Share

บทที่ 18

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-08 21:37:57

“ฉันต้องขอโทษแทนคุณเทวาด้วยนะคะ” อรัญญากล่าวอย่างรู้สึกผิด “ฉันรู้สึกผิดกับธีร์ และฉันเหนื่อยมาก ๆ เลย ค่ะ”

อรัญญาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างอ่อนล้า

“ฉันเข้ามาเป็นเมียน้อยในตอนแรก และยอมทนอยู่เพื่อรอให้ แม่ของธีร์เสีย ไป ก่อนที่ฉันจะได้ขึ้นมาเป็นคุณนายที่ถูกต้อง”

คำสารภาพของอรัญญาดังก้องอยู่ในความเงียบงันของศาลาริมน้ำ กลิ่นหอมของดอกไม้ดูเหมือนจะเจือด้วยความขมขื่น ปลายฟ้านิ่งงันไป น้ำเสียงของอรัญญาไม่แสดงความรู้สึกผิดบาป แต่เป็นความเหนื่อยล้าจนถึงที่สุด ราวกับว่าการพูดความจริงออกมาเป็นภาระหนักอึ้งที่เธอแบกมานาน

ปลายฟ้าจ้องมองใบหน้าของอรัญญาที่เงยขึ้นมองท้องฟ้าอย่างอ่อนล้า ใบหน้าที่มีร่องรอยความงามสง่า แต่ก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ฉากหน้าของ 'คุณนาย'

“คุณ คุณอรัญญา” ปลายฟ้าเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา เธอไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจหรือควรจะถามคำถามใดออกไป

อรัญญาค่อย ๆ ก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่ประสานกันบนตัก เธอพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “ใช่ค่ะ ฉันอยากจะโกหกคุณ แต่ฉันเลือกที่จะบอกความจริง เพราะฉันรู้ว่าคุณเป็นคนเดียวที่จะเข้าใจความรู้สึกของธีร์”

“การเป็น 'คุณนาย' ไม่ได้สวยงามเหมือนที่คุณเห็น” อรัญญาพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ “ฉันได้ทุกอย่างที่อยากได้ ทรัพย์สิน อำนาจ แต่ฉันเสียสิ่งเดียวที่สำคัญไป คือความบริสุทธิ์ใจที่ฉันเคยมีต่อธีร์... และความเคารพจากคนที่ฉันรักเหมือนลูกแท้ ๆ”

ปลายฟ้าเงียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างแท้จริง

“ฉันต้องขอโทษแทนคุณเทวาด้วยนะคะ ที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ในห้องรับแขก ฉันรู้สึกผิดกับธีร์ และฉัน เหนื่อยมาก ๆ เลยค่ะ” อรัญญากล่าวจบ ประโยคสุดท้ายเต็มไปด้วยความอ่อนล้าอย่างแท้จริง เธอไม่ได้ต้องการเพียงแค่ขอโทษ แต่ต้องการการปลดปล่อย

ปลายฟ้ากำมืออรัญญาไว้แน่น เธอสูดหายใจลึกและมองสบตาอีกฝ่ายอย่างหนักแน่น

“คุณอรัญญาคะ คุณเคยทำผิดกับคุณธีร์จริง ๆ ค่ะ” ปลายฟ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการเข้าข้าง “ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมันใหญ่หลวงนัก”

“แต่ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว และคุณก็รู้สึกผิดอย่างแท้จริง” ปลายฟ้าคลายมือออกและยิ้มให้เธออย่างให้กำลังใจ “ฉันคิดว่า วันนึงคุณธีร์อาจจะให้อภัยคุณก็ได้ค่ะ”

อรัญญาน้ำตาคลอเบ้ากับคำพูดนั้น น้ำตาแห่งความโล่งใจที่ได้ยินคนอื่นเข้าใจความผิดพลาดของเธอ

“ขอบคุณนะคะปลายฟ้า ขอบคุณจริง ๆ ที่คุณไม่ได้รังเกียจฉัน” อรัญญากล่าวอย่างซาบซึ้งใจ

“พี่เองก็มีความหวังของพี่เหมือนกันนะ ความหวังเล็ก ๆ ที่พี่เฝ้ารอ หวังว่า วันนึงพี่จะได้นั่งคุยกับธีร์อีกครั้ง คุยในฐานะพี่เลี้ยงที่รักเขาจริง ๆ” อรัญญาพูดพร้อมกับจับมือปลายฟ้าไว้อีกครั้งอย่างแนบแน่น

“คุณปลายฟ้า ช่วยฉันได้ไหมคะช่วยปกป้องรอยยิ้มที่ปลายฟ้าเอามาให้ธีร์... รอยยิ้มเดียวที่ทำให้ชีวิตอันมืดมิดของฉันยังมีความหมาย เพราะถ้าเขาเสียรอยยิ้มนั้นไปอีกครั้ง ฉันคงไม่เหลืออะไรให้หวังอีกแล้ว”

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเร่งรีบก็ดังมาจากทางเดินไม้ที่ทอดตัวจากเรือนใหญ่มายังศาลาริมน้ำ ร่างสูงของ ธีร์ ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและความกรุ่นโกรธที่เดือดพล่านในดวงตา

ธีร์ยืนนิ่งอยู่หน้าศาลา มองดูมือของอรัญญาที่จับมือปลายฟ้าไว้อย่างแนบแน่น เขายืนฟังบทสนทนาทั้งหมดได้ยินทุกคำสารภาพที่หลั่งไหลออกมาจากปากของ อรัญญา และคำพูดปลอบโยนที่เปี่ยมด้วยความเห็นใจของ ปลายฟ้า

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!” เสียงของธีร์ดังขึ้นกร้าว ดุดันจนทำให้บรรยากาศที่เคยสงบต้องแตกสลาย

อรัญญาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ เธอปล่อยมือจากปลายฟ้าทันที

ธีร์ไม่รอช้า เขาเดินตรงเข้ามาหาปลายฟ้า คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แล้ว ดึงปลายฟ้าออกห่าง จากอรัญญาอย่างแรงและไม่มีความลังเล

“ธีร์!” อรัญญาเรียกชื่อเขาอย่างเจ็บปวด

ธีร์ไม่แม้แต่จะหันไปมองอดีตพี่เลี้ยงของเขาด้วยซ้ำ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังอรัญญาด้วยความชิงชังที่ไม่มีวันจางหาย

“คุณไม่ต้องมาทำเป็นห่วงใยผมอีกแล้วครับ” ธีร์พูดเสียงต่ำ เหยียดหยามอย่างเปิดเผย “ความจริงที่ผมได้ยินมันชัดเจนพอแล้ว”

เขาหันไปมองอรัญญาที่กำลังทรุดตัวลงบนเก้าอี้ด้วยความเจ็บปวดอย่างขมขื่น

“คุณ คุณกับคุณเทวา ไม่มีวันที่ผมจะยกโทษให้พวกคุณสองคน” ธีร์ย้ำเสียงดัง “พวกคุณสองคนเข้ามาร่วมมือกัน หักหลังแม่ของผม! หักหลังความไว้ใจของผม!”

“ธีร์ ฟังพี่ก่อน!” อรัญญาพยายามลุกขึ้นมาอธิบาย

“พอได้แล้ว!” ธีร์ตวาดเสียงกร้าว เขาไม่เหลือความเมตตาใด ๆ อีกแล้ว

“ผมไม่ต้องการฟังอะไรจากคุณอีก!”

เขาไม่แม้แต่จะให้โอกาสอรัญญาพูด ธีร์ดึงปลายฟ้าออกมา อย่างรวดเร็วและไร้การไถ่ถาม ปลายฟ้าทำได้เพียงวิ่งตามแรงดึงนั้น ทิ้งให้อรัญญานั่งอยู่คนเดียวในศาลาริมน้ำที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ แต่ปกคลุมไปด้วยความเจ็บปวดจากความจริงที่ถูกเปิดเผย

ธีร์แทบจะลากปลายฟ้ามาถึงรถยนต์สปอร์ตคันหรูของเขา เขาเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารอย่างแรง ดันตัวปลายฟ้าเข้าไปนั่ง แล้วปิดประตูอย่างกระแทกกระทั้น ก่อนจะรีบขึ้นประจำที่คนขับ และสตาร์ทรถออกไปทันที

ธีร์ขับเร็วมาก ความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานถูกระบายออกมาผ่านการเหยียบคันเร่ง เขาลืมสิ้นทุกสิ่งรอบตัว ยกเว้นความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังและภาพของแม่ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

ปลายฟ้าถูกเหวี่ยงไปตามแรงเบรกและแรงเร่งของรถ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกลัวและความกังวล เธอพยายามที่จะพูด แต่รู้ดีว่าตอนนี้ธีร์ไม่พร้อมจะฟังอะไรทั้งนั้น

เธอตัดสินใจใช้การกระทำแทนคำพูด มือเล็ก ๆ ที่สั่นเทาของเธอค่อย ๆ เอื้อมไป แตะไปที่แขนแกร่ง ของธีร์เบา ๆ ตรงบริเวณที่เขากำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวโพลน

การสัมผัสที่อ่อนโยนนั้นเหมือนสายน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่เปลวเพลิงที่กำลังโหมไหม้ของธีร์ จนธีร์เริ่มรู้สึกตัว การรับรู้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากผิวหนังของปลายฟ้าดึงสติของเขากลับมา

เขาเหลือบตามองที่แขนของเขา ก่อนจะหันไปมองปลายฟ้า ร่างของเธอถูกเข็มขัดนิรภัยรัดไว้แน่น ใบหน้าของเธอหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัดและดวงตาคู่สวยนั้นเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด

ทันทีที่เห็นแววตาของผู้หญิงที่เขาห่วงใย หัวใจที่แข็งกระด้างของธีร์ก็อ่อนยวบลงอย่างกะทันหัน

ธีร์ลดความเร็วลงอย่างช้าๆ ก่อนจะชะลอรถเข้าจอดข้างทางในที่สุด เขาทิ้งหัวปล่อยตัวพิงเบาะเหมือนคนหมดแรง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับปลายฟ้าในความเงียบที่น่าอึดอัด

รถยนต์จอดสนิทริมถนน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ดับไปแล้วและความเงียบที่เข้ามาแทนที่ ปลายฟ้ายังคงตัวสั่นเล็กน้อยจากความเร็วที่บ้าคลั่งเมื่อครู่ ธีร์นั่งนิ่งอยู่หลังพวงมาลัย มือที่เคยกำแน่นคลายออก แต่ร่างกายยังคงเกร็ง

ปลายฟ้าค่อยๆ หันไปหาธีร์ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและห่วงใย เธอไม่กล้าถามถึงความขุ่นเคืองรุนแรงที่เขาแสดงออกต่ออรัญญาและคุณเทวา เพราะเธอรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัวที่เธอเป็นเพียง คนนอก

“คุณธีร์” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกแผ่วเบา

เธอไม่รู้จะพูดอะไรดี การถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขาเป็นการล้ำเส้นที่เธอไม่ควรทำ เธอรู้เพียงว่าต้องทำให้เขาสงบลง

“ฉัน ฉันขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดี” ปลายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด

เธอทำได้เพียงบอกเขาว่า “ไม่เป็นไรนะคะ”

คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของเธอเหมือนมีพลังบางอย่างที่ทำให้ความร้อนรุ่มในตัวธีร์คลายลง เขายังคงมองไปข้างหน้า แต่สายตาว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ท่วมท้น เขาถูกความทรงจำที่โหดร้ายถาโถมเข้าใส่จนรับไม่ไหว

ทันใดนั้น ธีร์เอียงตัวมา ช้าๆ โดยไม่พูดอะไร ซบที่ซอกคอของปลายฟ้า แขนของเขาไม่ได้กอดรัด แต่เป็นเพียงการทิ้งน้ำหนักลงมาอย่างหมดสิ้นพละกำลัง การสัมผัสที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ ปลายฟ้าตัวแข็งเกร็ง ไปทั้งร่าง หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก

ไม่... ไม่เป็นไร...

เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ เธอถึงจะผ่อนคลายตัวมากขึ้น ธีร์ไม่ทำร้ายเธอ เขาไม่ได้ต้องการมากกว่าอ้อมกอดที่ปลอบโยน เขาแค่ต้องการที่พักพิงจากโลกที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง

ธีร์สูดกลิ่นหอม อ่อน ๆ ที่มาจากร่างบางอย่างลึกซึ้ง กลิ่นหอมสะอาดที่ทำให้จิตใจที่วุ่นวายของเขาค่อย ๆ สงบลง เขา หลับตาอย่างเจ็บปวด

พอแล้ว...

เขาพยายามสลัดภาพในอดีต ภาพของอรัญญาในฐานะพี่เลี้ยงที่อบอุ่นและในฐานะผู้ทรยศ ภาพของพ่อที่ทำลายครอบครัวของตัวเอง เขาพยายามลืมอดีตพวกนั้น เขาไม่ต้องการให้ความทรงจำเหล่านั้นกลับมาทำลายความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เขากำลังสร้างกับปลายฟ้า เขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับอดีตพี่เลี้ยงของเขา หรือพ่อเทวาของเขาสักนิด

เขาซบอยู่กับเธอเนิ่นนาน จนกระทั่งรู้สึกว่าได้พลังและความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

ธีร์ค่อยๆ ผละออกจากซอกคอของปลายฟ้า แต่ยังคงจับมือเธอไว้แน่น.

ธีร์ค่อยๆ ผละออกจากซอกคอของปลายฟ้า แต่ยังคงจับมือเธอไว้แน่นอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งแน่ใจว่าปลายฟ้าไม่ได้ตื่นตระหนกอีกแล้ว เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่ตอนนี้มีแต่ความมืดมิด

ตอนนี้ถนนที่พวกเธอจอดอยู่มันมืดสนิท ไม่มีรถวิ่งผ่าน มีเพียง แสงไฟริมทางกับไฟหน้ารถ ของพวกเขาที่ส่องสว่างอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ธีร์ปล่อยมือจากปลายฟ้า ขับรถออกจากไหล่ทางด้วยความเร็วที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ และมุ่งหน้า กลับไปยังเพนเฮ้าส์ของเขา

เมื่อถึงที่พักธีร์ไม่ได้พูดอะไรเลย ธีร์เดินเข้าห้องไปเงียบๆ เหมือนร่างที่ไร้ชีวิตที่กำลังหลบหนีจากโลกภายนอก

ปลายฟ้าไม่รู้จะทำยังไงดี เธอเข้าใจดีว่าเขาต้องการเวลาอยู่คนเดียวเพื่อจัดการกับความเจ็บปวดที่ถูกเปิดเผยออกมา เธอพยักหน้าให้เขาทั้งที่เขายังไม่ทันหันมามอง แล้ว เธอแยกเข้าห้องของตัวเอง

ปลายฟ้าอาบน้ำเตรียมตัวนอนตามปกติ พยายามใช้กิจวัตรประจำวันดึงตัวเองกลับสู่สภาวะปกติ แต่มันไม่ง่ายเลย ทุกครั้งที่หลับตา เธอเห็นภาพธีร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธและความเจ็บปวดสลับกับภาพอรัญญาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการทรยศ

เธอเป็นห่วงเขาที่อยู่ห้องตรงข้ามมากจนนอนไม่หลับ

เข็มนาฬิกาเดินไปอย่างช้าๆ เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่เธอยังพลิกไปพลิกมา เสียงนาฬิกาปลุกในใจดังขึ้นเตือนว่าเธอควรปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว แต่ความรู้สึกผิดที่เธอเป็นต้นเหตุให้ธีร์ได้ยินคำพูดเหล่านั้นมันรบกวนจิตใจเธอเกินกว่าจะข่มตาลง

ร่างบางเคลื่อนตัวไปอยู่ที่ประตูห้องตรงข้ามของเขา เธอรู้ว่าไม่ควรยุ่ง แต่เท้าของเธอกลับไม่เชื่อฟัง เธอพยายามฟังเสียง แต่เงียบสนิทไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ราวกับเขาหายไปจากห้องนั้น

ด้วยความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กๆ ของปลายฟ้าตัดสินใจบิดลูกบิดประตูช้าๆ มือเล็กเปิดประตูเข้าไปในห้อง ทันทีที่ประตูแง้มออก ไอเย็นจากแอร์กระแทกหน้า เธอราวกับเป็นสัญญาณต้อนรับเข้าสู่โลกของธีร์

ห้องนั้นมืดสนิท เธอสัมผัสได้ถึงความมืดที่หนาหนักราวกับความรู้สึกของเจ้าของห้อง ร่างบางพยายามมองหาร่างสูงผ่านความมืด แสงไฟสลัวๆ จากนอกระเบียงช่วยให้เธอเห็นเงาของเตียงขนาดใหญ่ได้รางๆ

ปลายฟ้าก้าวเข้าไปในห้องอย่างเงียบเชียบ แสงสลัวจากด้านนอกทำให้เธอเริ่มปรับสายตาได้ดีขึ้น และเธอก็เห็นร่างที่เธอเป็นห่วง

ธีร์นั่งอยู่บนโซฟาพักผ่อนขนาดใหญ่กลางห้อง ในความมืดนั้น เขาไม่ได้อยู่คนเดียว ที่ตักของเขามีปริ้นเซสอยู่ เจ้าแมวน้อยกำลังซบอยู่กับหน้าท้องของเจ้านายอย่างสงบ

ทันทีที่เจ้าแมวน้อยสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของคนแปลกหน้า พอมันเห็นเธอ มันก็ร้องเหมียวเรียกเบาๆ เป็นเสียงแรกที่ทำลายความเงียบในห้องลงได้

ธีร์มองมาที่ร่างบางตรงหน้า ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่มีเสียงพูดจากทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่สื่อสารกันด้วยสายตาเท่านั้น ปลายฟ้ารับรู้ถึงความว่างเปล่าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

ปลายฟ้าเคลื่อนตัวมาหยุดยืนตรงหน้าธีร์ เขามีเพียงกางเกงนอนขายาวสีดำตัวเดียวที่ปกปิดร่างกาย ท่อนบนที่เปลือยเปล่าโชว์มัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ทำให้ปลายฟ้าต้องเบนสายตาลงเล็กน้อย

ราวกับรู้หน้าที่ปริ้นเซสกระโดดลงมาคลอเคลียที่ขาเธอ ส่งเสียงออดอ้อนเป็นการต้อนรับ ธีร์มองตามเจ้าแมวน้อยที่เปลี่ยนจากตักเขาไปคลอเคลียขาของปลายฟ้าอย่างเชื่องช้า ดวงตาของเขาอ่อนลงเมื่อเห็นการกระทำของมัน

ปลายฟ้าหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมด เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อดึงเขาออกจากความมืดนี้

ปลายฟ้าถือวิสาสะจูงมือของธีร์ มือของเธอยื่นออกไปจับมือใหญ่ของเขาอย่างแผ่วเบา แล้วจูงพาร่างสูงไปที่เตียง เธอทำราวกับว่าเขายังคงเป็นเด็กชายที่กำลังเจ็บปวดและต้องการใครสักคนพากลับไปยังที่ที่ปลอดภัย

ธีร์มองมือของคนตัวเล็กที่สูงไม่ถึงบ่าของเขา มือที่เล็กกว่ามากนั้น กุมมือของเขาไม่หมดด้วยซ้ำ แต่เขากลับยอมให้ถูกจูงไปอย่างว่าง่าย

เขาเห็นว่ามือของปลายฟ้าสั่นเล็กน้อย แสดงให้เห็นว่าการกระทำที่กล้าหาญนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอเลย

ธีร์เดินตามปลายฟ้าไปหยุดที่เตียง ร่างสูงของเขาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง โดยมีมือเล็ก ๆ ของปลายฟ้ากุมไว้เป็นหลักยึดเพียงอย่างเดียวในยามที่โลกของเขากำลังสั่นคลอน

ธีร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง โดยมีมือเล็ก ๆ ของปลายฟ้ากุมมือเขาไว้ ธีร์ไม่ได้ต่อต้าน แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการยินยอมอะไรออกมา ดวงตาของเขามองปลายฟ้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

ปลายฟ้าทนเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของเขาไม่ไหว เธอใช้มืออีกข้าง ดันให้ธีร์นอนลง บนเตียงอย่างแผ่วเบา ราวกับเขากำลังแตกสลาย ธีร์ยอมทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ๆ อย่างง่ายดาย

เธอไม่ได้นอนตามไปด้วย เธอปล่อยมือของธีร์ออกจากมือของเธออย่างช้า ๆ

ปลายฟ้าไม่รู้จะพูดอะไรดี ไม่รู้ว่าจะเริ่มปลอบประโลมเขาอย่างไรในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลเช่นนี้ เธอเป็นเพียงเลขาฯ ที่เพิ่งรับรู้ความลับอันดำมืดของครอบครัวเขา

เธอควรจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง...

ขณะที่ เธอเลยจะเดินกลับห้องตัวเอง เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น มือหนายกขึ้นดึงที่ปลายเสื้อชุดนอนผ้าซาตินของเธอ ไว้ได้ทัน ชายหนุ่มออกแรงดึงเพียงเบา ๆ แต่ปลายฟ้าก็หยุดชะงักทันที

ชายหนุ่มดึงให้ปลายฟ้าลงมานอนด้วย แขนอีกข้างของธีร์ตบลงบนที่ว่างข้างตัวเบา ๆ เป็นการเชื้อเชิญที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“อย่าไปนะครับ”

เสียงของธีร์แหบพร่าอย่างที่สุด ไม่เหมือนเสียงทรงอำนาจที่สั่งการเธอในที่ทำงาน แต่มันคือเสียงวิงวอนที่มาจากความอ่อนแออย่างแท้จริง

ปลายฟ้าไม่กล้าทิ้งธีร์เอาไว้

เธอหันกลับไปมอง ชายหนุ่มตอนนี้มันเหมือนสัตว์ที่กำลังบาดเจ็บ ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังหลังการต่อสู้ครั้งใหญ่ เธอไม่เคยเห็นเขาในสภาพนี้มาก่อน และ เธอไม่อยากเห็น

สำหรับปลายฟ้า ธีร์เป็นคนที่เหมือนด้านตรงข้ามของเธอ เขาเป็นผู้ชายที่มีเป้าหมายชัดเจน มีความแข็งแกร่ง และมักจะมี แสงของตัวเองเสมอ เป็นแสงที่ส่องสว่างในทุกที่ที่เขาไป แต่ในวันนี้ เขาเหมือนคนที่อยากซ่อนในเงา ต้องการให้ความมืดมิดของห้องช่วยปกป้องความอ่อนแอของเขาเอาไว้

ปลายฟ้าทำตามที่เขาต้องการ เธอค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นไปบนเตียง และนอนลงข้างเขา โดยเว้นระยะห่างไว้อย่างเหมาะสม

ธีร์พลิกตัวเข้าหาเธอทันที เขาวางศีรษะลงบนบ่าของเธอ และโอบแขนกอดรอบตัวเธอไว้แน่น ปลายฟ้ารับรู้ได้ถึงลมหายใจที่หนักอึ้งของเขาที่ซบอยู่บนผิวของเธอ

ในความมืดที่หนาหนักนั้น ปลายฟ้าทำได้เพียงโอบกอดเขากลับเบา ๆ อย่างระมัดระวัง เป็นครั้งแรกที่เธอได้โอบกอด ธีร์ ที่ไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้านาย แต่เป็นเพียงผู้ชายที่กำลังแตกสลายคนหนึ่ง

ปลายฟ้าค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับความเย็นของห้องและ เอนตัวนอนข้างคนตัวใหญ่ อย่างเชื่อฟัง ความอบอุ่นจากร่างของธีร์ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยในความมืดที่มิดมิดนี้

ธีร์ไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสได้ว่าอากาศในห้องนั้นเย็นจัดกว่าปกติมาก เพราะตามปกติ เขาเปิดแอร์ค่อนข้างต่ำมากเพราะเขาเป็นคนขี้ร้อนมาก เขากลัวว่าผิวที่บอบบางของเธอจะรับไม่ไหว ด้วยสัญชาตญาณของการดูแล ธีร์ยกผ้าห่มห่มให้ปลายฟ้า อย่างระมัดระวัง เขาห่มผ้าให้เธอจนถึงไหล่ กลัวว่าวันรุ่งขึ้นปลายฟ้าจะไม่สบาย เพราะเธอต้องมาทนอยู่ในห้องที่หนาวเกินไปของเขา

เมื่อห่มผ้าเสร็จมือหนาสอดมือข้างนึงไปใต้คอของปลายฟ้าอย่างนุ่มนวล ให้เธอนอนหนุนแขนเขา แทนการหนุนหมอน เขาขยับให้ศีรษะของเธอวางบนแขนได้อย่างสบายที่สุด ส่วนอีกข้างโอบที่ช่วงเอว ของเธออย่างหลวมๆ และ วางพาดหน้าท้องแบนราบของคนตัวเล็ก ไว้ ธีร์กอดเธอไว้ในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งและอบอุ่น ราวกับกำลังปกป้องเธอจากโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความจริงที่โหดร้ายที่เพิ่งถูกเปิดเผย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 25

    เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนังบริเวณแขนและไหล่ที่แดงและระบม ธีร์นั่งอยู่ข้างเตียง เขาป้อนยาตามที่อคิณแนะนำและป้อนข้าวต้มอุ่น ๆ ให้เธออย่างนุ่มนวลปลายฟ้าจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้ทั้งหมด ความอับอายและความรู้สึกผิดที่ต้องแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าธีร์ทำให้เธอไม่กล้าสบตาเขา“ปลายฟ้าครับ” ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่จริงจัง “วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วผมจะพาคุณไปหาพี่ชายของผม”ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองธีร์อย่างสับสน“พี่คิณเป็นจิตแพทย์ครับ” ธีร์อธิบายอย่างใจเย็น “คุณไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องราวทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่พร้อม แต่คุณต้องไปพบเขานะครับ เพื่อตัวคุณเอง”เขาจับมือปลายฟ้าไว้เบา ๆ “ผมไม่อยากให้เรื่องแบบเมื่อคืนเกิดขึ้นอีกแล้วครับ ผมกลัว... ผมกลัวว่าคุณจะทำร้ายตัวเองหนักกว่านี้”แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและจริงใจของธีร์ ทำให้ปลายฟ้าปฏิเสธไม่ลง เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกที่กำลังทำลายเธอจากภายในนี้ได้ด้วยตัวเองอีกต่อไป“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ปลายฟ้า” ธีร์บอกว่าไปนอนกันนะครับ “คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ”ณ คลินิกของอคิณธีร์ขับรถพาปลายฟ้าไปยังค

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 24

    “ปลายฟ้า! มองผมครับ! หายใจช้า ๆ นะครับ” ธีร์สั่งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าเธอเห็นอะไร แต่เขารู้ว่าเธอหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงไปแล้ว“ผมอยู่นี่แล้วนะครับ! ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน!” ธีร์ย้ำเสียงหนักแน่น เพื่อดึงสติของเธอกลับมา “ปลอดภัยแล้วนะครับปลายฟ้า”ธีร์ใช้มือข้างที่ไม่ได้เปื้อนเลือดจากรอยเล็บประคองศีรษะของเธอไว้ แล้วค่อย ๆ กดให้เธอซบลงที่แผงอกของเขาอีกครั้ง พลางลูบหลังเธออย่างอ่อนโยนจนกระทั่งเสียงสะอื้นของเธอค่อย ๆ ลดระดับลงธีร์กอดร่างที่สั่นเทิ้มของปลายฟ้าไว้แน่น เขาใช้ร่างกายที่แข็งแรงของตัวเองเป็นกำแพง ปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและแสงสลัวของซอกซอย ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเธอตอนนี้คือความเปราะบาง ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดที่ไม่อาจทานทนได้ปลายฟ้า ปล่อยเสียงสะอื้นที่ถูกกักเก็บไว้ทั้งหมดออกมา มันเป็นเสียงที่ไร้ถ้อยคำ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการถูกทรยศและทำลายอย่างรุนแรง ธีร์รับรู้ได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อเชิ้ตของเขา แต่เขาไม่สนใจ เขาทำเพียงแค่ลูบหลังเธอซ้ำๆ อย่างช้าๆ และมั่นคง“ปล่อยมันออกมาให้หมดเลยนะครับปลายฟ้า” ธีร์กระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาทุ้ม

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 23

    “อ้าว! มาแล้วเหรอปลายฟ้า!” นวลจันทร์ส่งเสียงทักอย่างดีใจ แต่สำหรับปลายฟ้าแล้วภาพตรงหน้าคือภาพฝันร้ายที่กลับมาเยือนโอมยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ดูสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดูดีใจที่ได้เจอเธอปลายฟ้าเดินเข้าไปนั่งลงตรงข้ามพวกเขาด้วยสีหน้าเย็นชา“ทำไมไม่รับสายไม่ตอบข้อความพี่เขาเลย!” นวลจันทร์เริ่มต้นตำหนิเธออย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร“จนโอมเขาต้องไปหาแม่ที่บ้าน! ทำอะไรหัดโตได้แล้วนะปลายฟ้า!”คำพูดตำหนิของแม่ราวกับมีคนมาบีบคั้นสมองของปลายฟ้าให้แน่น เธอเริ่มรู้สึกหูอื้อ ภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อย ความรู้สึกหวาดกลัวและคลื่นไส้ปั่นป่วนอยู่ในท้อง“พี่เขามาหาแกด้วยความหวังดี เขารักแกจะตาย” นวลจันทร์พูดต่อโดยไม่สนใจสีหน้าของลูกสาว“ปลายฟ้า พี่อุตส่าห์มาหาถึงที่นี่นะ” โอมเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าขยะแขยง“รู้ไหมว่าพี่คิดถึงปลายฟ้ามากแค่ไหน”ความกดดันจากแม่และโอมที่ประดังเข้ามาพร้อมกัน ทำให้ปลายฟ้าแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ หัวของเธอเหมือนโดนบีบแน่น และความรู้สึกอยากอาเจียนก็แล่นขึ้นมาปลายฟ้าพยายามรวบรวมสติทั้งหมดไว้ และเปล่งเสียงออกมาเบาที่สุด เสียงที่สั่นเครือแต่

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 22

    ปลายฟ้าหน้าซีดเผือด เธอเข้าใจในทันทีว่า ธีร์ ไม่ได้แค่ขอร้อง แต่กำลังใช้สถานการณ์นี้บีบบังคับเธอ เธอไม่สามารถเป็นต้นเหตุให้บริษัทต้องเสียหายได้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่จำนนต่ออำนาจและความต้องการของเขาสุดท้ายธีร์ก็กดดันให้ปลายฟ้าถ่ายแบบจนได้ ธีร์คลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย เขามองไปที่ช่างภาพ“โอเคครับ ทีมงาน!” ธีร์ประกาศเสียงดัง “นางแบบคนใหม่ของเราคือคุณปลายฟ้า เตรียมเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าทำผมให้เธอเดี๋ยวนี้! เราจะเริ่มถ่ายทำภายในสิบห้านาที”ธีร์ปล่อยให้ปลายฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ทิ้งให้ปลายฟ้ารับรู้ว่าเกมนี้เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะเขาได้เลยหลังจากที่ปลายฟ้าได้รับการแปลงโฉมและกลับมาพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ธีร์ ก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมถ่ายแบบคู่กับเธอในทันทีปลายฟ้าถูกพาตัวมาพักหลังจากถ่ายแบบเดี่ยวเสร็จ ก่อนจะเริ่มถ่ายคู่กับธีร์ เธอเห็นตัวเองในกระจก... ใบหน้าที่สวยสง่าและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจ แต่ดวงตาของเธอยังคงมีความไม่พอใจและกังวลอย่างชัดเจนธีร์ดูปลายฟ้าที่กำลังแต่งหน้า เขานั่งอยู่บ

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 21

    ปลายฟ้าและธีร์นั่งอยู่ในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ พวกเขากำลังจัดการประชุมคัดเลือกนางแบบสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางและเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของบริษัทชื่อว่า Zenithปลายฟ้าสวมชุดทำงานที่ดูเนี้ยบและเป็นทางการ เธอรักษาระยะห่างจากธีร์อย่างเคร่งครัด หลังจากเหตุการณ์ในคอนโด แม้ธีร์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นอีก และปลายฟ้าเองก็ยังคงอยู่ในโหมด 'มืออาชีพที่เย็นชา'เบื้องหน้าของธีร์คือโต๊ะที่เต็มไปด้วยแฟ้มประวัตินางแบบหลายสิบคน ธีร์เป็นผู้นำในการคัดเลือกทั้งหมดเพราะโจทย์คือต้องหานางแบบที่มีภาพลักษณ์แข็งแกร่งและดูดีพอที่เหมาะกับงานและคู่กับนายแบบอย่างเขาปลายฟ้าเป็นผู้เรียกชื่อนางแบบทีละคน เธอถือคลิปบอร์ดไว้แน่น พยายามไม่สบตากับธีร์“คนต่อไปค่ะ คุณลินนา มณีรัตน์” ปลายฟ้าประกาศเสียงเรียบประตูเปิดออก ลินนา ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เธอเป็นนางแบบสาวสวยที่มีใบหน้าคมกริบ การแต่งกายและรอยยิ้มของเธอดูไร้ที่ติและมีความทะเยอทะยานสูง“สวัสดีค่ะคุณธีร์ สวัสดีค่ะทีมงาน” ลินนากล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวานกว่าปกติลินนาเริ่มแสดงท่าทางโพสตามที่ทีมงานต้องกา

  • Fear to love you คนโปรดที่กลัวถูกรัก   บทที่ 20

    ข้อความที่ถูกส่งมาโดยตรงระบุชัดเจน "ฉันคือเจ้าของของปริ๊นเซสค่ะ"ใจของปลายฟ้าหล่นวูบ ปลายฟ้ารู้สึกใจหายมากๆ ราวกับหัวใจถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก เธอเคยคิดว่าเรื่องนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยก็คงไม่เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ เพราะธีร์เองก็ผูกพันกับเจ้าแมวน้อยตัวนี้ไปแล้วปลายฟ้าอ่านข้อความซ้ำหลายครั้ง เจ้าของตัวจริงให้รายละเอียดของแมวได้อย่างถูกต้องทุกประการ รวมถึงประวัติการรักษาและเครื่องหมายพิเศษที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน การโกหกหรือการเข้าใจผิดจึงเป็นไปไม่ได้เธอเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างช้า ๆ ธีร์ยังคงนั่งทำงานอยู่บนโซฟา โดยมีปริ๊นเซสนอนหลับอย่างสบายอยู่บนตักของเขา“คุณธีร์คะ” ปลายฟ้าเอ่ยเรียกเสียงสั่นธีร์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของปลายฟ้า เธอชูโทรศัพท์ให้เขาดูข้อความนั้น ธีร์ก้มลงอ่าน ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นความตกใจและเศร้าสร้อยเช่นกัน“เขา... เขานัดเจอที่ไหนครับ” ธีร์ถามเสียงแผ่ว พลางลูบหัวปริ๊นเซสอย่างอ่อนโยน ราวกับเป็นการบอกลาล่วงหน้า“ที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับคอนโดฯ ค่ะ เขาอยากเจอน้อง แล้วก็อยากจะคุยเรื่องรับน้องกลับ”ปลายฟ้ารู้ว่าถึงเวลาที่ต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status