเธอ ไม่ได้ตำหนิเธอ แต่กลับยืนยันที่จะปกป้องความรู้สึกและให้เกียรติเธออย่างถึงที่สุด
ปลายฟ้าพยักหน้าทั้งน้ำตา ในที่สุดเธอก็รู้สึกว่าภาระหนักอึ้งในใจถูกปลดเปลื้องออกไปได้บ้าง
“เอาล่ะๆ” ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามเปลี่ยนให้เป็นขี้เล่นทันที “ในเมื่อคุณยังร้องไห้อยู่ แสดงว่าคำพูดของผมมันยังไม่หนักแน่นพอสินะครับ”
เขาปล่อยมือเธอ แล้วปรับท่าทางมาเท้าแขนกับเบาะรถ ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์
“ผมมีข้อเสนอครับ” ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนนักธุรกิจ
“ในเมื่อคุณรู้สึกไม่ดีที่คนอื่นเห็นว่าผมเข้าห้องคุณและเข้าใจผิดคิดว่าคุณกำลัง ‘เอาตัวเข้าแลก’ งั้นเราก็ทำให้มันชัดเจนไปเลยสิครับ”
“ผมขอสัญญาว่าจะหาทางทำให้ทุกคนรู้ว่าผมกับคุณ ไม่ได้มีอะไรที่ต้องปิดบัง” ธีร์ยิ้มกว้าง “และเราจะไม่กลับกรุงเทพฯ ในสภาพแบบนี้หรอกครับ”
ปลายฟ้ามองอย่างสงสัย “เราจะไปไหนกันคะคุณธีร์?”
“ผมบอกแล้วไงครับว่า เราจะไม่มีอะไรที่ต้องปิดบัง” ธีร์ย้ำคำพูดเดิมด้วยน้ำเสียงยียวน
“ตอนนี้เรากำลังจะไปเที่ยวต่อครับ! ผมเพิ่งโทรสั่งเครื่องบินส่วนตัวให้มารอรับเราที่สนามบินเล็กๆ ใกล้ๆ นี่แล้ว เราจะไปที่เกาะส่วนตัวของตระกูล ที่นั่นไม่มีสื่อ ไม่มีคนนอก มีแต่ทะเล ฟ้า และ คุณกับผม!”
“นี่คือการพักผ่อนเพื่อรักษาบาดแผลทางใจครับ และเป็นการ ‘ซื้อตัว’ คุณจากปัญหาที่รุมเร้าทั้งหมด ด้วยวิธีของผมเอง”
“คุณธีร์! ไม่ได้นะคะ งาน”
“งานการช่างมันครับ!” ธีร์กล่าวอย่างไม่ยี่หระ “ตอนนี้คุณมีหน้าที่แค่ นั่งอยู่ข้างๆ ผม และยอมให้ผมดูแลคุณอย่างเต็มที่ครับ”
ธีร์เร่งความเร็วรถขึ้นเล็กน้อย มุ่งหน้าไปยังสนามบินส่วนตัว ทิ้งความเงียบไว้ให้กับการประมวลผลความรู้สึกของปลายฟ้า ความกระล่อนและเจ้าเล่ห์ของเขาในตอนนี้ กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและได้รับการปลดปล่อยจากความเศร้าอย่างไม่น่าเชื่อ
ธีร์ขับรถมาถึงสนามบินเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็ว ปลายฟ้าแทบไม่มีเวลาได้คิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อรถจอดสนิท เธอก็ถูกพาเดินไปยังเครื่องบินส่วนตัวลำเล็กสีขาวที่จอดรออยู่
“ไปกันเลยครับ” ธีร์พูดพร้อมกับยื่นมือมาประคองเธอขึ้นบันไดเครื่องบิน โดยไม่รอให้ปลายฟ้าได้ทักท้วงเรื่องงานหรือเรื่องการตัดสินใจที่กะทันหันนี้
ตลอดการเดินทาง ปลายฟ้านั่งเงียบกริบ ข้างกายคือธีร์ที่เปิดแล็ปท็อปจัดการงานเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนเสมอ
“ไม่ต้องกังวลเรื่องงานนะครับ ผมจัดการให้เลขาโทรไปบอกที่ออฟฟิศแล้วว่าเรามี ‘งานด่วนมาก’ ที่ภูเก็ต และต้องปิดโทรศัพท์ติดต่อโลกภายนอกสักสองสามวัน” ธีร์บอก พร้อมกับยิ้มขยิบตาอย่างมีเลศนัย
เมื่อเครื่องบินแตะพื้น ณ สนามบินภูเก็ต พวกเขาก็ถูกพาไปยังท่าเรือส่วนตัวอย่างรวดเร็ว และขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่พร้อมนำพาพวกเขาไปยัง เกาะส่วนตัวของตระกูลวสุธร
เมื่อเรือแล่นเข้าใกล้ เกาะแห่งนี้ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันคือผืนดินเขียวชอุ่มที่ถูกโอบล้อมด้วยน้ำทะเลสีครามและหาดทรายขาวละเอียด ไม่มีร่องรอยของนักท่องเที่ยวคนอื่น มีเพียงเรือประมงเล็กๆ สองสามลำที่ดูแลโดยเจ้าหน้าที่ของเกาะ
เมื่อลงจากเรือธีร์ไม่รอช้าเขาจับมือปลายฟ้าแล้วพาเดินตรงไปยังวิลล่าริมหาดที่เตรียมไว้ วิลล่าแห่งนี้ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่หรูหรา เปิดรับวิวทะเลได้อย่างเต็มที่
“มาถึงแล้วครับ” ธีร์พูดพลางโยนกระเป๋าของตัวเองลงบนโซฟา “ดินแดนที่คุณจะปลอดภัยที่สุดในโลก”
ปลายฟ้าเดินไปยืนที่ระเบียงห้อง ดวงตามองออกไปนอกทะเลที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เธอสูดหายใจลึกๆ รับอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด ความตึงเครียดที่สะสมมานานราวกับถูกคลื่นทะเลพัดพาออกไปจนหมดสิ้น
“ที่นี่สวยมากเลยค่ะคุณธีร์” เธอพึมพำ
ธีร์เดินไปยืนข้างหลังเธอ เขาวางมือบนไหล่ของเธอทั้งสองข้างอย่างไม่ถือตัว
“จำที่ผมพูดได้ไหมครับ? ผมบอกว่าจะซื้อตัวคุณจากปัญหาที่รุมเร้าทั้งหมด” ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายแต่หนักแน่น
“คุณแค่พกผ่อนก็พอ” เขาบีบไหล่เธอเบาๆ ปลายฟ้าหันกลับไปมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
“คำสั่งแรกคือลืมคำพูดสกปรกทั้งหมดของคนอื่นให้หมดซะ แล้วไปเปลี่ยนชุด เราจะไปดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน”
ปลายฟ้าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบใต้ต้นมะพร้าว ริมชายหาด เธออ่านหนังสือบ้าง วาดภาพทิวทัศน์บ้าง หรือบางครั้งก็นั่งมองผืนน้ำทะเลสีมรกตอย่างเงียบๆ เธอไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมามองด้วยสายตาตำหนิ หรือจะมีใครมาพูดจาดูถูกเหยียดหยามอีก
ธีร์เองก็มักจะอยู่ใกล้ๆ เสมอเขาทำงานเอกสารที่นำติดตัวมาบ้าง หรือบางครั้งก็ว่ายน้ำในสระส่วนตัว แต่เขาจะคอยสังเกตปลายฟ้าอยู่ห่างๆ อย่างห่วงใย
มื้ออาหารทุกมื้อ ธีร์จะนั่งทานกับเธอ โดยจะพยายามชวนคุยในเรื่องทั่วไปและเรื่องตลกเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“คุณธีร์คะ คุณไม่ต้องนั่งเฝ้าฉันแบบนี้ก็ได้นะคะ” ปลายฟ้าเอ่ยขึ้นในมื้อเย็นมื้อแรก
ธีร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ผมแค่ดูอะไรสวยๆงามๆให้สบายตาอยู่ครับ ”
“คุณธีร์!” ปลายฟ้าทำหน้ามุ่ย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
“ล้อเล่นครับ” ธีร์เปลี่ยนน้ำเสียงให้จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ปลายฟ้าครับ” ธีร์เรียกด้วยน้ำเสียงร่าเริง “เตรียมตัวออกไปโดนคลื่นทะเลซัดได้แล้ว” เธอกำลังจะปกิเสธแต่เพราะสีหน้ายิ้มแย้มของเขามันทำให้เธอไม่อยากขัด
เขาหยิบชุดว่ายน้ำวันพีชเรียบๆ สีเข้มชุดหนึ่งออกมา “ผมว่าชุดนี้เหมาะกับคุณที่สุดครับ ไม่โป๊ และดูดี” ปลายฟ้าหน้าแดงซ่าน แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจกับความใส่ใจของเขา
ไม่นานนักปลายฟ้าก็เดินออกมาในชุดว่ายน้ำที่ธีร์เลือก เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยแต่ก็พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ ธีร์มองเธอด้วยรอยยิ้มที่พอใจ ก่อนจะถอดเสื้อออก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่คมชัด
“มาครับ! ห้ามปฏิเสธนะครับ” ธีร์ยื่นมือมาจับมือเธอ
ปลายฟ้าจับมือเขาไว้แน่น แล้วทั้งคู่ก็วิ่งลงสู่ผืนน้ำทะเลที่ใสสะอาด เมื่อคลื่นซัดเข้าหาตัว ปลายฟ้าก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างสดใส มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้กังวลอย่างแท้จริง
ธีร์ว่ายน้ำไปรอบๆ เธออย่างรักษาระยะห่าง แต่ก็คอยอยู่ใกล้ๆ เสมอ
“คุณสนุกไหม” ธีร์ถาม ขณะที่เขาลอยตัวอยู่ใกล้ๆ
“สนุกมากค่ะ! ขอบคุณมากนะคะคุณธีร์”
ธีร์ว่ายน้ำเข้ามาใกล้เธออีกเล็กน้อย เขาแตะน้ำที่ผมของเธอเบาๆ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ผมก็แค่อยากให้คุณได้ลืมเรื่องแย่ๆ ไปชั่วขณะ” ธีร์ยิ้มกริ่มอย่างมีเสน่ห์
“ตอนนี้คุณดูมีความสุขที่สุดเลยครับ และนั่นก็ทำให้การเดินทางครั้งนี้ มีความหมายมากสำหรับผม”
ปลายฟ้าหน้าแดงก่ำกับการแสดงออกที่อ่อนโยนและใส่ใจของเขา แต่เธอก็รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยและมีความสุขเหลือเกินเมื่ออยู่กับผู้ชายคนนี้
ปลายฟ้ามองธีร์อย่างซึ้งใจขณะที่พวกเขายังคงลอยตัวอยู่ในน้ำทะเลใส ความสุขที่ได้รับจากการปลดปล่อยในผืนน้ำทำให้เธอมีความกล้าที่จะถามคำถามที่ค้างคาใจ
“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย “คุณดีกับฉันมากเลยนะคะ”
ธีร์เลิกคิ้วมองเธอด้วยรอยยิ้มขี้เล่น “ก็ผมเป็นคนดีไงครับ”
“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ” ปลายฟ้าส่ายหน้า “ตั้งแต่คุณยอมให้ฉันเข้ามาอยู่ในคอนโดของคุณ การพาฉันมาที่นี่ ทำไมคุณถึงดีกับฉันมากขนาดนี้คะ ทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย”
เธอจ้องมองเขาอย่างค้นหาคำตอบ “คุณทำเพราะสงสารฉันเหรอคะหรือเพราะคุณรู้สึกผิดในเรื่องของเราเมื่อก่อน”
รอยยิ้มขี้เล่นของธีร์จางหายไปทันที เขาเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจังอย่างที่สุด เขาว่ายน้ำเข้ามาใกล้ปลายฟ้าอีกเล็กน้อย
“ผมดีกับคุณเพราะผมอยากทำครับปลายฟ้า” ธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
คำถามที่อยู่ในใจของธีร์
“ถ้าถามว่าสงสารไหม ผมก็สงสารที่เห็นคุณต้องเจอเรื่องแย่ๆ และผมก็รู้สึกผิดที่เรื่องของเราในวันนั้นมันทำให้ชีวิตคุณวุ่นวาย” ธีร์ยื่นมือมาแตะที่แก้มของเธอเบาๆ “แต่นอกเหนือจากนั้น ผมแค่รู้สึกว่าคุณเป็นคนที่ไม่ควรโดนทำร้ายครับ”
ธีร์มองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาจำได้ถึงภาพแรกที่เจอกันในวันนั้น...
ตอนนั้นที่เจอกันครั้งแรก... เธออ่อยเขาอย่างออกนอกหน้าจริงๆ สายตาและคำพูดทุกอย่างมันทำให้ผมคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงแรด ด้วยซ้ำ
แต่พอได้มารู้จักจริงๆ กลับเป็นคนที่ไม่ประสีประสาเรื่องโลกภายนอกเลย มีมุมที่อ่อนแอและบอบบางมากจนน่าปกป้อง เป็นมุมที่ทำให้ผมรู้สึก สงสารและเอ็นดู อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งมองเข้าไปในดวงตาที่เศร้าของเธอ บางครั้ง ผมก็นึกถึงแม่ที่จากไป
ธีร์ตัดสินใจที่จะถามคำถามที่ค้างอยู่ในใจมานาน
“ผมขอถามคำถามหนึ่งได้ไหมครับ” ธีร์กล่าว “วันนั้น วันที่เราเจอกันครั้งแรก ทำไมคุณถึงเมาขนาดนั้นครับ? เพราะจากที่ผมรู้จักคุณมา คุณดูไม่ใช่คนที่จะดื่มเหล้าได้เลย”
เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค
“ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม
“อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่
ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ
ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา
ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต







