LOGIN“ห๊า! มองนมวาด” ฉันไม่คิดหรอกนะว่าเก้ามันจะพูดออกมาตรงๆ อะ ฟินน์หันมามองหน้าฉันและไล่สายตามองมาที่หน้าอกจนฉันต้องเอามือฟาดลำคอของมันให้หันไปอีกทาง “ทำไมมึงต้องจ้องนมเพื่อนด้วยวะ”
“แค่มอง นมใหญ่ดี”
“ไอ้เก้า มึงเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มองยังไงนมยัยนี่ใหญ่วะ”
“หรือไม่จริง”
“ก็ไม่จริงอะดิ เล็กกว่าผู้หญิงที่กูคุยด้วยอีกนะ”
“นี่! เลิกพูดถึงนมกูสักทีจะได้ไหม” ฟินน์มันบอกว่านมฉันเล็ก ถามจริง ผู้หญิงที่มันคุยด้วยนมคัพจีหรือไงวะ! เก้ายิ้มเยาะก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในคณะ ส่วนฉันก็หันมาเล่นงานไอ้เพื่อนบ้าที่กล้าดียังไงมาบอกว่าฉันนมเล็ก “ที่มึงบอกว่ากูนมเล็กน่ะ มึงไปเดตกับผู้หญิงที่เป็นแม่พันธุ์วัวมาหรือไงฟินน์”
“นั่งให้ไอ้เก้าจ้องนมทำเหี้ยไรก่อน”
“กูก็นั่งของกูปกติปะ เก้ามันจ้องก็สิทธิ์ของมัน กูไม่ได้โชว์ให้มันดูสักหน่อย”
“นมเล็กแล้วมั่นหน้ามาก” ฉันมองค้อนฟินน์ที่เบ้ปากใส่ ก่อนจะวางถุงไส้กรอกจัมโบ้ที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำร้านใหม่ ไม่ใช่เจ้าประจำที่ฟินน์มันชอบกินนักหนา แต่ฉันรู้สึกว่ามันไม่อร่อยเพราะแป้งเยอะ “งั้นกูนั่งจ้องบ้าง สิทธิ์ของกูเหมือนกันปะ”
“ทะลึ่ง”
“เลิกคลาสวันนี้พากูไปกินชาบูด้วย”
“มึงก็ชวนไอ้จีไม่ก็เฟย์ไปดิ ทำไมต้องกูๆ ด้วยอะ”
“เพราะมึงเป็นเพื่อนสนิทกูไง กูก็เลยต้องชวนมึง โอเค!” ไม่วายเอามือผลักศีรษะฉันจนเกือบจะสำลักลาเต้ที่กินเข้าไป ฟินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะ เอามือสอดท้ายทอยและเงยหน้ามองต้นไม้ “เฮียพีทก็มีเมียแล้ว ไอ้เก้ายิ่งแล้วใหญ่ ไอ้จีก็สายกีฬาควบคุมน้ำหนัก ส่วนไอ้เฟย์โลกส่วนตัวสูงฉิบหาย เพราะงั้นก็เลยเหลือแค่มึงไง”
“สมมุติกูมีผัว มึงจะทำยังไง”
“ใครให้มึงมี?”
“ตัวกูไงหรือตัวมึงเองไม่อยากมีเมีย”
“อยากมีกูจะคุยอ่อยไปเรื่อยเหรอ ถามโง่ๆ” โวยวายใส่ฉันไม่พอยังพาดท่อนแขนหนักๆ ลงบนบ่า ตอนแรกนะที่รู้จักกันบอกเลยว่าไม่ชินกับแขนมันมาก ตอนนี้เหรอฉันเหมือนคนที่มีบ่าอันแข็งแรงที่สามารถรับน้ำหนักแขนใหญ่โตของมันได้โดยไม่รู้สึกหนักหรือปวดคอสักนิด “ก่อนจะมีผัวต้องมาขออนุญาตกูก่อน”
“เพื่อ? มึงเป็นพ่อกูหรือไง”
“กูไม่ใช่พ่อ แต่กูเป็นเพื่อนที่จะต้องแสกนตัวผู้ให้มึง” กระแทกเสียงคำว่ามึงใส่หน้าจนน้ำลายกระเด็น “เลิกพูดเรื่องที่จะมีผัวด้วย อย่างมึงไม่มีใครสนใจหรอก เชื่อกูดิ”
“ทำไม”
“ก็ขนาดพี่หมอสุดที่รักที่มึงชอบ เขายังไม่มองมึงเลย คิดว่าคนอื่นเขาจะสนใจมึงงั้นสิ”
เจ็บจี๊ด! เป็นคำพูดที่ไม่มีคำหยาบเล่นเอาฉันเจ็บจี๊ดถึงกระดองใจเลย ไอ้เพื่อนเวร ชอบบั่นทอนฉันเรื่องพี่หนึ่งมาก
“พี่หนึ่งเขาก็แค่ไม่ชินกับผู้หญิงอย่างกูก็ได้ปะ”
“เหรอ”
“เขาอาจจะแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงแบบกู เลยต่อต้านงี้” ฉันมองโลกในแง่ดีเอาไว้ซะก่อน พี่หนึ่งน่ะเป็นนักศึกษาแพทย์สวมแว่นตาและเนิร์ดมากๆ “เขาแค่ไม่เคยเจอผู้หญิงที่จีบเขาก่อนแบบกู กูก็เลยถอยออกมาก่อนให้พี่หนึ่งทำใจอีกสักแปบ ค่อยเดินหน้าจีบต่อ”
“มีเพื่อนโง่แบบมึง เสียชื่อกูฉิบหาย”
“อะไรอีกล่ะ!”
“ผู้ไม่สนใจก็ยังหน้าหนาไปตามตื้อเขา อยู่คนเดียวมันจะตายหรือไง เงี่ยนนักก็เอานิ้วติ้วหอยดิ”
เพียะ
“เจ็บนะเว้ย!”
“ทำไมมึงชอบพูดจาลามกหยาบคายอยู่เรื่อยเลยฟินน์ น่าเกลียด”
“กูพูดผิดตรงไหน หรือมึงไม่เคยเงี่ยน ไม่เคยติ้วหอยตัวเอง?” ฉันถึงกับทำหน้าเลิ่กลั่ก แสดงออกให้ฟินน์มันเห็นได้ไงว่าสิ่งที่มันพูด ‘ถูกต้องทุกอย่าง’ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขนาดที่เอามือฟาดที่ปากมันหวังว่าฟินน์จะเจ็บ หากแต่ว่าพอสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทราวกับมหาสมุทรยามค่ำคืนที่มืดมิด ก็เล่นงานหัวใจของฉันให้เต้นถี่รัว ไม่ใช่เพราะเขินที่จ้องตามัน แต่อายที่มันรู้ทันฉันน่ะสิ! “อ่า นี่มึงติ้วหอยตัวเองจริงดิ”
“หยุดนะฟินน์”
“มึงจะอายทำไม กูก็ชักว่าวเหมือนกัน”
“มึงยังมีคนอื่นให้ชัก กูไม่มีนะ”
“มึงไม่บอกกูล่ะ” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบมายังข้างใบหู ส่งผลให้ฉันหันขวับไปมองหน้าฟินน์ ใครจะไปคิดว่าหมอนั่นจะขยับหน้าเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราเฉียดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่รดรินกันไปมา “กูช่วยมึงได้นะวาด”
“ชะ ช่วยอะไร?”
“ช่วยมึงติ้ว” ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นกับคำตอบที่ได้รับ “นิ้วมึงสู้นิ้วกูไม่ได้หรอก อยากลองไหม”
“ฟินน์!”
“ฮ่าๆ แกล้งมึงแล้วสนุกดีว่ะ ดูทำหน้าดิเหมือนหมาเลย”
“ไอ้...” มันใช่เรื่องที่จะหยิบมาล้อเล่นไหม ถึงจะรู้ว่าฟินน์มันชอบแกล้งฉัน แต่ก็ไม่เคยต้านทานมันได้เลยเวลาถูกมันแกล้งเนี่ย ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาฟินน์มักจะพูดจาล้อเล่นกับฉันอยู่เรื่อย แม้ว่ามันจะไม่เคยคิดจริงจังฉันก็ไม่เคยชินกับนิสัยของฟินน์ได้เลยสักครั้ง “กูเกลียดมึงอะ”
“มึงจะถือสากูทำไมวะ กูก็เป็นแบบนี้มานาน ทำยังกับว่ามึงไม่เคยโดนกูหลอกอะ” ฉันสะบัดหน้าหนีมันและหยิบไส้กรอกนึ่งของโปรดมากินด้วยความหงุดหงิด หวังว่าเจ้าไส้กรอกจะช่วยให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาได้นะ “แต่...”
“แต่อะไร” กระแทกเสียงใส่ฟินน์ที่เอื้อมมือบีบแก้มฉันให้เอนเอียงหน้าไปสบตากับมัน
“ถ้ามึงอยากจะให้ใครช่วย มึงต้องนึกถึงกูเป็นคนแรก”
“ทำไมกูต้องนึกถึงมึงด้วย มึงเป็นเพื่อนกูนะ”
“ก็เวลาเพื่อนเดือดร้อนกูก็ต้องช่วยปะ”
“รวมเรื่องนี้ด้วย” มันพยักหน้าราวกับเป็นเรื่องปกติ มันปกติเหรอวะ? เวลาเงี่ยนอยากช่วยตัวเองให้นึกถึงเพื่อนสนิทเนี่ยนะ มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ “บ้า แบบนั้นจะมองหน้ากันติดได้ไง”
“เป็นเพื่อนกับกูมากี่ปี เรื่องนี้คงไม่ทำให้มองหน้ากันไม่ติดมั้ง”
“ไม่เอาอะ กูขนลุก” คิดภาพฟินน์มันช่วยฉันให้เสร็จสมด้วยนิ้วของมัน... แปลกอะ ไม่ๆ ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด
“ไม่เอากูก็ไม่ต้องไปเอาใคร ตกลงไหม?”
“ทำไมมึงต้องสั่งกูด้วยเนี่ย”
“กูเป็นห่วงมึงนี่หวา ยิ่งโง่ๆ เรื่องพวกนี้อยู่” ตรงไหนก่อนวะ! ทั้งชีวิตเกิดมาจนอายุ 23 แอบชอบพี่หนึ่งมาตลอด แถมจูบแรกก็ไม่เคยมี เดตกับผู้ชายยิ่งแล้วใหญ่ แค่ผู้ชายจะมาจีบยังไม่โผล่มาสักตัว ฉันต้องคิดแล้วไหมว่าตัวเองไม่สวยเหมือนที่ฟินน์มันว่าอะ “เกิดโง่ไปโดนเขาหลอกฟันแล้วทิ้ง กูไม่อยากมานั่งปลอบใจมึงนะ”
“มึงทำเหมือนกูอายุสิบเจ็ดเลยเนอะ แบบเป็นสาวน้อยวัยแรกแย้มที่ไม่รู้ประสีประสา ตามผู้ชายไม่ทัน”
“ก็เหมือนอยู่”
“เหอะ ไม่ต้องมาเป็นห่วงกูหรอก ห่วงตัวเองเถอะระวังโรคจะถามหา เที่ยวอ่อยคนอื่นไปทั่ว” มองค้อนฟินน์ หมอนี่มันมีเสน่ห์และชอบแอ๊คสาวตลอดเวลา คุยกับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในชีวิต ฉันน่ะเป็นห่วงมันเรื่องนี้มากแต่ฟินน์ก็บอกตลอดว่า ‘ไม่มีอะไร กูแค่อ่อยและคุยด้วยเฉยๆ’ เชื่อดีปะว่าคนอย่างมันจะไม่เอาน่ะ
“กูไม่เคยนอนกับใคร มึงมั่ว”
“เหรอ แล้วคุยโปรยเสน่ห์กับผู้หญิงไปทั่วนี่คือ?” ฉันยักไหล่ขึ้นพลางเลิกคิ้วรอคำตอบจากปากของฟินน์ หากแต่วูบหนึ่งแววตาคนตรงหน้าดูวูบไหวชอบกล มันเอาแขนออกจากบ่าฉันและคว้าแก้วอเมริกาโน่ขึ้นดื่ม “อ้าว ไม่ตอบกู”
“ใกล้เข้าคลาสแล้ว”
ฟินน์พูดแค่นั้นมันก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตรงเข้าคณะไป ทิ้งฉันไว้กับปริศนาบางอย่างที่ออกมาทางแววตาของมัน เมื่อกี้สายตาของฟินน์มันแปลกๆ ชอบกลแหะ ฉันไม่เคยเห็นสีหน้าของฟินน์มาก่อน เอาจริงเป็นเพื่อนกันมาหลากหลายเรื่องฉันเองก็ไม่ได้รู้ชีวิตของมันลึกขนาดนั้น ฟินน์เหมือนมีความลับบางอย่างที่ไม่บอกฉันและฉันเองก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป
โดยเฉพาะชีวิตส่วนตัวหรือความเป็นมาของมัน แม้กระทั่งเรื่องที่ว่า ‘ในใจ’ ของฟินน์ มันมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่
*-----------------------------------------------*
เวลา 18.20 น.ร้านเพิ่งเปิดใหม่ก็เลยทำให้เปิดยาวจนถึงสองทุ่ม ฉันก็นั่งเล่นที่ร้านจนอิ่มพุงกาง พอคิดว่าแกล้งฟินน์จนพอใจฉันก็หยิบมือถือขึ้นมาต่อสายหาฟินน์ทันทีเพียงแค่สัญญาณดังแค่รอบเดียวเสียงโวยวายก็แทรกเข้ามา(“มึงอยากตายมากใช่ไหมวาด”)“...” ฉันยิ้มเยาะในใจ(“อยากเห็นกูขาดใจตายใช่ไหมที่ติดต่อมึงไม่ได้เนี่ย!”)“กูก็ไม่เห็นมึงจะขาดใจตายตรงไหนเลย”(“ใช่กูน่ะไม่ตายหรอก คนที่จะตายน่ะคือมึง”) น้ำเสียงแข็งกระด้างลอดไรฟันจนฉันเบ้ปาก คิดว่าฉันจะกลัวมันหรือไงกัน ตอนเป็นเพื่อนกันก็ยังพอมีความรู้สึกกลัวมันนิดๆ ตอนนี้เป็นผัวเป็นเมียกันแล้ว ฉันไม่คิดจะกลัวมันเลยแม้แต่นิด! (“แม่งจะเล่นกับใจกูไปถึงไหนวะ”)“กูไม่ได้เล่น กูแค่มานั่งฮีลใจเฉยๆ” ฉันตอบ “น้อยใจผัวนิดหน่อย”(“...”) ถึงคราวมันเงียบบ้าง“ก็ผัวงอน เลยคิดหาวิธีง้อผัวอยู่”(“หาวิธีง้อผัวไกลเหลือเกินนะ มึงก็รู้ว่ากูเป็นห่วง ทำไมชอบทำให้กูคลั่งอยู่เรื่อยเลยวาด”)“งั้นก็มารับกูดิ” บ่นมันพลางทำหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อเดินออกมาจากร้านเค้กและทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ไม้ตัวยาวริมน้ำ ลมเย็นและไหนจะรอบข้างก็ยังมีคนเดินเล่นไปมา ย่านนี้ค่อนข้างคึกคักอยู่นะเน
“ก็ต้องง้ออยู่แล้วปะ” ฉันตวาดใส่มัน เหอะ งอนหนักขนาดนี้มีเหรอว่าฉันจะปล่อยผ่าน “มึงก็อย่าเล่นตัวให้มาก”“ช่วงนี้กูงอนอยู่ ก็อย่าลืมมาง้อกูด้วย ไปละ”ฟินน์โบกมือให้และขับรถออกจากหน้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว ฉันอยากจะบ้าตายก็นะเรื่องนี้ฉันผิดหรือไงถึงต้องง้อมันเนี่ย ฟินน์มันหาเรื่องให้ฉันง้อมันมากกว่าละมั้ง! เกลียดมันชะมัด แต่ก็ดันรักมันแทบบ้า ไอ้ผัวตัวดี“นึกยังไงถึงชวนฉันมาทำผมด้วยกันเนี่ยวาด”“ก็หมดสัญญาที่ให้ไว้กับไอ้จีแล้วไง ถึงเวลาที่ฉันจะต้องเฉิดฉายด้วยสีม่วงสีที่ตัวเองชอบสักที”หันไปตอบเฟย์ที่นั่งทำผมอยู่ข้างๆ กันหลังจากเลิกคลาสวันนี้ฟินน์ไม่ยอมมาเรียน บอกว่าแฮงค์และเสียใจมากที่ได้ยินเรื่องเมื่อวาน ฉันก็เลยหมั่นไส้ด่ามันกลับไปว่า ‘ตอแหล’ เป็นร้อยคำ จนฟินน์วางสายไป มันกวนตีนฉันอะทุกคนไม่เห็นเหรอ เอาจริงฉันว่าเมื่อคืนฟินน์อาจจะน้อยใจฉันจริง พอมันสร่างเมาปุ๊บฉันรู้ว่ามันแยกแยะได้ดังนั้นก็เลยปล่อยมันไปก่อน ถึงยังไงก็ต้องไปง้อมันอยู่ดีก็เลยมาทำสวยก่อนเอาให้มันตะลึงและเลิกงี่เง่าสักที“ฟินน์มันงอนฉันอะเฟย์ จะซื้ออะไรไปง้อมันดี”“อะไรก็ได้ที่มันชอบ”“มันไม่เคยบอกว่าตัวเองชอบอะไรนี่สิ”“ฉันไม
วิศวะจองรัก EP31: อย่าระแวงเรื่องความสัมพันธ์ :ภายในรถของพี่หนึ่งที่ไม่ได้นั่งมานานทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยน ถ้าจะมีเปลี่ยนก็คงเป็นความรู้สึกของฉันที่มีต่อพี่หนึ่งนี่ล่ะที่เปลี่ยนไป ระหว่างทางเราสองคนไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคำเดียว อาจเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ฉันไม่ได้คิดจะถามอะไรเขาผิดแปลกไปใช่ไหมล่ะ ฉันมักจะเป็นตัววุ่นวายและถามพี่หนึ่งไปเรื่อยเพื่อชวนเขาคุย สุดท้ายก็เงียบจนมาถึงบ้าน ฉันหันไปยกมือไหว้พี่หนึ่ง “ขอบคุณนะคะที่รับวาดมาส่งที่บ้านด้วย”“...”“ขอตัวก่อนนะคะ” ไม่รอให้พี่หนึ่งพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ฉันก็เปิดประตูลงจากรถ หากแต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงหน้าบ้านของตัวเองด้วยซ้ำ ต้นแขนก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้ซะก่อนเป็นผลให้ต้องหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา“ช่วงนี้พี่ไม่เจอวาดเลย สบายดีใช่ไหม”“ค่ะ” ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบและดันฝ่ามือหนาออกจากต้นแขน “ตอนนี้วาดสบายดีมาก”“พี่ไม่เห็นวาดมาหาพี่เหมือนเมื่อก่อน...”“เพราะว่าวาดมีแฟนแล้วค่ะ”“อะไรนะ?”“วาดมีแฟนแล้ว วาดก็เลยจะทำตัวตามพี่หนึ่งเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและหวังว่าการมาเจอกับพี่หนึ่งมันจะจบลง แม
“จะใช้มึงกูกับเฮียก็ได้” กัดผนังในปากจนเจ็บหนึบสัมผัสได้ถึงคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงปาก ฉันอยากจะกัดเอ็นมันให้ขาดเลยอะ ฉันเขินเกินกว่าจะเรียกฟินน์ว่าเฮีย แม้ว่าจะเรียกเฉพาะตอนเราเอากันก็เถอะ กรี๊ด! “ก็คบกันแล้ว”“รู้” ฉันตอบอ้อมแอ้ม หากแต่ว่าฟินน์ไม่เคยขอร้องอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ ปกติจะเน้นแบบเอาแต่ใจและนับเป็นครั้งแรกที่คบกันแล้วฟินน์มาอ้อนอยากให้ฉันทำ ซึ่งพอเห็นมันทำหน้าเป็นหมาหงอยแล้วก็สงสารอะ แต่ก็สงสารตัวเองด้วยปะวะวาดที่จะต้องเรียกเฮียทั้งๆ ที่เคยบอกว่าจะไม่มีวันเรียก “อยากได้อะไรอีก”“แค่นี้” เป็นคำขอที่ไม่ได้ยากอะไรเลย มันง่ายด้วยซ้ำสำหรับฉันมันโคตรยากเลยทุกคน“จำได้ไหมที่กูเคยบอกถ้าเรียกมึงว่าพี่หรือเฮีย ให้เอาอะไรมายัดปากกู” ฟินน์ได้ฟังก็เลิกคิ้วขึ้นพลางหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มคอลงมาช้อนปลายคางฉันขึ้นเพื่อให้รับจูบที่แสนอ่อนโยนตรงบริเวณมุมปาก“เฮียก็เอาเอ็นยัดปากวาดอยู่ไง”“!”“เท่านี้ก็จบเรื่องสาบานรอบสอง” ก็นะประกาศเอาไว้สองรอบ รอบแรกคือสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปก็ถูกฟ้าผ่าตายห่ากันสองคนและรอบสองคือเรื่องเรียกมันว่าพี่หรือเฮีย “นะ”ทำไมฟินน์ตอนนี้ทำตัวดูเป็นผู้ใหญ่ไ
วิศวะจองรัก EP30: รักกูไหม? :บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารที่ฟินน์รังสรรค์เลือกเองกับมือ หลังจากกลับจากแข่งรถและไปรับฉันที่ร้านกาแฟพี่กอแก้ว สายตาของพ่อที่เหลือบมองเราสองคนที่นั่งข้างๆ กัน โดยเป็นครั้งแรกที่พ่อเอามือผสานระหว่างปลายคางเพื่อที่จะรอฟังคำพูดจากใครคนใดคนหนึ่งไม่ว่าจะเป็นจากปากของลูกสาวคนสวยหรือจากหนุ่มข้างกายที่อดีตเคยเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิท“พ่อ” ในเมื่อไม่มีใครพูด ฉันเองนี่ล่ะจะเป็นคนพูดขึ้นมาเอง “วาดมีเรื่องจะบอกค่ะ”“ว่ามาสิ” ดูจากสีหน้าของพ่อแล้วทำไมถึงได้ดูไม่แปลกใจอะไรเลยหากจะได้ฟังประโยคถัดจากนี้“วาดกับฟินน์น่ะค่ะ” ฉันสูดลมหายใจเข้าและกำลังจะอ้าปากพูด ทว่าก็ถูกคนข้างกายแทรกพูดเสียก่อน“ผมกับวาดคบกันแล้วครับพ่อ”“...” แววตาลุ่มลึกของพ่อไม่ได้ฉายถึงความตื่นตกใจเลยแม้แต่นิด หากเป็นฟินน์นี่นับเป็นครั้งแรกเลยปะที่มันดูนั่งตัวเกร็งทั้งที่ปกติมันนะทำตัวตามสบายราวกับเป็นลูกชายแท้ๆ ของพ่อฉันด้วยซ้ำ“เป็นแฟน ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทเหมือนเดิมแล้วครับ” ลอบกลืนน้ำลายขณะสบตากับพ่อที่เสมองฉัน ท่านไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวมีเพียงหยิบช้อนส้อมขึ้นเพื่อตักอาหารกินตามปกติ“งั้นเหรอ พ่
ตุ้บ“ไหนหมาตัวไหนบอกว่าไม่มีวันเอาเพื่อน แล้วประกาศคบกัน คือ?!”“โวยวายทำเหี้ยอะไรของมึงไอ้จี”“ก็กูเหมือนโง่อยู่คนเดียว เฟย์ ไอ้เก้ากับไอ้พีทแม่งรู้ว่ามึงสองตัวชอบกัน มีแค่กูที่ไม่รู้” ไอ้จีโวยวายพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง โดยมีสายตาของพวกเราจดจ้องมองมันอย่างนึกขบขัน“เอาไปแล้วให้ทำไง เอาแล้วก็ต้องรับผิดชอบปะ” ฟินน์ตอบพลางยกแขนพาดบ่าฉัน “กูจองของกูมาตั้งนาน”“ตอนไหน?”“ตอนรับน้อง”“ตอนนั้นมึงจองไอ้วาดให้เป็นเพื่อน” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายหน้าและยกนิ้วชี้ขึ้นพร้อมนิ้วกลาง“จริงๆ แล้วจองไว้สอง หนึ่งเป็นเพื่อนกับสองเป็นเมีย”“ควาย!”“มึงควรดีใจนะว่าเพื่อนที่มึงรักเป็นผัวเมียกัน แทนที่จะโวยวายว่าตัวเองดูโง่นะไอ้จี”วันที่ไปสนามผ่านมาสองวัน ฟินน์ก็พาฉันย้ายของออกจากหอพักทันทีทั้งที่ฉันก็ยังไม่ได้ตกลงจะไปอยู่กับมัน แต่เฟย์เพื่อนฉันนี่สิ ไม่ขัดแถมยังบอกไปเถอะเฟย์อยู่ได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่ฉันก็บอกกับเพื่อนว่ายังไงก็ยังไปมาหาสู่ที่หออยู่ดี ของบางอย่าง เสื้อผ้าบางชุดจึงอยู่ที่หอพักเกิดวันไหนทะเลาะกับฟินน์ ฉันจะได้กลับมานอนกับเพื่อนได้ไงพอตกลงคบกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ มีเปลี่ยนก็คง







