Se connecter*Paradise Pub
"สวัสดีค่ะ" ฉันยกมือไหว้ทักทายผู้ชายคนหนึ่งที่มีอายุประมาณสี่สิบต้นๆพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานๆที่ฉันฝืนจนสุดพลังไปให้เขาแล้วทิ้งก้นลงนั่งบนโซฟาข้างๆเขาเพื่อทำตามหน้าที่ ในผับนี้หน้าที่ของฉันคือเป็นเด็กนั่งดริ๊งให้กับแขกวีไอพีระดับเฟิร์สคลาสบนชั้นนี้ ที่นี่เป็นชั้นบนสุดของผับจะเป็นระดับของแขกวีไอพีซึ่งบนชั้นนี้ก็ยังแบ่งไว้อีกโซนคือโซนของวีไอพีเฟิร์สคลาสเป็นโซนของลูกค้าที่กระเป๋าหนักจริงๆและค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพราะมีโต๊ะสำหรับลูกค้าแค่เพียงเจ็ดชุดเท่านั้น พื้นของชั้นนี้จะถูกยกระดับให้สูงขึ้นอีกและจะถูกล้อมรอบด้วยกระจกสีชาอีกชั้นพร้อมกับการแสดงและเด็กนั่งดริ๊งระดับท็อปของผับที่จะคอยบริการลูกค้าโดยหนึ่งในนั้นคือฉันด้วย การที่ชีวิตฉันดิ่งลงเหวทำให้ฉันเจอคนอยู่หลายประเภทยิ่งตอนที่ฉันได้มาทำงานในสถานที่แบบนี้ฉันก็ยิ่งเข้าใจ เมื่อก่อนตอนที่ฉันมีทุกอย่าง เงินทอง ลาภยศ ทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง ฉันเคยไม่ชอบผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนแบบนี้ในสายตาฉันพวกผู้หญิงพวกนั้นอยู่ในฝั่งไม่ดีและฉันไม่เคยคิดจะลดตัวลงไปยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่อก่อนฉันนิสัยไม่ดี ฉันหยิ่ง ฉันดูถูกคน และมันก็เหมือนเวรกรรมตามทันเมื่อฉันเคยมองคนพวกนั้นเป็นยังไง...วันนี้ฉันถึงกลายมาเป็นแบบนั้น "วันนี้ฉันโชคดีนะที่ได้หนูมานั่งดริ๊งด้วย" แขกวีไอพีคนนั้นยิ้มให้ฉันพร้อมกับไล่สายตามองฉันตั้งแต่ใบหน้าไปจนถึงต้นขาขาวๆที่โผล่พ้นชุดเดรสสั้นออกมา "ฉันคงมีความสุขมาก" "ค่ะ" ฉันตอบรับสั้นๆพร้อมกับยิ้มบางๆให้เขา ผู้ชายคนนี้ดูนิ่งเขาไม่ได้แสดงออกมามากมายว่าอยากจะแตะอั๋งฉันเหมือนพวกป๋าหรือเสี่ยคนอื่นๆ "วันนี้หนูปลายฟ้าสวยนะ" แปะ~ แต่เขาก็กลับมือไวกว่าที่คิด เพราะเมื่อเขาพูดใบหน้าเขาฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแต่มือของเขาก็วางแหมะลงบนต้นขาฉันแบบเนียนๆด้วย เหอะ!เหมือนกันหมดนั่นแหละ -- "ขอบคุณค่ะ" ถึงฉันจะไม่ชอบใจสิ่งที่เขาทำแต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้แล้วขยับขาออกมาจากฝ่ามือเขาแบบเนียนๆเหมือนกัน "ฟ้าว่าฟ้าชงเครื่องดื่มให้ดีกว่าค่ะ" ฉันเบี่ยงตัวให้เขาเล็กน้อยเพื่อหันไปหยิบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แก้วโซดาและน้ำแข็งมาผสมให้เขา "คุณชอบแบบไหนคะ?" ฉันหันไปถามเขาเพื่อที่จะได้ผสมเครื่องดื่มได้ตามที่เขาต้องการ "อืม..." เขาครางในลำคอก่อนจะเอียงคอมองหน้าฉันแล้วยิ้มอ่อนโยน เขาคงเป็นพวกเชือดแบบนิ่มๆสินะ แบบนี้ล่ะน่ากลัวกว่าพวกนั้นอีก "เธอคิดว่าเธอเป็นคนแบบไหนล่ะ" เขาย้อนถามฉัน "ฉันชอบรสชาติที่เป็นแบบเธอ" แหวะ อาเจียนตอนนี้เลยได้มั้ย "ถ้างั้นฟ้าชงตามถนัดนะคะ" ฉันฝืนยิ้มให้เขาแล้วหันมาผสมเครื่องดื่มต่อไม่วายที่จะกรอกตาไปมาลับหลังเขาด้วย หมับ~ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆเขาก็ตวัดเรียวแขนโอบไหล่ฉันไว้ ฉันรีบชงเครื่องดื่มให้เสร็จแล้วหันมาหาเขาพร้อมกับยกแก้วไปจ่อที่ปากเขาด้วย "ดื่มมั้ยคะ" "อื้ม" เขายิ้มพร้อมกับดื่มเหล้าที่ฉันเป็นคนป้อนเข้าปากเขาเอง เคร้ง~ ฉันวางแก้วเหล้าลงก่อนจะเหลือบมองแขนของเขาที่โอบพาดผ่านไหล่ข้างซ้ายไปจนถึงหัวไหล่อีกข้างแล้วยังไม่วายใช้ฝ่ามือลูบไปมาที่หัวไหล่ข้างนั้นของฉันด้วย "อืม รสชาติดีเชียวล่ะ" พอฉันหันไปมองหน้าเขา เขาก็ทำแค่ยิ้มแล้วเอ่ยชมฝีมือการชงเหล้าของฉัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วย-- "ขอบคุณคะ" "เอาอีกสิ ฉันรออยู่" "ค่ะ" -วายุ- ฟลุ่บ~ "ยังไม่นอนเหรอ?" เสียงหวานของผู้หญิงที่ทรุดลงนั่งบนขอบเตียงใกล้ๆกับตรงที่ผมนอนอยู่พูดขึ้นทำให้ผมที่นอนเหม่อลอยอยู่ได้สติ "ยังปวดหัวอยู่มั้ย" นีน่าถามพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาลงบนหัวผมตรงตำแหน่งที่มันมักปวดเป็นประจำเวลาที่ผมคิดมากหรือมีอะไรบางอย่างทำให้ผมคิด "ไม่แล้วล่ะ" ผมตอบพลางยิ้มบางๆให้เธอ "ดีแล้ว ฉันเป็นห่วงมากนะ" นีน่าพูดแล้วก้มลงจูบเบาๆบนหน้าผากผม "นอนพักเถอะวายุ" เธอเอ่ยบอกพร้อมกับเอนหลังพิงหัวเตียง ผมพยักหน้ารับและยอมหลับตาลงอย่างว่าง่าย 'ฉันไง...' แต่พอหลับตาภาพของใครบางคนก็แว่บเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง จริงๆมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ผมไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งในงานเลี้ยงของโรงเรียนเก่า แน่นอนว่าผมจำเธอไม่ได้เพราะผมความจำเสื่อมแต่เธอกลับบอกว่ารู้จักผม จริงๆก็มีคนพูดแบบนี้เยอะนะแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เออออห่อหมกไปแบบผ่านๆยังไงซะคนพวกนั้นก็แค่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ ผมกลับ...เพียงแค่มองแววตาเศร้าๆของเธอผมก็รู้สึกวูบไหวแปลกๆ ตอนแรกมันว่างเปล่าแต่หลังจากนั้นมันก็มีภาพอะไรบางอย่างแว่บเข้ามาแต่มันรวดเร็วมาก มันวนไปมาอย่างรวดเร็วจนผมสับสนเพราะจับใจความอะไรไม่ได้เลยและมันทำให้ผมเริ่มปวดหัว มากขึ้นแล้วก็มากขึ้น จนนีน่ากับพวกเพื่อนๆผมเข้ามาแล้วพาผมออกจากเหตุการ์ณนั้น นีน่าพาผมกลับคอนโดทันทีจากนั้นก็ให้ผมกินยาแล้วนอนพัก "หืม ทำไมไม่นอนล่ะ" นีน่าหันมาเห็นผมที่ลืมตาขึ้นอีกครั้งเธอก็ถามอย่างแปลกใจ ผมน่ะอยากจะหลับแต่ภาพนั้น... ผมจำใบหน้าผู้หญิงคนนั้นได้ติดตา และผมอยากรู้... "นีน่า" "ว่าไง" นีน่ายิ้มหวานพลางโน้มตัวลงมาหาผมที่นอนหงายอยู่ ผมช้อนตามองเธอก่อนจะพูดคำถามที่อยากรู้ออกมา "ผู้หญิงคนนั้น..." เธอชะงักทันทีที่ผมถามออกไป เธอคงรู้ว่าผมหมายถึงใครด้วย "บอกว่ารู้จักฉัน" "..." แว่บหนึ่งผมเห็นแววตาของเธอไหววูบก่อนที่มันจะหายไป "ใคร?" คำถามสั้นๆของผมทำให้นีน่านิ่งไปเธอเงียบพลางเม้มปากแน่นจนกระทั่งผมยื่นมือไปจับต้นแขนเธอ เธอถึงได้ส่งรอยยิ้มบางๆให้ผม "ถ้านายรู้...นายต้องไม่อยากรู้จักเธออีกครั้งแน่" นีน่าบอกผมแบบนั้นและเป็นผมเองที่รู้สึกไหววูบแปลกๆ มันเหมือนกับว่าผู้หญิงคนนี้ทำร้ายผมเลย "ใคร..." ผมถามซ้ำ ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากรู้ว่าเธอเป็นใครอยู่ดี "ปลายฟ้า..." ในที่สุดนีน่าก็ตอบออกมา เธอลูบผมของผมแผ่วเบาแล้วพูดต่อ "ผู้หญิงคนนี้เป็นคนทำร้ายนาย"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







